วิทยาลัยการอาชีพนวมิน มุกดาหาร เจ๋งประดิษฐ์พลังงานทดแทนเพื่อการเกษตร 

มุกดาหาร – วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินี มุกดาหาร คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงานทดแทนเพื่อการเกษตร กระท่อมปลายนาพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อการเกษตรอัจฉริยะ ภายใต้โครงการ ”วิจัยสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ นวัตกรรมอาชีวศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ”

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 65 นายวิชา อาญาเมือง ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร, ดร.ธีระพันธ์ พิพัฒนสุข ครู แผนกวิชา อิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาที่เชี่ยวชาญไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์, นายณรงค์ ภักดี ครู แผนกวิชา อิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาที่เชี่ยวชาญไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์, นายณรงค์ ภักดี ครู พร้อมด้วยนักศึกษา ระดับชั้น ปวช.1 สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ได้คิดค้นทำโครงการวิจัย สิ่งประดิษฐ์ด้านพลังงานทดแทนเพื่อการเกษตร กระท่อมปลายนาพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อการเกษตรอัจฉริยะ ภายใต้โครงการ ”วิจัยสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ นวัตกรรมอาชีวศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจน”

ดร.ธีระพันธ์ พิพัฒนสุข ครู แผนกวิชา อิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาที่เชี่ยวชาญไฟฟ้า-อิเล็กทรอ นิกส์ เปิดเผยว่า สิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะโดยใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นนวัตรกรรมใหม่ของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร โดยสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ หลักการโซล่าเซลล์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อควบคุมสมาร์ทฟาร์ม ซึ่งแผงโซล่าเซลล์จะหมุนตามแสง ซึ่งเราก็จะได้พลังงานเต็มที่ตลอดทั้งวัน ส่วนระบบน้ำจะใช้โทรศัพท์มือถือในการควบคุม เพื่อสามารถเปิดปิดได้เองโดยอัตโนมัติ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงาน สามารถประหยัดไฟฟ้า ประหยัดเวลา ซึ่งเป็นการผลิตโดยนักศึกษา ปวช.1 วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว ถ้าหาก อบต.ใดสนใจก็สามารถติดต่อได้ที่ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร โดยค่าใช้จ่ายทั้งชุดราคาประมาณ 25,000 บาท

โดยโครงการวิจัยสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ นวัตกรรมอาชีวศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจน เป็นพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่สามารถผลิตได้จากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ที่อยู่ในรูปแบบของแสงแดด เป็นพลังงานที่หมุนเวียนสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูง ไม่มีวันหมด จึงได้นำเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีความแม่นยำสูง เข้ามาช่วยในการทำงาน นอกจากนี้สิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว มีระบบควบคุมเกษตรอัจฉริยะ ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ เป็นตัวควบคุม สามารถควบคุมเกษตรอัจฉริยะ ด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน สามารถควบคุมได้ทุกที่ทุกเวลา และมีชุดควบคุมพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 220 โวลต์

ทั้งนี้ ภาคการเกษตรถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่ปัจจุบันภาคการเกษตรของไทย ต้องเผชิญปัญหา และความท้าทายนานัปการ อาทิ ปัญหาการเพาะปลูก เช่น ภัยธรรมชาติ ความไม่แน่นอนของอากาศ ความเสี่ยงจากโรคระบาด และแมลงศัตรูพืช รวมไปถึงปัญหาทางด้านแรงงานที่เกษตรกรมีแนวโน้มเป็นผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น และปัญหาแรงงานข้ามชาติ นอกจากนี้ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การผลิตสินค้าเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีปัจจัยการผลิตที่ดีร่วมกับระบบการจัดการที่ดี โดยการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และผสมผสานกับเทคโนโลยีด้านอื่น ๆ รวมทั้งนาโนเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการฟาร์ม ซึ่งจะส่งผลให้การทำฟาร์มในรูปแบบเดิมก้าวข้ามไปสู่ฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm หรือ Intelligent Farm)


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

ทต.หัวดงร่วม รพ.สต.แม่พูลและ รพ.สต.ผามูบ ตรวจ ATK พ่อค้าแม่ค้าตลาดสด

ทต.หัวดงร่วม รพ.สต.แม่พูลและ รพ.สต.ผามูบตรวจATK พ่อค้าแม่ค้าตลาดสด

ที่บริเวณด้านหลังของเทศบาลตำบลหัวดงอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ นายวิรุจ สุกสา นายกเทศมนตรีตำบลหัวดง พร้อมด้วย จ่าสิบเอก ธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง, นายธิติพันธ์ อยู่ยิ่ง ผอ.รพ.สต.แม่พูล, นายวรรณชัย ทองท้วม เจัาพนักงานสาธารณสุขชำนาญการ รพ.สต.บ้านผามูบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันทำการตรวจ ATK ให้กับพ่อค้าแม่ค้าตลาดสดหัวดง

และจากการเปิดเผยของ จ่าสิบเอก ธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดงกล่าวว่า ในวันนี้ทางเทศบาลตำบลหัวดงร่วมกับ รพ.สต.แม่พูล และ รพ.สต.ผามูบ จากการนำของนายธิติพันธ์ อยู่ยิ่ง ผอ.รพ.สต.แม่พูล นายวรรณชัย ทองท้วม เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน รพ.สต.ผามูบ ได้เข้ามาทำตรวจ ATK คัดกรองให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดหัวดง ซึ่งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจตลอดจนเพื่อเป็นการป้องกันและเพื่อเป็นการคัดกรองให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาด สองร้อยกว่าราย

ต่อมาจ่าสิบเอก ธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง ยังได้พาออกเยี่ยมชมตลาดสดเทศบาลหัวดง พร้อมทั้งพูดคุยและให้กำลังใจบรรดาพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดสด ตลอดจนเป็นการ สกัดกั้นไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีกและยังเป็นการยืนยันว่าพ่อค้าแม่ค้าตลอดจนชาวบ้านที่จะมาจับจ่ายซื้อของภายในตลาดสดหัวดงมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน


นาคา คะเลิศรัมย์ /รายงาน

จ.สุโขทัย จัดพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2565

จังหวัดสุโขทัย จัดพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2565 เพื่อส่งเสริมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ในสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2565 เพื่อส่งเสริมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ในสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสุโขทัย จัดขึ้น ณ วัดไทยชุมพล ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยพระครูสุเมธพัฒโนทัย เจ้าคณะอำเภอเมืองสุโขทัย เจ้าอาวาสวัดไทยชุมพล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนางกนกพร พรรณเทวี นายกเหล่ากาชาคจังหวัดสุโขทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมในพิธี ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ วันมาฆบูชา เป็นวันที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา คำว่า “มาฆบูชา” ย่อมาจากคำว่า “มาฆปุรณมีบูชา” แปลว่า การบูชาพระในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งเกิดเหตุอัศจรรย์ คือ พระสงฆ์ จำนวน 1,250 รูป ล้วนเป็นพระอรหันต์ทุกรูป โดยได้รับการบวชจากพระพุทธเจ้า เดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ เวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้มีการนัดหมาย และเป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเทศนา อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาติโมกข์ ให้แก่พระอรหันต์ทั้ง 1,250 รูป ได้แก่ การทำความดี, ละเว้นความชั่ว และทำจิตใจให้บริสุทธิ์


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

น้ำตาแห่งความดีใจ ป้าวัย 57 ปี ประกาศตามหาน้องสาวที่พลัดพรากกว่า 30 ปี เจอใน 3 ชั่วโมง

สุโขทัย – น้ำตาแห่งความดีใจ ป้าวัย 57 ปี ประกาศตามหาน้องสาวที่พลัดพรากกว่า 30 ปี เจอใน 3 ชั่วโมง

จากกรณีนางบุญเหลือ ปางตะโก อายุ 57 ปี ให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่8 ต.วังทองแดง ช่วยตามหาญาติพี่น้อง ที่จังหวัดนครราชสีมานั้น ผู้ใหญ่ได้ประสานขอความช่วยเหลือมายัง นายพงศ์เทพ สาคร สมาชิกสมาคมสื่อสารมวลชนจังหวัดสุโขทัย ให้ประสานตามหาญาติ จึงได้ประสานไปยังเพจสมาคมนักข่าว จังหวัดนครราชสีมา เพื่อลงประชาสัมพันธ์ตามหาญาติ จนกระทั่งนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาทราบข่าวสั่งการด่วน ให้ตามหาญาติให้จนพบภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมงนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของนางบุญเหลือ ปางตะโก พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 69/2 ม.8 ต.วังทองแดง อ.เมือง จ.สุโขทัย พร้อมนายสมชาย สายปาน ผญ.บ้าน ได้นำถุงยังชีพพร้อมเงินสด 500 บาท มามอบให้พร้อมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวฟังว่าป้าบุญเหลือ เดินทางกลับมาจากกรุงเทพ มาอาศัยกับสามี ได้ประมาณ 5 ปี แล้ว แต่สามีเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อประมาณ 2 ปี ป้าบุญเหลือมีอาชีพรับจ้างขายก๋วยเตี๋ยว ได้ค่าจ้างวันละ 100 บาท แต่ด้วยพิษโควิด-19 ทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวปิดตัวลง เลยตกงานไม่มีรายได้ ทางหมู่บ้านก็ไม่ได้ทอดทิ้งแต่อย่างใดพยามช่วยเหลือมาตลอด มีถุงยังชีพก็จะนำมามอบให้ อีกทั้งป้าเองไม่มีเอกสารและบัตรประชาชน จึงไม่ได้รับสิทธิการช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่อย่างใด

นางบุญเหลือ ได้โทรวีดีโอคอล กับน้องสาวที่ชื่อนางบุญหลาย สอบถามสารทุกข์สุขดิบกัน พร้อมน้ำตาแห่งความดีใจ ที่ได้พบกันอีกครั้ง หลังพลัดพรากกันมากว่า 30 ปี ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก และทราบข่าวต่อมาว่าไฟไหม้บ้านที่เคยพักอาศัยจนหมดทั้งหลัง

ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาพร้อมสมาคมนักข่าว จังหวัดนครราชสีมา พร้อมออกค่าใช้จ่ายให้ผู้ใหญ่บ้านพร้อมญาติ เดินทางมารับป้าบุญเหลือที่จังหวัดสุโขทัยในวันที่ 17 ก.พ.นี้


พงศ์เทพ สาคร รายงาน

ชุดสืบภูธรจังหวัดมุกดาหาร ตรวจยึดกัญชา 350 กก/แท่ง 

มุกดาหาร – ชุดสืบภูธรจังหวัดมุกดาหาร เข้าตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 8 กระสอบ น้ำหนัก 350 กก./แท่ง ภายในโกดังแห่งหนึ่ง บ้านด่านคำ หมู่ 6 ตำบลมุกดาหาร

เมื่อวันที่ 16 ก.พ.65 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต. ชัชชัย วงศ์สุนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร, พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.ท.มนชัย นำสุข รอง ผกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า ที่โกดังบ้านด่านคำ ต.มุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้มีการนำสิ่งของผิดกฎหมายมาซุกซ่อนไว้ในบริเวณโกดัง จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการ กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร นำโดย ร.ต.อ.ธีรนัย สิงหพยัพ รอง สวป.ฯ ปรก.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร พร้อมพวก ได้เข้าทำการตรวจสอบโกดังตามที่ได้รับแจ้งดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบโกดังไม่พบผู้พักอาศัย พบรถยนต์กระบะสีขาวจำนวน 1 คันจอดบริเวณด้านในโกดัง ซึ่งภายในกระบะท้ายรถพบกระสอบสีดำเต็มท้ายรถ เมื่อเปิดดูพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา) จำนวน 8 กระสอบ รวม 350 แท่ง (น้ำหนักประมาณแท่งละ 1 กก. ) รวมน้ำหนักประมาณ 350 กก. และรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทั่น พลัส สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียน 4กน-6833กทม.

สืบเนื่องจากชุดสืบสวนภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้สืบทราบว่า จะมีการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมาย โดยใช้รถยนต์กระบะ ไม่ทราบยี่ห้อ สีขาว ใช้เส้นทางถนนบายพาสเลี่ยงเมือง แล้วเอาไปซุกซ่อนที่โกดัง บ้านด่านคำ ตำบลมุกดาหาร ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบฯ ได้ลาดตระเวนและดักซุ่ม พบรถยนต์ต้องสงสัย ท้ายกระบะปกคลุมด้วยผ้าใบ เจ้าหน้าที่ได้ขับรถติดตามรถกระบะคันดังกล่าว จนกระทั่งรถยนต์กระบะสีขาว เลี้ยวเข้าถนนบ้านด่านคำ แล้วเลี้ยวเข้าจอดในโกดัง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ซุ่มดูบริเวณใกล้เคียงเป็นเวลาหลายชั่วโมง ไม่มีใครเข้ามาในโกดัง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณข้างในโกดัง ซึ่งภายในกระบะท้ายรถพบกระสอบสีดำเต็มท้ายรถ เมื่อเปิดดูพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา) จำนวน 8 กระสอบ รวม 350 แท่ง (น้ำหนักประมาณแท่งละ 1 กก. ) รวมน้ำหนักประมาณ 350 กก. และรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทั่น พลัส สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียน 4กน-6833 กทม. จากการตรวจสอบโกดัง เป็นโกดังร้างไม่มีเลขที่ และไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของโกดังดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถกระบะพร้อมด้วยกัญชาของกลางทั้งหมด มาที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดมุกดาหาร เพื่อทำการสอบสวนและนับของกลางทั้งหมดอีกครั้ง โดยกล่าวหา ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา)อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อการค้า ตาม พรบ.มาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ก่อนนำของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ. เมืองมุกดาหาร เพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป …


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

ใครมาใครได้ไหว้ท้าวเวสสุวรรณแล้วรวย ที่วัดศรีสุทธาวาส

ลพบุรี -ใครมาใครได้ไหว้ท้าวเวสสุวรรณแล้วรวย ที่วัดศรีสุทธาวาส

ที่วัดศรีสุทธาวาส ต.พรหมมาสตร์ อ.เมือง ลพบุรี ค่ำคืนนี้เป็นคืนแห่งความหวัง เป็นค่ำคืนของการรอคอยของทุกคนที่อยากรวย มีผู้คนหลั่งไหลจากทั่วสารทิศตั้งแต่เช้ายันค่ำ เพื่อเข้ากราบไหว้ สักการะ ขอพรจากองค์ท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร ผู้เป็นเทพธนบดี เจ้าแห่งทรัพย์สมบัติ วัดศรีสุทธาวาส หลังจากมีผู้ที่มากราบบูชาแล้วโชคดี ซึ่งข่าวได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว บรรดาพ่อค้าแม่ขายที่มาขอพรแล้วค้าขายกิจการเจริญรุ่งเรือง ข้าราชการที่มาขอพรเพื่อสร้างบารมี สร้างอำนาจวาสนาต่างๆ ก็ประสบผลสำเร็จ รวมถึงผู้ที่มีโรคเวรโรคกรรมได้เมื่อมาขอพรแล้วได้ทุเลาเบาบางลง บางรายหายขาดอยางเหลือเชื่อ

ซึ่งจากกระแสความโด่งดังของ “ท้าวเวสสุวรรณวัดศรีสุทธาวาสลพบุรี” สำหรับผู้ที่เคารพและศรัทธาและผู้ที่โชคดี เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีประชานที่ศรัทธาต่อองค์ท้าวเวสสุวรรณ ได้เดินทางมากราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภ โดยองค์ท้าวเวสสุวรรณได้จัดตั้งไว้บริเวณลาน ข้างโบสถ์ของวัดที่ประดับประดาด้วยไฟอย่างสวยสดงดงาม โดยเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันใกล้หวยออก จะมีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ตลอดทั้งวันไม่ขาดสาย บางรายมากราบไหว้ขอเรื่องความเป็นอยู่ การงานและสุขภาพ แต่บางรายมาเพื่อขอเลขเด็ด ซึ่งถึงแม้ว้าท้าวเวสสุวรรณ ที่วัดแห่งนี้เพิ่งจะสร้างเสร็จไม่นาน แต่บารมีและพลังความศรัทธาล้นหลาม บรรดาลให้โชคตรงเผง ซึ่งเป็นที่ล่ำลือ เป็นกระแสของคอหวยคนอยากรวยอยู่ในขณะนี้

เริ่มจากประชาชนชาวบ้านในละแวกวัด และใกล้เคียง ได้มาขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ ให้ตนหายจากโรคภัยไข้เจ็บ และขอโชคดีสักครั้ง ทำให้ถูกรางวัล มีโชคตามที่ขอ ปากต่อปากจนเป็นกระแสความเชื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว ซึ่งแม่ค้าลอตเตอรี่ เล่าให้ฟังว่า เมื่องวดที่แล้วมีคนถูกรางวัลใหญ่หลายแสนบาทจากท้าวเวสสุวรรณ วัดศรีสุทธาวาส เพิ่งมาแก้บนเมื่อช่วงบ่าย ซึ่งในวันนี้แม่ค้าลอตเตอรี่ทุกคน ที่อยู่ทีนี่ก็ขายดีทุกราย เนื่องจากเลขที่ได้ไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นโชคของใครของมันในหางเลขธูป สำหรับเลขสำคัญที่คอหวยรอคอยงวดนี้ก็จะเป็นค่ำคืนของวันที่ 16 ก.พ. 65 ซึ่งงวดนี้เลื่อนการออกสลากไป 1 วัน เนื่องจากเป็นวันมาฆบูชา

ส่วนบรรยากาศการขอเลขเด็ดที่องค์ท้าวเวสสุวรรณ ส่วนใหญ่มีประชาชนที่มาจะนำกระเป่าสตางค์ กุญแจรถ โทรศัพท์มือถือไปวน 3 รอบ ที่รอบใต้องค์ท้าวเวสุวรรณตามความเชื่อว่าเงินจะเต็มกระเป๋า รถจะให้คุณและนำพาไร้อันตรายอุบัติเหตุ มือถือปัจจัยสำคัญก็จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา สำหรับเลขจุดธูป ก็แล้วแต่ดวงใครดวงมันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และเป็นโชคลาภของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับการทำความดีการสะสมผลบุญ ในบางคนอาจสมหวังหรือผิดหวังเช่นกัน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ททท. มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงาน ภายใต้โครงการ “Workation Thailand ทํางานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” ร่วมผลักดันเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

ททท.มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงาน ภายใต้โครงการ “Workation Thailand ทํางานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” ร่วมผลักดันเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2565) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและประกาศนียบัตรแก่หน่วยงานหรือองค์กรที่มียอดสะสมแต้ม ความอยู่รอดของผู้ประกอบการ (Survival Point) ซึ่งเป็นผู้มีคุโณปการต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายใต้โครงการ “Workation Thailand ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” สูงสุด 11 อันดับแรก หรือระดับ Legendary และ Gold เพื่อเป็น การสร้างกำลังใจให้กับหน่วยงานและองค์กรในการสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยต่อไปในภายภาคหน้า

โครงการ “Workation Thailand ทํางานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” ดำเนินงานโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้การบริหารงานพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เล็งเห็นถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในฐานะฟันเฟืองสำคัญในการสร้างรายได้เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในหลายมิติ จึงกำหนดแนวคิด “Working Outing & Meeting from Somewhere เปลี่ยนทุกที่ของประเทศไทยให้กลายเป็นที่ทำงาน พบปะ พูดคุย สังสรรค์และจัดประชุม ท่ามกลางบรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น

โครงการ Workation Thailand ได้นำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยว Workation Package ให้กับหน่วยงาน องค์กรหรือบุคคลทั่วไปได้เลือกสรรในการใช้บริการ เพื่อส่งเสริมให้ภาครัฐและเอกชนได้เดินทางใช้บริการในพื้นที่ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนสถานที่ทำงาน สร้างบรรยากาศการทำงานใหม่ในยุคประเทศไทย 4.0 สอดคล้องกับสถานการณ์สังคม และยังส่งผลให้เกิดสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งเป็นส่วนช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรขององค์กร ซึ่งประกอบด้วย Special Deals, CSR Outing, Special Interest, Community, Luxury, Gastronomy ขณะเดียวกันยังได้รับการสะสมคะแนน Survival Point หรือแต้มความอยู่รอดของผู้ประกอบการด้วย

สำหรับผู้ประกอบการที่มียอดสะสมแต้มความอยู่รอดสูงสุด 11 อันดับในระดับ Legendary และ Gold ที่ได้รับประกาศเกียรติคุณและประกาศนียบัตร ได้แก่

  1. บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
  2. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  3. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  4. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  5. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  6. บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
  7. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
  8. บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
  9. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  10. บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)
  11. บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการถึง 885 ราย ผู้มีคุโณปการต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจำนวน 117 ราย และ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 โครงการ Workation Thailand มียอดขายรวม 154,507,000 บาท ในการนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอขอบคุณสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงบุคคลทั่วไป ที่ให้ความร่วมมือในการร่วมกิจกรรม แล้วช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยเพื่อช่วยกันพื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลับมาเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป


ศิลปินจิตอาสา จัดกิจกรรม “ไทยรักกัน” ระดมเงินเข้า “มูลนิธิอาทรประชานาถ”

ศิลปินจิตอาสา จัดกิจกรรม “ไทยรักกัน” ระดมเงินเข้า “มูลนิธิอาทรประชานาถ”

กลุ่มศิลปินจิตอาสา นำโดย หนู มิเตอร์, เท่ห์-อุเทน พรหมมินทร์, บ่าววี, ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง, แบงค์-กฤษฎี พวงประยงค์, ดำ ดินสอพอง, ดีเจบอย ณัฐพล, โรตี และสมาชิกวงดนตรีแฮมเมอร์ จัดกิจกรรม “ไทยรักกัน” การแข่งขันฟุตบอลศิลปินดารา กับทีมทนาย จี ยู เพื่อระดมเงินสมทบกองทุนเข้ามูลนิธิอาทรประชานาถ จัดตั้งโดยพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต ติกฺขปัญฺโญ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ในภารกิจก่อตั้งศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชน ใจฟ้า อะคาเดมี่ ณ สนามฟุตบอลใจฟ้า จังหวัดลพบุรี

สำหรับกิจกรรม “ไทยรักกัน” เกิดขึ้นจากบทประพันธ์เพลง “ไทยรักกัน” ของหนู มิเตอร์ ที่แต่งขึ้นมาตามปฎิภาณของหลวงพ่ออลงกต มุ่งหวังอยากเห็นคนไทยรักกัน ไม่มีการแบ่งแยก ดูแลการผลิตโดยศิลปินแฮมเมอร์ ซึ่งกิจกรรม “ไทยรักกัน” นอกจากจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลดารานัดพิเศษ ยังมีการแสดงคอนเสิร์ต ถ่ายทอดสดผ่านทางเพจวัดพระบาทน้ำพุ และเพจวงดนตรีแฮมเมอร์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านทั้งใน และนอกประเทศ ได้ร่วมบริจาคเงินเข้ามูลนิธิอาทรประชานาถ

ทั้งนี้กลุ่มศิลปินจิตอาสา นำโดย หนู มิเตอร์ ยังได้รวบรวมเงินร่วมทำบุญ จำนวน 30,000 บาทสามารถติดตามรับชมกิจกรรม ‘ไทยรักกัน’ ได้ทางช่องยูทูป หนู มิเตอร์ แชนแนล


“มูลนิธิพระราหู” โดย ดร.หิมาลัย – พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ แบ่งปันมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร และ น้ำดื่ม ให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ยากไร้ ผู้ทุพพลภาพ และผู้ป่วยติดเตียง 40 ครัวเรือน

“มูลนิธิพระราหู” โดย ดร.หิมาลัย – พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ แบ่งปันมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร และ น้ำดื่ม ให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ยากไร้ ผู้ทุพพลภาพ และผู้ป่วยติดเตียง 40 ครัวเรือน!!

วันที่ 15 ก.พ.2565 เวลา 10.00 น. ณ วัดสนามไชย ต.โพตลาดแก้ว อ.ท่าวุ้ง จว.ลพบุรี โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.ได้มอบถุงยังชีพ ข้าวสารและน้ำดื่ม ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ทุพพลภาพ และผู้ป่วยติดเตียง ม.1 ม.4 ม.6 และ ม.7 ต.โพตลาดแก้ว อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี จำนวน 40 ครัวเรือน

โดยมี คุณแม่มะลิ ตุละรัต และคุณฐาณิญา ผิวพรรณ ร่วมเป็นประธานพิธีมอบ พร้อมทั้ง พ.ต.ท.เฉลิม ยิ้มช้อย รอง ผกก.สภ.โพธิ์ทอง จว.อ่างทอง, ร.ต.อ.สามารถ เนตรวงค์ รอง สวป.สภ.ท่าวุ้ง จว.ลพบุรี และ ส.ต.ต.กิตติทัต กลิ่นส่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ท่าวุ้ง จว.ลพบุรี ร่วมมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นครั้งนี้


สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสว่างควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานโคมเทียนแก้วและเทียนมาฆประทีป แก่ วัดคลองดิน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

วันที่ 15 ก.พ. 65 เวลา 08.00 น. นายเอกชัย สุนทร นายอำเภอท่าศาลา มอบหมายให้ นางสาวศรีสุข เศียรอุ่น ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานปริหารงานปกครอง ร่วมพิธีถวายโคมเทียนแก้วและเทียนมาฆประทีปพระราชทาน โดยมี นายอยุทธ์ เชาวลิต รองนายก อบจ. นครศรีธรรมราช, นายกันตพงศ์ ช้างนิล ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ, เจ้าหน้าที่กองงานพระราชพิธี สำนักวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช, ร.ต.วิรัตน์ รูปโอ นายก อบต.หัวตะพาน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล, ผู้ใหญ่บ้าน อสม., และประชาชน เข้าร่วมร่วมพิธีถวายโคมเทียนแก้วและเทียนมาฆประทีปพระราชทาน จากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสว่างควัฒน วรขัตติยราชนารี ณ วัดคลองดิน หมู่ที่ 1 ตำบลหัวตะพาน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยภายใต้มาตรการที่ทางสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด