“ชาวลำปางรัก กรมสมเด็จพระเทพฯ”

“ชาวลำปาง รักสมเด็จพระเทพฯ” จิตอาสามณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมกิจกรรมปกป้องและถวายกำลังใจสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. พันเอก บรรจง คะวงศ์ดอน รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 /จิตอาสา 904 พร้อมด้วย ร้อยเอก หญิง ศกุนิชญ์ แก้วเมืองมูล จิตอาสา 904 มณฑลทหารบกที่ 32 และ จิตอาสา 904 หลักสูตรหลักประจำรุ่นที่ 2/61 และหลักสูตรพื้นฐานรุ่นที่ 3/62 และพสกนิกรชาวจังหวัดลำปางทุกหมู่เหล่า แต่งกายชุดสีม่วงและสีเหลือง ร่วมกิจกรรม “ชาวลำปางร่วมปกป้องและถวายกำลังใจ” แด่ แสดงพลังปกป้องและะถวายกำลังใจ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ บริเวณสวนหย่อมภายในศาลากลางจังหวัดลำปาง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง โดยมี นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธาน มี นางสุพรรณี ฉายะบุตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง ,คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ฯ อ่านสารชาวลำปางร่วมปกป้องและถวายกำลังใจแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมรับชมสารคดีเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 จัดทำโดย สำนักงานเสริมสร้างเอก ลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับชมบทเพลง “หยาดเหงื่อและรอยยิ้ม” (บทเพลงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ขับร้องโดยท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 66 พรรษา ในวันที่ 2 เม.ย. พ.ศ.2564) และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

นับเป็นเวลากว่า 68 ปี ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สถิตเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงอุทิศตน ทรงงานหนักอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย ทรงแสวงหาความรู้และนำวิชาความรู้ทั้งหลายมาบำเพ็ญพระองค์ให้เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง ทรงใฝ่พระทัยในการทรงงานต่างๆเพื่อพสกนิกรของพระองค์

และเนื่องในวโรกาสใกล้วันพระราชสมภพ ที่จะเวียนมาบรรจบครบรอบในวันที่ 2 เมษายน 2567 นี้ เหล่าพสกนิกรชาวจังหวัดลำปางที่ได้มาพร้อมกันในที่แห่งนี้ ขอพร้อมใจร่วมกันแสดงพลังปกป้องถวายกำลังใจและขอถวายพระพร แด่กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าปกกระหม่อม ของปวงชนชาวไทยสืบไป ชั่วกาลนาน


นที มีเดช รายงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ตำบลอรัญญิก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 เฝ้าทูลละอองพระบาท รับเสด็จฯ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ทอดพระเนตรโครงการทหารพันธุ์ดี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิชัยพัฒนา โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร่วมกับกองทัพบก จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2559 เพื่อให้ทหารเกณฑ์ที่มีความสนใจมีโอกาสเรียนรู้ขั้นตอนและกระบวนการปลูกผักปลอดภัย ละเว้นการใช้สารเคมี เมื่อปลดประจำการจะพระราชทานเมล็ดพันธุ์ให้นำกลับไปปลูกที่บ้าน และชักชวนเพื่อนบ้านปลูก เป็นการขยายความรู้ออกสู่ชุมชน เพื่อสร้างความสามัคคีในชุมชน

ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 ตั้งโครงการทหารพันธุ์ดี เมื่อปี 2560 โดยรับสนองพระราชดำริ อาทิ ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 โดยไม่ใช้สารเคมี ด้วยวิธีอินทรีย์ ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ที่ผลิตโดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้การปลูกข้าวแบบอินทรีย์แก่ประชาชน และกำลังพล

ด้านการปรับปรุงบำรุงดิน ในพื้นที่ 443 ไร่ พบปัญหาดินเป็นกรด มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ต้องใช้ปุ๋ยพืชสด จัดรูปแปลงนาให้เก็บกักน้ำได้ดีขึ้น การทำปุ๋ยหมัก ปลูกหญ้าแฝก จนเนื้อดินมีธาตุอาหารเพิ่มขึ้น และมีการตรวจสอบบำรุงดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร

ส่วนโครงการตำรวจพันธุ์ดีจังหวัดพิษณุโลก เริ่มเมื่อปี 2565 ที่สถานีตำรวจภูธรวัดโบสถ์ ในพื้นที่ 41 ไร่ โดยเข้าอบรมที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ นำพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ที่ได้พระราชทานมาขยายผลต่อ ผลผลิตนำมาประกอบอาหารกลางวันตามโครงการครัวปันสุข ได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่ และจะส่งเสริมต่อยอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรที่ถูกต้อง

โอกาสนี้ พระราชทานข้าวสารปทุมธานี 1 แก่ผู้แทนกองทัพบก, ข้าวสารหอมมะลิ แก่แม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อโครงการทหารพันธุ์ดี “ชุมชนเบิกบานอาหารปลอดภัย”, เมล็ดพันธุ์พืชแก่ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 1 และผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดพิษณุโลก

จากนั้น ทอดพระเนตรศูนย์ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งมีพระราชดำริให้หน่วยทหารเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดพื้นเมืองที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อพระราชทานแก่ราษฎร และเป็นที่ศึกษาดูงานให้นำไปประยุกต์ใช้ และสร้างรายได้ โดยผลิตพันธุ์ปลานิลจิตรลดาพระราชทาน ตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน ได้พระราชทานไปแล้วกว่า 7.9 ล้านตัว มีหน่วยงานมาศึกษาดูงานกว่าหมื่นคน และยังจัดทำข้อมูลการวางไข่ในบ่อเลี้ยงแต่ละชนิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขยายพันธุ์

โอกาสนี้ ทรงเปิดศูนย์พันธุ์กบพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 รับพ่อแม่พันธุ์กบ จากศูนย์ผลิตพันธุ์กบพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 38 จังหวัดน่าน คือ กบนาทุ่งกุลา, กบนาจานนา, กบนาพิษณุโลก และสายพันธุ์ไขว้ 6 สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่เหมาะ คือ แม่พันธุ์จานนา กับพ่อพันธุ์พิษณุโลก สามารถผลิตพันธุ์กบโดยนำไปพระราชทานแก่ประชาชน หน่วยราชการ กำลังพล และโรงเรียนในโครงการทหารพันธุ์ดี ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย กว่า 71,000 ตัว ปีนี้ ตั้งเป้าที่จะขยายพันธุ์ 4 รอบ คาดว่าจะได้ผลผลิต 470,000 ตัว

ส่วนศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์ปีกพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ไก่พันธุ์พื้นเมือง ได้แก่ ไก่พันธุ์เหลืองหางขาว โดยผลิตลูกไก่พระราชทานแก่กำลังพล 318 ครัวเรือน 1,590 ตัว

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนทหารพันธุ์ดี ซึ่งกองทัพภาคที่ 3 จัดกำลังพลเข้ารับการอบรมการปลูกพืชเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ จากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่ปี 2560 และนำความรู้มาถ่ายทอดให้กำลังพล เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในการผลิตเมล็ดพันธุ์พืช และการปลูกผักแบบอินทรีย์เพื่อขยายผลไปสู่ครอบครัวกำลังพล และประชาชน

ส่วนศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง มีพระราชดำริให้จัดทำโครงการเพาะเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อผลิตและรวบรวมเมล็ดพันธุ์พืชสำรองพระราชทานแก่ราษฎร โดยกองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 ปัจจุบันมีเมล็ดพันธุ์ผักสำรอง 10 ชนิด พระราชทานแล้วกว่า 227,000 ซอง

การขยายเครือข่ายทหารพันธุ์ดี นำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในแปลงเกษตรของครอบครัวกำลังพล ซึ่งปลูกพริกและดาวเรือง จำหน่าย ทั้งยังขยายผลไปสู่โรงเรียน โนโครงการชุมชนเบิกบานอาหารปลอดภัย มีการปลูกผักพันธุ์ดี และต่อยอดเป็นธนาคารเมล็ดพันธุ์ดี ขยายผลไปสู่บ้านนักเรียน

ศูนย์ผลิตไม้ผล “เพื่อนช่วยเพื่อน” ภาคเหนือ มีพื้นที่หลัก 9 ไร่ ปลูกมะม่วง 28 สายพันธุ์ และพื้นที่ส่วนขยาย 30 ไร่ ปลูกมะม่วง เพิ่มอีก 38 สายพันธุ์ ขยายพันธุ์ไปแล้ว 1,174 ต้น คาดว่าเดือนตุลาคมปีนี้ จะนำต้นกล้ามะม่วงที่ได้แจกจ่ายประชาชน

โครงการฟาร์มภูมิใจสวนสมุนไพร ปัจจุบันปลูกพืชสมุนไพรหายากกว่า 400 ชนิด พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสุขภาพ เช่น ลูกประคบสมุนไพร น้ำมันนวด 8 เซียน ชารางจืดใบเตย และน้ำกระชาย

โครงการปลูกผักปลอดภัย กองพันทหารขนส่งที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ปลูกผักอินทรีย์ เช่น กวางตุ้งฮ่องเต้ ผักสลัด ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 ในพื้นที่ 56 ไร่ ส่งผลผลิตให้โรงคัดบรรจุสินค้าทางการเกษตร กองทัพภาคที่ 3 จำหน่ายสู่ตลาดชุมชนในราคาถูก และแจกจ่ายชุมชนรอบค่ายฯ

ส่วนโครงการเลี้ยงแพะพระราชทานพันธุ์แบล็คเบงกอล ในโครงการผลิตแพะพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” พื้นที่ภาคเหนือ ขยายพันธุ์แพะพระราชทานแก่ประชาชนผู้ยากไร้ และกำลังพล ที่มีความประสงค์จะเลี้ยงแพะเป็นอาชีพ ปัจจุบันมีแพะในโครงการ 134 ตัว และพระราชทานไปแล้ว 321 ตัว ในการนี้ พระราชทานชื่อลูกแพะเพศเมีย ฝาแฝดว่า “กิริยา” และ “มารยาท”

จากนั้น ทอดพระเนตรวิดีทัศน์ การฝังไมโครชิพในแพะ แทนการเจาะหูสำหรับใส่แผ่นจำนวนตัวเลข โดยไมโครชิพจะใส่ข้อมูลพื้นฐาน การรักษา และประวัติ และทอดพระเนตรการแสดงรวมพลแพะ ซึ่งใช้เวลาฝึก 1 เดือน ฝึกจากการใช้เสียงเรียก ในช่วงเวลาเดิมทุกวัน โดยให้หญ้า หรือข้าวเกรียบเป็นรางวัล และฝึกควบคู่กับการใช้เสียงแตร และเสียงเรียกเป็นสัญญาณ จนแพะเกิดความเคยชิน

โอกาสนี้ มีพระราชดำรัสชื่นชมการดำเนินโครงการ ซึ่งมีการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ในการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ที่เป็นที่นิยมในพื้นที่ มีคนมาศึกษาดูงาน และขอพันธุ์ปลา พันธุ์พืชไปปลูกในพื้นที่ของตน ซึ่งมีทหารไปดูให้คำแนะนำเพิ่มเติม

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรชาวไทย ในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้เกิดความยั่งยืนและเป็นความมั่นคงของประเทศชาติสืบไป

มูลนิธิชัยพัฒนา #กรมสมเด็จพระเทพ #ทหารพันธุ์ดี #พิษณุโลก #ค่ายเอกาทศรถ #ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานมทบ.37 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา และจัดเตรียมพื้นที่ ต้อนรับคณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรส 69 ประเทศ เยี่ยมชมทัศนศึกษาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วัดพุทธอุทยาน ดอยอินทรีย์

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกับ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา และจัดเตรียมพื้นที่ ต้อนรับคณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรส 69 ประเทศ เยี่ยมชมทัศนศึกษาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วัดพุทธอุทยาน ดอยอินทรีย์

พันเอก สิงหนาท โลสุยะ นายทหารปฏิบัติการมณฑลทหารบกที่ 33 ช่วยราชการมณฑลทหารบกที่ 37 นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน โครงการทหารพันธุ์ดี กองร้อยกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 37 และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 37 จำนวน 40 นาย ร่วมกับ พระอาจารย์วิบูลย์ ธัมมเตโช ที่ปรึกษาวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ พัฒนาปรับภูมิทัศน์พื้นที่ เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา และเตรียมการจัดกิจกรรม ต้อนรับคณะทูตและกงสุลต่างประเทศ ประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรส 69 ประเทศทัศนศึกษาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติศาสตร์พระราชาดอยอินทรีย์เชียงราย วัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ และเรียนรู้เกี่ยวกับ ศักยภาพ และความสำเร็จของประเทศไทยด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งต่อสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่” โคก หนอง นา โมเดล” วัดพุทธอุทยาน ดอยอินทรีย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

โดยกิจกรรมเป็นการบูรณาการและประสานการปฎิบัติร่วมกับ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย ปราชญ์ชาวบ้าน และราษฎรจิตอาสาในพื้นที่ และได้รับคำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติจาก พระอาจารย์วิบูลย์ ธัมมฺเตโช ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสของวัดฯ/ พระภิกษุต้นแบบ ในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างจิตสำนึกแก่กำลังพลในการดำเนินวิถีชีวิตตามหลักกสิกรรมธรรมชาติและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงฯ รัชกาลที่ 9 ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิจิตร ร่วมรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวพันธุ์ดี ภายใต้แผนงานปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้าเพื่อการค้า และการใช้ประโยชน์เฉพาะ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ร่วมการรณรงค์ถ่ายทอดเทค โนโลยีการผลิตข้าวพันธุ์ดี ภายใต้แผนงานปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้าเพื่อการค้า และการใช้ประโยชน์เฉพาะ พร้อมประชาสัมพันธ์ ประกาศงดเว้นการเผาเด็ดขาดในพื้นที่โล่ง พื้นที่ทางการเกษตร และเขตพื้นที่ป่าไม้จังหวัดพิจิตร ปี 2567

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 พันเอก ภาณุมาส จีนานุรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ฝ่ายทหาร พร้อมด้วยส่วนราชการจังหวัดพิจิตร เข้าร่วมการรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวพันธุ์ดี ภายใต้แผนงานปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้าเพื่อการค้า และการใช้ประโยชน์เฉพาะ ณ แปลงเรียนรู้ ตำบลวังโมกข์ อำเกอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร โดยมี นายสิงหราช วงษ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ฝ่ายพลเรือน เป็นประธาน

ในการนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ร่วมกับชุดปฏิบัติการรณรงค์ไฟป่าหมอกควันมณฑลทหารบกที่ 36 และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 36, ประชาสัมพันธ์ ประกาศงดเว้นการเผาเด็ดขาดในที่โล่ง พื้นที่ทางการเกษตร และเขตพื้นที่ป่าไม้ จังหวัดพิจิตร ปี 2567 เป็นระยะเวลา 76 วัน (15 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2567) โดยเด็ดขาด และการสร้างการรับรู้/ความเข้าใจแก่เกษตรกร และหน่วยงานทุกภาคส่วน ในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ PM 2.5 ทั้งนี้ได้เน้นย้ำการปฏิบัติแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ 300 คน โดย เกษตรกร และหน่วยงานทุกภาคส่วน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และช่วยประชาสัมพันธ์ในการประกาศงดเผา ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ร่วม Kick Off กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ “คลองโคกช้าง”

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ร่วม Kick Off กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ “คลองโคกช้าง”เป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 “เราทำความดี ด้วย หัวใจ”

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.30 น. ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 จัดกำลังพลจำนวน 120 คน ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน กองพลทหารราบที่ 4 และ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 สนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาของ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดพิษณุโลก ในกิจกรรมเปิดโครงการ Kick Off กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ “คลองโคกช้างจังหวัดพิษณุโลก” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำ คูคลองเฟสที่สอง โดยเฟสแรก (ปีงบประมาณ 2566) จังหวัดพิษณุโลกดำเนินการพัฒนาคลองคูเมืองพิษณุโลก มีการส่งมอบให้เป็นของขวัญของชาวพิษณุโลกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณทางเข้าวิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช ตำบลบึงพระ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน

ด้าน นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ คลองโคกช้าง บริเวณทางเข้าวิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช เป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเป็นการแสดงพลังของเราที่จะร่วมมือทำความสะอาด ปัญหาสำคัญของคลองฯ คือวัชพืชที่มีจำนวนมาก ตามแผนฯจะเป็นการใช้เครื่องจักร ตักออกและนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อไป

ทั้งนี้ กิจกกรมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ร่วมใจกันทำความสะอาด และพร้อมใจกันสวมชุดจิตอาสาพระราชทาน เสื้อสีเหลือง สวมหมวก ผ้าพันคอ ติดบัตรจิตอาสาพระราชทาน พร้อมอุปกรณ์ ถุงมือ บุ่งกี๋ และอุปกรณ์อื่นๆ


นที มีเดช รายงาน

กองร้อยทหารพรานที่ 3504 บูรณาการ ลาดตระเวนสกัดกั้นยาเสพติด พบวัยรุ่นมั่วสุมรวมตัวกันเจอทั้งยาบ้าและฝิ่น

กองร้อยทหารพรานที่ 3504 บูรณาการ สถานีตำรวจภูธรแม่ระมาดตชด 345 หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ ลาดตระเวนสกัดกั้นยาเสพติด พบวัยรุ่นมั่วสุมรวมตัวกันเจอทั้งยาบ้าและฝิ่น

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 กองร้อยทหารพรานที่ 3504 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 จัดกำลังพล บูรณาการร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรแม่ระมาด, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 345, ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ระมาด, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.2 (ขะเนจื้อ), กองบังคับ การปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.) ร่วมออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบเขตพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลขะเน จื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก สืบเนื่องจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม แจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด และขายยาเสพติดให้กับเยาวชนในพื้นที่ดังกล่าว

เมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นบ้านไม่มีเลขที่ บริเวณหมู่ที่ 7 บ้านขะเนจื้อ ตำบลขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก พบว่ามีการรวมตัวกันของวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด (ยาบ้าและฝิ่น) จึงเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว โดยมีนายส่อวาที บำเพ็ญกุศล อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 7 ตำบลขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน จากนั้นได้ทำการตรวจค้นบริเวณบ้านหลังดังกล่าว

ผลการตรวจค้นพบผู้มียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง จำนวน 3 คน ดังนี้

  1. นายส่อวาที บำเพ็ญกุศล อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 7 ตำบลขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) มีสีแดงส้ม จำนวน 154 เม็ด และยาบ้าสีเขียว จำนวน 2 เม็ด รวม 156 เม็ด และฝิ่นดิบ จำนวน 36.1 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าสีดำ และพบไม้สักท่อน จำนวน 14 ท่อน ปริมาตร 2.06 ลูกบาศก์เมตร คิดมูลค่าความเสียหายของรัฐ เป็นเงิน 123,600 บาท กองรวมกันอยู่ใต้ถุนบ้านที่เกิดเหตุ
  2. นายพานา ไม่มีนามสกุล อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 0/89 หมู่ที่ 7 ตำบลขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) มีสีแดงส้ม จำนวน 95 เม็ด และฝิ่นดิบ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลของนายพานา ฯ และฝิ่นดิบ จำนวน 79.7 กรัม
  3. นายอังคาร บำเพ็ญกุศล อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ที่ 7 ตำบลขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) มีสีแดงส้ม จำนวน 47 เม็ด และยาบ้าสีเขียว จำนวน 5 เม็ด รวม 51 เม็ด และฝิ่นดิบ จำนวน 1.36 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีเทาของนายอังคารฯ

หน่วยจึงได้ควบคุมตัวทั้ง 3 คน ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ระมาด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยไม้ของกลางได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.2 ตำบลขะเนจื้อ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก


นที มีเดช รายงาน

นายอำเภอแจ้ห่ม ร่วมทุกภาคส่วนจัดพิธีบวชป่า ทำแนวกันไฟ ป่าชุมชนบ้านแม่สุกสามัคคี

นายอำเภอแจ้ห่ม ประชาชนจิตอาสาภัยพิบัติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐ จัดพิธีบวชป่า ทำแนวกันไฟ ป่าชุมชนบ้านแม่สุกสามัคคี

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 9.00 น. นายชาญ จูดคง นายอำเภอแจ้ห่ม เป็นประธานในพิธีบวชป่าพร้อมทั้งทำแนวกันไฟ ณ ป่าชุมชนบ้านแม่สุกสามัคคี หมู่ที่ 12 ตำบลแม่สุก อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปางกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการสร้างจิตสำนึกร่วมกันให้คนในชุมชนให้ปกปักษ์รักษาป่า ในการดำรงชีพของผู้คนในพื้นที่ ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมาในหมู่บ้าน และเป็นการป้องกันการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่โดยรอบป่าชุมชน

โดยกิจกรรมดังกล่าว มีนายกิตติศักดิ์ กำแพงทิพย์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง, นายปฏิพันธ์ คงแดง ปลัดอำเภอประจำตำบลแม่สุก, นายธนาวุฒิ เป็งขวัญ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เขต 1 อำเภอแจ้ห่ม, รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สุก, ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 12 ตำบลแม่สุก, หน่วยป้องกันรักษาป่า ลป.8(แม่สุก), สถานีตำรวจภูธรแจ้ห่ม และประชาชนจิตอาสาภัยพิบัติ จำนวน 100 คน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว


นที มีเดช รายงาน

กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 พร้อมคณะกรรมการคัดเลือกเรือนจำดีเด่น ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประจำปี พ.ศ.2566

กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 พร้อมคณะกรรมการคัดเลือกเรือนจำดีเด่นตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประจำปี พ.ศ.2566 ตรวจเยี่ยมทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และตรวจประเมินเรือนจำดีเด่นตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 พร้อมคณะกรรมการคัดเลือกเรือนจำดีเด่นตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประจำปี พ.ศ.2566 ประกอบด้วย กรมสุขภาพจิต กองบริหารการสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ กองบริการทางการแพทย์ และกรมอนามัย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และตรวจประเมินเรือนจำดีเด่นตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์

โดยมีนายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นางสุนันทา คงพากเพียร ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงชลบุรี รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียง ใหม่, นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่, นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์, คณะเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข, จิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานฯ ให้การต้อนรับ ในโอกาสเข้าตรวจประเมินเรือนจำดีเด่น ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงาน และนำเยี่ยมชมพื้นที่ควบคุมภายในทัณฑสถานฯ ในด้านสาธารณสุข สุขอนามัย และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องตามการดำเนินโครงการ ได้แก่ แดนแรกรับ แดนสูทกรรม ระบบน้ำ R.O. (Reverse Osmosis) แดนสุขาภิบาล สถานเลี้ยงเด็กฯ ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง สถานพยาบาล และมุมสุขภาพราชทัณฑ์ปันสุข ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

‘ปุ๊ อัญชลี’ อาสาสมัคร ร่วมงานเทศกาลตรุษจีน มูชนิธิปอเต็กตึ๊ง

‘ปุ๊’ อัญชลี อาสาสมัคร ร่วมงานเทศกาลตรุษจีน มูชนิธิปอเต็กตึ๊ง

เมื่อวันที่ 14 ก.พ.67 ที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง นางศิริกุล โอภาสวงศ์ เลขาธิการมูลนิธิฯ พร้อม “ปุ๊” อัญชลี จงคดีกิจ ศิลปินดารานักร้องนักแสดง ในฐานะอาสาสมัคร มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง นามเรียกขาน‘ศิลปิน 28’ และอาสาสมัครศิลปินคนอื่น ๆ ได้สละเวลามาทำกิจกรรมเพื่อสังคม สนับ สนุนงานเทศกาลตรุษจีน ของมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ประจำปี 2567 โดยร่วมแจกสาคู เขียนพระเก่ง และแจกขนม ตามจุดต่าง ๆ ของมูลนิธิฯ

สำหรับช่วงเทศกาลตรุษจีนของมูลนิธิปอเต็กตึ้งตั้ง จัดให้มีขึ้นแต่วันที่ 9-18 ก.พ.67 ขอเชิญพี่น้องประชาชนคนไทยเชื้อสายจีน เดินทางมาร่วมทำบุญ สะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง กับมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และรับแจกสาคูมงคล จากศิลปินที่เข้ามาช่วยงานในช่วงเทศกาลตรุษจีน

โดยแผนกอาสาสมัคร ได้จัดเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร จราจร อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ และอาสาสมัคร ในการแจกของต่างๆ ไว้คอยดูแล อำนวยความสะดวก ให้กีบพี่น้องประชาชนที่เข้ามาร่วมทำบุญในมูลนิธิฯทุกวัน


ผู้คัดค้านการเลือกผู้ใหญ่บ้าน ยื่นหนังสือต่อนายอำเภอ คัดค้านการเลือกผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยตะเคียน หมู่ที่ 12 ตำบลชัยเกษม

ผู้คัดค้านการเลือกผู้ใหญ่บ้านยื่นหนังสือต่อนายอำเภอ คัดค้านการเลือกผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยตะเคียน หมู่ที่ 12 ตำบลชัยเกษม ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้สมัครบางรายมีการย้ายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือก เข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐสักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน ออกมารับหนังสือคัดค้านการเลือกผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 12 ตำบลชัยเกษม จากนายมานะ แคใหญ่ ผู้คัดค้านการเลือกผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 12 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน

จากกรณีที่อำเภอบางสะพานได้มีประกาศให้มีการเลือกผู้ใหญ่บ้านแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยมี กำหนดเลือกวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ได้มีผู้สมัครจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย

  • หมายเลข 1 นายสมปอง นิลวันนา
  • หมายเลข 2 นายมานะ แคใหญ่
  • หมายเลข 3 นางสิริกร ไทยเทศ
  • หมายเลข 4 นายชานุพงษ์ ผุดผ่อง

ผลการเลือกการเป็นผู้ใหญ่บ้าน นางสิริกร ไทยเทศ ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ข้าพเจ้าเห็นว่า การเลือกผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยตะเคียน หมู่ที่ 12 ตำบลชัยเกษม เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 นั้นเป็นการเลือกที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เนื่องจากมีผู้สมัครบางรายมีการย้ายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือก เข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านของตนเอง โดยไม่ได้มาอาศัยอยู่จริง เป็นเพียงการย้ายชื่อเข้ามาในทะเบียนบ้านเพื่อประโยชน์ในการเลือกผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าว ทั้งนี้ข้าพเจ้าได้ถ่ายสำเนาบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิ์เลือก เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ้งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของ นางสิริกร ไทยเทศ ผู้สมัครหมายเลข 3 บ้านเลขที่ 87 หมู่ 12 ตำบลชัยเกษม

นายมานะ แคใหญ่ ผู้คัดค้าน กล่าวว่า ตามเอกสารที่แนบมาพร้อมด้วยแล้ว และอีกจำนวนหลายรายที่ย้ายเข้ามาในลักษณะเหมือนเตรียมการไว้ก่อน เพื่อให้การเลือกผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยตะเคียน หมู่ที่ 12 ตำบลชัยเกษม เป็นไปด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย การเลือกผู้ใหญ่บ้าน จึงขอให้ท่านนายอำเภอตรวจสอบข้อเท็จจริง ในประเด็นดังกล่าวข้างต้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าการเลือกผู้ใหญ่บ้านในครั้งนี้ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ขอให้มีการเลือกใหม่เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้สมัครรายอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ไม่สุจริต

นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน กล่าวว่า การคัดค้านการเลือกผู้ใหญ่บ้านในครั้งนี้ต้องดูใน 3 ประเด็นหลักก็คือ

  1. เรื่องของการแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านในแต่ละรายเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่กำหนดหรือไม่
  2. เรื่องของการเข้าไปดูการพักอาศัยตามพรบ.สาธารณสุข ว่าจำนวนของผู้ที่พักอาศัยกับพื้นที่ที่บ้านพักอาศัยเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
  3. การพักอาศัยตามสภาพความเป็นจริงผู้ที่ย้ายมา ย้ายมาแล้วได้มีการพักอาศัยในบ้านหลังนี้จริงหรือย้ายมาเพื่อจุดประสงค์อื่น ซึ่งไปประกอบในการหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป


ทีมข่าวเฉพาะกิจ รายงาน