ส่งความรักวันวาเลนไทน์ ถึงลูกน้องแนวชายแดน ย้ำนโยบายคุมเข้ม สร้างความร่วมมือคู่ขนาน ไทย-มาเลเซีย

สะบ้าย้อย/สงขลา – ส่งความรักวันวาเลนไทน์ ถึง ลูกน้องแนวชายแดน ย้ำนโยบายคุมเข้ม สร้างความร่วมมือคู่ขนาน ไทย-มาเลเซีย

เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00 น. พ.อ.ทวีพร คณะทอง ผบ.ฉก.ร.5 ให้การต้อนรับ พล.ท. ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาค 4 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 พร้อม พล.ต. อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5/ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี คณะที่ปรึกษา และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบ ลงพื้นที่ด้วยจักรยานยนต์วิบากสลับกับการเดินเท้า ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน ฐานปฏิบัติการร่วมไทย-มาเลยเซีย ยังจุดเขต แดนที่ 31/22 พื้นที่ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา หลักเขตแดนที่ 36/100 และ หลักเขตแดนที่ 34 ตำบลเขาแดง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าเขาสลับกับสวนยางพารา เพื่อสร้างความร่วมมือในนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยมี เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าตรวจชายแดน มว. คทร. ร้อย ร.5021 มว.ปล.ที่3 กองกำลังเทพสตรี และทหารมาเลเซียประจำฐานต่าง ๆ ให้การต้อนรับ

ซึ่งฐานปฏิบัติการร่วมดังกล่าว เกิดจากความร่วมหารือและตกลงกันของทั้ง 2 ประเทศ เมื่อปี 2563 ซึ่งในขณะนั้น พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาค 4 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5/ปธ.LWG(ไทย) โดยได้หารือร่วมกับ พลโท Dato’ Haji Mohd Nazir bin Haji Mami ผบ.กกล.ทบ.สนาม ตต. /ปธ.RBC (มาเลเซีย) ในขณะนั้น จนเกิดเป็นมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีตลอดมา

ทั้งนี้ แม่ทัพภาค 4 ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ประจำฐานปฏิบัติการ ขอให้ทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่สร้างความสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมสนับสนุนภารกิจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยประชาชนในพื้นที่จะต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเกิดความเข้มแข็งของหมู่บ้านแนวชายแดนคู่ขนานกันไปทั้ง 2 ประเทศ ควบคู่กับการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติของแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง การขนสินค้าผิดกฎหมาย ยาเสพติด การตัดไม้ทำลายป่า โดยบริเวณดังกล่าวปรากฎเป็นรั้วแบ่งเขตแดนแบบคู่ขนานกันไประหว่างไทยและมาเลเซีย บางจุดเป็นพื้นที่ล่อแหลม ที่กลุ่มขบวนการผู้ก่อเหตุรุนแรง มักใช้ลักลอบข้ามแดน และขนสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถจับกลุ่มแรงงานลักลอบข้ามแดน และการขนยาเสพติดมาแล้ว พร้อมฝากผู้นำท้องถิ่นได้ช่วยดูแลเป็นสื่อกลาง โดยให้ประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลบ้านของตนให้ปลอดภัยด้วย

ซึ่งในโอกาสนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เยี่ยมให้กำลังใจและพูดคุยทักทายกับกองกำลังทหารประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อการประสานสอดคล้องเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป และ ถือ เป็นการตรวจเยี่ยมส่งความรักให้กับกำลังพลในวันวาเลนไทน์นี้ด้วย


@อ้อม มณีรัตน์

ส่องเลย เลขอ่างน้ำมนต์ “หลวงพ่อปากแดง” เสี่ยงโชคลุ้นรวยงวด 16/2/67

นครนายก – ส่องเลย เลขอ่างน้ำมนต์ “หลวงพ่อปากแดง” เสี่ยงโชคลุ้นรวยงวด 16/2/67

ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีนักท่องเที่ยว หลั่งไหลเดินทางมากราบไหว้ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว เสริมมงคลรับสิ่งดีๆ ขอความสำเร็จในกิจการค้าขาย หน้าที่การงาน เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย และขอโชคลาภ บางรายก็นำสิ่งของมาแก้บน ที่สำเร็จสมหวังได้โชคก้อนโตจากเลขในอ่างน้ำมนต์ในงวดที่ผ่านมา ยิ่งใกล้วันหวยออกบรรดาคอหวย นักเสี่ยงโชคต่างให้ความสนใจมาส่องเลขในอ่างน้ำมนต์ “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” กันเป็นจำนวนมาก

วัดหลวงพ่อปากแดง เป็นวัดเก่าแก่ มีองค์หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อายุกว่า 120 ปี เป็นที่สักการะ กราบไหว้บูชาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองนครนายก ที่ใครๆก็รู้จัก จนทำให้นักท่องเที่ยวทั่วทุกสารทิศอยากมาที่วัดแห่งนี้ ภายในบริเวณวัดมีที่กราบไหว้ สักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น รอยพระพุทธบาทจำลอง องค์ท้าวเวสสุวรรณ เป็นต้น ก่อนที่จะเข้าไปกราบไหว้ ขอพร หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์ ที่ประดิษฐานภายในพระอุโบสถ ซึ่งการกราบไหว้ ขอพร ก็จะต้องนำเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชา ภายในพระอุโบสถก็ยังมีให้ปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง เสี่ยงเซียมซี พรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล

และที่พลาดไม่ได้คือส่องเลขเด็ดน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ ที่เจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นมาวางไว้ในพาน ให้บรรดานักเสี่ยงโชคได้ดูกันชัดๆ และได้ถ่ายรูปนำกลับไปเสี่ยงโชค ซึ่งเลขที่เห็นก็จะมีเลข 6 1 0, 5 2 หรือตามแต่ใครจะมองแล้วตีเป็นเลขกัน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวที่ได้มากราบไหว้ เมื่อกลับไปก็มีโชคถูกหวยกันถ้วนหน้า ทำให้มีบรรดานักเสี่ยงโชคที่ทราบข่าวต่างก็อยากมากราบไหว้ ขอโชค องค์หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อหวังจะมีโชคถูกหวยเหมือนกับคนอื่นบ้าง ก่อนกลับก็แวะเจิมหน้าผาก เจิมมือ เปิดดวงมหาเศรษฐี เจิมกระเป๋าเรียกทรัพย์ ให้ดวงชะตาสว่างไสว มีโชค มีชัย เป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสติต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

พ่อลูกเมาดับคู่ !! ควบจยย.ซาเล้งจอดกลาง 4 แยก ถูกกระบะทางตรงชน

อุทัยธานี – พ่อลูกเมาดับคู่ !! ควบจยย.ซาเล้งจอดกลาง 4 แยก ถูกกระบะทางตรงชน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันบริเวณ 4 แยก ถนนสาย หู้ช้าง – บ้านชุมทหาร บริเวณหลักกิโลเมตร หมู่ 1 บ้านพุแก้ว ต.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1ราย เสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังจากได้รับแจ้ง พ.ต.ท.เฉลิมชัย ประสิทธิ์กุงไพศาล รอง ผกก.สอบสวน ได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณกลางถนนพบศพผู้ตายชื่อนางสาลี พึ่งชัย อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 12 หมู่ 7 ต.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน ในสภาพมีเลือดไหลออกจากศีรษะเป็นจำนวนมาก ใกล้กันข้างถนนพบรถ จยย.แบบพ่วงข้าง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พลิกคว่ำในสภาพหน้ารถพังยับเยิน ส่วนผู้บาดเจ็บที่เสียชีวิตในเวลาต่อมาขณะนำส่งรพ. ชื่อนายอนันต์ พึ่งชัย อายุ70 ปี บ้านเลขที่ 12 หมู่ 7 ต.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

ห่างไปอีก 10 เมตร พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บ ษ 8117 นครปฐม ในสภาพรถยนต์พังหยับเยิน หม้อน้ำแตก โดยมีนายศักดิ์ สังข์สาคร หมู่ 7 ต.หนองบง อ.บ้านแผ้ว จ.สมุทร สาคร ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองเป็นผู้ขับรถกระบะคันดังกล่าว เพื่อนำสินค้าไปส่งให้ลูกค้าที่ชุมทหาร พอมาถึง 4 แยก จุดเกิดเหตุ จู่ๆได้มีรถจยย.ซาเล้งโผล่พรวดขึ้นมาจอดที่เลนกลางถนน ทำให้ตนเองนั้นเบรครถไม่ทันตั้งตัว พุ่งชนเข้าเต็มแรง ทำให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 กระเด็น

ด้าน น.ส.พิมาย พึ่งชัย ซึ่งเป็นลูกของนางสาลี ผู้เสียชีวิต พร้อมกับเป็นหลานของนายอนันต์ นั้นได้กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้านายอนันต์ ซึ่งเป็นตาและแม่ของตนเองได้มาตัดไม้ยูคา ที่ไร่ซอย 8 หลังจากนั้นช่วงเช้าของวันนี้ ผู้ตายทั้ง 2 ก็ชักชวนกันมาลากไม้ยูคาที่ตัดไว้เพื่อจะนำไปขาย นำเงินไปใช้หนี้ที่ยืมมา โดยที่ผู้ตายทั้ง 2 คนนั้นเป็นคนที่ชอบดื่มสุรา โดยจะกินกันทั้งวัน ซึ่งเมื่อช่วงเช้าตนเองก็ทราบว่าแม่ตนเองนั้นก็กินเหล้ามา 1 กั๊ก และตาก็ดื่มเช่นกัน ซึ่งตนเองและลูกก็พยายามห้ามดื่มเหล้าในเวลาทำงาน แต่ทั้ง 2 ไม่ยอมเชื่อ จึงมาเกิดเหตุดังกล่าว สาเหตุครั้งนี้คาดว่าเป็นเพราะความเมา ที่ขับ จยย.พุ่งขึ้นมาจอดบนถนนจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ตร.ท่องเที่ยว นครพนม ขับเคลื่อนนโยบายชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง ร่วมกับ 23 องค์กร

ตร.ท่องเที่ยว นครพนม ขับเคลื่อนนโยบายชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง ร่วมกับ 23 องค์กร

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ รอง ผบก ภ.จว.นครพนม เป็นประธาน ประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง (Strong Tourism Community :STC) หัวหน้าส่วนราชการ องค์กร เอกชน ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน ร่วมประชุม โดย พ.ต.ท.อมร โสภา สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวนครพนม ในฐานะ เลขาโครงการ ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า เพื่อสนองนโยบายของรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งรัดสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยยึดหลักแนวทางตาม โครงการ Smart Safety Zone มาประยุกต์ใช้ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยจะเริ่มนำร่อง 10 แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญก่อน แล้วจึงขยายไปยังแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ สร้างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ ตลอดจนชุมชนข้างเคียง

โดยมีตำรวจท่องเที่ยว เป็นผู้ประสานการปฏิบัติ สำรวจจุดเสี่ยงทั้งด้านกาย เช่นตึกร้าง หญ้ารก มุมมืด และแผนประทุษกรรมในพื้นที่ การเอารัดเอาเปรียบ ทะเลาะวิวาท ติดตั้ง CCTV
สร้างเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Open Discussion Tourism Safety) รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของ นักท่องเที่ยว ทั้งทางตรง และทางอ้อม ทำแบบสอบถามใน Google form เพื่อนำมาประเมินความพึงพอใจ และเป็นแนวทางในการวางแผนนโยบายในการสร้างความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวต่อไป

พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม กล่าวเพิ่มเติมโดยแนะนำ พ.ต.ท.อมร โสภา สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวนครพนม เลขาโครงการ ให้หารือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ การสรรหาอาสาสมัคร – ภาคีเครือข่าย การจัดอบรมอาสาสมัคร -ภาคีเครือข่าย และจัดตั้งคณะทำงาน แต่งตั้งประธานและกรรมการให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนมีนาคมนี้


เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
ฟร้องข่าวสด รายงาน

ผู้ว่าฯ นครพนม รวมใจชาวนครพนม ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน คนนครพนม “ใบตองกล้วยธรรมดาสู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ”

ผู้ว่าฯ นครพนม รวมใจชาวนครพนม ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน คนนครพนม ” ใบตองกล้วยธรรมดา สู่ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ” ส่งเสริมการสร้างรายได้ในครัวเรือน นำสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ที่วัดสว่างสุวรรณาราม ตำบลหนองแสง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบกองทุนส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน คนนครพนม “ใบตองกล้วยธรรมดา สู่ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ” จากการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดเครือข่ายกลุ่มแปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ในธุรกิจอื่นๆ เช่น หมูยอ ธุรกิจแหนม การห่อข้าวต้มมัด การทำพานบายศรี ขันหมากเบ็ง เศียรพญานาค บูชาองค์พระธาตุพนม และพระธาตุสำคัญประจำวันเกิด ทั้ง 7 พระธาตุในจังหวัดนครพนม รวมถึงการทำพานบายศรีบูชาพญาศรีสัตตนาคราช ให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดนครพนม ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี

จังหวัดนครพนมจึงส่งเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชนนำประชาชนสู่ความสุข โดยการบูรณาการทุกภาคส่วนภาคีเครือข่าย ภาคราชการ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคศาสนา ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อมวลชน ร่วมกันเป็นพลังในการขับเคลื่อนในรูปแบบประชารัฐ ใช้กลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อจัดหารายได้สมทบกองทุนส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน คนนครพนม “ใบตองกล้วยธรรมดา สู่ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ” แนะนำไปจัดซื้อพันธุ์กล้วยตานีให้กับครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ที่มีสมรรถภาพในการทำการเกษตร และครัวเรือนโคกหนองนา ที่มีความพร้อมและมีศักยภาพเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ 1 ตำบล 1 หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable village) เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าคิริวัณณวลี นารีรัตนราชกัญญา และโครงการตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นำการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า Change for Good และนำสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
โดยมียอดการทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบกองทุน ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน คนนครพนม “ใบตองกล้วยธรรมดา สู่ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ” ในวันนี้เป็นจำนวนเงิน 312,400 บาท


ฟร้องข่าวสด นครพนม
เพลิงพระกาฬ
เทพข่าวร้อน
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

พร้อมใจใส่เสื้อสีม่วง แสดงถึงพลังของคนไทยที่รัก “กรมสมเด็จพระเทพ” ในวันพฤหัสบดี 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยพร้อมเพรียงกัน

เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเป็นการปกป้องสถาบันฯ แสดงถึงพลังของคนไทยที่รัก “กรมสมเด็จพระเทพ” ที่พระองค์ทรงงานหนักก็เพื่อคนไทย ชมรมคนรักและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ เชิญชวนคนไทยร่วมใส่เสื้อสีม่วง พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันพฤหัสบดี 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยพร้อมเพรียงกัน (.)

#เรารักกรมสมเด็จพระเทพ


กองทัพบก

ชาดา รมช.กระทรวงมหาดไทย พร้อมชาวอุทัยธานีทั้งจังหวัด นัดรวมพลังถวายกำลังใจที่พระตำหนัก เพื่อถวายกำลังใจแด่กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ

ชาดา รมช.กระทรวงมหาดไทย พร้อมชาวอุทัยธานีทั้งจังหวัด นัดรวมพลังถวายกำลังใจที่พระตำหนัก เพื่อถวายกำลังใจแด่กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ

เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 14 ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บริเวณลานสุพรรณิการ์ หน้าศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี พบพี่น้องชาวอุทัยธานีทั้งจังหวัดพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองและสีม่วง มาร่วมใจแสดงพลังให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งแผ่นดินเพราะอุทัยคือบ้านของพระองค์ เพื่อแสดงจุดยืนปกป้องและถวายกำลังใจแด่กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ พร้อมเดินขบวนไปยังที่พระตำหนักของท่านร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

โดยท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พร้อมหน่วยข้าราชการทั้งจังหวัดอุทัยธานี ร่วมประกาศบนเวทีเพื่อเป็นจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเยาวชนดังกล่าวที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากชาวอุทัยธานีรับพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้และทำใจไม่ได้กับพฤติกรรมซ้ำซากและมีคดีมากมายแต่ยังสร้างปัญหาซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับแผ่นดินนี้ เพราะคนอุทัยธานีบอกแล้วว่าถ้าเกิดปัญหาแบบนี้อีกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการ หรือไม่ทำอะไรเลยและหากประชาชนจะจัดการเองก็อย่ามาว่าเขาเพราะเขาเห็นการละเมิดกฎหมายการทำในสิ่งที่ไม่บังควร โดยเฉพาะอุทัยธานีเป็นเมืองพระชนกจักรีซึ่งรับไม่ได้จริงๆ ซึ่งตัวผมเองก็รับไม่ได้จริงๆ

ซึ่งมีบางช่วงบางตอนขณะที่ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้กล่าวอยู่บนเวทีว่าหากประชาชนหลบขบวนเสด็จไม่ได้ ลั่นให้ไปอยู่ประเทศอื่น อย่าอยู่เมืองไทย อย่าเนรคุณต่อแผ่นดิน เนื่องจากการกระทำของบุคคลเหล่านี้ทำมาหลายครั้งโดนคดีถึง7คดี ซึ่งตัวท่านเองยินดีมากที่ทราบข่าวว่าเยาวชนดังกล่าวถูกจับแล้ว พร้อมกับลั่นว่าเจ้าหน้าที่จะต้องไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้อีก เนื่องจากทุกคนรักชาติศาสนาพระมหากษัตริย์

ส่วนบรรยากาศภายในงาน ได้พากันเดินขบวนไปให้กำลังใจพระเทพรัตนฯยังหน้าที่พระตำหนักร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยมีป้ารายหนึ่ง อายุ 65 ปี ซึ่งอาศัยอยู่จังหวัดอุทัยธานีมานาน ได้ก้มลงกราบลงพื้นขอเป็นส่วนหนึ่งที่ขอปกป้องพระองค์ท่านด้วยชีวิต โดยน้ำตาของป้าไหลออกมา ส่วนป้าอีกรายหนึ่งได้ออกมาพูดถึงพฤติกรรมของเยาวชนดังกล่าว ว่าไม่สมควรทำ ทั้งนี้ตัวป้าเองได้ขอออกมาปกป้องท่านด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาตัวท่านเองได้ให้การศึกษากับเด็กไทยมาโดยตลอด ท่านเหนื่อยมาตลอดชาวอุทัยธานีทุกคนรักพระองค์ท่าน จึงขอออกมาส่งกำลังใจให้พระเทพรัตนฯดังกล่าว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 89 ออกวางจำหน่ายแล้ว ที่ร้านมูลนิธิโครงการหลวง

สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 89 ออกวางจำหน่ายแล้ว ที่ร้านมูลนิธิโครงการหลวง #การใช้ประโยชน์งานวิจัย ขอขอบคุณแหล่งทุนวิจัย

  1. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ภายใต้ทุนพัฒนาวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม สนับสนุนการวิจัย และ ทุนการศูนย์นิสิตปริญญาเอก ดร.มงคล ศรีจันทร์ ภายใต้อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท (มหาวิทยาลัยนเรศวร) และที่ปรึกษารอง ดร ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
  2. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการปลูกทดสอบ 4 สถานี ได้แก่ อ่างขาง,อินทนนท์,แม่สาใหม่,แม่แฮ และการเก็บรักษา
  3. มูลนิธิโครงการหลวง สนับสนุนบุคลากรและสถานที่

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กอ.รมน. ภาค 3 จัดกิจกรรม “รู้เท่าทันกลลวงออนไลน์” สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

กอ.รมน. ภาค 3 จัดกิจกรรม “รู้เท่าทันกลลวงออนไลน์” ขยายเครือข่ายด้านความมั่นคง สร้างความปลอดภัยและช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยกลลวงทางออนไลน์

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 3 ได้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “รู้เท่าทันกลลวงออนไลน์” ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมด้วย หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนชาวไทยโดนหลอกหลวงจากมิจฉาชีพทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก การจัดโครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในหัวข้อ “รู้เท่าทันกลลวงออนไลน์” ในครั้งนี้ จะช่วยให้หน่วยงานต่างๆ และภาคีเครือข่าย ได้รับความรู้ถึงวิธีการกลลวงของมิจฉาชีพทางออนไลน์ รวมถึงข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับชาวบ้าน ขณะเดียวกันจะได้นำกฎหมายโดยยึดหลักธรรมาภิบาลมาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยกลลวงออนไลน์ ทำให้เกิดความปลอดภัยต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมบูรณาการให้ความรู้ประชาชนรู้เท่าทันกลลวงออนไลน์ จะได้ไม่เป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางออนไลน์ รวมถึงเรื่องการถูกหลอกให้ลงทุน เปิดบัญชีม้าหรือรับเปิดบัญชีม้า เพราะตอนนี้มีกฎหมายใหม่ คือ หากมีการเปิดบัญชีผ่านซิมการ์ดเกิน 100 เบอร์ จะถูกตรวจสอบและถูกตัดระบบ ตั้งวันที่ 13 กรกฎาคม นี้ พร้อมดำเนินคดีอาญา


นที มีเดช รายงาน

ตร.ลำพูน ประชุมบริหารงาน ภ.จว.ลำพูน ครั้งที่ 2/2567

ตร.ลำพูน ประชุมบริหารงาน ภ.จว.ลำพูน ครั้งที่ 2/2567 และประชุม รับ-มอบ นโยบายแก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย วาระประจำปี 2566 ระดับ (รอง สว. และ ผบ.หมู่)

พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน พร้อมด้วย พ.ต.อ.วชิระ กาญจนวิภาดา รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.พงศกร รัศมีโรจน์สกุล รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ศิริเดชอนันต์ รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, ผกก.ฝอ.ภ.จว.ลำพูน, ผกก.ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน, รอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.ลำพูน, รอง ผกก.ป.สภ.ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน, สว.ฝอ.ภ.จว.ลำพูน, สว.สภ.ก้อ, สพฐ, ส, ตม และข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย วาระประจำปี 2566 ระดับ (รอง สว. และ ผบ.หมู่) ร่วมประชุม รับ-มอบ นโยบายแก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย วาระประจำปี 2566 ระดับ (รอง สว. และ ผบ.หมู่) ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน

โดย ผบก.ภ.จว.ลำพูน มีวิสัยทัศน์ “ประชาชนมีความรู้สึกที่ดีขึ้นจากการปฏิบัติงานของตำรวจ สังคมสงบสุข ประชาชนมีความผาสุก” และเน้น 10 แนวทางการบริหารราชการตามนโยบายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมประชุมบริหารงาน ภ.จว.ลำพูน ครั้งที่2/2567 และเน้นย้ำมาตการระวังป้องกัน ปราบปราม วัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท ในพื้นที่ จว.ลำพูน

พร้อมนี้ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดดีเด่น แก่ ร.ต.อ.โอภาส มะโนเมือง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เหมืองจี้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียริในการปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนทำสำนวนการสอบสวนคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยความรอบครอบ มุ่งมั่น ตั้งใจ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจ ณ ห้องประชุม 1 ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน


นที มีเดช รายงาน