เชียงใหม่เร่งทำ “แนวกันไฟเปียก” สกัดไฟป่า สูบน้ำกว่า 20 ล้านลิตร ในรอบสัปดาห์เดียว

เชียงใหม่เร่งทำ “แนวกันไฟเปียก” สกัดไฟป่า สูบน้ำกว่า 20 ล้านลิตร ในรอบสัปดาห์เดียว

จังหวัดเชียงใหม่เดินหน้ามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการดำเนินโครงการจัดทำแนวป้องกันไฟเปียก (Wet Fire Break) ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 12 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569 รวมระยะเวลา 50 วัน

สำหรับผลการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 6 – 13 เมษายน 2569 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการบูรณาการร่วมกันจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ป้อง กันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 8 กำแพงเพชร และเขต 10 ลำปาง โดยมีการสูบน้ำเพื่อสร้างแนวกันไฟในจุดสำคัญหลายพื้นที่ ได้แก่

• บริเวณวัดพระธาตุดอยสะเก็ด ปริมาณน้ำ 1,890,000 ลิตร
• บริเวณศูนย์พุทธธรรมหนองฮ่อ ปริมาณน้ำ 2,100,000 ลิตร
• บริเวณวัดพระบาทตีนนก ปริมาณน้ำ 3,600,000 ลิตร
• บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ปริมาณน้ำ 3,150,000 ลิตร
• บริเวณโครงการระบบกักเก็บน้ำในถ้ำห้วยลึก ปริมาณน้ำ 9,390,000 ลิตร

รวมปริมาณน้ำที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 20,130,000 ลิตร

ขณะที่ผลการดำเนินงานสะสมตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ถึง 16 เมษายน 2569 มีการใช้น้ำในการจัดทำแนวป้องกันไฟเปียกไปแล้วรวมทั้งสิ้น 73,339,000 ลิตร ทั้งนี้ การจัดทำแนวกันไฟเปียกถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการลดความรุนแรงของไฟป่า และช่วยควบคุมการลุกลามของไฟในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มดีขึ้นต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ระดมโดรน กำลังเจ้าหน้าที่ 18 นาย สู้ไฟป่าดอยเขาหลวง ยังควบคุมไม่ได้ เหตุพื้นที่กว้าง-ภูมิประเทศสูงชัน

ระดมโดรน-กำลังเจ้าหน้าที่ 18 นาย สู้ไฟป่าดอยเขาหลวง ยังควบคุมไม่ได้ เหตุพื้นที่กว้าง-ภูมิประเทศสูงชัน

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.30 น. ทีม “เสือไฟ” จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับทีมพเนจร และสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (DRAT) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่รวม 18 นาย เข้าปฏิบัติภารกิจควบคุมไฟป่าในพื้นที่ดอยเขาหลวง อย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน

การปฏิบัติการครั้งนี้ มีการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) มาใช้อย่างเข้มข้น โดยประกอบด้วย โดรนดับไฟป่าขนาดกลาง 2 ลำ โดรนขนส่งขนาดบรรทุก 70 กิโลกรัม 1 ลำ โดรนชี้เป้าและตรวจจับความร้อน 2 ลำ รวมถึงโดรนส่องแสงสว่าง หรือ “ดวงอาทิตย์เทียม” 1 ลำ เพื่อสนับสนุนการทำงานในช่วงเวลากลางคืน

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนภาคพื้นดิน อาทิ รถพลังงานสำหรับชาร์จแบตเตอรี่โดรน 2 คัน เทรลเลอร์บรรทุกสารน้ำเย็น 1 คัน ถังเก็บน้ำแข็ง 2 ถัง รถน้ำของอุทยานแห่งชาติ 1 คัน และรถยนต์สนับสนุนอีก 3 คัน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้า ที่ได้ใช้โดรนบินทิ้งสารน้ำอุณหภูมิต่ำรวมทั้งสิ้น 62 เที่ยวบิน คิดเป็นปริมาณน้ำกว่า 2,300 ลิตร ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายในบริเวณดอยเขาหลวง

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการระดมทรัพยากรทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินอย่างเต็มกำลัง แต่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าได้ เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุมีขนาดกว้าง ประกอบกับภูมิ ประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ส่งผลให้การเข้าถึงและควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการควบคุมแนวไฟและลดความรุนแรงของเพลิง เพื่อป้องกันการลุกลามไปยังพื้นที่โดยรอบ และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.เชียงราย ร่วมส่งนักท่องเที่ยวกลับสู่ภูมิลำเนาอย่างอบอุ่น

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ร่วมส่งนักท่องเที่ยวกลับสู่ภูมิลำเนาอย่างอบอุ่น และตรวจเยี่ยมสถานีขนส่งจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 2 สร้างความปลอดภัยในการเดินทางแก่ประชาชน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย โดย พ.อ. สิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ฝ่ายทหาร พร้อมด้วยกำลังพลฯ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมตรวจสถานีขนส่งแห่งที่ 2 (ตะเคียนคู่) เพื่อตรวจความเรียบ ร้อยและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างอบอุ่นหลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์

ทั้งนี้ได้ เน้นย้ำมาตรการ “ความปลอดภัยต้องมาก่อน” ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้า ที่ในการตรวจสอบการใช้ความเร็วของรถด้วยระบบ GPS ตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ เช่น ใบอนุญาตขับรถ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ สมุดประจำรถ และเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ในการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะของพนักงานขับรถ รวมทั้งแจกของที่ระลึกให้กับประชาชนที่เดินทาง จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ จากนั้นได้ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ โดยมีนางสุภมาส ลีลารักษ์สกุล ขนส่งจังหวัดเชียงราย เช่น ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง สภาพยาง อุปกรณ์ความปลอดภัย ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ประตูฉุกเฉิน ตู้เก็บสัมภาระ และได้ให้คำแนะนำผู้โดยสารบนรถโดยสารสาธารณะ พร้อมทักทายส่งรอยยิ้มให้ผู้โดยสาร ย้ำให้คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเส้นทาง เพื่อให้ทุกคนถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเชียงราย โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย เป็นผู้นำคณะฯ ในครั้งนี้ ณ สถานีขนส่งแห่งที่ 2 (ตะเคียนคู่) อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.

ในโอกาสนี้ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ให้กำลังใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้เดินทางถึงที่หมายอย่างปลอด ภัย เนื่องจากเป็นห่วงของการเดินทางกลับเพื่อไปทำงาน และกลับภูมิลำเนาหลังการท่องเที่ยว และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่เสียสละเวลามาปฏิบัติงาน คอยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 นี้


นที มีเดช รายงาน

“แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจสนามชายแดน ไทย – กัมพูชา

“แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจสนามชายแดน ไทย – กัมพูชา

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานราชการสนามชายแดน ไทย – กัมพูชา พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่กำลังพลฯ ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พันโท ธิติพงษ์ หล้าสุพรหม ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 15 เป็นผู้ชี้แจงการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยในห้วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำว่า กำลังพลคือหัวใจสำคัญของการรักษาความสงบ โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีความห่วงใย และพร้อมสนับสนุนภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอยู่เสมอ

#กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

ผบก.โคราช ลุยเล่นน้ำสงกรานต์กลางดึก ตรวจเข้มการทำงานตำรวจ ดูแลความปลอดภัยประชาชนทั่วเขตเทศบาล

ผบก.โคราช ลุยเล่นน้ำสงกรานต์กลางดึก ตรวจเข้มการทำงานตำรวจ ดูแลความปลอดภัยประชาชนทั่วเขตเทศบาล

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 22.30 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมภริยา และทีมงาน ได้ลงพื้นที่ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงคึกคักในช่วงค่ำคืน พร้อมทั้งถือโอกาสตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยระหว่างลงพื้นที่ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ได้ หยุดพูดคุย สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัย การจัดการจราจร และการอำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมทั้ง สุ่มตรวจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามแผนป้องกันเหตุของ สภ.เมืองนคร ราชสีมา เพื่อให้มั่นใจว่าการดูแลประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ เขตเทศบาลนครนครราชสีมาและบริเวณต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดที่มีประชาชนจำนวนมากออกมาเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี พ.ศ.2569 โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวด รอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

จากการลงพื้นที่พบว่า บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ยังเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ ดูแลความปลอดภัย และจัดการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ออกมาร่วมกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้


กันตินันท์ รายงาน

ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังป้องกันชายแดน “คุมเข้มซีลชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ จ.นครพนม

ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังป้องกันชายแดน “คุมเข้มซีลชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ จ.นครพนม

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.69 ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 บ.ปากห้วยม่วง ม.2 ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม พล.ต.มงคล หอทอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจของกำลัง ป้องกันชายแดน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยมี พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี ผบ.ฉก.ทพ.21, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 และ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 พร้อมกำลังพลของหน่วย ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ “คุมเข้มซีลชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย-ลาว เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยในพื้นที่ เน้นย้ำงานตามนโยบาย ในการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด บูรณาการด้านการข่าวกับทุกภาคส่วน เพิ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ในการสกัดกั้น การเฝ้าตรวจและป้องกันชาย แดน การจัดระเบียบพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง การลักลอบนำเข้ายาเสพติด จากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และสิ่งของผิดกฎหมาย ตลอดจนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง ผิดกฎหมาย คุมเข้มการป้องกันเฝ้าระวัง ทั้งทางบกและทางน้ำ ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม ช่องทางธรรมชาติ ตามแนวชายแดน และการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงการป้องกันและปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ (Scammer) รวมไปถึงการให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน ในทุกมิติ ในพื้นที่รับผิดชอบ

ในโอกาสนี้ ผู้ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนรับผิดชอบของ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการดูแลแนวชาย แดนไทย-ลาว ซึ่งมีความทุ่มเท เสียสละ ปกป้องประเทศชาติจากภัยคุกคาม ยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งแสดงถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมทั้งการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนตามแนวชายแดนไทย-ลาวในทุกสถานการณ์ และรับประทานอาหารร่วมกับกำลังพลสร้างขวัญกำลังใจ สร้างความภูมิใจให้กับกำลังป้องกันชายแดนทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยสืบไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

“กองทัพภาคที่ 2” เปิดศูนย์พัฒนาและซ่อมบำรุงอากาศยานไร้คนขับ ยกระดับเทคโนโลยีเพื่อภารกิจความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน

“กองทัพภาคที่ 2” เปิดศูนย์พัฒนาและซ่อมบำรุงอากาศยานไร้คนขับ ยกระดับเทค โนโลยีเพื่อภารกิจความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิด “ศูนย์พัฒนาและซ่อมบำรุงอากาศยานไร้คนขับ (เฉพาะกิจ) ศปก.ทภ.2” ณ กองพันทหารสื่อสารที่ 22 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีให้กับกำลังพล ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ และ พัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลในการใช้อากาศยานไร้คนขับ

การจัดตั้งศูนย์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกองทัพภาคที่ 2 ในการทำหน้าที่เป็นแกนหลักเพื่อขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในภารกิจทางทหาร ทั้งด้านการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและลดความเสี่ยงต่อกำลังพลในพื้นที่

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนศูนย์ดังกล่าวเป็นไปเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถภายในประเทศและเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนในเชิงป้องกันและการกู้ภัย โดยพร้อมที่จะสนับสนุนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเมื่อเกิดภัยต่างๆ

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ #กองพันทหารสื่อสารที่22 #สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ


พิษเศรษฐกิจน้ำมันแพง สงกรานต์ชาวมอญบางขันหมากเหงาหงอย

จังหวัดลพบุรี – ชาวไทยรามัญในจังหวัดลพบุรีร่วมกันจัดงานสืบสานประเพณีสง กรานต์มอญวัดอัมพวัน เพื่อบ่งบอกถึงชาติพันธุ์ ที่มีการอนุรักษ์ไว้อย่างเหนียวแน่น แม้ในปีนี้อาจจะดูเงียบเหงาจากเศรษฐกิจ และน้ำมันแพง

พระครูใบฎีกาปัญญาวุฒิ วุฑฒิโก ที่ปรึกษายุวชนไทยรามัญวัดอัมพวัน ได้เป็นประธานในการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์มอญ ณ วัดอัมพวัน ตำบลบางขันหมาก จังหวัดลพบุรี สำหรับงานเทศกาลสงกรานต์มอญ นั้นถือเป็นชุมชนมอญที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลพบุรีที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันเก่าแก่ของชุมชนไว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการถ่ายทอดประเพณีอันดีงามไว้ให้กับอนุชนคนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป โดยในปีนี้การจัดงานเป็นการรวามกลุ่มของชาวไทยรามัญที่พร้อมใจกันจัดขึ้นเอง ซึ่งมีกลุ่มยุวชนไทยรามัญบ้านบางขันหมากและกลุ่มชาวไทยเชื้อสายมอญได้จัดขึ้น

สำหรับในงานจะมีกิจกรรมและการละเล่นมากมาย ชายมอญต่างแต่งกายในชุดประจำชาติอย่างสวยงาม ผู้ชายนุ่งลอยชาย ผู้หญิงสวมเสื้อแขนกระบอกมวยผม คล้องสไบ ใส่ผ้านุ่งกรอมเท้า โดยมีการทำบุญตักบาตรถวายเพล ที่เรียกว่าสลากภัตด้วยการถวายข้าวแช่ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่ปัจจุบันจะหารับประทานยาก ชาวมอญจะทำกันในช่วงฤดูร้อน โดยผู้ที่มาทำบุญจะนำมาถวายตามหมายเลขของพระที่จับสลากได้ แสดงออกถึงว่าไม่เจาะจงพระองค์ใดองค์หนึ่ง

จากนั้นก็มีการก่อพระเจดีย์ทรายที่ถือว่าเป็นการนำทรายเข้าวัดเพราะการที่มาทำบุญแต่ละครั้งก็จะมีทรายติดตัวไปด้วยเพื่อการก่อพระเจดีย์ทราย เป็นการนำทรายเข้าวัด มีการละเล่นพื้นบ้าน พร้อมร่วมกันสรงน้ำหลวงพ่อขาวพระที่ชาวไทยเชื้อสายมอญเคารพและนับถือเป็นอย่างมาก รวมทั้งสรงน้ำพระแบบใช้รางน้ำมีพระนั่งอยู่ในห้องให้ประชาชนได้สรงน้ำกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในวันสงกรานต์ของมอญได้สนุกสนานขึ้นโดยในการจัดงานในปีนี้อาจจะดูเงีบบเหงา เพราะลูกหลานที่เดินทางไปทำงานในต่างจังหวัดไม่ได้กลับมาผลกระทบจากเศรษฐกิจ น้ำมันแพงแต่ชาวไทยเชื้อสายมอญในลพบุรีก็ยังคงจัดงานอนุรักษ์สืบสานประเพณีอันดีงามไว้สืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ระทึกกลางงาน หญิงฮีตสโตรก หลังอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ขณะ รมว.พม ลงพื้นที่โคราชมอบสัญญาที่ดินช่วยผู้มีรายได้น้อย

นครราชสีมา – ระทึกกลางงาน หญิงฮีตสโตรก หลังอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ขณะ รมว.พม ลงพื้นที่โคราชมอบสัญญาที่ดินช่วยผู้มีรายได้น้อย

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมายัง สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประ ชาชนผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการมอบสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร พร้อมสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการระยะที่ 2 สำหรับจำนวน 29 ครัวเรือน วงเงิน 3,960,750 บาท นอกจากนี้ ยังได้มอบรถเข็นวีลแชร์ให้กับผู้พิการ จำนวน 1 คัน และร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารบ้านสวัสดิการชุมชน จำนวน 10 ห้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยก่อนพิธีเปิดอาคาร ได้มีการจัดกิจกรรมผัดหมี่โคราชโชว์ สร้างสีสันและความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มพิธีได้เกิดเหตุหญิงสาวรายหนึ่ง สวมเสื้อสีเขียวของกลุ่ม “ตนรักบ้านเกิดด่านขุนทด” เกิดอาการคล้ายฮีทสโตรก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษา

ขณะเดียวกัน นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะตัวแทนเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง รวมถึงเครือข่ายสลัมสี่ภาค และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำข้อเสนอของเครือข่ายไปกำหนดเป็นนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางแผนแก้ไขปัญ หาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนผู้ด้อยโอกาส ให้ครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังมีจำนวนมาก ทั้งที่ดินสาธารณะ ที่ดินอุทยานแห่งชาติ ที่ดินป่าสงวน ที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินของกรมธนารักษ์ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีเอกสารสิทธิ และมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือถูกไล่ที่ จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหา โดยใช้รูปแบบโครงการบ้านมั่นคง และการจัดสิทธิในที่ดินทำกินให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเสนอให้สานต่อนโยบายเดิมจากรัฐบาลก่อนหน้า ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากข้อจำกัดด้านระยะเวลา พร้อมเสนอให้มีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และสนับสนุนงบประมาณผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดความยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ คาดหวังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่น คงของมนุษย์ ในฐานะตัวแทนของชาวนครราชสีมา จะเร่งผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างจริง จัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะโดยไม่ มีเอกสารสิทธิ ซึ่งมีอยู่ในหลายพื้นที่ อาทิ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา


ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

นายทุนเงินกู้ดอดมอบตัว หลังห้าวบุกทำร้ายลูกหนี้ ยอมรับวู่วามไปหน่อย เจออ่วม 4 ข้อหา

นครพนม – นายทุนเงินกู้ดอดมอบตัว หลังห้าวบุกทำร้ายลูกหนี้ ยอมรับวู่วามไปหน่อย เจออ่วม 4 ข้อหา

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. นายแมน (นามสมมติ) อายุ 55 ปี และ นายโบ้ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ธาตุพนม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณี นายดำ (นามสมติ) อายุ 56 ปี ชาวบ้านดอนกลาง หมู่ 7 ต.ธาตุพนม อ.ธาตุ พนม จ.นครพนม เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนฯ ว่า นายแมนปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 โดยได้ขอกู้เงินจำนวน 5,000 บาท ส่งวันละ 250 บาท 24 วัน รวมเป็นเงิน 6,000 บาท ซึ่งนายดำอ้างว่าได้ส่งทั้งต้นและดอกตามกำหนด เพิ่งค้างส่งเพียง 3 วันและขอพักส่งก่อน เพราะเป็นช่วงวันสงกรานต์ นายแมนไม่ยอมจึงมีปากเสียงและบุกตะลุมบอนกันถึงในบ้านของนายดำ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 14 เมษายนที่ผ่าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว นายแมนยอมรับว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุนั้น พร้อมกับนายโบ้ได้มาหานายดำเพื่อติดตามทวงเงินที่ให้หยิบยืมไป แต่โต้เถียงเรื่องวันเวลาที่ค้างชำระเงินไม่ได้ โดยนายแมนอ้างว่าค้างชำระไป 6 วัน ส่วนผู้กู้อ้างว่าค้างชำระ 3 วัน จึงเป็นเหตุให้มีปากเสียง และทะเลาะวิวาทกัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายแมนประกอบอาชีพทำสวนมะยงชิด พอมีรายได้ และไม่ได้เปิดเป็นบริษัทเงินกู้แต่อย่างใด ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะอยู่ในชุมชนเดียวกัน การกู้ยืมเงินก็ไม่ใช่เป็นครั้งแรก นายดำมักจะเอ่ยปากขอยืมนายแมนเป็นประจำ ในฐานะเป็นเพื่อน โดยไม่มีหลักทรัพย์อื่นใดเป็นการค้ำประกัน และนายแมนยอมรับว่ามีอารมณ์วู่วามจริง จึงพร้อมกับนายโบ้บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายนายดำถึงในเขตบริเวณบ้านจริง

โดย พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ธาตุพนม ระบุว่าจากการสอบปากคำ ผู้ก่อเหตุพยายามชี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างคนรู้จักกัน โดยระบุว่าตนเองไม่ได้มีพฤติการณ์เป็นเจ้าหนี้เงินกู้มืออาชีพ แต่เป็นเพียงชาวบ้านทำสวนมะยงชิดที่มีรายได้มั่นคง และให้ผู้เสียหายกู้ยืมเงินด้วยความคุ้นเคยมาโดยตลอดโดยไม่มีการทำสัญญา เพราะตนและผู้เสียหายก็เป็นเพื่อนสนิทกัน ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา กู้ยืมกันเป็นปกติวิสัย แต่ครั้งนี้เกิดการผิดนัดชำระหนี้จนเกิดปากเสียงรุนแรง จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการตะลุมบอนกันตามที่ปรากฎตามสื่อ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงยืนยันดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะประเด็นการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา และการใช้ความรุนแรงในการติดตามหนี้ พร้อมฝากเตือนประชาชนหากพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะนี้ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จากนั้นพนักงานสอบสวน จึงแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย, ร่วมกันทำร้ายร่างกายฯ, ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยมีลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4(1) ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าเป็นปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 โดยผู้ต้องหาให้การรับทราบข้อกล่าวหาและรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงส่งตัวผู้ต้องหาดำ เนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคงจังหวัดนครพนม รายงาน