
อุทัยธานี – อาการล่าสุดเสือโคร่ง ตัวเมียยังเครียด ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ อาศัยอยู่ในกรงขนาดใหญ่กว้างประมาณ 3 งาน อยู่ระหว่างการรักษาตัวสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
จากกรณีที่เสือโคร่ง “บะลาโกล” เข้าไปกินหมูชาวบ้าน หลังออกจากป่าแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เข้ามาจะสร้างอาณาจักรป่าคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน และหาเหตุผลของการเดินทาง
ล่าสุดกลางดึกเมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุรชัย โภคะมณี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคลองลาน ร่วมปฏิบัติการติดตามหาร่องรอยเสือโคร่ง โดยการปรับแนวทางปฏิบัติงาน ตลอดเวลาตามสถานการณ์ ตลอดเวลา 5 วัน โดยให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน 50 นาย แบ่งกำลังคอยเฝ้าระวังทั้งในหมู่บ้านและควบคุมพื้นที่ปิดล้อมป่ามะขาม และป่าไผ่ เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ส่วนคณะทำงานของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จ.อุทัยธานี ได้ร่วมกันตรวจสอบบริเวณที่ติดกับดักเอาไว้ แต่เสือโคร่งยังไม่ติดกับดักแต่อย่างใด
กระทั่งกลางดึกเวลาประมาณ 21.50 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ กล้อง camera trap จากองค์ การกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF ประเทศไทย) จับภาพเสือโคร่งเดินย้อนเส้นทางจากหลังวัดน้ำตก สำนักวิปัสนากรรมฐานน้ำตกคลองลาน เข้ามากินเหยื่อที่ทำการล่อไว้ แล้วติดกับดักที่ขา จากนั้นทีมยิงยาสลบที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ ได้ยิงยาสลบเข้าไป 1 เข็ม ขณะที่นายสัตว แพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รุดเข้าทำการวางยาสลบและประสานเจ้าหน้าที่อุทยานที่อยู่รอบนอกรีบหามร่างเสือโคร่งนำออกมาจากป่า ตรวจสุขภาพแล้วนำเข้ากรงที่นำมารอไว้ อย่างรีบเร่ง เนื่องจากเกรงหมดฤทธิ์ยากันไม่ให้ถ่ายภาพและบันทึกภาพ คุมผ้าดำปิดกรง ใส่รถปิกอัพของหน่วยงาน เดินทางไปที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปาห้วยขาแข้ง ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร เกรงจะหมดฤทธิ์ยาแล้วตื่นตะหนก
เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวรายงานที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี จากกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่จับเสือโคร่งตัวดังกล่าวได้แล้ว ชื่อบะลาโกล เพศเมีย อายุประมาณ 2 ปี ความยาวลำตัวประมาณ 1.50 เมตร สูงประมาณ 60 เซนติ เมตร น้ำหนัก 80-90 กิโลกรัม เป็นเสือแม่ลูก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้พักอาศัยโดยควบคุมอยู่ในกรงซึ่งมีขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 3 งาน อยู่ระหว่างการรักษา ดูอาการของเสือ และดูแลในเรื่องอาหาร ให้สภาพกลับมาเป็นปกติก่อนปล่อยคืนสู่ป่าลึก
จากการสอบถาม สพ.ญ.พิมพ์ชนก สรงมงคล นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ได้เปิดเผยถึงอาการล่าสุดของเสือตัวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ในอาการเครียด เนื่องจากเป็นเสือป่าแล้วผิดที่ ขณะนี้ต้องอยู่ในการดูแลรักษาอาการของเสือ สภาพร่างกายค่อนข้างผอม และก็มีแผลที่กระจกตาที่ดวงตาซ้าย คาดว่าน่าจะบอด แล้วก็มีแผลเล็กน้อยบริเวณหุ้มเท้า หลังจากวางยาแล้วทางเราก็ให้พวกยาปฏิชีวนะใต้ตาแล้วก็ยาบำรุง และยาถ่ายพยาธิก่อน ที่จะนำมาส่งที่สถานีเพาะเลี้ยงแห่งนี้ ในขั้นต้นต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาแข็งแรงก่อน เนื่องจากขณะนี้เสือตัวดังกล่าวค่อนข้างโทรมและอ่อนแอพอสมควร
ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน



