นายขวัญชัย รอดมณี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปากพนัง ลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชน พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

นายขวัญชัย รอดมณี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปากพนัง ลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนเขตเทศบาลเมืองปากพนัง พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 15.22 น. เนื่องจากในช่วงเช้ามืดของวันนี้ตั้งแต่เวลา 05.30 น. ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ได้มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า จากที่กรมอุตินิยมวิทยาได้แจ้งเตือนตั้งแต่วันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2565 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงทางภาคใต้ตอนล่าง โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบนายขวัญชัย รอดมณี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปากพนัง เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วได้ลงพื้นที่ ประตูระบายน้ำคลองลัด และประตูระบายน้ำอุทกวิภาขประสิทธิ พร้อมกับ นายธีระพงษ์ ช่วยชู นายอำเภอปากพนัง, นายถิรยุต ศรีสุเทพ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังล่า และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้สำรวจระดับน้ำ ปรึกษาหารือพร้อมแก้ปัญหาการระบายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองปากพนัง ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันในช่วงเช้ามืดของวันนี้

ในวันพรุ่งนี้(วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565) คาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงมากกว่าปกติ และขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนโปรดใช้ความระมัดระวังในการสัญจรไป-มาทางท้องถนนและทางแม่น้ำกรุณาชะลอความเร็วเพราะจะทำให้มีคลื่นและน้ำเข้าบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนและพื้นที่ใกล้เคียง

สามารถขอความช่วยเหลือมาได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปากพนังฝั่งตะวันออกโทร 075 – 517222, ปากพนังฝั่งตะวันตก โทร 075 – 444333

#เคียงข้างอย่างห่วงใย #นายกป้อม นายขวัญชัยรอดมณี นายกเทศมนตรีเมืองปากพนัง #เข้าใจเข้าถึงใจถึงพึ่งได้ #เพราะพี่น้องชาวปากพนังทุกคนคือคนสำคัญ


ธีรศักดิ์ อักษรกูล /นครศรีธรรมราช

ยโสธรยัน ! ยังมีเวทีคอนเสิร์ตศิลปินวันงานสถาปนาจังหวัด

จากที่มีกระแสในโลกโซเชียลว่าวันสถาปนาจังหวัดยโสธร จะไม่มีเวทีคอนเสิร์ตนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร ได้แจ้งให้ทราบว่า ยังมีเวทีการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินเหมือนเดิม ในงานสถาปนาจังหวัดยโสธร ประจำปี 2565 “สะออน 50 ปี ศรียโสธร” ระหว่างวันที่ 1-7 มีนาคม 2565 ณ สวนสาธารณะบุ่งน้อย – บุ่งใหญ่ ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร โดยมีการแสดง 2 เวที เหมือนทุกปีที่ผ่านมา ดังนี้

  1. เวทีกลางของส่วนราชการ มีการเดินแบบผ้าไทย การประกวดร้องเพลง ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น การแสดงของลูกหลานเยาวชน และอื่นๆ
  2. เวทีการแสดงคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปินชื่อดัง
    1. วันที่ 1 มี.ค. 65 ศิลปินแพรวพราว ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์
    2. วันที่ 2 มี.ค. 65 ศิลปิน เจน นุ่น โบว์
    3. วันที่ 3 มี.ค. 65 ศิลปิน วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์
    4. วันที่ 4 มี.ค. 65 ศิลปิน ลำไย ไหทองคำ
    5. วันที่ 5 มี.ค. 65 ศิลปิน กระต่าย พรรณนิภา
    6. วันที่ 6 มี.ค. 65 ศิลปิน เอ มหาหิงค์
    7. วันที่ 7 มี.ค. 65…ศิลปิน เนสกาแฟ ศรีนคร

ทั้งนี้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายชลธี ยังตรง และ นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร ขอให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และเที่ยวงานกันอย่างมีความสุขสนุกสนานปลอดภัย


รุ่งอรุณทรงกลด บุญปก
ประยง​ อินอ่อน
/////รายงาน

จังหวัดลพบุรี พ่อแม่ร้องระงมลูกออกมาครู่เดียว เป็นศพริมทาง

จังหวัดลพบุรี พ่อแม่ร้องระงมลูกออกมาครู่เดียวเป็นศพริมทาง

วันที่ 27 ก.พ. 2565 พ.ต.ท.รตนดล แหวดกระโทก สารวัตรสอบสวน สภ.เพนียด อ.โคกสำ โรง ลพบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถกระบะที่ริมถนนสายเพนียด-หนองปล้อง ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง และสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ฒง-8532 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมทางลักษณะถอยหลังท้ายอยู่ริมทางหน้ารถอยู่บนถนน ที่ด้านขวารถพบมีร่องรอยการชน กระจกแตกมีเลือดกระเซ็นเต็มหน้ารถ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 1กญ-510 ลพบุรี ในสภาพพังยับเยิน โดยพบร่างนายณรงค์ฤทธิ์ ศรีผ่อง อายุ 20 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.วังเพลิง อ.โคกสำโรง ลพบุรี มีบาดแผลฉกรรจ์ตามลำตัวใบหน้า เลือดทะลักไหลจากปากและจมูก ท่ามกลางเสียงร้องระงมจากพ่อแม่ และญาติผู้เสียชีวิต

จากการสอบสวนนายชัชนนท์ วาณีวรคุณ อายุ 23 ปี ชาวกรุงเทพฯ เล่าว่าตนขับล่วงหน้ามาก่อนเพื่อนๆ อีกหลายคัน ซึ่งได้มาจอดรอในจุดดังกล่าว โดยถอยหลังลงข้างทางเพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกชนท้าย โดยหน้ารถยื่นมาบนถนนเล็กน้อย เมื่อจอดอยู่ได้สักระยะได้ยินเสียงดังโครมที่หน้ารถเมื่อลงมาดูพบพบว่าจักรยานยนต์ชนหน้ารถเสียชีวิตคาที่ ทั้งนี้สารวัตรสอบสวนได้บันทึกสถานที่เกิดเหตุ นำศพส่งพิสูจน์ที่ รพ.ก่อนควบคุมตัวนายชัชนนท์ ส่งพนักงามสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

“ศุภชัย” นั่งประธานสภาเอสเอ็มอีแทน “ไชยวัฒน์” ลุยสานต่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs

“ศุภชัย” นั่งประธานสภาเอสเอ็มอีแทน “ไชยวัฒน์” ลุยสานต่อช่วยผู้ประกอบการ SMEs เร่งฟื้นฟูธุรกิจหลังวิกฤตโควิด เชื่อมโยงช่องทางตลาดการซื้อขายระหว่างจังหวัด และการค้าชายแดน พร้อมหนุนสินค้าไทยการส่งออกเปิดตลาดกลุ่มประเทศมุสลิมและยุโรป  

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 โดยมีวาระสำคัญในการเลือกตั้งประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย วาระปี 2565-2566 แทน นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ โดยที่ประชุมได้รับรอง ดร.ศุภชัย แก้วศิริ ขึ้นเป็นประธานสภาเอสเอ็มอีในวาระปี 2565-2566

นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ เปิดเผยว่า จากการก่อตั้งสภาเอสเอ็มอีมาตั้งแต่ปี 2557 โดยภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ที่ประกอบไปด้วยสมาคม มูลนิธิ ชมรม และคลัสเตอร์ต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นผู้แทนของ SMEs ในการสะท้อนปัญหาและความต้องการของ SMEs พร้อมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่ามี 3 Pain Point ของ SMEs ได้แก่ ด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การตลาด และด้านองค์ความรู้และนวัตกรรม จึงได้พัฒนา SMEs Smart Province โมดล เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวแบบบูรณาการครบวงจรขึ้นมา เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนา SMEs ทั้งประเทศจากระดับจังหวัดต่อไป

ด้าน ดร.ศุภชัย แก้วศิริ เปิดเผยว่า ในปี 2565 หาก สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย หรือไปในทิศทางที่ดีขึ้น สภาเอสเอ็มอีจะเร่งดำเนินการขับเคลื่อนเรื่องการฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ทั้งขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (Micro) โดยจะเริ่มต้นจากการสร้างองค์ความรู้และนวัตนกรรม การหาแหล่งเงินทุน และการขยายช่องทางการตลาดให้มากขึ้น แล้วนำเสนอมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือภาคธุรกิจ SMEs ต่อรัฐบาลต่อไป

การให้ความช่วยเหลือด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สภาเอสเอ็มอีเสนอให้มีการจัดสรรงบประมาณในรูปแบบกองทุน SMEs ที่บริหารโดยภาคเอกชน โดยมีภาครัฐให้การสนับสนุนและร่วมกลั่นกรอง เพื่อดำเนินการปล่อยสินเชื่อให้กับ SMEs กลุ่มต่างๆ ที่ครอบคลุมทั้ง SMEs กลุ่ม Startup และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจรากหญ้าตัวแรก นำไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศต่อไป

นอกจากนี้ เสนอให้มีการยืดหยุ่นเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธนาคารเดิมด้วยเงื่อนไขผ่อนปรน ทั้งกลุ่มที่มีประวัติการชำระปกติ กลุ่มที่เป็น NPL และ/หรือปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงกลุ่มที่ต้องการขอสินเชื่อรายใหม่ โดยพิจารณาบนพื้นฐานของสถานการณ์ไม่ปกติ

ส่วนแนวทางการช่วยเหลือ SMEs ด้านการตลาด เสนอแนวทางการเชื่อมโยงช่องทางตลาดเอาไว้ 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.การซื้อขายระหว่างจังหวัด ผ่านประธานสภาเอสเอ็มอีจังหวัด 2.การค้าชายแดน นำร่องด่านถาวรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ 3.การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมและยุโรปเพื่อนำรายได้เข้าประเทศด้วย


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง
รายงาน

แค่นัดแรกก็ดุเดือดแล้ว..! (สว. Vs ส.ส.)

แค่นัดแรกก็ดุเดือดแล้ว..! (สว. Vs ส.ส.)

ได้เวลาต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนคนรากหญ้ากันอีกรอบ ..! เมื่อสมาชิกวุฒิสภา (สว.)ได้มีมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. … (มติ สว. ไม่เห็นด้วยกับ ส.ส. 12 มาตรา)ขอแก้ไขเพิ่มเติม ตามมติ วันอังคารที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๕ หลักๆ คือ ไม่ให้ประชาชนคนทั่วไปโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ social media..! เกรงว่าจะเป็นการโฆษณาให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 สตรีมีครรภ์ และ สตรีให้นมบุตร หรือ เพื่อเอื้อนายทุน..!

เชิญคนรากหญ้าและคนคอท่อมร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ เพื่อประโยชน์กับตัวท่านเองนะครับ

#ดร_ชัย #ไทยแลนด์4_0หรือ0_4 #ลุ่มน้ำปากพนัง #นครศรีฯ #ชาวใต้


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตาผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณบ้านภูดิน ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตาผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณบ้านภูดิน ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 11.00 น. : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ / หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วยนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ นำทีมลงพื้นช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณบ้านภูดิน ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยมอบเงินสด คนละ 3,000 บาท จำนวน 40 คน พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งรายครอบครัว และรายบุคคล รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 139,000 บาท (หนึ่งแสนสามหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) โดยมี นายประศาสตร์ ธุระนิตย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกก่อ พร้อมด้วยนายสมเพ็ชร งามศิริจิตต์ ประธานมูลนิธิมหาสารคามการกุศล ร่วมในพิธี ณ บริเวณบ้านภูดิน ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วัชระฯ เผยทนายร้องป.ป.ช.ฟันทุจริตสอบเลื่อนขั้นระดับผอ.กกต.ปี63 พบมีการทำเป็นขบวนการมีตัวการใหญ่เอี่ยวด้วย

วัชระฯ เผยทนายร้องป.ป.ช.ฟันทุจริตสอบเลื่อนขั้นระดับผอ.กกต.ปี63 พบมีการทำเป็นขบวนการมีตัวการใหญ่เอี่ยวด้วย

วันที่ 26 ก.พ.65 : นายวัขระ เพชรทอง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ.65 นายกิตติ ธนพันธ์สกุล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหน้าที่ชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ (ป.ป.ช.) ให้สืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ (กกต.) และผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดอีกหลายคน จากการทุจริตการสอบเลื่อนขั้นในตำแหน่งผู้อำนวยการระดับต้นที่ (กกต.) ได้จัดสอบเมื่อต้นปี 2563 ซึ่งมีการทุจริตอย่างชัดเจนโดยแก้ผลคะแนนการสอบของผู้เข้าสอบให้ลดน้อยลงจนไม่ผ่านเกณฑ์ และช่วยเหลือพวกพ้อง คนสนิทที่สอบไม่ผ่านให้ได้คะแนนมากขึ้น

จนผ่านการสอบและอนุมัติให้เลื่อนขั้น ทั้งๆที่เป็นบุคคลที่ไม่มีความสามารถ โดยมีผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบครั้งนี้หลายคน เป็นผู้บริหารระดับสูงใน (กกต.) หลายระดับ ทำให้เจ้าหน้าที่ กกต.ทั่วประเทศจำนวนหลายร้อยรายที่มีสิทธิ์เข้าสอบเสียขวัญกำลังใจ หมดหวังต่อความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ และสร้างความเสื่อมเสียต่อวงการ (กกต.) เป็นที่โจษจันในขณะนี้อย่างมาก โดยเป็นการทุจริตการสอบเลื่อนขั้นโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ผู้เสียหายจึงได้ร้องเรียนเพื่อให้คณะกรรมการ ปปช.ได้ไต่สวน สอบสวนผู้กระทำความผิดเพื่อลงโทษตามกฎหมายต่อไป

นายวัชระฯ กล่าวว่า เรื่องนี้มีหลักฐานชัดเจนที่จะเปิดเผยต่อ (ป.ป.ช.) เช่นเดียวกับกรณีการร้องเรียนนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ (กกต.) ใหญ่ กรณีนำรถของราชการไปใช้ทำธุระส่วนตัวงานไหว้บรรพบุรุษเช็งเม้ง และฉลองวันเกิดของตัวเองพร้อมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่ทำงาน ซึ่งตนไปให้ปากคำพร้อมกับข้าราชการชั้นผู้น้อยของกกต.หลายคนโดยขอให้พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน (ป.ป.ช.) ให้คุ้มครองพยานอย่างเข้มแข็ง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ดร.พีรวัฒน์/ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.กทม. (ภาคประชาชน) จัดทีมงานอาสาสมัครพ่นยาฆ่าเชื้อภายในชุมชนสะพานกรุงเทพ โดยสนับสนุนอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ดร.พีรวัฒน์-ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.กทม. (ภาคประชาชน) จัดทีมงานอาสาสมัครพ่นยาฆ่าเชื้อภายในชุมชนสะพานกรุงเทพโดยสนับสนุนอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายทั้งหมด

เมื่อเร็วๆนี้…ดร.พีรวัฒน์-ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ประธานกต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน), ประธาน กต.ตร.บก.น.1, ประธาน กต.ตร.บก.สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ประธานกต.ตร.สน.ชนะสงคราม,ประธานที่ปรึกษาผู้บัญชาการจเรตำรวจ และประธานที่ปรึกษากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5

ได้รับการประสาน จากทางชุมชนสะพานกรุงเทพซอย พระราม3-2/1ให้ช่วยจัดทีมงานอาสาสมัคร ลงพื้นที่พ่นยาฆ่าเชื้อให้แก่ชุมชนเนื่องจากมีชาวชุมชนได้รับความเดือดร้อนจากเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนหลายคนและเพื่อความปลอดภัยให้ประชาชนภายในชุมชน ซึ่งชุมชนนี้มีจำนวน 100 หลังคาเรือนและ บริเวรโดยรอบๆของชุมชนและห้องพักของผู้กักตัวเพื่อรอรถนำส่งโรงพยาบาลและได้รับแจ้งจากทางประธานชุมชนได้กล่าวขอขอบคุณ ดร.พีรวัฒน์-ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.กทม. (ภาคประชาชน) ที่จัดทีมงานอาสาสมัคร เข้าพ่นยาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น


Cr.#ข่าวเป็นข่าวดอทคอม/เอกชัย/รายงาน 0894981477

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เปิดตัวแข้งตาชั่ง “ทีมฟุตบอลทนายความพัทยา” เตะสานสัมพันธ์ ให้ความรู้กฎหมายชาวบ้าน

เปิดตัวแข้งตาชั่ง “ทีมฟุตบอลทนายความพัทยา” เตะสานสัมพันธ์ ให้ความรู้กฎหมายชาวบ้าน

วันที่ 26 ก.พ.65 ที่สนามฟุตบอลฮอร์สชู พอยท์ พัทยา จ.ชลบุรี : ได้มีการจัดกิจกรรมเตะฟุตบอลกระชับมิตรสามเส้า ระหว่างทีมทนายความพัทยา นำโดยทนายความที่ปรึกษา กนกอร สวัสดิ์รัมย์ หรือ ทนายฟาง เป็นผู้จัดการทีม และทีมรวมเพื่อนทนายความอีสานพัทยา และทีมฟุตบอลนีโม่ (nemo) พร้อมเปิดตัวทีมฟุตบอลทนายความพัทยา

โดย ทนายความที่ปรึกษา กนกอร หรือ ทนายฟาง ผู้จัดการทีมฟุตบอลทนายความพัทยา เล่าว่า วัตถุประสงค์เพื่อดึงทนายความทุกคนให้มีส่วนร่วมโดยใช้กีฬาฟุตบอลเป็นหลักและถือเป็นกีฬาอันดับหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีให้ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมายเช่นอัยการตำรวจรวมถึงประชาชนได้เข้าใจเข้าถึงทนายความได้ง่ายขึ้น ที่ผ่านมามุมมองของประชาชนที่มีต่อทนายความน่ากลัว ในทีมหนึ่งจะมีทนายความประมาณ 30 คน โดยจะแบ่งเป็นระดับอายุในการแข่งขันกระชับมิตร

ทนายฟางฯ กล่าวว่า ที่มาของทีมคือเป็นการรวมทีมทนายความ พัทยา เพื่อเป็นการออกกำลังกายก่อน เป็นอันดับแรก ต่อมาก็เพื่อเป็นการสานความสัมพันธ์กันหน่วยงานต่างๆ โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลาง กับพ่อค้าประชาชน

ในวันนี้ มี 3 ทีม เข้าร่วมทีมทนายความพัทยา ทนายความรวมเพื่อนทนายความอีสานพัทยา และทีมนีโม (meno) ในอนาคตเราคาดหวังว่าจะนำทีมทนายความไปสู่ระดับประเทศ พัฒนาทีมให้แข็งแกร่งและมีความสามัคคีให้มากกว่า กิจกรรมเราจะมีการจัดต่อเนื่อง มีบอลกระชับมิตร ให้ความรู้กับประชาชนควบคู่ไปด้วย เหมือนพอสร้างความสัมพันธ์แล้วประชาชน หรือห้างร้านต่างๆ ก็จะผ่อนคลายกับทนายความมากขึ้น และมองภาพทนายความตอนนี้คือออกกำลังกาย เสร็จบอลแล้วก็นั่งคุยกันให้ความรู้ เฮฮากันมากกว่า จะเรียกว่ายามศึกเรารบเราทำคดีความ เราก็ทำหน้าที่เต็มที่ ยามสงบเราก็พัฒนาร่างกาย จิตใจ ให้เข้มแข็งด้วยกีฬา ฟุตบอลนี่เป็นกีฬาที่เล่นได้หลายคนมาก เราก็เลือกมา จริงๆมีพี่ๆ ที่ทำมาก่อนแล้ว มารุ่นหลังมีน้องๆ มาขอให้รวบรวมให้เป็มผู้จัดการทีมได้ไหม หลายปีกว่าจะตัดสินใจมารับทำ

อนาคตตั้งใจจะจัดบอลกระชับมิตรพร้อมทำการกุศลเพื่อผู้ด้อยโอกาส มอบชุดกีฬาหรืออื่น เมื่อสถานการณ์โควิดดีขึ้นแล้ว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“เอนก” เดินหน้า “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” เปิดโครงการ “เกษียณมีดี” ส่งเสริมวัยเกษียณสู่วัยสร้างสรรค์

“เอนก” เดินหน้า “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” เปิดโครงการ “เกษียณมีดี” ส่งเสริมวัยเกษียณสู่วัยสร้างสรรค์

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 : ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดตัวโครงการ “เกษียณมีดี” พลังเกษียณสร้างชาติ : ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัย และระบบสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน จัดโดย วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ นายวัลลพ สงวนนาม เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดเชียงใหม่ นายวรวัจน์ สุวคนธ์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มงาน SCB Academy ธนาคารไทยพาณิชย์ นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคเหนือ และกลุ่มเป้าหมายพิเศษ (ศกพ.) เข้าร่วมกิจกรรม ณ หอคำทวี Horizon Village Resort และสวนพฤกษศาสตร์ทวีชล อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า โครงการ “เกษียณมีดี” พลังเกษียณสร้างชาติ ที่ (มช.) ริเริ่มทำในภาคเหนือ พยายามคิดเรื่องผู้สูงวัยให้เป็นพลังและโอกาส มีวิธีคิดในการจัดการผู้สูงวัย เปลี่ยนให้เป็นโอกาสของประเทศ ในการนำคนที่มีประสบการณ์ในชีวิต อย่าดูถูกคนสูงวัย มีความสุขที่แท้จริงตอนสูงวัย ผู้สูงวัยรวมกลุ่มกันก็จะทำให้แก่ทันที กิจกรรมของผู้สูงวัย อยากให้แทรกซึมกับคนทุกวัย โรงเรียนผู้สูงวัย ควรมีหนุ่มสาวด้วย นายกรัฐมนตรีบอกว่าแม้แต่ที่ให้มารับเงินสงเคราะห์คนสูงวัยติดเตียงมาไม่ได้ ควรแก้ปัญหายังไง กิจกรรมโรงเรียนถือว่าดีมาก อยากให้เติมเข้าไป ให้เด็กเห็นคุณค่าของผู้สูงวัย ผู้สูงวัยต้องเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็นคุณค่า ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ที่มีโรงเรียนเอาเด็กเล็กมาฝากที่ผู้สูงวัยเลี้ยง เพื่อสร้างมายเซท ที่ทำยังไงให้ผู้สูงวัยอยู่กันเหมือนญาติพี่น้อง ลูกหลาน สมมติสร้างความเป็นครอบครัว สมมติ ทำเพราะรู้สึกดี จากประสบการณ์น่าศึกษา สร้างความรู้สึกให้เหมือนครอบครัวทั้งหลายแก้ปัญหาผู้สูงอายุอย่าหวังจากรัฐ ต้องมีเอกชนเข้าช่วย ภาคสังคมต้องเข้มแข็ง ท้องถิ่นต้องเข้ามาช่วย มีพระเข้าช่วย มีเครือข่ายมาช่วย เสริมงานให้ดีขึ้น ทำสังคมสงเคาะห์เป็นอาชีพ แนวคิดต่างประเทศโลกเปลี่ยนไปเรื่อย ต้องปรับตาม ปฏิเสธนักสังคมสงเคราะห์ไม่ได้ (อว.) ไม่ได้ทำแต่วิจัย หรือสอน บนหอคอยงาช้าง ความเป็นเลิศทางวิชาการ ทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น จึงได้เรียนเชิญหลายฝ่ายมาสมทบทุนในการทำวิจัย เอาทรัพยากรที่มีอยู่มาทำงบวิจัยเพื่อผู้สูงวัย (มช.) ยังมีหน้าที่ช่วยคนเชียงใหม่และจังหวัดอื่น ช่วยดูแลผู้สูงวัยคนที่อยู่ล้อมรอบมหาลัย มหาลัยต้องหายใจร่วมกัน ต้องการอะไรก็ต้องหามาให้ ผลงานมหาลัยขึ้นอยู่กับการสอนที่ดี รวมถึงต้องมีนวัตกรรมที่ดีด้วย

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า (อว.) ได้มอบหมาย ภารกิจตามนโยบายสาคัญของ (อว.) ในยุทธศาสตร์ Quick Wins เรื่อง “เปลี่ยนเกษียณ เป็นพลัง” ให้ (วช.) ดำเนินการสร้างกลไกการเตรียม ความพร้อมในการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทย ซึ่ง (วช.) ได้กำหนดให้มีแผนงาน “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ผ่านการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม และกิจกรรม ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย โดยให้ความสำคัญกับฐานความรู้เดิมและองค์ความรู้ ที่มีอยู่ของสถาบันการศึกษา ที่พร้อมนำไปต่อยอดและขยายผล ร่วมกับหน่วยงานและ มหาวิทยาลัยภายใต้ กระทรวง (อว.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการ “เกษียณมีดี” เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้แผนงาน “เปลี่ยน เกษียณเป็นพลัง” ระยะที่ 1 ซึ่งประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างเป็นรูปธรรม

ส่วน ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการ “เกษียณมีดี” ได้รับสนับสนุนทุนจาก (วช.) ให้ดำเนินการจัดทำบทเรียนดิจิทัล “เกษียณมีดี” สำหรับผู้สูงวัย และพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนต่างวัย “ชุมชนคนมีดี” รวมทั้งพื้นที่ปฏิบัติการฝึกเป็นผู้ประกอบการออนไลน์ “ตลาดคนมีดี” เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัย พร้อมระบบสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน ระบบสนับสนุนและพื้นที่ค้าขายสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการใน ออนไลน์ มาร์เก็ตเพลส ระยะเวลาการงาน 10 เดือนที่ผ่านมาโครงการเกษียณมีดี มีความก้าวหน้าและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป เข้าร่วมในระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล“มีดี” กว่า 9,160 คนจากทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีผู้เข้าร่วมโครงการที่เป็นประชาชนคนทั่วไป ทุกเพศ ทุกวัย รวมกว่า 14,600 คน ในปี 2565 นี้ โครงการเกษียณมีดีจะได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการสนับสนุนผู้สูงวัย 77 จังหวัดทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงการส่งเสริมของโครงการฯ

ภายในงานยังได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต (มช.),(วช.), กรมกิจการผู้สูงอายุ, (กศน.),เทศบาลเชียงใหม่,เครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุ 17 จังหวัดภาคเหนือ และกลุ่มงาน SCB Academy เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัล โดยให้เกิดการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทย

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มอบรางวัลแก่ผู้สูงวัยที่สร้างแรงบันดาลใจในโครงการเกษียณมีดีในรางวัล “คนไทยมีดี of The Year 2021 ทั้งหมด 3 ท่าน ได้แก่ นายอาคม วชิรโรจน์ประภาพ นายเบญจพล วชิรโรจน์ประภาพ ดนตรีของปู่หลาน, นางอิ่นแก้ว ชัยศรี ร้านนวดแผนไทยชมรมผู้สูงอายุตำบลดอยสะเก็ด และอีกหนึ่งรางวัลพิเศษ “บุคคลต้นแบบสร้างสรรค์สังคม” ได้แก่ ดร.พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ ซึ่งเป็นประธานเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุ 17 จังหวัด และยังได้มอบรางวัลแก่คนไทยมีดีใน 3 สาขา ได้แก่สาขามีดีที่ต่างวัย,สาขาคนมีดี และสาขาร้านนี้มีดี แก่ผู้สูงวัย 8 ท่าน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน