รางวัลคนดีประเทศไทย (ก้าวสู่ปีที่14)

รางวัลคนดีประเทศไทย (ก้าวสู่ปีที่14)

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ก.พ.2567 ที่สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กรุงเทพมหานคร : ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ต้อนรับนายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย และประธานมูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) พร้อมด้วยนายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหารบมจ.ซีพี ออลล์ /ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ และนายธานี ลิมปนารมณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ เพื่อนำเสนอรูปแบบการจัดงานและรายชื่อผู้เข้ารับรางวัลคนดีประเทศไทย (ก้าวสู่ปีที่14) โดยมีกำหนดจัดงานรับรางวัลที่ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ถนนแจ้งวัฒนะ ในวันที่ 27 มี.ค.2567 ที่จะถึงนี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. เชิดชู “วิน สุรเชษฐพงษ์” นักวิจัย ม.เกษตร เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ปี 67 ผู้ศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีจัดการโรคไวรัสอุบัติใหม่ในฟาร์มปลานิลและปลานิลแดง

วช. เชิดชู “วิน สุรเชษฐพงษ์” นักวิจัย ม.เกษตร เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ปี 67 ผู้ศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีจัดการโรคไวรัสอุบัติใหม่ในฟาร์มปลานิลและปลานิลแดง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงาน NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2567 ครั้งที่ 2 เปิดตัวนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ประจำปี 2567 รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.วิน สุรเชษฐพงษ์ แห่ง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหา วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ศึกษาและสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อจัดการโรคไวรัสอุบัติใหม่ในฟาร์มปลานิลและปลานิลแดง โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธานเปิดงานฯ

ดร.วิภารัตน์ฯ กล่าวว่า (วช.) จัดกิจกรรม “NRCT Talk นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 ครั้งที่ 2” เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้กับวงวิชาการและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจของนักประดิษฐ์ และนักวิจัยในอันที่จะพัฒนานวัตกรรมทางความคิด และภูมิปัญญาที่เป็นประโยชน์ สร้างความก้าวหน้าในศาสตร์แขนงต่างๆ โดยในปีนี้ (วช.) ได้มอบรางวัลให้กับ รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.วิน สุรเชษฐพงษ์ แห่งคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ประจำปี 2567

ซึ่งรองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.วิน สุรเชษฐพงษ์ ได้อุทิศตนเพื่องานวิจัยอย่างต่อเนื่อง มีผลงานศึกษาวิจัยเรื่อง “โรคไวรัสอุบัติใหม่ในปลานิลและปลานิลแดง” เช่น โรคไวรัสทิลาเปียเลค ผลการศึกษาวิจัยครอบคลุมตั้งแต่การค้นพบเชื้อไวรัสในฟาร์มปลานิลในประเทศไทย การศึกษากลไกและปัจจัยการก่อโรคของเชื้อไวรัส การศึกษาวิธีควบคุมป้องกันโรคภายในฟาร์ม รวมถึงการพัฒนาวัคซีนและวิธีทดสอบโรค องค์ความรู้และเทคโนโลยีได้ถูกถ่ายทอดไปสู่เกษตรกรเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสภายในฟาร์มปลานิลและปลานิลแดง ผลงานวิจัยได้รับการยอมรับในวงวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การได้รับเกียรติให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาให้กับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เป็นต้น

รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.วิน สุรเชษฐพงษ์ กล่าวว่า ปลานิล เป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญอันดับ 1 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นปลาพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้กับพสกนิกรชาวไทยกว่า 50 ปี ที่มีการเลี้ยงปลาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย มีเกษตรกรที่เลี้ยงหลายครอบครัว ปัญหาที่ลงไปศึกษาในช่วง 10 ที่ผ่านมา พบว่า เกษตรกรเจอปัญหาปลาตายในช่วงที่หนึ่งเดือนแรก จึงได้ทำการศึกษาและค้นคว้าหาข้อมูลการระบาด และนำตัวอย่างปลาป่วย กลับมาที่ห้องปฏิบัติการเพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆ ประกอบกัน ทำให้ทราบว่ากำลังเจอกับโรคไวรัสชนิดใหม่ ขณะนั้นยังไม่มีรายงานในประเทศไทย เมื่อค้นพบเป็นเชื้อไวรัสชนิดใหม่ จึงได้เริ่มศึกษาและแยกตัวไวรัสออกมา และได้ศึกษาในแง่มุมต่างๆ เช่นการพัฒนาการตรวจสอบโรค การศึกษากลไลการก่อโรคของเชื้อไวรัสในปลา รวมถึงศึกษาตัวเชื้อไวรัสว่ามีลักษณะสารพันธุกรรมเป็นอย่างไร ส่วนการใช้วัคซีน ทีมวิจัยได้พัฒนาวัคซีนหลายแบบ อาทิ แบบแช่ เพื่อที่จะทำให้ปลาเกิดภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาการตอบสนองภูมิคุ้มกันในปลาที่ได้รับเชื้อไวรัสและปลาที่ได้รับวัคซีน ซึ่งได้ทำการวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง

อีกมุมหนึ่ง คือเรื่องการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัย ที่ได้จากในห้องทดลอง ได้นำไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกร มีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับฟาร์มเพาะพันธุ์ลูกปลา รวมถึงเกษตรกรที่เลี้ยงปลา และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง องค์ความรู้ที่ได้ศึกษาในประเทศไทย ได้ถูกถ่ายทอดไปสู่องค์กรระหว่างประเทศที่เลี้ยงปลานิลในหลายประเทศ เนื่องจากปลานิลเป็นปลาเศรษฐกิจที่เลี้ยงอันดับต้นๆ ของโลก และในหลายประเทศก็เจอปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสอย่างกว้างขว้าง ปัจจุบันโรคไวรัสอุบัติใหม่บรรจุเป็นไวรัสที่ต้องมีการเฝ้าระวังและควบคุมโดยองค์กรสุขภาพสัตว์โลก

ผลงานวิจัย “โรคไวรัสอุบัติใหม่ในปลานิลและปลานิลแดง” เป็นตัวอย่างงานวิจัยที่มีเป้าหมายชัดเจน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในระดับสากล ทั้งการมีความคิดริเริ่ม และเป็นผู้นำในหัวข้อที่ศึกษาวิจัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยใหม่ ที่ยังไม่มีการศึกษามาก่อน จนนำไปสู่การกำหนดแนวทางควบคุมโรค และการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ซึ่งการศึกษาวิจัยมีการเชื่อมโยงระหว่างผลปฏิบัติการ และการใช้ประโยชน์ในภาคสนาม ในฟาร์มเกษตรกร รวมถึงได้มีการขยายผลไปสู่การใช้ประโยชน์ ในเชิงวิชาการ และการปฏิบัติในภาคสนามกับเกษตรกร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับองค์กรภายในประเทศ และต่างประเทศ ได้รับการยอมรับอย่างขว้างกว้างในวงวิชาการด้านโรคไวรัสอุบัติใหม่ และอุบัติซ้ำในสัตว์น้ำ

ทั้งนี้สำหรับกิจกรรม “NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567” ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมผ่านสื่อมวลชน ตลอดจนการผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย ผลงานประดิษฐ์คิดค้น กิจกรรม ภารกิจ และผลการดำเนินงาน ของ (วช.) เพื่อให้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงานและกิจกรรมของ (วช.) ไปสู่ชุมชนและสาธารณชนเพื่อให้ได้ทราบและนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

Code Genius จัดแข่งขัน Scratch ระดับชาติปีที่ 3 ในงาน “National Scratch Competition 2023”

Code Genius จัดแข่งขัน Scratch ระดับชาติปีที่ 3 ในงาน “National Scratch Competition 2023” งานแข่งขันเขียนโปรแกรม Scratch ระดับชาติ รอบชิงชนะเลิศ ให้เยาวชนไทยก้าวไกลด้วยทักษะ Coding

Code Genius สถาบันสอน Coding สำหรับเด็กอันดับ 1 ของไทย ในเครือ LEARN Corporation ผู้นำด้าน Lifelong Learning EdTech จัดงาน National Scratch Competition 2023 หรือ การแข่งขันเขียนโปรแกรม Scratch ระดับชาติ ประจำปี 2566 กิจกรรมแข่งขัน Coding สำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นและตอนปลายทั่วประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้เยาวชนไทยสนใจทักษะวิทยาการคำนวณ และสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างชาญฉลาด เพราะทักษะวิทยาการคำนวณถือเป็นทักษะพื้นฐานของการแก้ปัญหาและการพัฒนาความคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เยาวชนสร้างสรรค์เทคโนโลยีได้ในอนาคต โดยกิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนมีกระบวนการคิดและแก้ไขปัญหาทัดเทียมระดับนานาชาติ และปลูกฝังให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

คุณชนปทิน พลาพิภัทร ประธานเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ผู้บริหาร และผู้ก่อตั้งสถาบันโค้ดจีเนียส ในเครือ LEARN Corporation กล่าวว่า “Code Genius และ LEARN Corporation ให้ความสำคัญกับ Lifelong Learning หรือการเรียนรู้อย่างไม่สิ้นสุดในช่วงวัย เราพยายามพัฒนานวัตกรรม EdTech เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งการแข่งขันนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนโปรแกรม Scratch ในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาการคำนวณของกระทรวงศึกษาฯ ที่เน้นให้ทักษะ Coding เป็นทักษะที่สำคัญแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ

ในอีก 20 ปี ที่เด็กๆ วัยนี้ จะโตไปเป็นผู้ใหญ่นั้น โลกจะเป็นไปด้วยเทคโนโลยี ที่คาดว่าจะนำโดย AI หรือ Artificial Intelligence ที่เข้ามาช่วยเราทำงานได้เร็วขึ้น ออกไอเดียใหม่ๆ หรือช่วยเราตัดสินใจต่างๆ ด้วยฐานข้อมูลมหาศาล ทักษะที่จำเป็นสำหรับน้องๆวัยนี้นั้นจะต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างมาก ทักษะ Coding และ การเข้าใจและใช้เทคโนโลยีอย่างฉลาดนั้น จึงเป็นจุดตัดที่สำคัญในการประสบความสำเร็จ การส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา Coding จึงเป็นวาระที่สำคัญของการพัฒนาเยาวชน ที่ผู้ปกครอง และนักการศึกษาทุกคน ควรช่วยกันให้เยาวชนไทย สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างชาญฉลาด หรือยิ่งไปกว่านั้น คือการเทคโนโลยีเป็นของตนเอง

การแข่งขันครั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันต้องส่งสร้างผลงานในหัวข้อ ที่จะช่วยให้ ตัวเอง, สังคมรอบตัว หรือโลกใบนี้ ดีขึ้น เป็นการกระตุ้นให้เด็กๆ เห็นว่า ทักษะ Coding นั้น ทำให้เด็กๆ มีพลังในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือสังคมรอบๆ ตัวได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว การฝึกฝนทักษะการเขียนโปรแกรมของนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าแข่งขันเองแล้ว ยังช่วยกระตุ้น และสร้างความตื่นรู้ให้เยาวชนไทยสนใจเรียนรู้ และฝึกฝนทักษะการเขียนโปรแกรม ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบอีกด้วย”

การแข่งขัน National Scratch Competition 2023 โดย Code Genius จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แบ่งการแข่งขันเป็น 2 รอบในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย รอบแรก ผู้เข้าแข่งขันต้องส่งผลงานที่สร้างจากโปรแกรม Scratch เข้าแข่งขันในหัวข้อ “Better Self หรือ Better Community” ในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น และหัวข้อ “Better World” ในระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีผู้สมัครจากทั่วประเทศมากกว่า 200 คน เพื่อคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบไปสอบแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ณ LSP School หรือ โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยม ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา โดยในงาน ได้รับเกียรติจาก ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน

นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่ให้ความสำคัญด้านทักษะวิทยาการคำนวณในเยาวชน ได้แก่ สถาบัน LingoAce Thailand, B2S Club, Tipco SuperKids, Tofusan และ LSP School หรือ โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา ฝ่ายมัธยม ที่สนับสนุนสถานที่จัดงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน National Scratch Competition 2023 ได้แก่

  • ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น
    • รางวัลชนะเลิศ เด็กชายวิร อรุณเรืองศิริเลิศ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอำนวยศิลป์ ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ที่สนับสนุนโดย LEARN Corporation ชุดของรางวัลจาก LingoAce Thailand มูลค่ารวมกว่า 9,950 บาท และชุดของรางวัลจาก B2S Club มูลค่ารวมกว่า 2,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 เด็กชายกันต์ธีร์ ศรีกรีพุทธนะ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเงินรางวัล 2,500 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ ที่สนับสนุนโดย LEARN Corporation,ชุดของรางวัลจาก LingoAce Thailand มูลค่ารวมกว่า 9,950 บาท และชุดของรางวัลจาก B2S Club มูลค่ารวมกว่า 1,500 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 Adulwit Pechprasarn ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนไทยคริสเตียนสะพานเหลือง ได้รับเงินรางวัล 1,500 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ ที่สนับสนุนโดย LEARN Corporation,ชุดของรางวัลจาก LingoAce Thailand มูลค่ารวมกว่า 9,950 บาท และชุดของรางวัลจาก B2S Club มูลค่ารวมกว่า 1,300 บาท
  • ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย
    • รางวัลชนะเลิศ Prin Kumpree ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน Cranberry International School ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ที่สนับสนุนโดย LEARN Corporation, ชุดของรางวัลจาก LingoAce Thailand มูลค่ารวมกว่า 9,950 บาท และชุดของรางวัลจาก B2S Club มูลค่ารวมกว่า 2,000 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 1 เด็กชายจิณณ์ ยศสุนทร ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ได้รับเงินรางวัล 2,500 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ ที่สนับสนุนโดย LEARN Corporation,ชุดของรางวัลจาก LingoAce Thailand มูลค่ารวมกว่า 9,950 บาท และชุดของรางวัลจาก B2S Club มูลค่ารวมกว่า 1,500 บาท
    • รองชนะเลิศอันดับ 2 เด็กชายนนทพัทธ์ วีระพัฒนนิรันดร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสหวิทย์ ได้รับเงินรางวัล 1,500 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ ที่สนับสนุนโดย LEARN Corporation, ชุดของรางวัลจาก LingoAce Thailand มูลค่ารวมกว่า 9,950 บาท และชุดของรางวัลจาก B2S Club มูลค่ารวมกว่า 1,300 บาท

สถาบัน Code Genius ในเครือ LEARN Corporation เล็งเห็นถึงความสำคัญของทักษะ Coding จึงมีพันธกิจในการใช้ Coding เป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มทักษะการคิด (Think), การแก้ปัญหา (Solve) และการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovate) ให้กับเยาวชนไทย รวมถึงการต่อยอดทักษะการเขียนโปรแกรมระดับสูงในเยาวชนให้ทัดเทียมนานาชาติ ในปัจจุบัน Code Genius มีพันธมิตรที่ช่วยขยายสาขาต่างๆ ของสถาบันที่ต่อไปจะขยายสาขาไปทั่วประเทศ ไทย และยังเปิดรับผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาร่วมขยายธุรกิจการศึกษา Coding เพื่อปลูกฝังการเรียนรู้อย่างยั่งยืนในสังคมไทยไปด้วยกัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สำนักงานจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี จัด “นัดพบแรงงาน” ส่งเสริมการจ้างงาน เพิ่มโอกาสการมีงานทำ

สำนักงานจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี จัด “นัดพบแรงงาน” ส่งเสริมการจ้างงาน เพิ่มโอกาสการมีงานทำ

เมื่อวันที่ (20 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 10.00 น. นางจงกล สุวรรณานนท์ จัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานส่งเสริมการมีงานทำ สำนักงานจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี จัดกิจกรรม “นัดพบแรงงาน” ร่วมกับ ทีเอ็มเค พาร์ค กาญจนบุรี ณ บริเวณชั้น 2 หน้าโรงภาพยนตร์ Major Cineplex ทีเอ็มเค พาร์ค กาญจนบุรี ระหว่างเวลา 10.00 – 16.00 น. เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน เพิ่มโอกาสการมีงานทำ โดยให้นายจ้างและผู้หางานพบกันโดยตรง พร้อมสัมภาษณ์และคัดเลือกเข้าทำงาน

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

  • การให้บริการรับสมัครงาน (ตำแหน่งงานว่าง 139 ตำแหน่ง / 556 อัตรา)
  • การแนะนำให้ความรู้และการเตรียมความพร้อมในการสมัครงาน แนะแนวอาชีพและส่งเสริมการประกอบอาชีพ พร้อมสัมภาษณ์งานกับบริษัทชั้นนำ (14 แห่ง)

ทั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 101 คน และบรรจุงานได้ทันที 23 คน


#/// กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

ผวจ.สมุทรสงคราม จัดพิธีถวายพระพร และน้อมสำนึกในพระ มหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ผวจ. สมุทรสงคราม ร่วมกับ กอ.รมน.ส.ส.ฯ จัดพิธีถวายพระพร และน้อมสำนึกในพระ มหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันที่ 19 ก.พ. 67 เวลา 08.00 น. พ.อ.กุญช์ภัสร์ หาญสมบูรณ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ส.(ท.) พร้อมด้วย ข้าราชการกำลังพล กอ.รมน.จังหวัด, ส.ส. เข้าร่วมพิธีถวายพระพรและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อุทยาน ร.2 อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยมีนายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา ผวจ. สมุทรสงคราม/ผอ.รมน.จังหวัด, ส.ส. นำคณะข้าราชการ, ตุลาการ, ทหาร, ตำรวจ, เหล่ากาชาดจังหวัด, หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในพื้นที่จังหวัด, นายอำเภอทุกอำเภอ, ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามกว่า 1,000 คน ร่วมสวมใส่เสื้อสีม่วง เข้าร่วมพิธีถวายพระพรและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความวิริยะอุตสาหะ ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสานและต่อยอดที่จะขจัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงประชาราษฎร์ตามรอยพระราชบิดา ในอันที่จะก่อให้เกิดประ โยชน์แก่สังคมและประเทศไทยสืบไป

ผวจ.สมุทรสงคราม ได้นำกล่าวถวายพระพร ตามด้วยการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงถวายกำลังใจ ในบทเพลง “ในอุ่นอ้อมอกมั่นคง” เพื่อร่วมแสดงพลัง ร่วมถวายกำลังใจและแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย

ทั้งนี้ เหล่าพสกนิกรชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้


กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

“โตโน่” ทำสำเร็จ !! หนึ่งคนว่าย หลายคนให้ ONE MAN AND THE RIVER ส่งมอบศูนย์หัวใจสองฝั่งโขง

“โตโน่” ทำสำเร็จ !! หนึ่งคนว่าย หลายคนให้ ONE MAN AND THE RIVER ส่งมอบศูนย์หัวใจสองฝั่งโขง

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.30 น. ที่โรงพยาบาลนครพนม จัดงานส่งมอบศูนย์หัวใจสองฝั่งโขง ONE MAN AND THE RIVER ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลนครพนมnตามรายการบริจาคว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขง ONE MAN AND THE RIVER “หนึ่งคนว่าย หลายคนให้” นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนางสงวน จันทร์พร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ บุคคลากรทางการแพทย์ให้การต้อนรับ

นายนฤพนธ์ ยุทธเกษมสันต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเปิดประเทศจะมีผู้เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนมเพิ่มขึ้น จากทั้งภาคเศรษฐกิจ ภาคการท่องเที่ยวและภาคการแพทย์และสุขภาพ ในด้านสาธารณสุข จังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการรองรับผู้สูงอายุ มีประชากรสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์และสุขภาพในจังหวัดนครพนม ปี 2563 เราให้บริการผู้ป่วยนอก 320,210 ครั้ง ผู้ป่วยใน 27,992 ครั้ง คาดว่าการเปิดประเทศจะมีประชากรต่างชาติ เดินทางเข้ามารักษาจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันยังเป็นปัญหาหลักในพื้นที่ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นการก่อตั้งศูนย์หัวใจสองฝั่งโขงโรงพยาบาลนครพนม จะช่วยให้ผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute coronary syndrome) ในจังหวัดนครพนม และพื้นที่ข้างเคียงได้อย่างรวดเร็วตามมาตรฐานการรักษา เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและทุพลภาพ โดยในส่วนของโรงพยาบาลนครพนมนั้นได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในเดือนเมษายนและระหว่างที่เรากำลังพัฒนาบุคลากรให้ด้านนี้ให้มากขึ้น เราได้ทีมศูนย์หัวใจเพื่อแผ่นดินจากโรงพยาบาลสกลนครมาช่วยก่อน

ด้าน น.ส.เอด้า จิรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการเทใจดอทคอม กล่าวว่า เทใจดอทคอมเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ระดมทุนและจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วนให้ครบถ้วนตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเริ่มจากการสำรวจความต้องการใช้งาน ความพร้อมของเจ้าหน้าที่และบุคคลากรทางการแพทย์ จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ เข้ามานำเสนอต่อคณะกรรมการกลาง โดยกระบวนการดังกล่าวทางองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น hand social enterprise ช่วยออกแบบกระบวนเพื่อให้การคัดเลือกโปร่งใสที่สุด และการทำศูนย์หัวใจสองฝั่งโขงยังได้ความอนุเคราะห์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจจากที่ต่าง ๆ ผศ.นพ.วรการ พรหมพันธุ์ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, ผศ.นพ.ไชยสิทธิ์ วงศ์วิภาพร หัวหน้าสาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์  นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานอายุรศาสตร์หัวใจโรงพยาบาลทรวงอก, น.พ.ธนพัฒน์ เลิศวิทยากำจร นายแพทย์ชำนาญการ อายุรกรรม (หัวใจ), ผศ.พ.ญ.รัตนา คำวิลัยศักดิ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์, นายภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ที่ได้ร่วมกันคัดเลือกเพื่อให้ได้เครื่องที่ดีและเหมาะสมกับโรงพยาบาลที่จะเป็นศูนย์หัวใจสองฝั่งโขง

โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ กล่าวว่า พวกเราทั้งพี่น้องชาวไทยและพี่น้องชาว สปป.ลาว ได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน โดยมูลค่าสิ่งของที่เราจัดซื้อไปทั้งหมดคิดเป็น 92,500,000 บาท วันนี้ถือเป็นวันที่ดีมากๆ อีกวันที่เรามาร่วมกันเป็นสักขีพยานในการปิดโครงการ เพื่อส่งมอบ “ศูนย์หัวใจสองฝั่งโขง”(Cath Lab) ที่ใช้เวลากว่า 6 เดือน ในการจัดตั้งศูนย์หัวใจแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่การทำห้องสวนหัวใจใหม่ที่มีระบบความปลอดภัยจากอันตรายจากรังสีต่างๆ รวมถึงการทำระบบไฟฟ้าสำรองที่สามารถตรวจรักษาผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง แม้ระบบไฟฟ้าจะดับทั้งเมืองนครพนม
นอกจากนี้ยังมีการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์อื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับใช้ในห้องตรวจรักษาแบบครบครัน ได้แก่ เครื่องสวนหัวใจระนาบเดี่ยว, เครื่องอัลตร้าซาวด์หัวใจ, เครื่องอัลตร้าซาวด์ชนิดดูเส้นเลือดหัวใจ ,เครื่องตรวจวัดการแข็งตัวของเลือด, เครื่องปั้มหัวใจไฟฟ้า, เครื่องตรวจคลื่นหัวใจ พร้อมระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้เพื่อให้วิเคราะห์การตรวจรักษาได้อย่างแม่นยำ ปัจจุบันเราทราบว่าทั้งสองโรงพยาบาลได้ใช้เครื่องมือแพทย์ที่ได้รับบริจาคจากโครงการหนึ่งคนว่ายหลายคนให้ อย่างคุ้มค่าเช่นโรงพยาบาลนครพนมมีการใช้งานเครื่องต่างๆ ทุกวัน ขณะที่โรงพยาบาลแขวงคำม่วนได้ใช้ตรวจรักษาคนลาวไปแล้วกว่า 12,000 คน

ผมรู้สึกดีใจที่พวกเราได้มีส่วนร่วมทำให้พี่น้องชาวไทยและชาว สปป.ลาว ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงโรงพยาบาลแห่งนี้ได้เข้าถึงการตรวจรักษาที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกท่านได้มีสุขภาพที่ดีและทีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสุดท้ายนี้ผมขอบคุณพระคุณทุกๆท่านที่มีส่วนในการทำให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงตามเจตนาที่ได้ตั้งใจไว้

ตัวแทนแขวงคำม่วน ดร.สมจิตร อ่ำพิลาวง รองหัวหน้าแผนกสาธารณสุขแขวงคำม่วน ท้าววันทะวี สานุวง รองหัวหน้าแผนกแขวน ดร.นางคำหล้า ราชวง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแขวงคำม่วน พร้อมคณะ มาร่วมพิธีด้วย

โรงพยาบาลนครพนมได้รับ เครื่องมือแพทย์ 11 รายการ ประกอบด้วย ศูนย์ปฏิบัติการสวนหัวใจ 1 ศูนย์ ที่โครงการได้จัดซื้ออุปกรณ์ครบครัน ประกอบด้วย

  1. เครื่องสวนหัวใจระนาบเดี่ยว
  2. เครื่องอัลตร้าซาวด์หัวใจ
  3. เครื่องอัลตร้าซาวด์ชนิดดูเส้นเลือดหัวใจ,
  4. เครื่องตรวจวัดการแข็งตัวของเลือด,
  5. เครื่องปั้มหัวใจไฟฟ้า
  6. เครื่องตรวจคลื่นหัวใจ
  7. ระบบ IT ต่างๆ เพื่อให้การวิเคราะห์แม่นยำ
  8. งบประมาณเพื่อปรับปรุงสถานให้รองรับการใช้งาน
  9. เครื่องช่วยหายใจสำหรับเด็กชนิดความถี่สูงพร้อมชนิดควบคุมแรงดันและชนิดไม่สอดใส่ท่อ 1 เครื่อง สำหรับ PICU (ห้องไอซียูเด็ก)
  10. เครื่องเฝ้าติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญานชีพ Monitor NIBP 1 เครื่อง สำหรับ PICU (ห้องไอซียูเด็ก)
  11. เครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมปริมาตรและแรงดันพร้อมระบบหย่าเครื่องอัตโนมัติ ขนาดกลาง จำนวน 5 เครื่อง
  12. เครื่องควบคุมการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ 20 เครื่อง
  13. เตียงผู้ป่วยสำหรับไอซียูปรับด้วยไฟฟ้า 3 Motor 12 เตียง
  14. เตียงผู้ป่วยสำหรับไอซียูปรับด้วยไฟฟ้าชนิด 4 motor ชนิดชนิดที่ชั่งน้ำหนักได้ 2 เตียง
  15. เตียงผู้ป่วยสำหรับไอซียูปรับด้วยไฟฟ้าชนิด 4 motor จำนวน 3 เตียง
  16. เตียงสำหรับผู้ป่วยควบคุมด้วยรีโมทคอลโทลที่นอนโฟม (Stroke) 12 เตียง
  17. เครื่องอัลตร้าซาวด์หัวใจ 1 เครื่อง
  18. เครื่องวัดความดันโลหิต 5 เครื่อง

โรงพยาบาลแขวงคำม่วน ได้เครื่องมือแพทย์ 20 รายการ ดังนี้

  1. เครื่องช่วยหายใจเด็ก ชนิด nCPAP จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องช่วยหายใจสำหรับทารกที่มีภาวะหายใจลำบาก ภาวะหยุดหายใจ หรือหลังจากถอดท่อช่วยหายใจทางหลอดลม เพื่อช่วยให้ทารกหายใจเหนื่อยน้อยลง 
  2. เครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพชนิดข้างเตียงผู้ป่วย Bedside Monitor ที่สามารถติดตามภาวะการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต จำนวน 5 เครื่อง เพื่อติดตั้งในห้อง ICU 
  3. เครื่องกระตุกหัวใจ AED จำนวน 3 เครื่อง เพื่อติดตั้งในห้องฉุกเฉิน รถกู้ชีพ 
  4. เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติพร้อมขาตั้ง 12 เครื่อง เพื่อติดตามอาการคนไข้ในแผนกและวอร์ดผู้ป่วยในต่างๆ
  5. เครื่องวัดความดันชนิดสอดแขนจำนวน 3 เครื่อง เพื่อใช้แผนก OPD, ผู้ป่วยฉุกเฉิน
  6. เครื่องดึงคอ/ดึงหลัง (traction) จำนวน 1 เครื่อง สำหรับแผนกกายภาพบำบัดที่ปัญหาด้านกระดูกคอและสันหลัง
  7. เครื่องอัลตร้าซาวด์สำหรับกายภาพ จำนวน 2 เครื่อง แผนกกายภาพบำบัดเพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อ
  8. หม้อต้มแผ่นประคบร้อน จำนวน 1 เครื่อง (แผนกกายภาพบำบัด)
  9. Infant Incubator 2 เครื่อง
  10. Radian Warmer 2 เครื่อง
  11. Surgical Light (อยู่ระหว่างการขนส่ง)
  12. Infusion Pump 5 เครื่อง
  13. Syringe Pump 5 เครื่อง
  14. ชุดกล้องส่องตรวจและผ่าตัดโพรงจมูลและท่อมซิล ENT Diagnostic Set 1 ชุด
  15. เครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง 1 เครื่อง
  16. ULTRASOUND 4 มิติ แผนกสูติ 1 เครื่อง
  17. เครื่องวัดการบีบตัวของมดลูก ครรภ์แฝด 1 ชุด
  18. ชุดกล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ้ พร้อมเครื่องล้างกล้องส่องตรวจ 1 เช็ต
  19. อุปกรณ์ผ่าตัดสมอง (เครื่องเจาะและตัดกะโหลกชนิดความเร็วสูง)
  20. Autocave เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขนาด 280 ลิตร

เทพข่าวร้อน
เพลิงพระกาฬ
ฟร้องข่าวสด รายงาน

มุกดาหาร ปฏิบัติการ ฟ้าสางที่ฝั่งโขงรวบผู้ต้องหา 104 ยาเสพติด 913,723 เม็ด


มุกดาหาร – ผู้บังคับการตำรวจน้ำ นำคณะร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงาน “ยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง” ที่ได้มีการบูรณางานทุกภาคส่วนร่วมกันระดมกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่กองกำกับการ 10-12 กองบังคับการตำรวจน้ำ” ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567-20 กุมภาพันธ์ 2567 สามารถจับกุมผู้ต้องหา 104 ราย ยาเสพติดจำนวน 913,723 เม็ด

วันที่ 20 กพ. 67 ที่ห้องประชุมกองกำกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ พลตำรวจตรีพฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ พร้อมด้วยพันตำรวจเอก ธรากร เลิศพรเจริญ รองผู้บัง คับการตำรวจน้ำ, พันตำรวจเอก ราม รสหอม รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ, พันตำรวจเอกอดิศักดิ์ มีศิลป์ ผู้กำกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ แถลงผลการดำเนินงาน ตามแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่เกิดขึ้นในพื้นที่กองกำกับการ 10-12 กองบังคับการตำรวจน้ำ ตั้งแต่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเลย, จังหวัดหนองคาย, จังหวัดบึงกาฬ, จังหวัดนครพนม, จังหวัดมุกดาหาร, อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ตามแนวแม่น้ำโขง รวมระยะทาง 957 กิโลเมตร ภายใต้ชื่อ “ยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง” ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567-20 กุมภาพันธ์ 2567 มีเป้าหมายทางบก 76 เป้าหมาย เป้าหมายทางน้ำ 23 เป้าหมาย สามารถจับกุมยาเสพติด จำนวน 43 ราย ยาเสพติดจำนวน 913,723 เม็ด อาวุธปืน จำนวน 6 ราย ต่างด้าว 30 ราย จับตามหมายจับ 22 ราย และจับกุมตามความผิดอื่น 3 ราย รวมผู้ต้องหา 104 ราย

พลตำรวจตรีพฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ กล่าวเพิ่มว่า สภาพภูมิประเทศเอื้อต่อการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เพราะมีเกาะดอนตามลำน้ำโขงให้พักคอย มี ทำให้มีปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากนักค้าทั้งในและนอกพื้นที่ มีการลักลอบนำเข้าแต่ละครั้งที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ยาบ้า ยาไอซ์ และกัญชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นภารกิจสำคัญ ที่จะต้องดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดไว้ เพื่อลดระดับความรุนแรงให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการบูรณาการหน่วยงานความมั่นคงทั้ง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติการระดมกวาดล้างยาเสพติด รวมถึงอาชญากรรม ตามแผน “ยุทธการฟ้าสางที่ฝังโขง” เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ..


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

พสกนิกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์นับพันคน ร่วมกิจกรรมถวายความจงรักภักดี และถวายกำลังใจ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เพชรบูรณ์ – พสกนิกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์นับพันคนร่วมกิจกรรมถวายความจงรักภักดี และถวายกำลังใจ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ที่บริเวณพุทธอุทยานเพชบุระ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจัง หวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชน กว่า 1,000 คน ร่วมใส่เสื้อโทนสีม่วง ร่วมกิจกรรมถวายความจงรักภักดี และถวายกำลังใจ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โดยพิธีเริ่มจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถวายแจกันดอกไม้ นำกล่าวถวายความจงรักภักดี จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ รองผู้ว่าราชการตจังหวัดเพชรบูรณ์ นำผู้เข้าร่วมพิธีร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเป็นการถวายกำลังใจ

ทั้งนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ทรงเสด็จปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ หลายครั้งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาทิ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปรามปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ, เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุที่ปลายยอดจุลมงกุฎและเบิกพระเนตรองค์พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ พุทธอุทยานเพชบุระ, เสด็จทรงเปิดศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์, เสด็จทอดพระเนตร พิธีอุ้มพระดำน้ำ, เสด็จพระราชดำเนินติดตามงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งตะแบก อำเภอชนแดน และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงาน ณ ศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการเกษตร ค่ายพ่อขุนผาเมือง เป็นต้น

นับเป็นพระมหา กรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ พสกนิกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์

“เสือโคร่ง ตัวเมีย” ยังเครียดไม่สามารถเข้าใกล้ อยู่ระหว่างการรักษาตัว ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

อุทัยธานี – อาการล่าสุดเสือโคร่ง ตัวเมียยังเครียด ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ อาศัยอยู่ในกรงขนาดใหญ่กว้างประมาณ 3 งาน อยู่ระหว่างการรักษาตัวสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

จากกรณีที่เสือโคร่ง “บะลาโกล” เข้าไปกินหมูชาวบ้าน หลังออกจากป่าแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เข้ามาจะสร้างอาณาจักรป่าคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน และหาเหตุผลของการเดินทาง

ล่าสุดกลางดึกเมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุรชัย โภคะมณี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคลองลาน ร่วมปฏิบัติการติดตามหาร่องรอยเสือโคร่ง โดยการปรับแนวทางปฏิบัติงาน ตลอดเวลาตามสถานการณ์ ตลอดเวลา 5 วัน โดยให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน 50 นาย แบ่งกำลังคอยเฝ้าระวังทั้งในหมู่บ้านและควบคุมพื้นที่ปิดล้อมป่ามะขาม และป่าไผ่ เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ส่วนคณะทำงานของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จ.อุทัยธานี ได้ร่วมกันตรวจสอบบริเวณที่ติดกับดักเอาไว้ แต่เสือโคร่งยังไม่ติดกับดักแต่อย่างใด

กระทั่งกลางดึกเวลาประมาณ 21.50 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ กล้อง camera trap จากองค์ การกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF ประเทศไทย) จับภาพเสือโคร่งเดินย้อนเส้นทางจากหลังวัดน้ำตก สำนักวิปัสนากรรมฐานน้ำตกคลองลาน เข้ามากินเหยื่อที่ทำการล่อไว้ แล้วติดกับดักที่ขา จากนั้นทีมยิงยาสลบที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ ได้ยิงยาสลบเข้าไป 1 เข็ม ขณะที่นายสัตว แพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รุดเข้าทำการวางยาสลบและประสานเจ้าหน้าที่อุทยานที่อยู่รอบนอกรีบหามร่างเสือโคร่งนำออกมาจากป่า ตรวจสุขภาพแล้วนำเข้ากรงที่นำมารอไว้ อย่างรีบเร่ง เนื่องจากเกรงหมดฤทธิ์ยากันไม่ให้ถ่ายภาพและบันทึกภาพ คุมผ้าดำปิดกรง ใส่รถปิกอัพของหน่วยงาน เดินทางไปที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปาห้วยขาแข้ง ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร เกรงจะหมดฤทธิ์ยาแล้วตื่นตะหนก

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวรายงานที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี จากกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่จับเสือโคร่งตัวดังกล่าวได้แล้ว ชื่อบะลาโกล เพศเมีย อายุประมาณ 2 ปี ความยาวลำตัวประมาณ 1.50 เมตร สูงประมาณ 60 เซนติ เมตร น้ำหนัก 80-90 กิโลกรัม เป็นเสือแม่ลูก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้พักอาศัยโดยควบคุมอยู่ในกรงซึ่งมีขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 3 งาน อยู่ระหว่างการรักษา ดูอาการของเสือ และดูแลในเรื่องอาหาร ให้สภาพกลับมาเป็นปกติก่อนปล่อยคืนสู่ป่าลึก

จากการสอบถาม สพ.ญ.พิมพ์ชนก สรงมงคล นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ได้เปิดเผยถึงอาการล่าสุดของเสือตัวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ในอาการเครียด เนื่องจากเป็นเสือป่าแล้วผิดที่ ขณะนี้ต้องอยู่ในการดูแลรักษาอาการของเสือ สภาพร่างกายค่อนข้างผอม และก็มีแผลที่กระจกตาที่ดวงตาซ้าย คาดว่าน่าจะบอด แล้วก็มีแผลเล็กน้อยบริเวณหุ้มเท้า หลังจากวางยาแล้วทางเราก็ให้พวกยาปฏิชีวนะใต้ตาแล้วก็ยาบำรุง และยาถ่ายพยาธิก่อน ที่จะนำมาส่งที่สถานีเพาะเลี้ยงแห่งนี้ ในขั้นต้นต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาแข็งแรงก่อน เนื่องจากขณะนี้เสือตัวดังกล่าวค่อนข้างโทรมและอ่อนแอพอสมควร


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ชาวบ้านชะโนด เฮ!! ได้พระงากลับคืนมา หลังถูกขโมยไปจากวัด 13 ปี


มุกดาหาร – ชาวบ้านชะโนดดีใจ ได้พระงากลับคืนมา หลังถูกขโมยไปจากวัดมโนภิรมย์ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.2554 ล่าสุด 15 ก.พ. 2567 ได้คืน รวมระยะเวลา 13 ปี

วันที่ 20 ก.พ. 2567 ว่าที่ร้อยตรีเอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ พร้อมด้วยหน่วยงานราชการ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านชะโนด ได้ทำพิธีรับพระงา ซึ่งเป็นงาช้างได้แกะเป็นรูปพระลงบนงาได้จำนวน 8 องค์ มีความยาวประมาณ 1.20 เมตร จำนวน 1 งา ได้เก็บไว้ภายในวิหารวัดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2554 ที่ผ่านมา ได้มีโจรขโมยไปจากวัดดังกล่าว ชาวบ้านได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หว้านใหญ่ และได้ตามหามาเรื่อย ๆ จนได้สร้างเพจขึ้นมาชื่อเพจ “ทวงคืนพระพุทธรูปงาช้าง วัดมโนภิรมย์ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2567 ได้รับแจ้งจากสถานีตำรวจนครบาลบางนา ให้ทางตำรวจ สภ. หว้านใหญ่ ไปรับพระงา ซึ่งมีคนเอามาคืนให้ รวมระยะเวลที่หายไปจำนวน 13 ปี ส่วนงาอีก 1 ข้าง ปัจจุบันได้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร

ว่าที่ร้อยตรีเอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ กล่าวว่า สำหรับพระงาของวัดมโนภิรมย์ เรื่องความปลอดภัยกว่าจะติดตามมาได้ในครั้งนี้ใช้เวลานานมาก แต่ในการส่งมอบให้กับทางวัดต้องมีเงื่อนไข โดยให้ทางวัดทำที่เก็บรักษาไว้ในที่มั่นคงและปลอดภัย แต่ในวันนี้ต้องเก็บรักษาพระงาไว้ที่ สถ.หว้านใหญ่ก่อน จนกว่าจะสร้างที่เก็บเสร็จแล้วค่อยนำไปประดิษฐานที่วัดมโนภิรมย์ต่อไป

ด้าน นายดวงเด่น วงศ์ราศรี กำนันตำบลชะโนด เปิดเผยว่า ช้างชื่อ นาเคน เจ้าเมืองเวียง จันทน์ ได้พระราชทานให้มา สมัยก่อนมีพระสงฆ์ไปบวชเรียนพอเรียนเสร็จเจ้าเมืองเวียง จันทน์ ได้พระราชทานช้างนาเคน พร้อมช่างหลวง 3 คน และอุปกรณ์มาสร้างวัด โดยให้ช้างนาเคนบรรทุกสิ่งของมา ต่อมาเมื่อช้างนาเคนล้มลง งาข้างหนึ่งเอาไปถวาย สมเด็จ ร.3 ปัจจุบันงาข้างนั้นอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และอีกข้างหนึ่งอยู่ที่วัดมโนภิรมย์ได้เก็บไว้ ทางพระสงฆ์ได้แกะสลักเป็นรูปพระ 8 องค์ ประดิษฐานไว้ที่วัด ปัจจุบันวัดมีอายุ 336 ปี

กำนันตำบลชะโนด เปิดเผยอีกว่า สำหรับพระงา ถูกขโมยเป็นครั้งที่ 3 ที่ผ่านมาหายไป 2 ครั้ง ทุกครั้งที่หายไปได้คืนมา พระงาที่หายทางพิพิธภัณฑ์แจ้งมาเพราะพระงาได้ขึ้นทะเบียนไว้ แจ้งมาว่ามีคนนำพระมาคืน แจ้งให้ทางวัดไปรับมา โดยพระงาหายในคืนวันที่ 15 ก.พ. 2554 และได้คืนวันที่ 15 ก.พ. 2567 ครบรอบ 13 ปี ชาวบ้านชะโนดก็ดีใจ เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง และเป็นคำขวัญของอำเภอหว้านใหญ่ (แดนพระพุทธรูปงาช้าง พระปางไสยาสน์ หาดมโนภิรมย์เพลินตา โสภาแก่งกะเบา) และเป็นพระที่มีชาวบ้านรู้จัก และชาวบ้านก็นับถือ ส่วนขั้นตอนต่อไป จะได้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้าน ว่าจะทำเป็นตู้นิรภัย เพื่อเป็นกันขโมย และเป็นการเตือนถ้าหากถูกขโมย แต่ก็เป็นปาฎิหาริย์คืนมาได้ 3 ครั้ง 3 ครา …

สำหรับประวัติพระงา วัดมโนภิรมย์ บ้านชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เป็นวัดที่สร้างขึ้น โดยพระอุปัชฌาย์หอ และพระครูกัสสปะ ซึ่งพระเถระทั้งสองรูป เป็นที่ทรงเลื่อมใสศรัทธา ของเจ้ามหาชีวิตนครเวียงจันทน์ เมื่อครั้งที่ได้กราบทูลลากลับบ้านเกิดที่บ้านชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เจ้ามหาชีวิตนครเวียงจันทน์ ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องก่อสร้าง พร้อมช่างหลวงอีก 3 คน ล่องแพมาตามแม่น้ำโขง และได้ลงมือก่อสร้างโบสถ์และวิหารวัดมโนภิรมย์ เมื่อวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ปีมะเส็ง ตรงกับปี 2296 สร้างแล้วเสร็จในอีก 3 ปีต่อมา

ในระหว่างปี 2447 บ้านชะโนดได้เผชิญกับไฟป่าที่โหมกระหน่ำรุนแรงครั้งใหญ่ บ้านเรือนและวัดมโนภิรมย์ที่ก่อสร้างด้วยฝีมือช่างหลวงที่สวยงาม ถูกพระเพลิงเผาผลาญไปด้วย รวมไปถึง กุฏิ วิหาร ศาลาการเปรียญพระพุทธรูป ตู้พระไตรปิฎก และสิ่งของมีค่าเก่าแก่ ล้วนถูกไฟไหม้เสียหายหมดสิ้น จากนั้นอีก 1 ปี ชาวบ้านได้นิมนต์พระอุปัชฌาย์บุ นันทวโร ซึ่งมีความสามารถด้านศิลปกรรมสถาปัตยกรรม ทำการซ่อมแชมปฏิสังขรณ์วัดมโนภิรมย์ ใช้เวลาซ่อมแซมนานถึง 6 ปี ในระหว่างนั้นพระอุปัชฌาย์บุ นันทวโร จึงได้นำงาช้างที่ยังเก็บรักษาไว้ในวัดมโนภิรมย์ แกะเป็นรูปพระลงบนงาได้จำนวน 8 องค์ เรียกว่า “พระงา”

พระงา เป็นพระที่แกะจากงาช้างที่อยู่ในวัด ชื่อ ช้างเคน เป็นรูปพระ 8 องค์ พระพุทธรูปปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในหอพระของวัดมโนภิรมย์ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ตามประวัติเดิมช้างพลายใหญ่ที่ชื่อเคน ซึ่งชาวบ้านได้นำมาถวายวัด โดยพระสงฆ์กับชาวบ้านช่วยกันเลี้ยงไว้เมื่อประมาณ 300 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งบางตำนานได้เล่าไว้ว่า เป็นช้างที่ถูกพลัดมาตามน้ำ (เนื่องจากในสมัยนั้นท้องที่แห่งนี้ยังเป็นป่าดงดิบจึงพบเห็นสัตว์ป่าอยู่ เสมอ) และชาวบ้านได้ช่วยเหลือนำขึ้นมาจากน้ำและได้นำมาถวายวัดบางตำราได้กล่าวไว้ว่า ข้างพลายใหญ่เป็นช้างหลวงที่ถูกน้ำพัดมาและชาวบ้านได้ช่วยเอาไว้ เมื่อเจ้ามหาชีวิตนครเวียงจันทน์ ทรงทราบ จึงได้ทรงประเคนมอบช้างหลวงเชือกดังกล่าว ถวายให้กับวัดมโนภิรมย์ จึงมีชื่อว่า “ช้างเคน” และได้เลี้ยงไว้เป็นช้างเลี้ยงของวัดมโนภิรมย์จนชั่วอายุขัย ในสมัยที่ท่านอุปัชฌาย์หอ ยังมีชีวิตอยู่ตรงกับในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ภายหลังที่ได้บรรพชาเป็นสามเณรจนกระทั่งอายุ 20 ปี จึงได้บวชเป็นพระ ศึกษาอยู่ที่วัดมโนภิรมย์ ท่านหอ ก็ได้ เข้าไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ เมื่อท่านหอ ได้กลับมาเยี่ยมบ้านที่วัดมโนภิรมย์ ท่านหอจึงได้นำงาของช้างเคน 1 ข้าง เข้าเมืองหลวง เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงผนวชเป็นพระภิกษุ เจ้าฟ้ามงกุฎอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร

ซึ่งงาข้างที่ท่านหอ ได้นำลงมาถวายในยุคสมัยนั้น ปัจจุบันได้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร ส่วนงาอีก 1 ข้าง ยังคงเก็บรักษาไว้ภายในวัดมโนภิรมย์ จนกระทั่งพระอุปัชฌาย์บุ นันทวโร ได้นำงาช้างเคนที่เก็บรักษาไว้ในวัดนำมาแกะสลักเป็นรูปพระเจ้าพระองค์ ด้วยตัวท่านเอง ปัจจุบันยังคงประดิษฐานไว้ภายในวิหารวัดมโนภิรมย์ ให้ประชาชนได้สักการะบูชามาจนถึงบัดนี้ ภายในวิหารของวัดมโนภิรมย์จะมีพระประธาน พระพุทธรูปเก่าแก่อยู่หลายองค์ ประกอบด้วย พระองค์ตื้อ พระองค์แสน พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร และพระงา ในอดีต “พระงา” เคยถูกโจรกรรมไปหลายครั้ง แต่ผู้ที่ขโมยไปได้นำกลับคืนมาทุกครั้งไป นับเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่เล่าสืบทอดกันมา

พระงาเป็นพระประจำวัดมโนภิรมย์ ที่เลื่องลือในเรื่องการบนบานศาลกล่าว ในเรื่องขอให้พบสิ่งของที่หาย และขอให้ มีหน้าที่การงานที่ดีรุดหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ต่างก็ประสบผลสำเร็จได้ตามที่บนบาน จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่วสารทิศของประชาชนทั้งสองฝั่งโขง สิ่งของที่นำมาบนบานก็ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นหอผึ้งซึ่งชาวบ้านในท้องถิ่นต่างก็รู้จักกันดี …


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094