
ตำรวจเมืองสมุทรปราการ ขอชี้แจง ตามที่ปรากฏในข่าว 7HD ร้อนออนไลน์ “แก๊งปล่อยเงินกู้ขู่เผาร้าน หลังเจ้าของไม่พอใจโปรยนามบัตรเกลื่อนกลาด”
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ โดย พ.ต.ท.อำนาจ ราชสีห์ รอง ผกก.สส.ฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้เดินทางไปตรวจสอบร้านเครื่องปั้นดินเผา ตรงข้ามเทศบาลเมืองปากน้ำ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามที่ปรากฏในเพจ พบ นายธนกฤต เดชไอศูรย์ อายุ 35 ปี แจ้งว่าเป็นผู้ที่ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน
จากการสอบถาม นายธนกฤตฯ แจ้งว่าร้านของตนตั้งอยู่ริมถนน และมักจะมีผู้นำใบปลิวหรือเอกสารต่างๆมาโปรยไว้บริเวณหน้าร้านอยู่ตลอด ตนได้รับความเดือดร้อนต้องคอยเก็บไปทิ้งเรื่อยมา และเมื่อวันที่ 26 ม.ค.65 ที่ผ่านมา พบเห็นชายสองคนขับขี่รถจยย.ผ่านหน้าร้านและโปรยนามบัตร แนะนำปรึกษาเรื่องการเงิน จึงได้โทรศัพท์ไปยังหมายเลขที่ปรากฎในนามบัตรเพื่อจะขอไม่ให้นำนามบัตรมาโปรยที่ร้านตนอีก แต่กลับถูกชายผู้รับสายข่มขู่ จึงร้องเรียนต่อสื่อดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัว นายจิรพงษ์ แซ่ลิ้ม อายุ 33 ปี และ นายสุทธิพงษ์ วงษ์มั่น อายุ 29 ปี ผู้ที่ร่วมกันโปรยนามบัตรร้านที่เกิดเหตุมา
จากการสอบถามเบื้องต้น ทั้งสองรับว่าได้ร่วมกันขับขี่รถจักรยานยนต์โปรยใบปลิวยังร้านที่เกิดเหตุจริง โดยได้รับการว่าจ้างจาก นายกล้า (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ให้ตระเวนแจกใบปลิว โดยได้ค่าจ้างวันละ 600 บาท แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้แต่อย่างใดและยืนยันว่าต่อไปจะเลิกการกระทำดังกล่าว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายจิรพงษ์ฯและนายสุทธิพงษ์ฯ ทราบว่า “ร่วมกันทิ้งใบปลิวโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่” ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ศ.2535 ทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงได้เปรียบเทียบปรับ เป็นเงินคนละ 1,000 บาท ตามคดีเปรียบเทียบปรับที่ 1254/2565 และคดีเปรียบเทียบปรับที่ 1255/2565 ลงวันที่ 27 ม.ค.65 นอกจากนั้นยังได้ไปตรวจค้นห้องพักของบุคคลทั้งสองที่ห้องเช่าในซอยมณฑาทิพย์ หมู่ 2 ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้แต่อย่างใด
ส่วนในเรื่องที่ นายธนกฤตฯ ถูกผู้รับสายข่มขู่นั้น สอบถาม นายสุทธิพงษ์ฯ รับว่าเป็นผู้ที่พูดจาข่มขู่ นายธนกฤตฯ จริง เนื่องจากระหว่างสนทนามีการท้าทายกัน พร้อมได้กล่าวขอโทษ นายธนกฤตฯ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายสุทธิพงษ์ฯ ทราบว่า “ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว” นายสุทธิพงษ์ฯ ให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนฯ จึงได้เปรียบเทียบปรับ นายสุทธิพงษ์ฯ เป็นเงิน 1,000 บาท ตามคดีเปรียบเทียบปรับที่ 1256/2565 ลงวันที่ 27 ม.ค.65

ซึ่งต่อมาวันทึ่ 28 ม.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า นายกล้า ที่ปรากฏชื่ออยู่ในนามบัตรรับปรึกษาเรื่องการเงินดังกล่าวนั้น มีชื่อว่า นายวรเศรษฐ์ แก้วทอง อายุ 34 ปี มีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้รายวันโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เมื่อนำตัวมาสอบถาม รับว่าได้ปล่อยเงินกู้รายวันให้แก่ผู้สนใจโดยปล่อยกู้ 2,000 บาท เก็บรายวัน วันละ 100 บาท จำนวน 24 วัน จริง โดยว่าจ้างให้นำนามบัตรไปแจก เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มทำธุรกิจดังกล่าวยังไม่ค่อยมีลูกค้า จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายวรเศรษฐ์ฯ ทราบว่า “ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด,ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังในทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” จับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

