รองแม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมการฝึก Balance Torch 2024 การฝึกผสม กองทัพบกไทย – กองทัพบกสหรัฐ ครั้งที่ 4 ปี 2024

รองแม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมการฝึก Balance Torch 2024 การฝึกผสม กองทัพบกไทย – กองทัพบกสหรัฐ ครั้งที่ 4 ปี 2024

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 13.00 น. พลตรีวรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกผสม กองทัพบกไทย – กองทัพบกสหรัฐ รหัส Balance Torch 24 – 4 เพื่อพัฒนาความเข้าใจต่อแนวทางการปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติการพิเศษระหว่างกองทัพบกไทย และกองทัพบกสหรัฐ เพิ่มพูนขีดความสามารถในการปฏิบัติการพิเศษ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพไทย และกองทัพบกสหรัฐ

สำหรับการฝึกผสม กองทัพบกไทย – กองทัพบกสหรัฐ รหัส Balance Torch 24 – 4 ครั้งนี้ มีห้วงระยะเวลาในการฝึก ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม – 4 มีนาคม 2567 การฝึกประกอบด้วย การฝึกตามหน้าที่ การปฏิบัติการพิเศษ การฝึกการแม่นปืน ยุทธวิธีทางทหารขนาดเล็ก การแทรกซึมทางยุทธวิธีทางน้ำทางบก และทางอากาศ ตลอดจนการฝึกกระโดดร่มมิตรภาพ โดยมีกำลังพลกองทัพบกไทย จำนวน 4 ชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ, ชุดปฏิบัติการกองร้อยฝึกรบพิเศษ 4, กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล 5 และกองร้อยลาดตระเวนระยะไกล 15 จำนวน 48 นาย และกำลังพลกองทัพบกสหรัฐ จากชุดปฏิบัติการรบพิเศษที่ 1326 กองร้อยรบพิเศษบราโว่ กองพันรบพิเศษที่ 3 กรมรบพิเศษพลร่มที่ 1 สหรัฐอเมริกา จำนวน 12 นายเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้พร้อมกันนี้ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจอีกด้วย


กองทัพบก

กรมกิจการพลเรือนทหาร ร่วมเป็นประธาน เปิดการฝึกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย ณ โรงแรมอีสเทิร์น แกรนด์ พาเลซ พัทยา

กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ร่วมเป็นประธานเปิดการฝึกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย ณ โรงแรมอีสเทิร์น แกรนด์ พาเลซ พัทยา จังหวัดชลบุรี

วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. พลตรี ชยพณัฐ วิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร และคุณโจเซฟ มาร์ติน ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (Mr. Joseph Martin, Director of Center for Excellence in Disaster Management and Humanitarian Assistance : (CFE-DM) ) ประธานร่วม ในพิธีเปิดการฝึกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย การฝึกแก้ปัญหาบนโต๊ะ (Humanitarian Assistance and Disaster Relief Table Top Exercise : HADR-TTX) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๐-๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ณ โรงแรมอีสเทิร์น แกรนด์ พาเลซ พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมการฝึกฯ จำนวน ๑๓๑ คน รวม ๘ ชาติ ประกอบด้วย ไทย ๖๐ คน (ทหาร, หน่วยงานราชการ และภาคประชาสังคม) และมิตรประเทศ รวม ๗๑ นาย ได้แก่ สหรัฐฯ ๒๕ นาย, สิงคโปร์ ๔ นาย, มาเลเซีย ๓ นาย, เกาหลีใต้ ๒ นาย, ญี่ปุ่น ๙ นาย, จีน ๑๘ นาย และอินเดีย ๑๐ นาย ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจบทบาททางทหาร ในการรับมือกับการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความท้าทายในการดำเนินงาน และความตระหนักถึงกลไกการตอบสนองในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ โดยจำลองสถานการณ์ แผ่นดินไหวในประเทศไทย และการประสานงานระหว่าง พลเรือน-ทหาร จากหน่วยงานทั้งในประเทศ อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักนโยบายและแผนกลาโหม กระทรวงกลาโหม และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ UNOCHA ICRC และ IFRC เป็นต้น


กองบัญชาการกองทัพไทย

พลเอก ทรงวิทย์ฯ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมอาคารสวัสดิการ กองบัญชาการกองทัพไทย

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.30 น. พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย คุณปัญญดา หนุนภักดี นายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย ตรวจเยี่ยมอาคารสวัสดิการ กองบัญชาการกองทัพไทย พื้นที่กรมการสื่อสารทหาร และ อาคารสวัสดิการ กองบัญชาการกองทัพไทย พื้นที่ทุ่งสีกัน 1 และ 2 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมและพัฒนาสวัสดิการ ความเป็นอยู่ การสร้างสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งกายและใจให้กับกำลังพล และครอบครัวอย่างมีความสุขภายในอาคารสวัสดิการกองบัญชาการกองทัพไทย แต่ละพื้นที่ โดยเน้นย้ำให้มีระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ พื้นที่ส่วนกลาง สวนสาธารณะ ห้องออกกำลังกาย ความสะอาดร่มรื่นเป็นธรรมชาติ และระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดี เพื่อร่วมกันสร้างเครือข่าย เฝ้าระวัง ป้องกันภัยจากยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย หรืออบายมุขต่าง ๆ ให้กับกำลังพล เยาวชนและครอบครัว ที่พักอาศัยในอาคารสวัสดิการของกองบัญชาการกองทัพไทย

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่กำลังพลกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 179 ครอบครัว พร้อมทั้งเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยที่หน่วยต้องดูแลหรือผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง อาทิ ชราภาพ โรคอ้วน เคยรับการผ่าตัดสมอง เป็นบุตรที่มีความต้องการพิเศษ และโรคอัมพฤกษ์ ตลอดจน สอบถามความเป็นอยู่ในการใช้ชีวิตประจำวัน และได้ตรวจสอบการปรับปรุงบ้านพักของกำลังพลที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงและหอบหืด

จากนั้นร่วมรับประทานอาหารกับกำลังพลอย่างเป็นกันเอง ในพื้นที่บ้านพักอีกด้วยการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและครอบครัวซึ่งพักอาศัยในพื้นที่อาคารสวัสดิการฯ แล้วยังเป็นโอกาสในการพบปะและรับฟังปัญหาจากกำลังพลโดยตรง นำไปสู่การพัฒนาความเป็นอยู่ของกำลังพลในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป


#oneteamทัพไทย

เชิญชวนประชาชนรับชมความงดงามของริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ณ บริเวณท้องสนามหลวง

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ ครั้งแรกในประเทศไทย ในการรับชมความงดงามของริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ที่เป็นองค์ดั้งเดิม ซึ่งค้นพบในสถูปโบราณ เมืองกบิลพัสดุ์ และเมืองสาญจี สาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

วันศุกร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ณ บริเวณท้องสนามหลวง โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีขบวนอัญเชิญ จะเริ่มในช่วงเวลาระหว่าง ๑๖.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เคลื่อนขบวนรอบสนามหลวง เข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยประชาชนสามารถร่วมรับชมขบวนอัญเชิญฯ ได้ตามเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่านทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนที่เข้าร่วมรับชมขบวนอัญเชิญฯ แต่งกายด้วยชุดสุภาพ สีขาวหรือสีครีม และสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ของพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ ได้ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 MCOT และ NBT2HD และผ่านทาง Facebook : กรมประชาสัมพันธ์

#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา๖รอบ#พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ#กระทรวงวัฒนธรรม


กองทัพเรือ

สบอ.3 เพชรบุรี รวมพลังเครือข่ายภาคประชาชนสร้างจิตสำนึกป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควัน PM2.5

สบอ.3 เพชรบุรีรวมพลังเครือข่ายภาคประชาชนสร้างจิตสำนึกป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควัน PM2.5

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ร่วมกับ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จัดกิจกรรม “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2567” ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันของ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมทั้งได้จัดให้มี เวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “ภัยจากฝุ่นควันและแนวทางแห่งความร่วมมือช่วยกันลด PM 2.5” ณ ศูนย์เรียนรู้โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายชาตรี วชิระเผด็จศึก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับ การจัดกิจกรรม “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า“ ถือกำเนิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 เห็นชอบและอนุมัติให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกรงดการจุดไฟเผาป่าและลดควันพิษที่เกิดจากการเผาป่า รวมถึงการสร้างจิตสำนึกในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี จึงร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมในวันนี้ขึ้น

โดยมีการมอบเงินอุดหนุนให้แก่เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) และเครือข่ายราษฎรพิทักษ์ป่า รวมจำนวน 64 เครือข่าย เป็นเงินทั้งสิ้น 3,200,000 บาท พร้อมทั้งยังจัดให้มีเวทีเสวนาพิเศษ หัวข้อ “ภัยจากกลุ่มควันและแนวทางแห่งความร่วมมือช่วยกันลด PM 2.5” รวมไปถึงได้มีการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเครือข่ายชุมชนต่างๆ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าหน่วยงานในจังหวัดเพชรบุรี เครือข่ายและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 400 คน


บรรณรต

นครนายก จัดการประกวด สวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ และประกวดบรรยายธรรม ระดับจังหวัด ประจำปี 2567

นครนายก – การประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ และประกวดบรรยายธรรม ระดับจังหวัด ประจำปี 2567

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.30 น. ที่วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดโครงการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ และประกวดบรรยายธรรม ระดับจังหวัด ประจำปี 2567 โดยมี นายราเมศ ลิ่มสกุล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฯ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก คณะกรรมการฯ คณะครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการฯ

ด้วยคณะสงฆ์จังหวัดนครนายก และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก ได้จัดโครงการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ และประกวดบรรยายธรรม ระดับจังหวัด ประจำปี 2567 จังหวัดนครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนซึ่งเป็นเยาวชนของชาติ ให้มีจิตใจยึดมั่นอยู่ในหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งจะสามารถกล่อมเกลาและพัฒนาจิตใจเยาวชนให้ประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ส่งผลให้เกิดความสงบสุขต่อคนในชาติ และความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา

การจัดโครงการในครั้งนี้ ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จาก พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก และพระครูปริยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมือง เจ้าอาวาสวัดอุดมธานี พระอารามหลวง ที่ได้เมตตาอนุเคราะห์ด้าน อาหาร เครื่องดื่ม และสถานที่ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ โดยมีสถานศึกษาได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ และประกวดบรรยายธรรม จำนวน 23 แห่ง นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 250 คน ซึ่งนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของทุกประเภท จะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันในระดับภาคต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

“นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่ง ดิเวลลอปเม้นท์” ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาฯ ย่านบางนา รุกหนัก “ตลาดบ้านหรู”

“นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่ง ดิเวลลอปเม้นท์” ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาฯ ย่านบางนา
รุกหนัก “ตลาดบ้านหรู” เจาะดีมานด์กลุ่ม Wealth เปิดตัวโครงการแฟล็กชิปใหม่ล่าสุด “THE ONE SIGNATURE BANGNA – RAMA 9” พร้อมกางโรดแมปลุยตลาดปี 67 เต็มสูบ

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 กรุงเทพฯ : นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่ง ดิเวลลอปเม้นท์ เจ้าตลาดอสังหาริมทรัพย์คุณภาพย่านบางนา ออกสตาร์ตไตรมาสแรกปี 2567 อย่างแข็งแกร่ง ลุยหนักตลาดบ้านหรูรับดีมานด์พุ่ง เปิดตัวโครงการระดับแฟล็กชิปใหม่ล่าสุด “THE ONE SIGNATURE BANGNA–RAMA 9” โครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี ส่งบ้านหรูพูลวิลล่าและการ์เด้นวิลล่า 3 ชั้นที่คิดมาครบสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ในครอบครัวภายใต้คอนเซ็ปต์ “PORTAL TO YOUR UNIVERSE – เปิดโลกในแบบที่เป็นคุณ” ชูจุดเด่นลิฟต์ส่วนตัวทุกหลัง คลับเฮาส์ส่วนกลางที่ดึงจากอินไซต์ของผู้อยู่อาศัยจริงในแบบจัดเต็ม ท่ามกลางคอมมูนิตี้แบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 71 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 2,500 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 24-0-60 ไร่ บนสุดยอดทำเลศักยภาพเส้นบางนา พระราม 9 เชื่อมต่อการเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกสบาย รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในโซนกรุงเทพตะวันออก ที่เปี่ยมด้วยโครงสร้างพื้นฐาน โครงการบ้านคุณภาพ ออฟฟิศสำนักงาน แหล่ง
ช้อปปิ้ง โรงเรียน โรงพยาบาลชั้นนำ และแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่มากมาย “นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่งฯ” ชี้ THE ONE SIGNATURE BANGNA – RAMA 9 (เริ่มต้น 28 – 40 ล้านบาท) ตอบโจทย์ดีมานด์ตลาดระดับบนในทุกมิติ เผยปัจจุบันลูกค้ากลุ่มผู้มีรายได้สูงมองหาบ้านหรูที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตเหนือระดับอย่างลงตัวสำหรับทุกคนในครอบครัว พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงการคุณภาพเพื่อต่อยอดศักยภาพของพื้นที่บางนา ให้การใช้ชีวิตในย่านนี้สะดวกสบายและสมบูรณ์แบบที่สุด

นางสุกัญญา สุวรรณนภาศรี กรรมการบริหาร บริษัท นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่ง ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่งฯ เป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาฯ คุณภาพที่เติมเต็มการใช้ชีวิต พร้อมตอบโจทย์การทำงานและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในโซนกรุงเทพตะวันออกมายาวนานกว่า 40 ปี เรานำเสนอโครงการหลายรูปแบบ ทั้งที่อยู่อาศัย โฮมออฟฟิศ อาคารพาณิชย์ รวมไปถึงตลาดและพลาซ่าขนาดใหญ่ บนทำเลศักยภาพครอบคลุมทั้งบางนาและรามคำแหง 2 ด้วยแผนการพัฒนาที่สอดรับกับดีมานด์ในพื้นที่จริง ทุกโครงการที่ผ่านมาจึงได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านชื่อดังอย่าง BLUE LAGOON และ BLUE LAGOON 2 มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท อีกทั้งมิกซ์ยูสโปรเจกต์ของนัมเบอร์วัน เฮ้าส์ซิ่งฯ อย่าง THE ONE bangna คอมมูนิตี้หน้า รร.สาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 ที่รองรับสังคมขนาดใหญ่ย่านบางนา-วงแหวนได้อย่างสมบูรณ์ โดยปัจจุบันโครงการ Sold out และมีผู้เช่าเต็ม 100% แล้ว ตลอดจนโครงการ iField Bangna ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ ปัจจุบัน sold out แล้ว 100% เช่นกัน รวมถึงโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดใหม่สไตล์โมเดิร์น The One Life Bangna ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 50% ตอกย้ำให้เห็นว่า นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่งฯ มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจความต้องการในโซนบางนาเป็นอย่างดี ด้วยการขยายตัวของเมืองและการพัฒนาเมกะโปรเจ็กต์มากมายโดยรอบ บางนากลายเป็นโซนที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเหนือระดับของกลุ่มมั่งคั่ง เราภูมิใจที่ได้เปิดตัวโครงการแฟล็กชิปล่าสุด THE ONE SIGNATURE BANGNA – RAMA 9 มั่นใจว่าจุดแข็งด้านทำเล คุณภาพระดับพรีเมียมของโครงการและบริการจัดเต็มที่คิดมาครบทุกมิติ จะทำให้โครงการบ้านหรูล่าสุดของเราได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน ในอนาคต เราจะยังเน้นพัฒนาโครงการคุณภาพครบทุกเซกเมนต์พร้อมเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มชีวิตที่มีคุณภาพของชาวกรุงเทพตะวันออกต่อไป”

นายสุธรรม สุวรรณนภาศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นัมเบอร์วันเฮ้าส์ซิ่ง ดิเวลลอปเม้นท์ จํากัด เล่าถึงศักยภาพของโซนบางนาว่า “ด้วยประสบการณ์อันยาวนานในการพัฒนาโครงการย่านนี้ เราเห็นการเติบโตของตลาดบ้านหรูและดีมานด์จากกลุ่มมั่งคั่งหรือ Wealth ที่ต้องการบ้านในโซนบางนามากขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลจาก SCB EIC ชี้ว่าโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในทำเลยอดนิยมที่มียอดการซื้อขายสูงสุดจากกลุ่มคนเลือกซื้อบ้านหรู ด้วยการเดินทางเข้าย่าน CBD ที่สะดวก ใกล้รถไฟฟ้าหลายสาย ใกล้ทางด่วน มีโรงเรียนนานาชาติและโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย แถมยังไม่ไกลจากทางออกต่างจังหวัดและสนามบินนานาชาติ และที่สำคัญคือโซนนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับแบบไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง โดยดีมานด์ในโซนนี้สะท้อนผ่านราคาที่ดินบนถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกบางนา-พระราม 9 ที่มีราคาสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ในระยะเวลาเพียง 5 ปี คาดว่าในอนาคตจะมีราคาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการพัฒนาเมืองที่สมบูรณ์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับปัจจัยในการเลือกบ้านของกลุ่ม Wealth พบว่า กลุ่มนี้มองหาบ้านที่ไม่ได้มีเพียงดีไซน์หรูหรา แต่ต้องคุ้มค่าการลงทุน บ้านต้องให้ความเป็นส่วนตัว ต้องมีทั้งกรีนสเปซ ทั้งฟังก์ชัน ที่สำคัญต้องสะท้อนตัวตนของเจ้าของและสามารถปรับ Customize ได้ตามไลฟ์สไตล์ของคนหลายเจเนอเรชัน ทั้งคุณพ่อคุณแม่ผู้สูงวัย คนวัยทำงาน และลูกๆ ที่อยู่ร่วมกันในบ้าน นอกจากนี้โครงการต้องมีระบบความปลอดภัย เทคโนโลยีสมาร์ตโฮม สิ่งอำนวยความสะดวก และคลับเฮาส์ระดับพรีเมียม ให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ทั้งในวันที่ทำงานและวันพักผ่อนที่บ้าน จากอินไซต์ตรงนี้ ทำให้เราสร้างสรรค์โครงการบ้านหรูระดับแฟล็กชิปล่าสุดอย่าง THE ONE SIGNATURE BANGNA – RAMA 9 นั่นเอง มั่นใจว่าด้วยทำเล ดีไซน์ ฟังก์ชัน และบริการทั้งหมดที่เราคัดสรรมา จะทำให้โครงการฯ นี้กลายเป็นคอมมูนิตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เหนือระดับที่สุดสำหรับผู้อยู่อาศัย”

“โครงการ THE ONE SIGNATURE BANGNA – RAMA 9 รังสรรค์ขึ้นในคอนเซ็ปต์ PORTAL TO YOUR UNIVERSE – เปิดโลกในแบบที่เป็นคุณ เพื่อตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ที่ ‘บ้าน’ ต้องรองรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ต้องเป็นได้ทั้งโฮมออฟฟิศ ที่พักผ่อน ที่สัง สรรค์ และสเปซที่จัดสรรฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัวสำหรับทุกคนในครอบครัว เรานำเสนอบ้านหรู 3 ชั้น ในแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 71 ยูนิต ในราคาเริ่มต้น 28-40 ล้านบาท พร้อมลิฟต์ส่วนตัวทุกหลัง ทุกพื้นที่ปรับฟังก์ชันและเชื่อมโยงถึงกันได้ ทุกหลังออกแบบมาให้พื้นที่ทุกส่วนสามารถใกล้ชิดพื้นที่สีเขียวเพื่อบรรยากาศที่สบายตาร่มรื่น อีกหนึ่งจุดเด่นของโครง การคือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับสมาร์ตโฮมและระบบความปลอดภัยสูงสุดเพื่อความสบายใจของลูกบ้าน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางระดับพรีเมียมในแบบเดียวกับคอนโดลักชัวรี อาทิ พื้นที่ Grand Park สวนของโครงการที่มีขนาดใหญ่กว่า 1.12 ไร่ พร้อมลานวิ่งมาตรฐาน ให้ลูกบ้านได้เดินเล่น-ออกกำลังกายและทำกิจกรรมในครอบครัวได้อย่างเต็มที่ คลับเฮ้าส์สุดพรีเมียมขนาดใหญ่ 2 ชั้น มีทั้งพื้นที่ต้อนรับแขกสามารถรองรับการจัดปาร์ตี้ รวมถึงห้องประชุมส่วนตัว โคเวิร์กกิ้งสเปซ ไพรเวตซาลอน ตลอดจน Junior Club ให้คุณหนูๆ ได้สนุกและเล่นได้อย่างสร้างสรรค์ โครงการยังมาพร้อมฟิตเนสและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ เพื่อตอบโจทย์เฮลตี้ไลฟ์สไตล์ของคนในบ้านทุกเจเนอเรชัน ทุกดีเทลเราคิดมาจากนิยามของบ้านหรูยุคใหม่ ที่ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ไฮเอนด์ได้ครบทุกมิติ”

THE ONE SIGNATURE BANGNA – RAMA 9 มีบ้านให้เลือก 2 แบบ ได้แก่

  • พูลวิลล่า (TRENDA) 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ที่ดิน 87.4-135.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 560 ตารางเมตร มาพร้อมพูลวิลล่าสระว่ายน้ำส่วนตัวระบบเกลือใจกลางตัวบ้าน ถูกออกแบบให้ห้องมัลติฟังก์ชันรูม (Multifunction Room) สามารถเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำ ห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร เมื่อเปิดประตูด้านข้างออกจะกลายเป็นการเชื่อมต่อพื้นที่กว้างระหว่างมุมพักผ่อนด้านนอกและด้านใน
  • การ์เด้นวิลล่า (VENTI) 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ที่ดิน 66.9-91.2 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 400 ตร.ม. ความพิเศษของบ้าน Type นี้ เน้นออกแบบมาให้พื้นที่ทุกส่วนสามารถมองเห็นธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ห้องนอนใหญ่อยู่บนอยู่ชั้น 2 ของตัวบ้านมี Suite Floor และยังมีระเบียงในแต่ละห้องเพิ่มความหรูหราและผ่อนคลายสามารถออกมารับลมและสัมผัสกับธรรมชาติในทุกๆ วัน

เพื่อรองรับการอยู่อาศัยในอนาคตโครงการฯ ให้ความสำคัญกับ SMART HOME & SECURITY SYSTEM นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยที่เตรียมพร้อมให้กับลูกบ้านทั่วทั้งบริเวณโครงการ ครอบคลุมจนถึงภายในบ้าน Smart Gate ระบบสแกนทะเบียนรถยนต์และการเข้า-ออกของผู้มาติดต่อ CCTV ทั่วทั้งโครงการ VDO Door Phone ที่ Main Gate เพื่อคัดกรองผู้มาติดต่อ สำหรับภายในบ้านมีระบบ Home Security System ผ่านแอป พลิเคชัน, VDO Doorbell และ VDO Door Phone พร้อมระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินจากภายในบ้านไปยังส่วนรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านได้แบบเรียลไทม์, Digital Door Lock และ Outlet สำหรับรองรับการติดตั้ง EV Charger พร้อมติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงโครงการเตรียมให้ลูกบ้านใช้งานฟรี 1 ปี

ด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียดของการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายขั้นสุด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่เป็น Key Driver ของ THE ONE SIGNATURE คือบริการ “The One Bulter” ซึ่งดึงมาจากอินไซต์ของลูกค้าที่ต้องการบริการหลังการขายที่มอบความอุ่นใจในแง่ของการดูแลบ้าน โดย Butler Service สามารถปรับได้ตามความต้องการของลูกบ้าน ครอบคลุมการดูแลสวน การดูแลสระว่ายน้ำ และบริการอื่น ๆ ด้าน Maintenace โดยโครงการคัดเลือกมืออาชีพมาเป็นผู้ดูแลบ้านของลูกบ้านโครงการ

“THE ONE SIGNATURE BANGNA–RAMA 9 พร้อมเปิดเฟสแรกทั้งสิ้น 25 ยูนิต ให้ลูกค้ากลุ่มแรกที่เข้ามาเป็นลูกบ้าน และจะทยอยเปิดเฟสต่อไปในช่วงปลายปี 2567 สำหรับเฟสแรกนี้ เราเปิดยูนิตหลังใหญ่ใกล้ส่วนกลางด้านหน้าในราคาพิเศษที่สุด และช่วงปลายปีจะเปิดยูนิตแบบ Garden Access ติดสวนร่มรื่น โดยที่ดินทุกแปลงและบ้านทุกหลังจะมีไฮไลต์และความพิเศษแตกแต่งกันไป เราคาดว่าจะปิดการขายเฟสแรกได้ภายในปี 2567 และในปีนี้ เราตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 1,400 ล้านบาทจากกลุ่มธุรกิจของเรา” นางสุกัญญา สุวรรณนภาศรี กรรมการบริหาร กล่าวทิ้งท้าย

เริ่มต้นการใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเองกับบ้านที่สร้างแรงบันดาลใจไม่รู้จบที่ “THE ONE SIGNATURE BANGNA – RAMA 9” เปิดขายและให้เข้าชมโครงการแล้ววันนี้ สำหรับผู้สนใจ สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติมหรือนัดหมายวันเข้าชมได้ที่ โทร. +6699-382-8899 LINE: @theonesignature หรือลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษก่อนใครได้ทางเว็บไซต์ theonesignature.com/

TheOneSignature #PortalToYourUniverse


ลำพูน จัดแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุ รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัด ไปร่วมแข่งขันกีฬาครั้งที่ 16 “เมืองกาญจน์เกมส์” ครั้งที่ 16

ลำพูน จัดการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุรอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดลำพูนไปร่วมการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 16 “เมืองกาญจน์เกมส์” ณ จังหวัดกาญจนบุรี

วันที่ 20 ก.พ. 2567 เวาล 09.00 น. ที่สนามกีฬากลางองค์การบริหารจังหวัดลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุจังหวัดลำพูนรอบคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนจังหวัดลำพูน โดยมีนายชาญวิช อภิวงค์งาม ประธานชมรมกีฬานันทนาการผู้สูงอายุจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ นักกีฬาผู้สูงอายุและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ประธานชมรมกีฬานันทนาการผู้สูงอายุจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ชมรมกีฬานันทนาการผู้สูงอายุจังหวัดลำพูนร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน จัดการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุจังหวัดลำพูนในวันนี้ขึ้น เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีและสร้างความสามัคคีระหว่างชมรมผู้สูงอายุทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดลำพูน ส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าของผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม รวมถึงส่งเสริมด้านสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เป็นการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุให้สูงขึ้น และเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาผู้สูงอายุจังหวัดลำพูน เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567 “เมืองกาญจน์เกมส์” ระหว่างวันที่ 18 – 21 มิถุนายน 2567 ที่จังหวัดกาญจนบุรี

การแข่งขันครั้งนี้มีการจัดแข่งขันกีฬา จำนวน 6 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย 1.กรีทา 2.เปตอง 3. วู้ดบอล 4.การประกวดร้องเพลงคาราโอเกะผู้สูงอายุ 5.การประกวดแอโรบิกมวยไทย 6.การประกวดหางเครื่องเพลงลูกทุ่งผู้สูงอายุ โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ผู้ชม และผู้เชียร์ จาก 8 อำเภอในจังหวัดลำพูน จำนวนกว่า 500 คน

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูนมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 27 และถูกจัดเป็น “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society)” ดังนั้นการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุ นับว่าเป็นยาอายุวัฒนะของผู้สูงอายุและเป็นการส่งเสริมให้จังหวัดลำพูนเป็นสังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนกล่าวอีกว่าการแข่งขันครั้งนี้ ได้กำหนดจัดการแข่งขัน จำนวน 6 ชนิดกีฬา มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันผู้ชมและผู้เชียร์ จาก 8 อำเภอในจังหวัดลำพูน จำนวนมากกว่า 500 คน เป็นการเสริมสร้างกิจกรรมร่วมกัน และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะของผู้สูงอายุตัวแทนจังหวัดลำพูนขอให้นักกีฬาทุกท่านสู้เต็มที่ตามกติกา หากเราทำเต็มที่แล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาตามเป้าหมายหรือไม่นั้น เราจะต้องมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และสร้างมิตรภาพตลอดระยะเวลาการแข่งขัน เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นนักกีฬาผู้สูงอายุตัวแทนจังหวัดลำพูนในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 16 ประจำปี 2567 “เมืองกาญจน์เกมส์” ระหว่างวันที่ 18 – 21 มิถุนายน 2567 ที่จังหวัดกาญจนบุรี


นที มีเดช รายงาน

ทบ. เปิดโรงพยาบาลทหาร รักษาต้อกระจกฟรี เฉลิมพระเกียรติในหลวง ครบ ๗๒ พรรษา

ทบ. เปิดโรงพยาบาลทหาร รักษาต้อกระจกฟรี เฉลิมพระเกียรติในหลวง ครบ ๗๒ พรรษา

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๗๒ พรรษา ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ กองทัพบกโดยกรมแพทย์ทหารบก จัดโครงการ “จิตอาสากองทัพบกร่วมใจ ลอกต้อกระจกผู้ยากไร้ ๔ ทัพภาค เทิดไท้ ๗๒ พรรษาองค์ราชัน” โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีปัญหาต้อกระจกและไม่มีสิทธิ์การรักษาจ่ายตรงหรือประกันสังคม ให้ได้เข้าถึงระบบการรักษาผ่าตัดลอกต้อกระจกใส่เลนส์แก้วตาเทียม ผ่านโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบกทั้ง ๓๗ แห่งทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับประชาชนผู้สนใจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์ หรือห้องตรวจโรคจักษุ (OPD ตา) ของโรงพยาบาลค่ายทหารในพื้นที่ อาทิ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ากรุงเทพมหานคร, โรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี, โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์, โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี,โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี, โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต จ.สุราษฎร์ธานี และโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช โดยนำบัตรประชาชนเข้าตรวจสอบสิทธิ์การรักษา และรับการตรวจประเมินสภาวะสายตาและการมองเห็น ซึ่งได้เปิดให้คัดกรองตั้งแต่วันนี้ – พฤษภาคม ๒๕๖๗ และจะทำการผ่าตัดรักษาอย่างต่อเนื่องโดยทีมจักษุแพทย์ทหาร จนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๗

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติของกองทัพบกที่จัดขึ้นตลอดปีมหามงคล ๒๕๖๗ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในโครงการจิตอาสาพระราชทาน ร่วมสร้างสุขภาพที่ดีพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

เข้มงวด !! ตำรวจลำพูน ตรวจ จับ ปรับ รถดัดแปลง-ท่อดัง

ตำรวจลำพูน ตรวจ จับ ปรับ รถดัดแปลง- ท่อดัง เข้มงวด!!! ตามมาตรการป้องกันปราบปรามรถแต่งซิ่งในทางห้วงนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อระวังป้องกัน แก้ไข ปัญหา อันเกิดจากวัยรุ่นเยาวชน ฯ

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน สืบเนื่องจากผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาได้รับเสียงสะท้อนทางสื่อที่ดีจากประชาชน “เพจฮาลำพูน” ชื่นชมและให้กำลังใจการปฏิบัติงานตำรวจลำพูน หลายความคิดเห็นเป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลในการแก้ไขให้ถูกเป้า ตอบโจทย์ ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชน จึงถือเป็นนโยบายที่สำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยมอบหมาย พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย รอง ผบก.ภ. จว.ลำพูน (ปป.,จร.) กำชับการปฏิบัติสถานีตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.ลำพูน กวดขันยานพาหนะผิดกฎหมาย รถที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างจริงจัง เช่น รถที่ไม่ปิดแผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารภาษีประจำปี, รถที่มีการดัดแปลงสภาพเปลี่ยนแปลงท่อไอเสียที่มีเสียงดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนรถที่มีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วน อันอาจจะนำมาก่อเหตุทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและความหวาดกลัวแก่ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนผู้มาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดลำพูน

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ได้กำชับให้ทุกสถานีตำรวจ ใน สังกัด ภ.จว.ลำพูน กวด ขัน จับกุม อย่างจริงจัง ในการแก้ปัญหาเด็กแว้นในพื้นที่ของตนเองอย่างเข้มงวด โดยหากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นการกระทำความผิด อาจมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจยึดรถดังกล่าวไว้เพื่อตรวจสอบและให้เจ้าของรถคันดังกล่าวดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนรับรถคืน จึงขอความร่วมมือจากทุกท่านที่ขับขี่รถโปรดปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนและความสงบสุขของพี่น้องชาวลำพูน

ทั้งนี้การแข่งรถในทาง การขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง และเป็นความผิดทางอาญา ศาลพิพากษาลงโทษหนัก ริบรถของกลาง จึงอยากฝากเตือนประชาชน รวมถึงผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน ครู อาจารย์ สถานศึกษา ให้ช่วยกันห้ามปราม อย่าปล่อยปละละเลยบุตรหลานของท่าน และอย่าเลียนแบบหรือกระทำตามในลักษณะนี้เด็ดขาด


นที มีเดช รายงาน