ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เป็นประธานประดับยศ “ร้อยตำรวจตรี” ให้ข้าราชการตำรวจ 119 นาย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เป็นประธานประดับยศ “ร้อยตำรวจตรี” ให้ข้าราชการตำรวจ 119 นาย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

นครราชสีมา — เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2569 ณ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจตรีณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยภริยา เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศ “ร้อยตำรวจตรี” ให้แก่ข้าราชการตำรวจที่สำเร็จการฝึกอบรม จำนวน 119 นาย

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ประจำปี พ.ศ.2569 โดยมีผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวของผู้เข้ารับการประดับยศเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้การฝึกอบรมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติภารกิจในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมถึงการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับข้าราชการตำรวจที่ได้รับการประดับยศในครั้งนี้ ถือเป็นการเลื่อนตำแหน่งเข้าสู่ชั้นสัญญาบัตร โดยมียศ ร้อยตำรวจตรี และเข้ารับตำแหน่งในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนคร ราชสีมา จำนวนทั้งสิ้น 119 นาย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป


กันตินันท์ รายงาน

มทภ.2 ร่วมพิธีมุทิตาคารวะ เจริญธาตุขันธ์พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เสน ปัญญาธโร ณ วัดป่าหนองแซง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

มทภ.2 ร่วมพิธีมุทิตาคารวะ เจริญธาตุขันธ์ พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เสน ปัญญาธโร ณ วัดป่าหนองแซง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 69 เวลา 07.30 น. พล.ท. วีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2 ร่วมพิธีมุทิตาคารวะ เจริญธาตุขันธ์พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เสน ปัญญาธโร เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักเคารพบูชาในองค์หลวงปู่ ผู้งดงามในวัตรปฏิบัติเปี่ยมด้วยคุณธรรมองค์สำคัญของจังหวัดอุดรธานี โดยมีพลตรี ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบปที่ 24 พร้อมกำลังพลและประชาชนผู้มีศรัทธาเข้าร่วมพิธีมุทิตาคารวะ เจริญธาตุขันธ์ แสดงความรัก ความเคารพบูชา และความกตัญญูกตเวทีต่อพระเถรานุเถระผู้ทรงคุณธรรม ณ วัดป่าหนองแซง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

หลวงปู่เสน ปัญญาธโร นามเดิมท่านชื่อ ประเสน ชัยพันธุ์ ต่อมาบิดาของหลวงปู่ได้เป็นทหารจึงเปลี่ยน นามสกุลเป็น จงประสม ท่านเกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2477 ถิ่นกำเนิด ณ บ้านหนองอ้อใหญ่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

“หลวงปู่เสน ปัญญาธโร” เป็นเจ้าอาวาสวัดป่านิโครธาราม (วัดป่าหนองแซง) พระเถระผู้ปฏิบัติดีตามแบบปฏิปทาตามบูรพาจารย์กัมมัฏฐานสายพระป่า “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ท่านเป็นพระเกจิวิปัสสนากรรมฐาน เป็นวัดป่าที่เงียบสงบ มุ่งเน้นการปฏิบัติธรรมตามแนวทางวิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่มั่น ทั้งยังเป็นผู้สืบทอดข้อวัตรปฏิบัติจากหลวงปู่บัว สิริปุณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าหนองแซง และเป็นศูนย์รวมจิตใจพุทธบริษัท และสานุศิษย์พร้อมทั้งชาวบ้าน ในเขตอำเภอหนองวัวซอและใกล้เคียงให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก


พรพิพัฒน์ รายงาน

ตม.สงขลา สกัดจับรถกระบะขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา 2 คัน คาด่านตรวจ

สงขลา – ตม.สงขลา สกัดจับรถกระบะขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา 2 คันคาด่านตรวจทางหลวงใช้ผ้าใบคลุมมิดชิดมาในกระบะท้ายรถจำนวน 21 คน มีคนไทยและคนพม่าเป็นคนขับ รับสารภาพหมดเปลือกใครจ้างใครมารับทำมาแล้ว5 ครั้งเร่งขยายผลจับกุมขบวนการค้าแรงงานเถื่อนกลุ่มนี้

เมื่อเวลา 21.15 น. เมื่อคืนนี้ (6เม.ย.69) ชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.สงขลา ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.บก.ตม.6 พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมลออ ผกก.ตม.จว.สงขลา ร่วมกับตำรวจทางหลวงตำรวจสภ.รัตภูมิ และชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว สกัดจัดรถกระบะขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาจำนวน 2 คัน คาหน่วยบริการตำรวจทางหลวงรัตภูมิ ถนนเพชร เกษม ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ขณะลักลอบขนแรงงานเถื่อนอัดแน่นมาเต็มท้ายรถกระบะทั้งสองคันจำนวน 21 คนเป็นผู้ชายทั้งหมด

โดยขนมากับรถยนต์กระบะฟอร์ด สีดำ ทะเบียน กน 9392 ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 11 คน ใช้ผ้าใบและตาข่ายคลุมมาบนกระบะท้ายรถและนอนหมอบกับพื้นกระบะเพื่อพรางตัว มีนายทินกร พรมดี อายุ 45 ปี เป็นคนขับ อีกคัน เป็นรถกระบะโตโยต้ารีโว่ สีเทาดำ ทะเบียน ขท. 9798 สุราษฎร์ธานี ขนมา 10 คนในสภาพเดียวกันคือใช้ผ้าใบคลุมอำพรางท้ายรถกระบะ คันนี้มีนายจอตูยะ อายุ44 ปี ชาวเมียนมาเป็นคนขับ

การจับกุมขบวนการขนแรงงานเถื่อนครั้งนี้ทางชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.สงขลา สืบทราบว่าจะมีการขนแรงานเถื่อนชาวเมียนมาชุดใหญ่โดยใช้รถกระบะ2คัน รับแรงงานเถื่อนมาจากพื้นที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร มาส่งในพื้นที่อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และจะมีการรับช่วงต่อพาไปส่งลักลอบข้ามแดนเข้าไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย ทันทีที่รถกระบะทั้งสองคันวิ่งมาบนถนนเพชรเกษมเข้าสู่พื้นที่อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนติดตามและตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณหน่วยบริการตำรวจทางหลวงรัตภูมิ ถนนสายเอเชีย และสกัดจัดรถกระบะทั้งสองคันเอาไว้ได้คาจุดตรวจ

และจากการสอบสวน นายทินกร และนายจอตูยะ คนขับรถกระบะทั้งสองคันให้การซัดทอดไปยังคนว่าจ้างและคนที่มารับช่วงต่อขนเข้ามาเลเซียหมดเปลือกว่ามีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง
โดยนายทินกร ได้รับค่าจ้างครั้งละ 7,500 บาทขนมาแล้ว 5 ครั้ง ส่วนนายจอตูยะ ได้ค่าจ้าง 5,000 บาท และขนมาแล้ว5 ครั้งและเข้ามาอยู่ในประเทศไทยมา 30 ปี แล้ว ส่วนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาทั้ง 21 คนบอกว่า ลักลอบข้ามแดนเข้ามาทางชายแดนจ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา จ่ายค่าเดินทางให้นายหน้าคนละ 7 ล้านจ๊าดหรือประมาณ 9 หมื่นบาท
โดยหลังจากนี้ทางชุดสืบสวนตม.สงขลา จะเร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมขบวนการทั้ง หมด และควบคุมตัวผู้ต้องหาชุดนี้ทั้ง23คนส่งสภ.รัตภูมิ ดำเนินคดี


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

สวนสัตว์นครราชสีมา รับขวัญสมาชิกใหม่ “ลูกฮิปโปแคระ” เพศเมีย

สวนสัตว์นครราชสีมา รับขวัญสมาชิกใหม่ “ลูกฮิปโปแคระ” เพศเมีย พร้อมชวนประชาชนร่วมตั้งชื่อ ลุ้นเปิดตัวอย่างเป็นทางการในโอกาสครบรอบ 37 ปี สวนสัตว์นครราชสีมา

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 13.44 น. สวนสัตว์นครราชสีมาได้ต้อนรับสมาชิกใหม่เป็น “ลูกฮิปโปแคระ” จำนวน 1 ตัว ซึ่งเกิดจากแม่หมูกรอบ (พี่สาวของหมูเด้ง) และพ่อขนุน โดยผลการตรวจสุขภาพเบื้องต้นพบว่าเป็นเพศเมีย มีน้ำหนักแรกเกิด 5 กิโลกรัม ความยาวลำตัว 57 เซนติเมตร และความสูง 23.5 เซนติเมตร สุขภาพโดยรวมแข็งแรงสมบูรณ์ดี เดินเก่งและเริ่มเรียนรู้การกินนมแม่ได้เป็นอย่างดี เน้นสวัสดิภาพสัตว์เป็นสำคัญ (Animal Welfare) ในช่วง 1 เดือนแรกนี้ ทางสวนสัตว์ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและแฟนคลับ “ยังไม่เปิดให้เข้าชมตัวจริง” เนื่องจากเป็นช่วงที่น้องยังบอบบางมาก ต้องอาศัยการดูแลจากแม่หมูกรอบอย่างใกล้ชิด โดยมีทีมสัตวแพทย์และผู้ดูแล (Zookeeper) เฝ้าติดตามอาการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าน้องจะมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ที่สุด

อย่างไรก็ตาม ทุกท่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและภาพความน่ารักรายวันได้ทางเพจ Facebook: สวนสัตว์นครราชสีมา KORAT ZOO เชิญชวนร่วมกิจกรรม “ตั้งชื่อหลานสาวหมูเด้ง” เพื่อเป็นการเฉลยปริศนาทายวันเกิดที่ผ่านมา สวนสัตว์ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนุกต่อเนื่องกับกิจกรรม “ประกวดตั้งชื่อลูกฮิปโปแคระ” เพื่อชิงรางวัลพิเศษจากทางสวนสัตว์

ระยะเวลาร่วมกิจกรรม : ตั้งแต่วันนี้ – 20 เมษายน 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ (รายละเอียดติดตามได้ที่หน้าเพจสวนสัตว์) เตรียมเปิดตัวยิ่งใหญ่ ครบรอบ 37 ปี สำหรับกำหนดการอวดโฉมความน่ารักอย่างเป็นทางการ

นายธนชน ระบุว่าได้วางกำหนดเปิดตัวสมาชิกใหม่ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่เป็น วันครบรอบการก่อตั้งสวนสัตว์นครราชสีมา ปีที่ 37 โดยจะมีการจัดกิจกรรมต้อนรับอย่างอบอุ่นและเตรียมพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวให้ได้รับความประทับใจสูงสุด “เรามุ่งหวังว่าสมาชิกใหม่ตัวนี้จะเป็นทูตสิทธิสัตว์และเป็น Soft Power สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมสร้างความสุขให้กับชาวจังหวัดนครราชสีมาและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ แล้วพบกันวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ครับ” นายธนชน กล่าวทิ้งท้าย


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

ผู้ใหญ่บ้าน! กอดคอไปกับลูกบ้าน ถอดใจ ปล่อยทิ้งที่นาร้างเป็นพันไร่ อาชีพรับจ้างตกงานระนาว เซ่นพิษน้ำมัน-ปุ๋ยแพง แต่ราคาข้าวถูก

อุทัยธานี – ผู้ใหญ่บ้านกอดคอไปกับลูกบ้าน ถอดใจ ปล่อยทิ้งที่นาร้างเป็นพันไร่ อาชีพรับจ้างตกงานระนาว เซ่นพิษน้ำมัน-ปุ๋ยแพง แต่ราคาข้าวถูก

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผย นายรพีรัฐ ถิระการ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เผยวิกฤตการณ์นำมันขึ้นราคาไม่หยุด ส่งผลชาวนาต้องเผชิญต้นทุนเพิ่มทุกด้านอย่างหนัก จนล่าสุด เกือบทั้งหมู่บ้านหยุดทำนาซึ่งมีกว่า 3,000 ไร่ จากทั้งหมด 3,116 ไร่ ทิ้งผืนนาให้กลายเป็นที่นาร้างในฤดูกาลนี้ เนื่องจากแบกรับต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงไม่ไหว ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูง

เกษตรกรระบุว่า น้ำมันเป็นปัจจัยหลัก เงิน 100 บาท ซื้อน้ำมันได้ไม่ถึง 2 ลิตร ทำให้การสูบน้ำและใช้เครื่องจักรทางการเกษตรมีต้นทุนขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ปัจจัยการผลิตขยับตัว ราคาปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชในท้องถิ่นปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับราคาข้าว ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นทุกอย่าง แต่ราคาข้าวกลับตกต่ำ อยู่ที่เพียง 6,000 กว่าบาทต่อตัน ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ผลกระทบเป็นลูกโซ่จนต้องการหยุดทำนา ปัญหาไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เจ้าของนา แต่ยังลามไปถึงแรงงานรับจ้างในพื้นที่ เช่น กลุ่มรับจ้างตัดข้าวดีด ที่ต้องขาดรายได้ตามไปด้วย เนื่องจากไม่มีการจ้างงาน

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวทิ้งท้ายอย่างสิ้นหวังว่า แม้พื้นที่จะยังมีน้ำและดูเขียวขจี แต่ก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยงลงทุนทำนาต่อ เพราะมองไม่เห็นกำไร มีแต่จะจมทุนและแบกภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจปล่อยนาให้รกร้างเพื่อหยุดการขาดทุน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

รวดเร็วราวสายฟ้าฟาด “ตำรวจพัทยา” บุกรวบเครือข่าย “บัญชีม้า” สกัดเงิน 9.85 แสนบาท พร้อมกับล็อก 4 บัญชีม้าบนห้างดังกลางเมืองพัทยา

รวดเร็วราวสายฟ้าฟาด “ตำรวจพัทยา” บุกรวบเครือข่าย “บัญชีม้า” คอยเป็นมือเป็นตีน ข้ารับใช้ขบวนการโฉดชั่วแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สกัดเงิน 9.85 แสนบาท พร้อมกับล็อก 4 บัญชีม้าบนห้างดังกลางเมืองพัทยา ขณะกำลังเบิกถอนเงิน เปลี่ยนถ่ายไปเข้ากระเป๋ามหาโจรออนไลน์
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สภ. เมืองพัทยา (ศปชก.สภ.เมืองพัทยา) จังหวัดชลบุรี ร่วมกับศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ ศูนย์ War Room สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.สุรเดช อิ่มใจ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท. ธเนศน์ แสงหิรัญ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา สั่งการให้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปซุ่มดูความเคลื่อนไหว ของขบวนการบัญชีม้า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17.20 น. ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากศูนย์ War Room ว่ามีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยถอนเงินจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายในธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลบีชพัทยา

จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้ จำนวน 4 คน ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายธนา สุทธิรักษ์, นางสาวอนามิกา สวัสดี, นางสาวณัฐวริณฐ์ วงศ์สังข์ และนายพิสิษฐ์ อินทรเทวา โดยแก๊งบัญชีม้าดังกล่าว มีพฤติการณ์ชัดเจนว่าเป็นเครือข่าย รับใช้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ โดยพบว่า นายธนา สุทธิรักษ์ ได้ถอนเงินสด จำนวน 985,000 บาท จากธนาคารกสิกรไทยก่อนนำส่งให้ผู้ร่วมขบวนการ เพื่อนำไปฝากต่อยังธนาคารอีกแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานธนาคาร เพื่อระงับธุรกรรมไว้ได้ทันท่วงที และสามารถเข้าควบคุมตัวทั้งหมดไว้ พร้อมของกลางเงินสดจำนวนดังกล่าว

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา นายธนา สุทธิรักษ์ และนายพิสิษฐ์ อินทรเทวิ ในฐาน “ความผิดเกี่ยวกับการยินยอมให้ใช้บัญชีเพื่อกระทำความผิดทางเทคโน โลยี และร่วมกันเป็นอั้งยี่” ส่วนอีก 2 คนคือ นางสาวอนามิกา สวัสดี และนางสาวณัฐวริณฐ์ วงศ์สังข์ แจ้งข้อกล่าวหา “ความผิดเกี่ยวกับการจัดหา สนับสนุนบัญชีเพื่อใช้ในการกระทำความผิด และร่วมกันเป็นอั้งยี่” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ยังเดินหน้าต่อ ด้วยการขยายผลไปยังเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง และเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พร้อมทั้งยังขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อหรือรับจ้างเปิดบัญชี (บัญชีม้า) เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมายและจะถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาที่มีอัตราโทษรุนแรง


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาคตะวันออก รายงาน

เชิญเที่ยวงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี” โดยมี พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี, นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี, นายเธียรินทร์ ปัทมนิรันดร์กุล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุวรรณบุรี, นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี, นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี, ผศ.ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี, นายนพคุณ สุนทรหงส์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี, นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี, คุณจงกลนี ไชยองค์การ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารศูนย์การค้า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมงานจำนวนมาก

สำหรับการจัดงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ สุพรรณบุรี” เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เทศบาลตำบลท่าระหัด ส่วนราชการทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี และภาคเอกชน ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ซึ่งปีนี้จัดวันไหลสงกรานต์ วันที่ 16 เมษายน 2569 เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่สืบไป รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้รับรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย

วันที่ 13 เมษายน 2569 พิธีสรงน้ำพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หน้าวัดไชนาวาส มีขบวนแห่สงกรานต์ ขบวนแห่รถบุปผชาติของส่วนราชการ ทั้ง 10 อำเภอ อย่างสวยงาม ขบวนแห่หลวงพ่อโตทองคำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ วัดป่าเลไลยก์ ขนาดความสูง 23 นิ้ว ปางป่าเลไลย์ โครงสร้างภายในเป็นทองเหลืองหนัก 36 กิโลกรัม หุ้มด้วยทองคำแท้ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ขึ้นประดิษฐ์สถานบนรถที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้สรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ และกราบไหว้สักการะขอพร ช่วงเทศกาลสงกรานต์ หนึ่งปีมีครั้งเดียว

ขบวนแห่รถบุปผชาติเริ่มจากหน้าวัดไชนาวาส บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคลื่อนไปตามเส้นทางถนนพระพันวษา ผ่านสถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณ บุรี ที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี แยกนางพิม ไปจนถึงจุดชมขบวนบริเวณสี่แยกหน้าเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ตลอดเส้นทางให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ขอพรและสรงน้ำหลวงพ่อโตทองคำ เพื่อความเป็นสิริมงคลเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ซึ่งจัดให้มีถนนเล่นน้ำสงกรานต์ บริเวณถนนเณรแก้ว ถนนอาทิวราห์ ถนนนางแว่นฟ้า และถนนรักท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย. 69 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. – 22.00 น. ส่วนวันที่ 13 เมษายน ตั้งแต่เวลา 19.30 น. มีการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ ชิงเงินรางวัลรวม 73,000 บาท พร้อมสายสะพายและถ้วยเกียรติยศ ส่วนวันที่ 14-16 เมษายน ที่เวทีกลางมีดนตรีมาแสดงให้ได้ชมกัน เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น.


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

เดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุก ร้อยใจรักษ์ภูษาศิลป์ถิ่นสามชุก

สุพรรณบุรี – เดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกร้อยใจรักษ์ภูษาศิลป์ถิ่นสามชุก

นางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุก “ร้อยใจรักษ์ ภูษาศิลป์ ถิ่นสามชุก” ในงาน “132 ปี ของดีอำเภอสามชุก” ณ เวทีการแสดงสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีนางพรพรรณ ปานเพ็ชร รองนายกเทศมนตรีตำบลสามชุก และประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสามชุก กล่าวรายงาน มีนายสุวัฒน์ ปานเพ็ชร นายกเทศมนตรีตำบลสาม ชุก, นายจิรศักดิ์ ติณสุวรรณ ปลัดอาวุโสอำเภอสามชุก, นางสาวจิราภรณ์ จันทร์ลอย ปลัดอำเภอสามชุก, นายณพลพงศ์ พันธุ์พฤกษ์ พัฒนาการอำเภอสามชุก, นายสรายุทธ หอมจันทร์ กำนันตำบลหนองผักนาก ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอสามชุกและสมาชิกสตรีอำเภอสามชุก ร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

การจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ที่ร่วมอนุรักษ์ศิลปะประเพณี ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีในชุมชน รวมถึงเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของอำเภอสามชุกให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอสามชุก และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอสามชุกอีกด้วย

สำหรับงาน “132 ปี ของดีอำเภอสามชุก” จัดไปจนถึงวันที่ 11 เมษายน 2569 ณ บริเวณถนนริมคลองชลประทาน หน้าโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม และบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ภายในงานมีอาหารอร่อยมากมายมาจำหน่าย พร้อมช็อปสินค้า OTOP ของสามชุก แชะ แชท แชร์ เช็คอิน จุดถ่ายรูปภายในงานหลากหลายสไตล์ ซึ่งทุกค่ำคืนจะได้ชมคอนเสิร์ตจัดเต็มทุกวัน ณ เวทีการจัดงานบริเวณด้านข้าง สำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ตร.สภ.ทองผาภูมิ เร่งขยายผล ใช้รถติดตราราชการขนสแกรมเมอร์จีนเทาส่งพม่า

ล่าสุด ตร.สภ.ทองผาภูมิเร่งขยายผล จนท.ใช้รถติดตราหน่วยราชการ ขนสแกรมเมอร์ชาวจีน ส่งพม่า พร้อมคัดค้านการประกันตัว ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯเต้น สั่งไล่จนท.ทีโออาร์ ออกทันที พร้อมตั้งกรรมการสอบ ใครเกี่ยวข้องไม่มีละเว้น

จากกรณี จนท.ทหาร ตำรวจ ปกครอง ตั้งด่านร่วมบริเวณ 3 แยกทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้จับกุมนายสาธิต (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะโตโยต้าสีดำ ติดตราโลโก้หน่วยราชการ และมีชาวจีนโดยสารมาภายในรถจำนวน1คน แต่ไม่มีเอกสารแสดงตัวตน และไม่สามารถสื่อสารภาษาไทย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดไว้ โดยนายสาธิตให้ การว่า ได้รับคำสั่งจากบุคคลหนึ่ง ให้ไปรับชาวจีนจากปั๊มน้ำมันในพื้นที่ เพื่อนำส่งต่อไปยังชายแดนด้านบ้านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี ข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 เม.ย. 2569 พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี สั่งการเร่งด่วน ให้ พ.ต.อ.ปริญญา ใคร่ครวญ ผกก.สภ.ทองผา ภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยถึงคดีนี้ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาไปแล้ว ส่วนด้านสำนวนการสอบสวน ก็ต้องขอไม่เปิดเผย จะเสียรูปคดี และได้ทำ การขยายผล สืบสวนว่ามีใครเกี่ยวข้อง เป็นขบวนการหรือไม่อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องความมั่นคง ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 ทั้งชาวไทยและชาวจีน ก็ยังควบคุมตัวอยู่ ที่ สภ.ฯ ยังไม่มีญาติหรือใครมาเยี่ยม หรือติดต่อขอประกันตัว และหากมีทางตำรวจก็จะคัดค้านการประตัวอย่างแน่นอน

ส่วน พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี เผยถึงเรื่องนี้ว่า ในส่วนของตน คงต้องรอให้ศาลพิจารณาคดีและพิพากษาก่อน จากนั้นทาง สภ.ทองผาภูมิ จะนำตัวผู้ต้องหาชาวจีน มาส่งให้ตม.กาญจนบุรี เพื่อส่งต่อไปยังส่วนกลางที่ กทม.ดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

ทางด้าน นายราชันย์ บัวตรี ผอ.สบอ.3 บ้านโป่ง เปิดเผยว่าจากกรณี เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายสาธิต (สงวนนามสกุล) บุคคลภายนอกหรือทีโออาร์ ที่ปฏิบัติงานให้กับ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ขณะลักลอบนำพาชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง บริเวณจุดตรวจร่วมสามแยกอำเภอทองผาภูมิ พร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ซึ่งมีลักษณะติดตราสัญลักษณ์คล้ายหน่วยงานราชการนั้น

จากการตรวจสอบ ขอยืนยันว่ารถยนต์คันดังกล่าวไม่ใช่ของทางราชการ แต่มีการปลอมแปลงติดตราสัญลักษณ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงตรากระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการลำเลียงบุคคลต่างด้าว โดยภายหลังการจับกุม อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมในข้อหา ปลอมหรือเลียนแบบเครื่องหมายราชการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกหรือไม่

สำหรับนายสาธิต ผู้ต้องหา เป็นลูกจ้างชั่วคราวทีโออาร์ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลมให้ออกจากการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 แล้ว ส่วนที่มีการกล่าวซัดทอดถึงหัวหน้าหน่วยแห่งหนึ่งนั้น เป็นเพียงหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานฯเท่านั้น ซึ่งทางพนักงานสอบสวน จะเรียกไปสอบสวน หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการ กระทำความผิด ก็จะดำเนินคดีตามระเบียบโดยเด็ดขาดต่อไป

อย่างไรก็ตามสำหรับในเรื่องนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก สั่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ให้ตั้งกรรมการสอบสวน ในเรื่องนี้ในทันที หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการทั้งวินัยและอาญาอย่างเฉียบขาดโดยไม่มีละเว้น


///////#กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

ตำรวจทางหลวงด่านช้าง จับสิงห์รถบรรทุกพกยาบ้า

สุพรรณบุรี – ตำรวจทางหลวงด่านช้างจับสิงห์รถบรรทุกพกยาบ้า

ร.ต.อ.ณัฐ ปิ่นกระจัน หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงด่านช้าง พร้อมด้วย ร.ต.อ.ปณิธาน ใจชื้น, ด.ต.ชัยมงคล คล้ายทอง, ด.ต.ธงชัย ศรีเรือน ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ไปตามถนนทางหลวงชนบท สาย สพ.4016 หมู่ 9 ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง พบรถบรรทุก ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 83-7276 สุพรรณบุรี ขับขี่มาโดยรถบรรทุกสิ่งของโดยไม่มีสิ่งปกคลุม และผู้ขับขี่มีลักษณะท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย จึงได้ให้สัญญาณให้รถคันดังกล่าวหยุด เมื่อรถคันดังกล่าวเห็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้หยุดรถ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบนายสมพงษ์ อายุ 45 ปีอยู่ ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง เป็นเป็นคนขับ แสดงอาการมีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 9 เม็ด อยู่ในถุงพลาสติกใส ซุกซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษสีขาววางอยู่ตรงกลางเบาะนั่ง ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สังเกตุอาการของนายสมพงษ์ฯ มีลักษณะตา ลอย ไม่มีสมาธิเหมือนคนเสพยาเสพติดมา จึงได้ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของนายสมพงษ์ ผลตรวจพบมีสารเสพติดให้ประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกายของนายสมพงษ์ฯ จริง และได้ยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาจริง เพราะตนเสพเพื่อช่วยกระตุ้นให้มีแรง ไม่เช่นนั้นตนขับรถไม่ไหว โดยยาเสพติดดังกล่าวซื้อมาจากเพื่อน ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งขับรถบรรทุกด้วยกัน โดยซื้อยาบ้ามาในราคาเม็ดละ 30 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา 1.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.เป็นผู้ประจำรถ ขับรถบรรทุกที่ใช้ในการขนส่ง ขณะเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดเม็ดกลมแบน สีส้ม มีอักษรภาษาอังกฤษ wy จำนวน 9 เม็ด จากนั้นได้ทำการควบคุมตัวนายสมพงษ์ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านช้าง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี