กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ​

    ตามนโยบายของรัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี ยาเสพติดเป็นภัยคุกคามเป็นหนึ่งในปัญหาชาติที่สำคัญต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง จึงมอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เร่งรัดขับเคลื่อนการปราบปรามอย่างจริงจังโดยบูรณาการกำลังทุกฝ่ายพร้อมกับหน่วยงานในทุกกองบัญชาการ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช , พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผบช.น. มอบนโยบายให้กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ นำโดย พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.บก.สปพ. , พ.ต.อ.ประสงค์ อาณมณี , พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว , พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ , พ.ต.ท.ฤทธิเดช อนันตโสภณ, พ.ต.ท.จามร ทองพรรณ, พ.ต.ท.อัครพล โทยะ, พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ , รอง ผกก.สายตรวจ , พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สารวัตรงานสายตรวจ ๑ , พ.ต.ต.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 , พ.ต.ต.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง สว.งานสายตรวจ 3 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำการสืบสวน จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและอาชญากรรม จนมีผลการจับกุม ดังนี้ คดีที่ 1 “191 ทะลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ขนยาพร้อมมะม่วงลงใต้” ผู้ถูกจับกุม

  1. นายมูฮัมมัด หรือมิน พุทธคุณ อายุ 29 ปี หมายเลขบัตรประชาชน 1-9699-00111-70-2 ที่อยู่ 35 ถนนตากใบ ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
  2. นายอนุชา หรือซี บินยูโซะ อายุ 33 ปี หมายเลขบัตรประชาชน 1-9602-00033-78-6 ที่อยู่ 41/1 หมู่ที่ 4 ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
  3. นายสุรธี หรือทีม สุรรัตน์ อายุ 27 ปี หมายเลขบัตรประชาชน 1-1037-00770-30-5 ที่อยู่ 61 ซอยเอกชัย 50 แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน จังหวัดกรุงเทพมหานคร
  4. นายพลรัตน์ หรือแม็ค จันทร์ศิริ อายุ 22 ปี หมายเลขบัตรประชาชน 1-1004-00868-91-9 ที่อยู่ 232 ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
  5. นายไพรัตน์ หรือแจ็ค จั่นสามัญ อายุ 41 ปี หมายเลขบัตรประชาชน 3-1021-00586-58-4 ที่อยู่ 2 ซอยอนามัยงามเจริญ 25 แยก 2-3 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
  6. น.ส.จุฑารัตน์ หรือกัน ศิริคุณ อายุ 26 ปี หมายเลขบัตรประชาชน 1-1020-01800-84-1 ที่อยู่ 50/876 หมู่ที่ 6ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
  7. นายชัยทัตร์ หรือนัท พลายแก้ว อายุ 26 ปี หมายเลขบัตรประชาชน 1-1031-00169-99-6 ที่อยู่ 14/6 หมู่ที่ 2 ตำบลทับปุด อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา
  8. นายกิตติศักดิ์หรือแม๊ค แดงประเสริฐ อายุ 27 ปี หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 1 1015-00589-50-8 ที่อยู่ 17/54 หมู่ที่ 4 เขตจอมทอง แขวงบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

     จับกุมในข้อหา ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”ผู้ต้องหาที่ 3 ,4 ,5 , 6, 7 และ 8 ว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์,ยาบ้า,เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”พร้อมด้วยของกลาง

  1. ยาบ้า จำนวนประมาณ 5,619,800 เม็ด
  2. ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม
  3. เฮโรอีน จำนวน 44 แท่ง น้ำหนักประมาณ 15.4 กิโลกรัม
  4. คีตามีน น้ำหนักประมาณ 51 กิโลกรัม
  5. รถยนต์กระบะบรรทุกใส่คอก ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว แผ่นป้ายทะเบียน 2ฒภ-6613 กรุงเทพมหานคร มูลค่าประมาณ 5 แสนบาท
  6. รถยนต์กระบะใส่หลังคา ยี่ห้อเชฟโลเรต รุ่นโคโรลาโด้ สีขาว แผ่นป้ายทะเบียน บบ-8943 บุรีรัมย์ มูลค่าประมาณ 8 แสนบาท
  7. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีน้ำเงิน แผ่นป้ายทะเบียน กฉ-1075 เพชรบูรณ์ มูลค่าประมาณ 5 แสนบาท
  8. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีน้ำเงิน แผ่นป้ายทะเบียน บพ-9765 กระบี่ มูลค่าประมาณ 6 แสนบาท
  9. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นรีโว้ สีน้ำเงิน แผ่นป้ายทะเบียน 1ฒอ-1414 กรุงเทพมหานคร มูลค่าประมาณ 8 แสนบาท
    10.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ็กซ์ ทะเบียน 1กด-9784 กรุงเทพมหานคร มูลค่าประมาณ 5 หมื่นบาท
    รวมมูลค่ารถยนต์ที่ตรวจยึด ประมาณ 3.2 ล้านบาท
    พฤติการณ์การจับกุม

สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ.มีนโยบายเน้นหนักในการปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด โดยในคดีนี้ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม บก.สปพ. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มคนร้ายอยู่ในพื้นที่ นราธิวาส สงขลา มีพฤติการณ์ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นำมาส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.สงขลาและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้ทำการสืบสวนข้อมูลบุคคล ยานพาหนะ เฝ้าระวัง และติดตามพฤติการณ์มาโดยต่อเนื่องมากว่าสามเดือน โดยสายลับได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในห้วงวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2562 จะส่งมอบยาเสพติดกันที่บริเวณร้านแมคโดนัล สาขาพอโตชิโน่ โดยหลังจากส่งมอบแล้วจะลำเลียงยาเสพติดลงภาคใต้ดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์เรื่อยมา จนกระทั้ง วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 พบนายสุรธี หรือทีม สุรรัตน์ และนายพลรัตน์ หรือแม็ค จันทร์ศิริ ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2ฒภ-6613 กรุงเทพมหานคร บรรทุกตะกร้าผลไม้ซึ่งภายในซุกซ่อนอำพรางยาเสพติด มาจอดที่หน้าร้านแมคโดนัล โดยมีนายไพรัตน์ หรือแจ็ค จั่นสามัญ ขับรถยนต์ทะเบียน กฉ-1075 เพชรบูรณ์ และรถยนต์ทะเบียน 1ฒอ-1414 กรุงเทพมหานคร(ทราบภายหลังกิตติศักดิ์หรือแม๊ค แดงประเสริฐ เป็นผู้ขับ) เป็นรถนำขับดูต้นทาง จากนั้นได้มีนายมูฮัมมัด หรือมิน พุทธคุณ และนายอนุชา หรือซี บินยูโซะ ขับขี่รถยนต์ ทะเบียน บบ-8943 บุรีรัมย์ มาจอดต่อท้าย และแลกเปลี่ยนรถยนต์กัน ตรงกับพฤติกรรมที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบมาก่อนหน้า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม ตรวจสอบภายในทะเบียน 2ฒภ-6613 กรุงเทพมหานคร พบยาไอซ์จำนวน 550 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้จับกุมตัวคนร้ายทั้งหมดข้างต้นไว้ ส่วนรถยต์ทะเบียน 1ฒอ-1414 กรุงเทพมหานคร สามารถหลบหนีไปได้ จากนั้นได้ทำการซักถามและขยายผลการจับกุมเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 131/1222 และ บ้านเลขที่ 18/1 (สองหลังอยู่บริเวณเดียวกัน) ม.6 ซ.เคหะ 3 ถ.พระราม2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พบน.ส.จุฑารัตน์ หรือกัน ศิริคุณ อยู่ภายในบ้าน ผลการเข้าตรวจค้น พบยาไอซ์จำนวนประมาณ 50 กิโลกรัม ยาบ้าจำนวนประมาณ 5,619,800 เม็ด เฮโรอีน จำนวน 44 แท่ง รวมน้ำหนักประมาณ 15.4 กิโลกรัม และ คีตามีน จำนวนประมาณ 51 กิโลกรัม อยู่ในบ้านดังกล่าวจึงได้ทำการจับกุมตัว น.ส.จุฑารัตน์ฯ และทำการซักถามขยายผลจนทราบว่ามีกลุ่มคนร้ายในเครือข่ายยาเสพติดนี้ยังคงหลบหนีอยู่ จึงติดตามอย่างต่อเนื่องจนสามารถจับกุมนายชัยทัตร์ หรือนัท พลายแก้ว ได้ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พร้อมรถยนต์ ทะเบียน บพ-9765 กระบี่ และ นายกิตติศักดิ์หรือแม๊ค แดงประเสริฐ ได้ที่ อ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ พร้อมรถยนต์ทะเบียน 1ฒอ-1414 กรุงเทพมหานคร ขณะกำลังหลบหนี

คดีที่ ๒ “191 ตรวจยึดรถยนต์อีซูซุ มิวเอ็กซ์ พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 9 แสนเม็ด”
สถานที่ตรวจยึด บ้านเลขที่ 17 ม.7 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
     – ของกลางที่ทำการตรวจยึด
    – ยาบ้า ประมาณ 898,000 เม็ด
    – รถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ สีเทา แผ่นป้ายทะเบียน กท-4302 เพชรบุรี
     – รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ค สีเทา แผ่นป้ายทะเบียน บท-7187 ชัยนาท
พฤติการณ์การจับกุม
     เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ทำการสืบสวนกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ของนายเอกฯ อาศัยอยู่ย่านบางบัวทองมีพฤติกรรม ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนจนแน่ชัดแล้วว่าเครือข่ายดังกล่าวจะใช้รถยนต์รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ สีเทา แผ่นป้ายทะเบียน กท-4302 เพชรบุรี และ รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีเทา แผ่นป้ายทะเบียน บท-7187 ชัยนาท ในการขนยาเสพติด ต่อมาวันที่ 1 กรกฏาคม 2562 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ารถยนต์คันดังกล่าวจะทำการขนยาเสพติดเพื่อส่งให้กับลูกค้าในเขต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนสกัดจับต่อมาเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามรถยนต์คันดังกล่าวพบว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดได้ทิ้งรถและวิ่งหลบหนีไป จึงทำการตรวจค้นภายในรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน กท-4302 เพชรบุรี พบยาบ้า จำนวน ประมาณ 898,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ภายในรถคันดังกล่าวและได้ขยายผลทำการตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ค สีเทา แผ่นป้ายทะเบียน บท-7187 ชัยนาท ได้ในภายหลัง

จับกุมรถจักรยานยนต์แข่งขันแต่งซิ่งในทางสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน หลังสมาชิกกลุ่ม Line ไล่ล่าตาสัปปะรดเครื่อข่ายปทุมธานีช่วยแจ้งเบาะแสพร้อมรูปถ่ายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

     วันที่ 13 ก.ค.62 พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมศักดิ์ ตระการไพโรจน์ รอง ผบก.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ รอง ผบก.จ.ปทุมธานี ผกก.สภ.พร้อมด้วย กต.ตร.สภ. ผู้แทนภาคเอกชน สภ.และสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม ในพื้นที่ ภ.จว.ปทุมธานี และนายอำเภอคลองหลวง นายนิติชัย วิริยานนท์ ผู้แทนฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมรถจักรยานยนต์ที่วัยรุ่นนำมาแข่งขันในทางสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พร้อมท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งสามารถจับกุมและรถจักรยานยนต์ได้192 คัน

หมู่บ้านควนพุนได้เกิดความแห้งแล้ง ทำให้เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำภาคการเกษตรเป็นอย่างหนัก

     เนื่องจากเมื่อกลางปี พ.ศ. 2559 หมู่บ้านควนพุนได้เกิดความแห้งแล้ง ทำให้เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำภาคการเกษตรเป็นอย่างหนัก ทางคณักรรมการหมู่บ้าน นำโดยท่านกำนันอุดม หนูรักษา กำนันตำบลชัยบุรี อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎธานี ได้ทำหนังสือถึง ฯพณฯท่านภิญญา ช่วยปลอด ได้ประสานงานกับกรมชลประทานและได้ให้กรมชลประทานเข้ามาทำประชาคม ณ บ้านควนพุน หมู่ที่7 คำบลชัยบุรี อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นได้มอบหมายให้กรมชลประทานเขต 15 จังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าดำเนินการเขียนแบบในการก่อสร้าง หลังจากนั้นท่าน ฯพณฯท่านภิญญา ช่วยลอด ได้ประสานงานกับกรมชลประทาน ตลอดจนได้รับงยประมาณในการก่อสร้างในปี 2562 เนื้อที่ก่อสร้างโดยประมาณ 90 ไร่ และได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2562 ประโยชน์ทีาได้รับจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแอ่งอโศก เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำอำเภอ ราษฎรมีน้ำใช้ในภสคการเกษตรอย่างพอเพียง เป็นแหล่งน้ำดิบในการทำประปาหมู่บ้านได้ทั้งอำเภอ และพี่น้องในอำเภอชัยบุรีจะไม่มีวันขาดน้ำอุปโภคบริโภคในอนาคต จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบ งบประมาณที่กรมประทานมอบให้ลงมา ณ บ้านควนพุน หมู่ที่7 ตำบลชัยบุรี อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในครั้งนี้ด้วย และได้กำหนดพิธีเปิดอ่างเก็บน้ำแอ่งอโศก อย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2562 โดยมีฯพณฯท่านภิญญา ช่วยปลอด อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการพานิชย์และนายพูลศักดิ์ โสภณปทุมรักษ์ นายอำเภอชัยบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโดยจะเริ่มพิธีเปิดในเวลา 9.00 น.ณ อ่างเก็บน้ำแอ่งอโศก จะมีการปล่อยพันธ์ปลา ประมาณ 200,000 ตัวและตอนเย็นจะมีกิจกรรมแสดงบนเวทีของกลุ่มสตรี และการแสดงของกลุ่มผู้สูงอายุตำบลชัยบุรี จึงขอเชิญประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครังนี่ด้วย

หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ และ ประชาชนจิตอาสา๙๐๔ ทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ทำความสะอาดฉีดน้ำล้างพื้นผิวถนน บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ( ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนค

     วันศุก​ร์ที่​ 13 กรกฎาคม​ 2562 เวลา 08:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจ​ฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ (เขตพระนคร) ร่วมกับ จนท.ทหาร จนท.ตำรวจ (สน.ชนะสงคราม) และ ประชาชนจิตอาสา 904 ร่วมทำกิจกรรม​จิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างพื้นผิวถนน และ ทางเดินบนฟุตบาท บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ( ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กทม.

     ทั้งนี้กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความปรองดอง สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้ง เพื่อให้มีความรัก ความผูกพัน ใน 4 สถาบันของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และ ประชาชน

     เบื้องต้นกิจกรรมในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ดังกล่าว ทรงได้พระราชทานตามแนวพระราชดำริ ( ศอญ. ) ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือทำงานระหว่าง หน่วยงานราชการในพระองค์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน ทุกหมู่เหล่า เพื่อให้มีส่วนร่วมทำงานแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติ ให้ประชาชนคนในชาติ ในชุมชน ได้มีความสุขอย่างยั่งยืน เพื่อได้สนองปณิธานพระราชทานที่ว่าให้ “รักษา สืบสาน ต่อยอด” เพื่อทำประโยชน์ให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจ ทำความดีในหมู่ ประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อสนองในปณิภานตามแนวทางพระราชดำริในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อแสดงออกซึ่งความรักเทิดทูนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันหลักที่สำคัญของชาติ…

สำนักงานเขตพระนคร #เราทำความดีด้วยหัวใจ#ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ประชาชนจิตอาสา๙๐๔#ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ทำความสะอาด#สนองปณิธานพระราชทาน #รักษาสืบสานต่อยอด”

ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม “พนักงานเทศกิจ ส. 1 เขตพระนคร” รายงาน

ชมรมวิทยุมดดำนาวี สมาคมการประมง 3 สมุทร ” ตาสับปะรดในทะเล

      ในวันนี้ 14 ก.ค.62 พล.ร.ต.พิชัย ล้อชูสกุล เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี ผู้แทนผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะ หน.ชมรมวิทยุมดดำนาวี ทัพเรือภาคที่ 1 น.อ.ชำนาญ พวงเพชร รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 และคณะชมรมวิทยุมดดำนาวี ทัพเรือภาคที่ 1 ได้เดินทางมาเยี่ยมและพบปะพี่น้องชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ สมาคมประมงสมุทรสงคราม และสมาคมการประมงสมุทรสาคร โดยมีหัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง 3 สมุทร นายกสมาคมการประมง และสมาชิกชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงทั้ง 3 สมุทร ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
ในส่วนของการเข้าเยี่ยมพบปะชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ ณ หอประชุมสมาคมการประมงสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มี น.อ.จิตรพล ไชยวงศ์ หัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงสมุทรปราการ นายกสมาคมการประมงสมุทรปราการ และสมาชิกชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือถึง ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติต่างๆ ของชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ
     พล.ร.ต.พิชัย ล้อชูสกุล กล่าวว่าชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมงสมุทรปราการ สมาคมการประมงสมุทรสงคราม และสมาคมการประมงสมุทรสาคร เปรียบเหมือนตาสับปะรดในทะเล ที่สามารถช่วยสอดส่องดูแล ขณะทำการประมงอยู่ในท้องทะเล เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ต่างๆ  อาทิ เรือประมงอับปาง ผู้ประสบภัยในทะเล การกระทำความผิดกฎหมายทางทะเล เรือประมงที่ได้รับอุบัติเหตุ  เรือสินค้าที่ลักลอบปล่อยของเสียลงทะเล หรือเรือประมงต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทย
      จะเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับชมรมวิทยุมดดำนาวีทัพเรือภาคที่ 1 หรือเรือรบทหารเรือในทะเล หรือทางวิทยุสื่อสารมดดำ Super Star ช่อง 21 C ความถี่ 156.800 เมกะเฮิรตซ์ หรือโทรศัพท์แจ้งเหตุ 038-438008 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อที่จะสามารถเข้าปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือได้ในทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่กล่าวไว้ว่า ประชาชนเดือดร้อนหรือมีภัยที่ใด จะมีทหารเรืออยู่ที่นั่น และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างประชาชน และในโอกาสเดินทางมาพบปะเยี่ยมเยียน ชมรมวิทยุมดดำนาวีสมาคมการประมง 3 สมุทร ” ตาสับปะรดในทะเล ของกองทัพเรือในวันนี้ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและดียิ่ง จากพี่น้องชาวประมงทั้ง 3 สมุทร

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กศน.อําเภอคลองใหญ่และ กศน. อําเภอแหลมงบเข้าค่ายโครงการเพื่อพัฒนาทางวิชาการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562

      ที่ศูยน์ราชการุณย์ สภากาชาดไทยเขาล้าน เมื่อเวลา 10.00 น. นายเจริญ ชลาลัย รองนายก อบจ.ตราด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเข้าค่ายเพื่อพัฒนาทางวิชาการ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัย อําเภอคลองใหญ่และอําเภอแหลมงบ พร้อมด้วยนายภาสกร ชมภูบุตร ผอ.การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัยอําเภอแหลมงบ กล่าวรายงานถึงโครงการวัตถุประสงค์ โดยมีนายณฤทธิ์ พูลกลาง ผอ.การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัยอําเภอคลองใหญ่ ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัยอําเภอคลองใหญ่และอําเภอแหลมงบ จํานวน 200 คน ร่วมในพิธี ทั้งนี้ด้วยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัยอําเภอคลองใหญ่ และอําเภอแหลมงบ ร่วมกันจัดทําโครงการดังกล่าวขึ้นเป็นประจําทุกปี ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะสนับสนุนให้ กศน.ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับคนไทยอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมทั่วถึง และมีคุณภาพด้านการจัดการศึกษา ในการจัดการศึกษาปีงบประมาณ 2562 โดยสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งในส่วนของสํานักงาน กศน.ได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้เป็นค่าหนังสือและค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของสํานักงาน กศน.ดังกล่าว สําหรับนักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัย มีจุดเน้นทางด้านการจัดหาแบบเรียนและการจัดกิจกรรม สําหรับพัฒนาเรียนรู้ โดยการจัดเข้าค่ายเพื่อพัฒนาทางวิชาการ นํากิจกรรมทางวิชาการมาฝีกอบรมให้ความรู้กับนักศึกษา เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ระหว่างวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2562 โดยใช้สถานที่ศูนย์ราชการุณย์       สภากาชาดไทยเขาล้าน เป็นสถานที่เข้าค่ายฝึกอบรม และได้แบ่งกลุ่มเข้าฐานแบ่งเป็น 4 ฐาน เช่น ภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยการรณรงค์ป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาเป็นต้น นายเจริญ ชลาลัย รองนาย อบจ.ตราด กล่าวว่า การศึกษามีความสําคัญมากกับชีวิต การจะพัฒนาสิ่งใด ต้องเริ่มต้นที่การพัฒนาการศึกษาก่อน ดังนั้นการจัดกิจกรรม เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเพิ่มพูลความรู้ในวิชาการหลักและทักษะชีวิต เพื่อให้นักศึกษามีความสัมพันธ์ที่ดีในการร่วมกระบวนการกลุ่ม มีความรักความภาพชีวิตได้ดีขึ้นเป็นต้น ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธัยาศัย เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาและบุคลากร ถือว่าเป็นหน่วยงานที่สร้างสรรค์และพัฒนาบุคลากรให้กับสังคมได้เป็นอย่างดี

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

“แถลงข่าว” สน.นรข.มุกดาหาร จับกุม ขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ขณะเตรียมส่ง 73 ท่อน มูลค่ากว่า 1ล้านบาท

      เมื่อวันที่13 กรกฎาคม 2562 เวลา 14.30 น.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ระพีพงษ์ โสวรรณ ผบ.นรข. และ น.อ.อภิชาติ แก้วดวงเทียน ผบ.นรข.เขตนครพนม ได้แถลงข่าวการจับกุม นายรักพงษ์ รังไสย์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/1 หมู่ 13 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร พร้อมของกลาง ไม้พะยูง จำนวน 73 ท่อน ปริมาตร 2 ลบ.ม คิดเป็นมูลค่ากว่าล้านบาท ที่บริเวณกลางแม่น้ำโขงใกล้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 มุกดาหาร – สะหวันนะเขต ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร

      สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 เวลา 20.00 น. สถานีเรือมุกดาหาร นำเรือพร้อมกำลังพลออกลาดตระเวนตามลำแม่น้ำโขง จำนวน 2 ลำ หลังจากได้รับแจ้งจากสายข่าว ว่ากลุ่มขบวนการค้าไม้พะยูงเตรียมลำเลียงไม้พะยูงล๊อตใหญ่ ข้ามแม่น้ำโขง จากท่าน้ำ บ.บางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร ไปยังท่าน้ำฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.30น. ตรวจพบเรือเหล็กขนาดใหญ่แล่นออกจากฝั่งท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร มุ่งหน้าฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ทหารเรือจึงแสดงตัวขอตรวจค้น ประกอบกับเป็นเวลากลางคืน เรือบรรทุกไม้พะยูงได้แล่นชนกับเรือของเจ้าหน้าที่ทหารเรือ สถานีเรือมุกดาหาร เข้าอย่างเต็มที่ แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ต้องหาที่ขับเรือกระโดดหนีลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ 1 คน จับกุมได้ 1 คน คือ นายรักพงษ์ รังไสย์ ที่นั่งมากับเรือบรรทุกไม้พะยูง ส่วนของกลาง เจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทำการตรวจยึดและจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      จากการจับกุมครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายต้อม ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง ชาวจังหวัดบึงกาฬ ที่หลบหนีไปได้ ซึ่งเป็นคนขับเรือ ให้ตนนั่งเรือนำไม้พะยูงไปส่งให้คนลาวด้วยกัน โดยได้รับค่าจ้าง 20,000 บาท ส่วนไม้พะยูงล๊อตนี้เป็นไม้พะยูงนำมาจากจังหวัดบึงกาฬ เพื่อส่งให้กับนักค้าชาวลาว ส่งต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งถ้านำไปส่งถึงประเทศจีนสำเร็จจะมีมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มมอดไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีการลักลอบตัดไม้พะยูงตามอุทยานแห่งชาติ และตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการปลูกไม้พะยูง เพื่อนำส่งไปขายยังประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีความต้องการรับซื้อไม้พะยูงเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนจีนถือว่าเป็นไม้มงคล และมีความคงทน

      ซึ่งทาง นรข. และ ตำรวจน้ำ จะเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามให้มากขึ้น เพราะสืบทราบว่า กลุ่มมอดไม้ ได้หันมาส่งออกด้าน จว.มุกดาหาร เนื่องจากด้านจังหวัดอื่นกลุ่มมอดไม้ไม่สามารถส่งออกทางน้ำได้ จึงหันมาส่งออกทางด้าน จังหวัดมุกดาหาร.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, ชัยสิทธิ์ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหารหัวหน้าศูนย์ข่าวสำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ตำรวจภูธรมุกดาหารระดมกำลังปราบปรามเด็กแว้นรถแต่งซิ่ง ยึด จยย.145 คัน

      ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ตํารวจภูธรภาค 4 ให้แต่ละพื้นที่ดำเนินการ ระดมกวาดล้างปราบปราบเด็กแว้นแข่งรถในทางถนนทั้ง 7 อำเภอทั้งกลางวัน กลางคืน ยึดรถแต่งซิ่ง 145 คัน ท่อไอเสียเสียงดัง จำนวน 50 ท่อ ถูกดำเนินคดีรวม 255 ราย พร้อมฝากเตือนผู้ปกครองหากปล่อยปะละเลยให้บุตรหลานออกมาแว้นซิ่งรถตามท้องถนนถูกดำเนินคดีด้วย

      เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2562 ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองมุกดาหาร พ.ต.ท มนัส อัดโดดดร ผกก.ป.สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ท. ฉัตรมงคล บุญกลาง สารวัตรจราจร สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย ผกก.หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัดทั้งจังหวัด ปกครอง ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบจังหวดมุกดาหาร และเทศกิจ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมกันแถลงผลการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง รถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพ และรถจักรยานยนต์ท่อไอเสียเสียงดัง พื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ 15 สถานีในจังหวัดมุกดาหาร

      พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร กล่าวว่า เนื่องด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล โดยให้ทุกพื้นที่กวดขันป้องกันปราบปรามจับกุมการแข่งรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ และการกระทำที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการแข่งขันรถในทาง เพื่อเป็นการป้องกันการมั่วสุม และก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อประชาชน กวดขันการแข่งขันรถโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้ตระหนักถึงหน้าที่ และความสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนเป็นการป้องกันการรวมกลุ่มแข่งรถในทางของเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ โดยการกวดขันจับกุมนั้นได้กำชับให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัดทั้ง 15 สถานี ในจังหวัดมุกดาหารปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลางวัน กลางคืน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น เช่นตามปั้มน้ำมัน ถนนบายพาสเลี่ยงเมือง หรืออื่นๆในการแข่งขันประลองความเร็ว และตรวจตามร้านซ่อมจักรยานยนต์หรือจำหน่ายอุปกรณ์รถในพื้นที่เพื่อกวดขัน ไม่ให้มีการจำหน่ายท่อไปเสียเสียงดัง อีกทั้งจังหวัดมุกดาหาร เป็นจังหวัดชายแดน เพื่อป้องกันการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ข้ามฟากในพื้นที่ และเป็นการทำสงครามกับเด็กแว้นให้หมดสิ้นไป

      โดยผลการดำเนินงานตามมาตรการการป้องกันและปราบปรามการแข่งขันรถในทางและความผิดที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมาสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพอุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบถ้วนท่อไอเสียเสียงดัง จำนวน 145 คัน ตรวจยึดท่อไปเสียเสียงดัง จำนวน 50 ท่อ ตรวจร้านจำหน่ายและซ่อมรถจักรยานยนต์ จับกุมดำเนินคดี ผู้ไม่สวมหมวกนิรภัย,ขับรถย้อนศร,ขับรถขณะเมาสุรา,ไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ดัดแปลงเสียงดัง จำนวนรวม 255 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมยังได้ทำการระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ส่วนท่อไอเสียเสียงดังดัดแปลงสภาพไม่ถูกต้องตามกฎหมายเจ้าหน้าที่จะได้ทำการทำลายทิ้งเมื่อคดีสิ้นสุด และในโอกาสต่อไปจะขยายผลเข้าตรวจร้านประกอบการซ่อมรถ ดัดแปลงแต่งซิ่งโดยร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร และอุตสาหกรรมจังหวัดต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, ชัยสิทธิ์ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

อาจารย์จากจุฬาฯ อบรมผู้ใช้สปีดโบ้ท “ป้องกันทำลายปะการัง”

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.62 อาจารย์สุชนา ชวณิชย์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการอบรม “การอนุรักษ์ปะการังและสิ่งแสดล้อมในทะเล” ให้กับผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ทดําน้ำดูปะการังแสมสาร ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ ชลบุรี
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ ผู้ประกอบการและผู้ใช้เรือสปีดโบ๊ท ได้เรียนรู้เกี่ยวกับปะการัง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่ทิ้งสมอลงไปในทะเลทำลายปะการังแนะนำให้นักท่องเที่ยวร่วมกันอนุรักษ์ปะการัง ไม่เหยียบไปบนปะการัง ไม่ทิ้งขยะลงทะเล และช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมในทะเลให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป
โดยได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ อย่างดียิ่ง

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี 0909535645
ภาพ/ข่าว สาคร แสมสาร

จังหวัดจันทบุรี เชิญชวนผู้ประกอบการรถโดยสารสารธารณะจังหวัดจันทบุรี ให้บริการรับส่งผู้เข้าสอบวันพรุ่งนี้ ย้ำคิดเสียว่าเป็นเสมือนบุตรหลาน ดูแลและให้บริการอย่างประทับใจ คิดค่าโดยสารในราคาปกติ

      นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การออกมารณรงค์ประชาสัมพันธ์กับผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์และรถโดยสารสาธารณะ ครั้งนี้ สืบเนื่องมากจากในวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 นี้ จังหวัดจันทบุรีจะมีโอกาสต้อนรับผู้สมัครสอบแข่งขันเข้ารับราชการของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ณ สนามสอบหลายแห่งในจังหวัดจันทบุรี เช่น ที่โรงเรียนเบญจานุสรณ์ โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนศรียานุสรณ์ วิทยาลัยนาฎศิลป์ รวมถึงที่มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี รวมแล้วกว่าหมื่นคน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงผู้ติดตามที่จะหลั่งไหลมาเพื่อให้กำลังใจบุตรหลานอีกด้วย ในเบื้องต้นได้มีการจัดระบบการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกไว้หลายจุด โดยเฉพาะจอดรถสวนสาธารณะทุ่งพลงใต้หรือที่เรียกว่า พระยืน นั้น ได้มีจิตอาสารถจักรยายนต์ไปให้บริการรับ-ส่งผู้เข้าสอบไว้จำนวนหนึ่ง รวมถึงมีรถบริการสาธารณะไว้ให้บริการอย่างเพียงพอแล้ว
      อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสนามสอบที่มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ซึ่งเป็นสนามสอบใหญ่ที่จะมีผู้เดินทางเข้าไปสอบแข่งขันมากถึง 8,000 คน จังหวัดจันทบุรีได้จัดสถานที่จอดรถไว้ ณ ลานขนถ่ายสินค้า องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เพื่อรอบรับและให้บริการแก่ผู้ที่เดินทางเข้ามาสอบแข่งขันอย่างเพียงพอเช่นกัน โดยกำหนดไว้ว่าจะให้มีรถโดยสารสาธารณะไปคอยลำเลียงผู้เข้าสอบจากลานจอดรถที่ อบจ.ไปยังสนามสอบ ทางประตู 3 ของมหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ซึ่งเป็นประตูด้านถนนสุขุมวิท และใกล้อาคารทำการสอบแข่งขันมากที่สุด ส่วนภายในมหาวิทยาลัย ฯ จะมีรถจักรยานยนต์ไปบริการรับ – ส่ง จากประตู 1 หน้ามหาวิทยาลัย(ด้านถนนรักศักดิ์ชมูล) เข้าไปยังตึกทำการสอบแข่งขัน บริการในช่วง 2 เวลา คือ เช้าเวลา 06.00 – 08.30 น. รับผู้เข้าสอบจากลานขนถ่ายสินค้า อบจ. ไปยังสนามสอบ ประตู 3 และช่วงเย็นจากสนามสอบไปส่งยังสถานที่ลูกค้ากำหนด เวลา 15.30 น. เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีรถบริการ ผู้เข้าสอบอย่างเพียงพอ รวดเร็ว ให้ผู้เข้าสอบเข้าไปถึงสนามสอบได้อย่างทันเวลาที่กำหนด วันนี้(13 กรกฎาคม 2562) จึงมาเชิญชวนผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์รับจ้างและรถโดยสารสาธารณะ เข้าร่วมให้บริการในครั้งนี้ด้วย
      ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์และรถโดยสารสาธารณะทุกท่าน คิดเสียว่าผู้ที่เดินทางเข้ามาเพื่อสอบแข่งขันเข้ารับราชการ ครั้งนี้ เป็นเสมือนบุตรหลานของพวกเรา ด้วยการให้บริการด้วยไมตรีจิต ไม่เอารัดเอาเปรียบ เรียกเก็บค่าโดยสารในราคาปกติ เป็นธรรม และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการด้วย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก