ของแพง.. ไหว้เจ้าเงียบเหงาซบเซาไม่ได้ยินแม้เสียงประทัด

จังหวัดลพบุรี – ของแพงไหว้เจ้าเงียบเหงาซบเซาไม่ได้ยินแม้เสียงประทัด

วันที่ 31 มกราคม 2565 บรรยากาศวันไหว้ในเทศกาลตรุษจีนที่ศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันนี้ มีประชาชนคนไทยเชื้อสายจีน สวมใส่เสื้อผ้าสีโทนแดงบางตา ทยอยนำของเซ่นไหว้แบบประหยัด เข้ามาสักการะ ซึ่งของเซ่นไหว้ในปีนี้แทบจะมองไม่เห็นชิ้นหมูแม้แต่ชิ้นเดียว ผิดกับทุกปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ที่นำมาจะเป็นไก่ ไข่ ผลไม้ ขนมเข่ง ขนมเทียนก็เช่นกัน ที่ปรับขึ้นราคาจากเดิมชิ้นละ 5 บาท ในปีนี้แพงขึ้นไปอีก 2-3 บาท ซึ่งจากปกติทุกปีที่ผ่านมา ศาลเจ้าพ่อพระกาฬ ที่อยู่คู่กับชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนในตลาดลพบุรี และประชาชนรอบๆ พื้นที่ในแต่ละปีจะมีลูกหลานที่มีเชื้อสายจีน เดินทางกลับมาไหว้สักการะขอพรที่ศาลเจ้าพ่อพระกาฬแห่งนี้จำนวนมากทุกปี แต่ในปีนี้เงียบเหงา ซบเซา

ส่วนหนึ่งเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด19 อีกทั้งข้าวของที่ปรับราคาขึ้นแทบทุกชนิด ส่งผลกับการจับจายใช้สอยที่ต้องประหยัดทุกอย่าง แม้กระทั่งสิ่งของไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษก็ต้องก็ต้องลดจำนวนลง และเป็นที่สังเกตว่าในปีนี้บรรยากาศการไหว้เจ้าในวันตรุษจีนที่ค่อนข้างจะเงียบเหงาแล้ว เสียงประทัดก็ไม่มีให้ได้ยิน ไม่มีการนำประทัดมาจุดเป็นที่อึกทึกเหมือนปีก่อนๆ หลายคนบอกว่าปีนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี สินค้าแพงลิบลิ่ว จึงได้ตัดประทัดที่มองว่าเป็นการฟุ่มเฟือยออกจากรายการของที่ใช้เซ่นไหว้ในปีนี้ไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

FIO นราธิวาส มอบอุปกรณ์ชุดเครื่องขยายเสียง และช่วยในเรื่องการ เจาะบาดาล และต่อเติมที่พักอาศัย ให้กับสถาบันศึกษาปอเนาะอีบาดะห์ ตำบลบาโล อำเภอยะหรึ่ง จังหวัดปัตตานี

FIO นราธิวาส มอบอุปกรณ์ชุดเครื่องขยายเสียง และช่วยในเรื่องการ เจาะบาดาล และต่อเติมที่พักอาศัย ให้กับสถาบันศึกษาปอเนาะอีบาดะห์ ตำบลบาโล อำเภอยะหรึ่ง จังหวัดปัตตานี

“ด๊อกเตอร์บ้านนอก” ดร.สุขอนันต์ (ก้องภพ) วังสุนทร ประธานกรรมการบริหาร องค์การสืบสวนการทุจริต / FIO ได้รับรายงานจาก​ นายอับดุลเลาะ กานา ว่าเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2565 เวลา 11.00 น. นายอับดุลเลาะ กานา ผู้อำนวยการองค์การสืบสวนการทุจริต FIO อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ร่วมกับผู้สื่อข่าว นสพ.มติไทย และเดอะนิวส์โฟร์ มอบของสนับสนุนอุปกรณ์ชุดเครื่องขยายเสียงให้กับสถาบันศึกษาปอเนาะอีบาดะห์ เลขที่ 64/4 หมู่ทึ่.3 ตำบลบาโล อำเภอยะหรึ่ง จังหวัดปัตตานี ซึ่งในตอนนี้ทางสถาบันฯ ยังขาดงบสร้าง (ปัจจัยสำคัญ ขาดแคลนน้ำใช้ ) ต้องการเจาะบาดาลและต่อเติมทีพักอาศัยที่ยังไม่แล้วเสร็จ หากในส่วนของหน่วยงานใดที่จะส่งเสริมสนับสนุนในการจัดทำหรือประชาชนท่านใดต้องการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาสถาบันศึกษาปอเนาะดารุลอีบาดะห์ บาบอตัรมีซี สถาบันศึกษาปอเนาะแห่งนี้พึ่งจัดตั้งเสร็จโดยใช้งบสร้างโดยน้ำพักน้ำแรงจากประชาชนในพื้นที่ และใกล้เคียง ร่วมแรงบริจาคด้วย

และท่านใดมีประสงค์ช่วยเหลือบริจาคสามารถติดต่อได้ที่ (บาบอตัรมีซี,) เบอร์โทร. 0806502697, หรือท่าน อับดุลเลาะ กานา ผู้อำนวยการองค์การสืบสวนการทุจริต FIO อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส โทร.0624292410

#องค์การสืบสวนการทุจริต FIO ที่พึ่งสุดท้ายของชาวฐานราก


นายอับดุลเลาะ กานา /ภาพข่าว
ครรชิต ขวัญวิเชียร /ผู้สื่อข่าว

สัตหีบ บรรจุพระอัฐิ เสด็จเตี่ย องค์บิดาของทหารเรือไทย พร้อมให้ประชาชนสักการะ ขอพร

สัตหีบ บรรจุพระอัฐิ เสด็จเตี่ย องค์บิดาของทหารเรือไทย พร้อมให้ประชาชนสักการะ ขอพร

วันนี้ 30 ม.ค.65 ที่พระตำหนัก พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และสวนสมุนไพรหมอพร ฐานทัพเรือสัตหีบ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์ จิยากร (อาภากร) เสสะเวช ประธานกรรมการมูลนิธิราชสกุลอาภากร มาเป็นประธานในพิธี บรรจุพระ อัฐิ พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ใต้แท่นประดิษฐาน โดยมี ผู้บังคับบัญชา หน่วยงานกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชน เข้าร่วม ในพิธี

ด้วยพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงมีพระกรุณธิคุณต่อประเทศชาติไทย ทรงนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่กองทัพเรือไทยให้มีความทันสมัย เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศจนถึงปัจจุบัน จนได้รับการถวายพระนามเป็น”องค์บิดาของทหารเรือไทย” ซึ่งเหล่าทหารเรือให้ความเคารพนับถือพระองค์ท่านเป็นเสมือนบิดาโดยเรียกขานพระนามว่า “เสด็จเตี่ย”

สำหรับประชาชนทั่วไป ต่างให้ความเคารพนับถือพระองค์ท่านเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีผู้ศรัทธาก่อสร้างศาล และพระอนุสาวรีย์เพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อถวายความเคารพ และเป็นพลังใจให้ประชาชนทั่วประเทศ ปัจจุบันมีจำนวนถึง 350 กว่าแห่ง นับเป็นบุคคลที่มีศาล และพระอนุสาวรีย์มากที่สุดในประเทศไทย


ภาพ/ข่าว นิราช/นันฐพล/พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สนง.ขนส่งจังหวัดนครนายก เปิดและปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย ในหมวด กฉ “รวยรุ่ง พุ่งกระฉูด” วันนี้วันสุดท้าย

นครนายก – สนง.ขนส่งจังหวัดนครนายกเปิดและปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย ในหมวด กฉ “รวยรุ่ง พุ่งกระฉูด” วันนี้วันสุดท้าย

วันที่ 30 มกราคม 2565 ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ โรงแรมชลพฤกษ์ รีสอร์ท ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก เปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย ในหมวด กฉ “รวยรุ่ง พุ่งกระฉูด” เป็นการประมูลหมายเลขทะเบียนเลขสวยของจังหวัดนครนายก โดยมีนายอุดมเขต ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวต้อนรับ นางสาวทวีพร เพิ่มทวี ขนส่งจังหวัดนครนายก กล่าวรายงาน และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประธาน กล่าวเปิดการประมูล จากนั้นมีกิจกรรมการเดินแบบโชว์ ป้ายทะเบียนเลขสวย และเริ่มเปิดประมูลผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต

สำหรับจังหวัดนครนายก ได้มีการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยมาแล้ว 3 ครั้ง มียอดรายได้รวมทั้งสิ้น 45,238,500 บาท ซึ่งรายได้จากการประมูลได้นำเข้าสู่กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน การประมูลครั้งนี้ เป็นการจัดประมูลเป็นครั้งที่ 4 หมวดอักษร กฉ “รวยรุ่ง พุ่งกระฉูด” เป็นการประมูลทางอินเตอร์เนตเพียงช่องทางเดียว เป็นครั้งแรกของจังหวัดนครนายกมีผู้สนใจลงทะเบียนจำนวน 394 ราย รวมเป็นเงิน 3,635,010 บาท


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

ด้วยความห่วงใยจากคนไทยทุกคน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ มูลนิธิร่วมกตัญญู จัดกิจกรรมจิตอาสา ส่งกำลังใจสู้ภัยหนาว มอบถุงยังชีพ อุปกรณ์กีฬาและเครื่องเขียน ให้กับชุมชนและโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารจังหวัดน่าน

ด้วยความห่วงใยจากคนไทยทุกคน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ มูลนิธิร่วมกตัญญู จัดกิจกรรมจิตอาสา ส่งกำลังใจสู้ภัยหนาว มอบถุงยังชีพ อุปกรณ์กีฬาและเครื่องเขียน ให้กับชุมชนและโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารจังหวัดน่าน

ระหว่างวันที่ 27 -28 ม.ค.65 จุดเเรกเริ่ม ที่สถานีตำรวจภูธรงอบ ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ มูลนิธิร่วมกตัญญู จัดกิจกรรมจิตอาสา มอบถุงยังชีพ อุปกรณ์กีฬาและเครื่องเขียน ให้กับชุมชนและโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารจังหวัดน่าน

โดยมี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล ผบก.ภ.จ.น่าน, พ.ต.อ.เดชา ไชยอักษร ผกก.สภ.ทุ่งช้าง, พ.ต.อ.ชัชวาล สังข์รักษา ผกก.สภ.สองแคว, พ.ต.อ.ถาวร เต็มสวัสดิ์ ผกก.สภ.เฉลิมพระเกียรติ, พ.ต.อ.สมชาย กาวิเนตร ผกก.สภ.บ่อเกลือ, พ.ต.ท.ปริญญา นุชแจ้งบง รอง ผกก.ฝอ.ภ.จ.น่าน พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจ ฝอ.ภ.จ.น่าน,สภ.เมืองน่าน, สภ.บ่อเกลือ , สภ.ทุ่งช้าง, สภ.เฉลิมพระเกียรติ, สภ.ท่าวังผา, สภ.แม่จริม, สภ.งอบ, สภ.น้ำมวบ และ ตชด.324 ร่วมกับ มูลนิธิร่วมกตัญญู

ภายใต้การนำของ ดร.รัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู มอบหมายให้ นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์ ผู้จัดการมูลนิธิร่วมกตัญญู,นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ (ไทด์) หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมด้วย จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม, น.ส.เกศรินทร์ เล็บครุฑ (นุ้ย), น.ส.อุษณียาภรณ์ ผลเจริญ (หน่อย) ตลอดจน คณะผู้บริหาร คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จากอาคารใหญ่บางพลี ได้ร่วมนำขบวนรถบรรทุกสิ่งของ ไปร่วมทำกิจกรรม โดยนำถุงยังชีพบรรจุ เครื่องอุปโภค-บริโภค,เครื่องนุ่งห่มกันหนาว ยาสามัญประจำบ้าน มอบให้กับประชาชน

  • 27 มกราคม 2565
    • จุดแรก ชาวอำเภอ บ่อเกลือ 2 ชุมชน (ชุมชนบ้านละบริ,ชุมชนบ้านหนองน่าน) 140 ครอบครัว และ ตร.ชั้นประทวน สภ.บ่อเกลือ 25 นาย อุปกรณ์กีฬา,เครื่องเขียนและทุนอาหารกลงวันให้กับ 3โรงเรียน (รร.บ้านสบมาง, รร.ท่านผู้หญิงสง่าฯ,รร.ภูคาวิทยาคม)
    • จุดที่ 2 ประชาชนในพื้นที่ รร.ตชด.100ปี 151 ครอบครัว และ ครู ตชด.7 นาย อุปกรณ์กีฬาและเครื่องเขียน และทุนอาหารกลางวัน ให้กับ รร.ตชด.100 ปี
    • จุดที่ 3 พื้นที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ชุมชนบ้านห้วยดง 78 ครัวเรือน และ ตำรวจชั้นประทวน 29 นาย อุปกรณ์กีฬา,เครื่องเขียน และ ทุนอาหารกลางวัน ให้ รร.สบปืน
    • จุดที่ 4 พื้นที่ สภ.งอบ ชุมชนบ้านห้วยดง 78 ครอบครัว และ ตร.ชั้นประทวน 15 นาย อุปกรณ์กีฬา,เครื่องเขียนและทุนอาหารกลางวัน รร.เพียงหลวง
    • จุดที่ 5 พื้นที่ สภ.ทุ่งช้าง และ สภ.สองแคว 3 ชุมชน บ้านเวียงสอง,บ้านห้วยเลา,บ้านน้ำพัน 244 ครัวเรือน และ ตร.ชั้นประทวน สภ.ทุ่งช้าง 24 นาย สภ.สองแคว 35 นาย อุปกรณ์กีฬา,เครื่องเขียน และ ทุนอาหารกลางวัน 3 โรงเรียน รร.บ้านเวียงสอง,รร.ตชด.บ้านห้วยเลา,ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านน้ำพัน
  • 28 มกราคม 2565
    • จุดแรก ในพื้นที่ สภ.ท่าวังผา 2 ชุมชน บ้านน้ำฮาว,บ้านปางสา 296 ครัวเรือน และ ตร.ชั้นประทวน 44 นาย อุปกรณ์กีฬา,เครื่องเขียน และ ทุนอาหารกลางวัน 2 โรงเรียน รร.บ้านน้ำฮาว,รร.บ้านปางสา
    • จุดที่ 2 พื้นที่ รร.ตชด.พีระยานุเคราะห์ 70 ครอบครัว ครู ตชด.10 นาย อุปดรณ์กีฬา,เครื่องเขียน และทุนอาหารกลางวัน รร.พีระยานุเคราะห์
    • จุดที่ 3 พื้นที่ สภ.แม่จริม 3 ชุมชน บ้านห้วยสัก,บ้านน้ำดวง,ชุมชนการเรียนรู้ตชด.บ้านห้วยลู่ 439 ครอบครัว และ ครู ตชด.6 นาย ตร.ชั้นประทวน 28 นาย อุปกรณ์กีฬา,เครื่องเขียน และ ทุนอาหารกลางวัน 2 โรงเรียน รร.บ้านแคว้ง,รร.ศูนย์การเรียนรู้ ตชด.บ้านห้วยลู่
    • จุดที่ 4 พื้นที่ สภ.น้ำมวบ 3 ชุมชน บ้านสาลี่,บ้านห้วยขู่,บ้านนาไพร 151 ครอบครัว ตร.ชั้นประทวน 12 นาย อุปกรณ์กีฬา,เครื่องเขียน และ ทุนอาหารกลางวัน รร.บ้านสาลี่

กิจกรรมทั้ง 2 วัน มีหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน คณะครู ผู้บริหาร และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสุข ความอบอุ่น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รำแก้บน 9 รอบ ถวาย ‘หลวงปู่เผื่อน’ ศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ผู้นำท้องถิ่นได้อีก 1 สมัย

นครนายก – รำแก้บน 9 รอบ ถวายหลวงปู่เผื่อนศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ผู้นำท้องถิ่นได้อีก 1 สมัย

ที่บริเวณวัดเลขธรรมกิตติ์ หมู่ 14 ต.บางอ้อ อ.บ้านนา จ.นครนายก ได้มีประชาชน หลั่งไหลเดินทางเข้ามากราบไหว้นมัสการพระครูปลัดไพรัตน์ ปภากโร เจ้าอาวาสวัดเลขธรรมกิตติ์ เจ้าคณะตำบลบางอ้อ พร้อมทั้งถวายสังฆทาน ประพรมน้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล กราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ซึ่งมีรูปเหมือนหลวงปู่เผื่อนศักดิ์สิทธิ์ ที่ตั้งประดิษฐานอยู่บนวิหารเป็นที่กราบไหว้ของนักแสวงบุญ เชื่อกันว่าหลวงปู่เผื่อนมีความศักดิ์สิทธ์มาก ขอพรอันใดจะสมหวังทั้งเรื่องหน้าที่การงาน โชคลาภ วาสนา ทุกประการขณะเดียวกันได้มีชาวบ้านกว่า 40 คนสวมเสื้อทีมสีฟ้า ข้างหลังมีเลข 1 ได้พากันมารำแก้บนถวายหลวงปู่เผื่อน กันอย่างสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปพูดคุยกับนางนิรันตา ตันจ้อย อายุ 60 ปี เป็นชาวบ้านในตำบลบางอ้อเล่าให้ฟังว่าตนเองและพี่น้องชาวตำบลบางอ้อได้จุดธูปบนบานหลวงปู่เผื่อนศักดิ์สิทธิ์ไว้ตั้งแแต่ก่อนงานกฐินว่า ขอให้ นางอุบล จันทร์เกษม ได้เป็นายก อบต. อีก 1 สมัย แล้วจะมารำแก้บนให้ 9 รอบ สุดท้ายผลการคัดเลือก นางอุบล ได้เป็นนายก องค์การบริหารส่วนตำบลบางอ้ออีก 1 สมัยจริงๆ เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่เผื่อนแบบขนลุก พวกตนเลยมารำแก้บนให้นางอุบล ทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่รู้มาก่อนว่าพวกตนและพวกชาวบ้านบนอะไรไว้ หลังจากรำเสร็จก็ได้ชึ้นไปกราบไหว้หลวงปู่เผื่อนศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ต่างพากันจุดธูปขอพร ขอโชคลาภ จากหลวงปู่เผื่อนโดยได้เลข 115 , 458 ซึ่งตรงกับโบสถ์ปรกโพธิ์เก่าแก่ ที่มีอายุรวม 151 ปี รวมถึงเอาเบร์หลังเสื้อคือเลข 1 รำวง 9 รอบ รวมกันได้19โดยจะเอาเลขที่ได้ไปเสี่ยงโชคกันอีกเช่นเคยก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ข่าวจังหวัดนครนายก

ยังไม่ปักใจเชื่อ สอบเข้มคดียิงตัวตาย 2 ศพ บ่อนอก

30 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา21.30 น. ของคืนวันที่ 29 ม.ค.65 สภ.เมืองประจวบฯ บแจ้งเหตุยิงกันบริเวณข้างทางรถไฟบ้านอู่ตะเภา ม.3 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบฯ หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.สุธี วรรณสูตร ผกก.สภ.เมืองประจวบฯ สั่งการให้พ.ต.ท.ศักดา จำปาทอง รองผกก.สส.ฯ, พ.ต.ท.ชุมพล บางจันทร์ทึก รอง ผกก.ป.ฯ. รุดไปที่เกิดเหตุ โดยบริเวณที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักไกล้รางรถไฟ เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุพบผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อภายหลัง นายยนต์(รุ่น) แกมไทย อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/1 ม.3 ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบ อาชีพเลี้ยงวัว และผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ชื่อนายธานี (เอ็ม) เสียงใหญ่ อายุ 35 ปี ม.1 ต.กุยบุรี อาชีพทำงานรถไฟ เจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.ประจวบฯ เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยในที่เกิดเหตุผู้เสียชีวิต นายยนต์หรือ รุ่น นอนจมกองเลือดในสภาพนอนหงายสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเทา กางเกงยีนขาสั้น ที่เอวเหน็บซองปืนไม่ทราบยี่ห้อ มีรอยกระสุนปืนเจาะเข้าที่ขมับซ้ายทะลุด้านขวาหนึ่งนัดนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างรางรถไฟ ส่วนนายธานีหรือเอ็มได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ.ประจวบฯ เสียชีวิตเวลาต่อมา

จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองเคยไปมาหาสู่กันบ่อยร่วมดื่มสุรากันเป็นประจำ วันเกิดเหตุไม่ทราบว่ามีปากเสียงเรื่องอะไรกัน โดยผู้ตายใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงไปที่นายธานี(เอ็ม) ล้มลง จากนั้นก็ใช้อาวุธปืนที่ยิงนายเอ็ม จ่อยิงไปที่ขมับตัวเองเสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่สอบปากคำพยานเห็นเหตุการณ์ต่อแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะอาวุธปืนที่นายยนต์(รุ่น )ใช้ยิงตัวเองหายไปจากที่เกิดเหตุ ทราบว่าพยานให้ปากคำ(ขอสงวนงาม) เป็นผู้เก็บออกไปจากที่เกิดเหตุก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง ต่อมาเจ้าหน้าที่ร้อยเวรและชุดสอบสวนนำตัวพยานเห็นเหตุการณ์สอบเข้ม หลังมอบปืนให้เจ้าหน้าที่นำส่งพิสูจน์หลักฐานหาสาเหตุการตายในครั้งนี้ต่อไป


นัครินทร์/ข่าวประจวบฯ

ตร.เรียกฝรั่งนอร์เวย์สอบเครียด หลังถูกสาวเขมรหลอกให้ส่งเงินหวังแต่งงาน

ตร.เรียกฝรั่งนอร์เวย์สอบเครียด หลังถูกสาวเขมรหลอกให้ส่งเงินหวังแต่งงาน

จากกรณี นายไคร์เร วิกดาเฮ อายุ 55 ปี สัญชาตินอร์เวย์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าถูก น.ส.สรีมมอม สาวชาวกัมพูชา อายุ 29 ปี หลอกลวงให้ส่งเงินเกือบ 3 แสนบาท เพื่อหวังจะแต่งงานและครองชีวิตคู่ด้วยกันที่ประเทศนอร์เวย์ สุดท้ายถูกหลอกจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.สำราญ สุขโต สว.เวรสอบ สวน สภ.สัตหีบ เพื่อดำเนินคดีกับหญิงสาวชาวกัมพูชา ดังกล่าว เพื่อมิให้ไปหลอกลวงคนอื่นๆ อีก

ต่อมา ทางด้านพนักงานสอบสวน ได้เชิญตัวนายไคร์เร มาให้ปากคำ ที่สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีนายวิน ชัยเนตร เป็นล่ามแปรภาษา จากสอบสวน นายไคร์เร ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าตำรวจเหมือนที่เคยให้สัมภาษกับสื่อมวลชน ว่าตัวเองได้พบเจอกับ น.ส.สรีมมอม ทางเฟสบุ๊ก และได้สานสัมพันธ์กันมาโดยตลอดและได้เดินทางมาพบกันที่ชายหาดบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จากนั้น น.ส.สรีมมอม ได้ตกลงสัญญาว่าจะแต่งงานและจะไปใช้ชีวิตร่วมกันที่ประเทศนอร์เวย์ สุดท้ายมาจับได้ว่า ฝ่ายหญิงหลอกลวงไม่แต่งงานด้วย เสียเงินไปเกือบ 300,000 บาท และในขณะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน นายไคร์เร ได้เกิดความเครียดและไม่เข้าใจกับคำถามของพนักงานสอบสวน ที่ถามวนไปวนมาถึงเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับ นางสาว สรีมมอม และคำถามเรื่องของการโอนเงินที่ นายไคร์เร โอนให้นางสาว สรีมมอม ว่าการโอนเงินให้เป็นการให้โดยเสน่ห์หา หรือการถูกหลอกลวง และงงกับคำถามซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง จนทำให้เกิดความเครียด เพราะยังไม่เข้าใจในวิธีการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ใช้เวลานานเกือบ 5 ชม. โดยนายไคร์เร ยังยืนยันว่า ตนเองถูกหลอกลวงจริง เพราะนางสาวสรีมมอม สัญญากับตนว่าจะแต่งงานด้วย ถ้าไม่มีคำสัญญาดังกล่าว ตนคงไม่โอนเงินให้อย่างเด็ดขาด ถึงคำให้การครั้งนี้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว ตนเองก็จะเขียนคำให้การลงในกระดาษเป็นภาษาอังกฤษ ส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐาน พร้อมกับกล่าวว่าเป็นการเจรจาที่ดี หลังจากพยายามคุยอย่างจริงจัง จนมาเจอวินน์ สื่อมวลชน และทนายความ เพราะที่ผ่านมาพยายามพูดเจรจากับคู่กรณีทั้งทางแชท หรือช่องทางต่างๆ ซึ่งคู่กรณีก็ยังถามว่าเกิดอะไรขึ้นถึงเรื่องที่จะไปนอร์เวย์

สำหรับคดีดังกล่าว เป็นคดีที่สนใจของประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ว่าคดีจะจบลงอย่างไร หลายคนวิพากย์วิจารย์ว่าน่าจะเป็นการโอนเงินให้สาวกัมพูชาด้วยความเสน่ห์หา หลายคนบอกว่าเป็นการหลอกลวง เพราะมีข้อตกลงกันว่าจะไปแต่งงานอยู่กินด้วยกันที่ประเทศนอร์เวย์ และที่สำคัญเป็นชาวต่างชาติทั้งคู่ ซึ่งในเรื่องนี้ทาง พ.ต.อ.ปัญญา ดำเล็ก ผกก.สภ.สัตหีบ ได้ให้พนักงานสอบสวน ได้สอบสวนอย่างละเอียดรัดกุม และให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เนื่องจากเกิดเหตุขึ้นในประเทศไทย

ด้าน นายประทีป นาคบังเกิด ทนายความศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฏหมายจังหวัดชลบุรี ที่เข้าให้ความช่วยเหลือฝรั่งชาวนอร์เวย์ ได้กล่าวว่าวันนี้ได้นำ นายไคร์เร วิกดาเฮ ชาวนอร์เวย์ มาให้การกับพนักงานสอบสวนในฐานะผู้เสียหาย เพื่อให้พนักงานสอบสวน สรุปสำนวนคดี ส่งพนักงานอัยการ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว นิราช/นันฐพล/พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี จ.ชลบุรี
พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข และกำลังใจ แก่ผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2565 มอบเงินอั่งเปา สิ่งของ และเลี้ยงอาหารในสถานสงเคราะห์คนชรา รวม 3 แห่ง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข และกำลังใจ แก่ผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2565 มอบเงินอั่งเปา สิ่งของ และเลี้ยงอาหารในสถานสงเคราะห์คนชรา รวม 3 แห่ง

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ / หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ, นางชญาน์นันท์ สรพลจิโรจเดชา หัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร (จีน)ฯ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ นำทีมสังคมสงเคราะห์มูลนิธิฯ ร่วมกับมูลนิธิสามัคคีการกุศลสงเคราะห์ (เฮี่ยงซิ๊งเซี่ยงตึ๊ง), มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรม (มูลนิธิสี่กั๊กเซี่ยงตึ๊ง), มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ (มูลนิธิเต่าเต็กเซี่ยงตึ๊ง) และ มูลนิธิศรัทธาสงเคราะห์ (มูลนิธิช่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง) เข้าเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ รวม 3 แห่ง ประกอบด้วย สถานสงเคราะห์คนชราปากน้ำ (มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส), สถานสงเคราะห์คนชราบางเขน (มูลนิธิธารนุเคราะห์) และสถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี (มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์) โดยมอบอั่งเปา คนละ 1,000 บาท พร้อมสิ่งของ ประกอบด้วย ผ้าเช็ดตัว, น้ำส้มชนิดกล่อง, นมถั่วเหลือง และขนมต่างๆ บรรจุถุงผ้าดิบ พร้อมจัดเลี้ยงอาหาร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2565 รวมทั้งบริจาคเงินในนาม “มูลนิธิฯ 5 แห่ง ที่ร่วมดำเนินงาน” และในนาม “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ให้สถานสงเคราะห์ทั้ง 3 แห่ง

โครงการป่อเต็กตึ๊ง จัดเลี้ยงอาหารคนชรา เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 55 ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 428,500 บาท (สี่แสนสองหมื่นแปดพันห้าร้อยบาทถ้วน)

สำหรับเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2565 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย มูลนิธิฯ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 65 โดยมูลนิธิฯ ขอเชิญทุกท่านร่วม “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี พร้อมรับประทาน สาคูสิริมงคล เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง เคาะระฆังทอง ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังเปิดให้มีการทำบุญพะเก่งออนไลน์
ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจเมืองสมุทรปราการ ขอชี้แจง ตามที่ปรากฏในข่าว 7HD ร้อนออนไลน์ “แก๊งปล่อยเงินกู้ขู่เผาร้าน หลังเจ้าของไม่พอใจโปรยนามบัตรเกลื่อนกลาด”

ตำรวจเมืองสมุทรปราการ ขอชี้แจง ตามที่ปรากฏในข่าว 7HD ร้อนออนไลน์ “แก๊งปล่อยเงินกู้ขู่เผาร้าน หลังเจ้าของไม่พอใจโปรยนามบัตรเกลื่อนกลาด”

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ โดย พ.ต.ท.อำนาจ ราชสีห์ รอง ผกก.สส.ฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้เดินทางไปตรวจสอบร้านเครื่องปั้นดินเผา ตรงข้ามเทศบาลเมืองปากน้ำ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามที่ปรากฏในเพจ พบ นายธนกฤต เดชไอศูรย์ อายุ 35 ปี แจ้งว่าเป็นผู้ที่ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน

จากการสอบถาม นายธนกฤตฯ แจ้งว่าร้านของตนตั้งอยู่ริมถนน และมักจะมีผู้นำใบปลิวหรือเอกสารต่างๆมาโปรยไว้บริเวณหน้าร้านอยู่ตลอด ตนได้รับความเดือดร้อนต้องคอยเก็บไปทิ้งเรื่อยมา และเมื่อวันที่ 26 ม.ค.65 ที่ผ่านมา พบเห็นชายสองคนขับขี่รถจยย.ผ่านหน้าร้านและโปรยนามบัตร แนะนำปรึกษาเรื่องการเงิน จึงได้โทรศัพท์ไปยังหมายเลขที่ปรากฎในนามบัตรเพื่อจะขอไม่ให้นำนามบัตรมาโปรยที่ร้านตนอีก แต่กลับถูกชายผู้รับสายข่มขู่ จึงร้องเรียนต่อสื่อดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัว นายจิรพงษ์ แซ่ลิ้ม อายุ 33 ปี และ นายสุทธิพงษ์ วงษ์มั่น อายุ 29 ปี ผู้ที่ร่วมกันโปรยนามบัตรร้านที่เกิดเหตุมา

จากการสอบถามเบื้องต้น ทั้งสองรับว่าได้ร่วมกันขับขี่รถจักรยานยนต์โปรยใบปลิวยังร้านที่เกิดเหตุจริง โดยได้รับการว่าจ้างจาก นายกล้า (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ให้ตระเวนแจกใบปลิว โดยได้ค่าจ้างวันละ 600 บาท แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้แต่อย่างใดและยืนยันว่าต่อไปจะเลิกการกระทำดังกล่าว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายจิรพงษ์ฯและนายสุทธิพงษ์ฯ ทราบว่า “ร่วมกันทิ้งใบปลิวโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่” ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ศ.2535 ทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงได้เปรียบเทียบปรับ เป็นเงินคนละ 1,000 บาท ตามคดีเปรียบเทียบปรับที่ 1254/2565 และคดีเปรียบเทียบปรับที่ 1255/2565 ลงวันที่ 27 ม.ค.65 นอกจากนั้นยังได้ไปตรวจค้นห้องพักของบุคคลทั้งสองที่ห้องเช่าในซอยมณฑาทิพย์ หมู่ 2 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้แต่อย่างใด

ส่วนในเรื่องที่ นายธนกฤตฯ ถูกผู้รับสายข่มขู่นั้น สอบถาม นายสุทธิพงษ์ฯ รับว่าเป็นผู้ที่พูดจาข่มขู่ นายธนกฤตฯ จริง เนื่องจากระหว่างสนทนามีการท้าทายกัน พร้อมได้กล่าวขอโทษ นายธนกฤตฯ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายสุทธิพงษ์ฯ ทราบว่า “ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว” นายสุทธิพงษ์ฯ ให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนฯ จึงได้เปรียบเทียบปรับ นายสุทธิพงษ์ฯ เป็นเงิน 1,000 บาท ตามคดีเปรียบเทียบปรับที่ 1256/2565 ลงวันที่ 27 ม.ค.65

ซึ่งต่อมาวันทึ่ 28 ม.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า นายกล้า ที่ปรากฏชื่ออยู่ในนามบัตรรับปรึกษาเรื่องการเงินดังกล่าวนั้น มีชื่อว่า นายวรเศรษฐ์ แก้วทอง อายุ 34 ปี มีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้รายวันโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เมื่อนำตัวมาสอบถาม รับว่าได้ปล่อยเงินกู้รายวันให้แก่ผู้สนใจโดยปล่อยกู้ 2,000 บาท เก็บรายวัน วันละ 100 บาท จำนวน 24 วัน จริง โดยว่าจ้างให้นำนามบัตรไปแจก เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มทำธุรกิจดังกล่าวยังไม่ค่อยมีลูกค้า จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายวรเศรษฐ์ฯ ทราบว่า “ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด,ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังในทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน