สรุปผลงาน BIOMETRICS ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำโครงการบริหารจัดการฐานข้อมูลภาพถ่ายใบหน้า และลายพิมพ์นิ้วมือแบบบูรณาการทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพงานตรวจคนเข้าเมือง การสกัดกั้นบุคคลต้องห้ามเข้าราชอาณาจักร บุคคลเฝ้าระวัง บุคคลตามหมายจับในการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร โดยการจัดเก็บและตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อความมั่นคงของประเทศ และการให้บริการงานตรวจคนเข้าเมือง

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ ได้นำระบบ BIOMETRICS (ภาพถ่ายใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ) จัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบบุคคลเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 รวม​ 7,570,936 คน ดังนี้​ เดินทางเข้าราชอาณาจักร​ 4,607,006 คน​ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร 2,963,930 คน

          ตรวจพบและจับกุมการกระทำความผิดปลอมแปลงเอกสาร,บุคคลตามหมายจับ,บุคคลเฝ้าระวัง (Blacklist/Watchlist),อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) ดังนี้​ ปลอมแปลงเอกสาร 14 รายหมายจับ​ 141 รายบุคคลต้องห้ามเข้าราชอาณาจักร 141​ ราย​ บุคคลเฝ้าดู 66 ราย​ การอนุญาตสิ้นสุด​ 7,417 ราย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.ชลบุรี รวบหญิงชาวไทย ปลอมดวงตราประทับ​ และเอกสารราชการ

          เมื่อวันที่ 12 ก.ค.62 เวลาประมาณ 15.30 น ตม.จ.ชลบุรี นำโดย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับ​การ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​จังหวัด​ชลบุรี​ (ผกก.ตม.จ.ชลบุรี) ร่วมทีมงานจับกุม นส.วิกานดา​ มุ่งหาเงิน​ อายุ 44 ปี สัญชาติ ไทย โดยกล่าวหาว่า​ “ทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราหรือรอยตราของเจ้าพนักงาน”(ป.อาญา ม.251) และ“ปลอมเอกสารราชการ”(ป.อาญา ม.265) โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ บริเวณลานจอดรถหน้าสำนักงานชั่วคราวไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่พื้นที่หน้าที่ทำการขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขา บางละมุง หมู่ที่ 3 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

          พ.ต.อ.สัมพันธ์​ฯ​ กล่าวว่า ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีผู้รับทำเอกสารปลอมสำหรับคนต่างด้าวเพื่อใช้ในการประกอบธุรกรรมกับหน่วยงานราชการเช่นใบขับขี่และเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับรายการทะเบียนเกี่ยวกับรถ อีกทั้งมีการปลอมดวงตราประทับของบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ฯลฯ เพื่อประกอบในการธุรกรรมดังกล่าว

          พ.ต.อ.สัมพันธ์​ฯ จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการสืบสวนจับกุม จนกระทั่ง​ทราบว่า มีหญิงใช้ชื่อเล่นนามว่า “วิคกี้” เป็นผู้รับจ้าง จึงได้วางแผนจับกุมโดยได้ติดต่อนัดหมายเพื่อขอทำเอกสารรับรองที่อยู่คนต่างชาติกับนส.วิกานดาฯ ต่อมาได้นัดหมายให้ไปพบที่ออฟฟิตชั่วคราวของตนซึ่งอยู่ใกล้กับที่ทำการขนส่งบางละมุง เมื่อถึงเวลานัดหมายได้ขับรถส่วนตัวเข้ามายังบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวและเข้าทำการตรวจสอบพบ​ นส.วิกานดาฯ เป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบตราประทับของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปลอม จำนวน 5 อัน และเอกสารต่างๆ​ จำนวนหนึ่ง

          จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ซึ่งต่อมา​ นส.วิกานดาฯ ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ เข้าตรวจสอบภายในออฟฟิตพบเอกสารรับรองที่พักอาศัยของคนต่างด้าวปลอมอีกจำนวนมากซึ่งเอกสารดังกล่าวบางส่วนพร้อมสำหรับใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตใบขับขี่ หรือเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์รถให้กับคนต่างด้าว และยังพบรอยตราประทับบริษัท และห้างร้านเอกชนอีกจำนวนมากจึงได้ตรวจยึดไว้ จากนั้นผู้ถูกจับได้พาชุดจับกุมไปทำการตรวจยึดตราประทับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปลอมอีก จำนวน 3 อัน ที่บ้านพักเลขที่ 88/437 หมู่บ้านกลางสวนตะเคียนเตี้ย หมู่ที่ 2 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

          จากการสอบสวน​ นส.วิกานดาฯ รับว่าเอกสารหนังสือรับรองที่พักอาศัยของคนต่างด้าวซึ่งเจ้าพนักงานตรวจยึดไว้เป็นของกลางนั้นตนได้รับจ้างปลอมขึ้นให้กับลูกค้าชาวต่างชาติมีทั้งสัญชาติรัสเซีย ยูเครน จีน เวียดนาม นอร์เวย์ สวีเดน โปแลนด์ เบลเยี่ยม อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ โดยใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ที่ตรวจยึดไว้ในการปลอมเอกสารและใช้ดวงตราประทับของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จัดทำปลอมขึ้นมาประทับลงในเอกสารดังกล่าว อีกทั้งยังได้ปลอมลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้อนุญาต โดยคิดค่าบริการรายละ 1,000-3,000 บาท จึงได้ทำการตรวจยึดและนำตัว​ นส.วิกานดาฯ​ พร้อมด้วยของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th​ จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เกษตรจังหวัดพังงาของดีเมืองพังงา-โปรโมทกินผลไม้ตามฤดูกาลและสินค้าเกษตรคุณภาพรองรับ การท่องเที่ยว

ที่บริเวณหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา อ.เมืองพังงา นายชาญศักดิ์ ถวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา กิจกรรมส่งเสริมการบริโภคผลไม้ตามฤดูกาลและสินค้าเกษตรคุณภาพรองรับการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา โดยมีส่วนราชการ กลุ่มเกษตรกร และสื่อมวลชนเข้าร่วม ซึ่งมีการร่วมเสวนาเรื่อง “แนวคิดในการผลักดัน สนับสนุนเกษตรกรให้ผลิตผลไม้ปลอดภัย ถึงมือผู้บริโภค”และประชาสัมพันธ์การจัดงานวันผลไม้ บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ในพื้นที่อ.ท้ายเหมือง และ อ.กะปง พร้อมกันนี้รองผู้ว่าฯได้แกะมังคุดทิพย์พังงา ซึ่งเป็นมังคุดที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ถึงแม้ว่าผิวจะไม่สวยแต่เนื้อในสวยน่ากินแถมยังเป็นมังคุดออร์แกนิคด้วย จากนั้นได้อธิบายถึงวิธีการเลือกซื้อและการกินทุเรียนสาลิกา ราชาทุเรียนบ้านของจังหวัดพังงานายนิพนธ์ สุขสะอาด กล่าวว่า กิจกรรมนี้จะเป็นกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรให้แก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ รวมไปถึงเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรและสินค้าเกษตรคุณภาพของจังหวัดพังงา โดยเฉพาะผลไม้ของดีของจังหวัดพังงาไม่ว่าจะเป็นทุเรียนสาลิกา ทุเรียนทองตำตัว ทุเรียนพื้นบ้านอีกหลากหลาย และมังคุดทิพย์พังงา ซึ่งกำลังเป็นที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้

Cr:ภูเก็ตอันดามันนิวส์
-สำนักข่าวความมั่นคง -จ.ภูเก็ต

ตราด/อําเภอคลองใหญ่ วันอาสาฬหบูชาคึกคัก ชาวไทยและชาวกัมพูชาแห่ทําบุญตักบาตรเข้าวัด เนื่องในวันอาสาฬหบูชาเพื่อความเป็นศิริมงคลกันอย่างคึกคักเป็นจํานวนมาก เนื่องในวันหยุดยาว

         ที่วัดคลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เมื่อเวลา 07.00 น.โดยมีนางสายใจ สุขจันทร์ อายุ 80 ปี ผู้ถือศิลอายุมากกว่า เป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมด้วยหน่วยงานข้าราชการ ทั้งชาวไทยและกัมพูชา และประชาชนทั่วไป ต่างพาครอบครัวเข้าวัดทําบุญตักบาตร เนื่องใน วันอาสาฬหบูชา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับญาติผู้ล่วงลับและอุทิศส่วนกุศล ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ที่วัดแทบทุกแห่งในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ จะมีการทําบุุญลักษณะเช่นนี้ ที่ชาวบ้านเขาเรียนกันว่า วันสําคัญนั้นเอง หรือเป็น วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 คํ่า เดือน 8 โดยในวันอาสาฬหบูชาจะเป็นวันที่สําคัญอีกวันหนึ่ง ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา           ซึ่งในวันนี้ชาวบ้านถือว่าเป็นการเข้าพรรษาของชาวบ้านจะร่วมกันทําบุญตักบาตร และตามขันข้าวหรือสํารับข้าว สําหรับในวันพรุ่งนี้ พระสงฆ์ก็จะเข้าสู่ช่วงจําพรรษา ซึ่งในช่วงเช้าชาวบ้านจะเข้าร่วมทําบุญที่วัดและตักบาตรของคาวหวาน ใส่สําหรับให้กับญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว ช่วงสายจะมีการรับฟังพระธรรมเทศนา เพื่อเป็นศิริมงคล และช่วงเย็นก็จะมีประเพณีเวียนเทียนวันเข้าพรรษา ซึ่งตามประวัติเป็นวันสําคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์เถรวาทจะพักประจําอยู่ที่วัดโดยไม่ไปค้างแรมที่อื่นหรือที่เรียกว่า จําพรรษา เว้นแต่มีกิจธุระคือเมื่อเดินทางไปแล้วนั้น ก็ให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืน เรียกว่า สัตตาหะ พิธีเข้าพรรษานี้ถือเป็นข้อปฎิบัติสําหรับพระสงฆ์โดยครงละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม ช่วงจําพรรษาจะอยู่ในช่วงฤดูฝนคือแรม 1 คํ่า เดือน 8 เรียกว่า ปุริมพรรษา จนถึง 15 คํ่า เดือน 11 หรือวันออกพรรษาของทุกปี โดยวันเข้าพรรษาเป็นวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากวันอาสาฬหบูชา ตรงกับ วันขึ้น 15 คํ่า เดือน 8 ซึ่งพุทธศาสนิกชนที่ชาวไทยทุกคนทั่วไปได้สืบทอดประเพณีปฎิบัติการทําบุญในวันเข้าพรรษามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ประชาชนในจังหวัดจันทบุรีร่วมทำบุญวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา คึกคัก ผู้ว่าราชการจังหวัดนำพุทธศาสนิกชนถวายเทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน

         วันนี้ ( 16 ก.ค.62 ) ที่ ศาลาหอฉัน วัดบูรพาพิทยาราม ( พระอารามหลวง ) นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ / ข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตร อาหารคาว – หวาน เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา และ วันเข้าพรรษา ประจำปี 2562 พร้อมถวายเครื่องปาฏิโมกข์ ผ้าอาบน้ำฝน เทียนพรรษา หลอดไฟ เครื่องสังฆทาน และวัตถุทาน แด่พระภิกษุสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 และ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โดยพระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดบูรพาพิทยาราม ( พระอารามหลวง ) นำพระภิกษุสงฆ์ร่วมพิธี โอกาสนี้ โรงพยาบาลพระปกแกล้าจันทบุรีได้เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญสมทบการปรับปรุงตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลพระปกเกล้ามีการเปิดจุดรับบริจาคและจำหน่ายเสื้อที่ระลึก

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรีจัดงาน OTOP ทั่วไทย รวมใจสู่จันทบุรี ชิม ชม ช็อป สินค้าของดีเมืองจันท์ พัฒนาสินค้า และช่องทางการตลาด กระตุ้นเศรษฐกิจ งานมีไปถึง 21 กรกฎาคม 2562

           เย็นวันนี้ ( 15 ก.ค.62 ) ที่บริเวณลานโพธิ์ สนามกีฬากลาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดจันทบุรีได้จัดงาน OTOP เมืองจันท์ จากผู้ผลิต สู่ผู้บริโภค สู่ตลาดสากล โดยมีนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดงาน มีการแสดงในช่วงพิธีเปิดที่สวยงาม ตระการตา สื่อความหมายถึงความสมบูรณ์ และความหลากหลายของสินค้าของดีเมืองจันท์ การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการตลาด OTOP และการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี ส่งเสริมให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการได้พัฒนาตนเองและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขาย โชว์ศักยภาพสินค้าของดีเมืองจันท์ พัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้ทันต่อการก้าวสู่เศรษฐกิจอาเซียน เพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP และการท่องเที่ยวชุมชน, เพิ่มช่องทางตลาดประชารัฐให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ กลุ่มเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย กลุ่มสัมมาชีพชุมชน และผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่จำหน่ายสินค้า ทั้งนี้ OTOP เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในระดับรากหญ้า เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตชุมชน ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลได้สนับสนุนให้ชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่ แหล่งเงินทุน และพัฒนาขีดความสามารถ ในการบริหารจัดการและการตลาดเพื่อเชื่อมโยงสินค้าชุมชนไปสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
          ซึ่งงาน OTOP เมืองจันท์ จากผู้ผลิต สู่ผู้บริโภค สู่ตลาดสากล มีผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่าย จำนวน 210 บูธ ประกอบด้วยผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัดจันทบุรี 89 ราย ผู้ประกอบการ OTOP จากต่างจังหวัด 121 ราย แบ่งเป็นประเภทอาหาร 57 ราย เครื่องดื่ม 16 ราย ของใช้ 31 ราย เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย 69 ราย สมุนไพร 26 ราย เฟอร์นิเจอร์และพันธุ์ไม้ 11 ราย จังหวัดจันทบุรีจึงขอเชิญชวน ประชาชน และ นักท่องเที่ยว ร่วมงาน “ OTOP ทั่วไทย รวมใจสู่จันทบุรี งานจะมีไปจนถึง วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 ณ ลานโพธิ์ สนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 21.30 น.

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อําเภอคลองใหญ่คลองใหญ่ จัดตักบาตรข้าวสานอาหารแห้ง พร้อมจัดโครงการสืบสานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา เพื่อเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ และสร้างความปลองดองสมานฉันท์

       เมื่อเวลา 07.00 น.เป็นต้นไป โดยมีนายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ นําหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานจ้าง คณะครูและนักเรียน โรงเรียนในพื้นที่ พร้อมกันตักบาตรข้าวสานอาหารแห่งช่วงเช้ารอบอุโบสถวัดคลองใหญ่ ในเวลา 09.00 น.นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมเปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะ โดยมีพระครูวุฒิสารธรรมคุณ เจ้าอาวาสวัดคลองใหญ่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และร้องเพลงสดุดีมหาราชา พร้อมกันนี้ในเวลาต่อมา ได้มีพิธีเปิดประเพณีหล้่อเทียนและแห่เทียนจํานําพรรษา ประจําปี 2562 ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสสมหามงคล พระชนมพรรษา 68 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 โดยมี นางอาภรณ์ ไชยศิริ ประธานสภาวัฒนธรรมอําเภอคลองใหญ่ กล่าวรายงานถึงโครงการวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร(ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระชนมพรรษา 68 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถานบัน ชาติศาศนา พระมหากษัตริย์ เพื่อทํานุบํารุงศิลปะ จารีตประเพณีภูมิปัญญาและวัฒนธรรม อันดีงามของชาวพุทธ การหล่อเทียนและแห่เทียนจําพรรษา ในวันนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและเยาวชน ประชาชน เข้าวัด ฟังธรรมในเรื่องของศาสนาธรรมอันสมควรแก่ศาสนาทายาท พัฒนากาย วาจาใจ ให้เป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ด้วยหลักธรรม คําสั่งสอนทางพระพุทธศาสนา อันนําไปสู่สังคม แห่งการเรียนรู้ และเผยแผ่พระพุทธศาสนา อีกทางหนึ่งด้วย เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีด้วยการทํางานเชิงบูรณาการร่วมกัน ระหว่างส่วนราชการ บ้าน วัด โรงเรียน และประชาชน นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีประเพณีหล่อเทียนและแห่เทียนจํานําพรรษา ที่วัดคลองใหญ่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อํานวยการสถานศึกษา คระครู คณะกรรมการชุมชน และประชาชนและนักเรียนร่วมหล่อเทียนจํานําพรรษา ช่วงบ่ายโมงครึ่ง ได้มีพิธีแห่เทียนจํานําพรรษา พร้อมด้วยพุทธศาสนิชนเข้าร่วมแห่เทียนและถวายเทียนพรรษา โดยได้มีการตกแต่งขบวนรถแต่ละหน่วยงาน พร้อมขวบนรําแห่กลองยาวสร้างบรรยากาศสีสัน หลังจากนั้นจะมีขบวนรถแห่เทียนพรรษาไปถวายให้กับวัดต่างๆในพื้นที่ของอําเภอคลองใหญ่ต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สนองนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือร่วม “สืบสาน รักษาและต่อยอด” เรียนรู้ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของ กองทัพเรือ

วันที่ 15 ก.ค.62 พลเรือตรี นันทพล มาลารัตน์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาค 3 ให้การต้อนรับ พลเรือตรี ธานี แก้วเก้า ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ รองหัวหน้าคณะทำงานการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของ กองทัพเรือ/กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในโอกาสนำคณะอนุทำงานเผยแพร่องค์ความรู้อินทรีย์วิถีไทย ซึ่งนำโดย คุณสัณหจุฑา จิราธิวัฒน์ รองหัวหน้าคณะอนุทำงานฯ พร้อมคณะฯ เข้าเยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ของฐานทัพเรือพังงา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
พลเรือตรี ธานี แก้วเก้า กล่าวว่า กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ดำเนินการติดตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ด้านการส่งเสริมความจงรักภักดี ปกป้องสถาบัน สิ่งที่เป็นพระราโชบาย หรือสิ่งที่มีพระราชดำริ ต้องแปลงไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มกำลังความสามารถ และไม่มีขอบกพร่อง ในการขับเคลื่อนสืบสานต่อยอดในหลักปรัชญาของเศรษฐ
กิจพอเพียง ด้านการจัดการ ดิน น้ำ ป่า ภายใต้แนวคิดการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ ในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่กองทัพเรือ ให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว กองกิจการพลเรือน สำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ

งานเทศกาลแห่เทียน ไทยเวียง คีรีวัน

      คณะกรรมการ-ชาวบ้านร่วมจัดงานเทศกาลแห่เทียนไทยเวียง คีรีวัน ที่วัดคีรีวัน หมู่ที่1 ตำบล​ ศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นางสาวปาณี นาคะนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พณฯท่านอุดำ แสงแก้วมีไซ เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลแห่เทียน ไทยเวียง คีรีวัน โดยมีพระครูปรยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก เจ้าอาวาสวัดอุดมธานี พระอารามหลวง พระครูอุดมกิจจานุกุล เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน เป็นปรธานสงฆ์ พร้อมมีผุ้นำชุมชน ประชาชน ชาวบ้านคีรีวัน ชาวบ้านศรีนาวา ชาวบ้านบุ่งเข้ ชาวบ้านคลองสีเสียด เข้าร่วมในขบวนแห่เทียน ไทยเวียง คีรีวัน จำนวนมาก
       ด้วยทางคณะกรรมการร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านจัดเทศกาลแห่เทียน ไทยเวียง ครีวัน ประจำปี 2562 ณ วัดคีรีวัน กิจกรรมในงานปรกอบด้วย การประกวดรถแห่เทียนพรรษา เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประยุกต์อย่างสร้างสรรค์ นิทรรศการปติมากรรมพุทธศิลป์ ชมการแสดงรำวัฒนธรรมชาวไทยเวียงและถวายเทียนจำนำพรรษา ในพระอุโบสถวัดคีรีวัน เป็นอันเสร็จพิธี

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จัดพิธีถวายเทียนพรรษา 48 วัด แด่พระภิกษุสงฆ์ ในอำเภอเมืองตราด

        อำเภอเมืองตราด จัดพิธีถวายเทียนพรรษา แด่พระภิกษุสงฆ์ รวม 48 วัด โดยมีนายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานถวายเทียนพรรษา แด่คณะพระภิกษุสงฆ์ โดยพระครูมงคลปัญญากร เจ้าคณะอำเภอเมืองตราด เจ้าอาวาสวัดสุวรรณมงคล และคณะพระภิกษุสงฆ์ พร้อมด้วยนายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล นายอำเภอเมืองตราด ข้าราชการ ผู้นำชุมชน อำเภอเมืองตราด ร่วมพิธีถวายเทียนพรรษาประจำปี 2562 แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 48 วัด ในเขตอำเภอเมืองตราด จัดพิธีขึ้นที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองตราด
        สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยอำเภอเมืองตราด ได้จัดถวายเทียนพรรษา ร่วมกันทั้ง 48 วัน ในพื้นที่ของอำเภอเมืองตราด ตลอดทั้งหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ จะได้ได้ร่วมทำบุญ มุ่งที่จะส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ให้กับผู้เข้าร่วมพิธี ทั้งยังเป็นการส่งเสริมประเพณีทางพระพุทธศาสนาอันดีงามของชาติไทย และถวายเป็นพุทธบูชา
        เทียนพรรษา เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา ที่พระภิกษุทั้งปวง ต้องจำพรรษาในอาวาสของตน 3 เดือน พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงได้ร่วมกันนำเทียนพรรษาไปถวายพระสงฆ์ ซึ่งเชื่อกันว่า ผู้ถวายเทียนพรรษาจะได้รับอานิสงส์ทำให้เกิดปัญญา ทั้งชาตินี้และชาติหน้า เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งเทียน ทำให้สว่างไสวรุ่งเรือง ผู้ถวายย่อมทำให้มีความรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นต้น….

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก