
นครพนม – นายทุนเงินกู้ดอดมอบตัว หลังห้าวบุกทำร้ายลูกหนี้ ยอมรับวู่วามไปหน่อย เจออ่วม 4 ข้อหา
วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. นายแมน (นามสมมติ) อายุ 55 ปี และ นายโบ้ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ธาตุพนม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณี นายดำ (นามสมติ) อายุ 56 ปี ชาวบ้านดอนกลาง หมู่ 7 ต.ธาตุพนม อ.ธาตุ พนม จ.นครพนม เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนฯ ว่า นายแมนปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 โดยได้ขอกู้เงินจำนวน 5,000 บาท ส่งวันละ 250 บาท 24 วัน รวมเป็นเงิน 6,000 บาท ซึ่งนายดำอ้างว่าได้ส่งทั้งต้นและดอกตามกำหนด เพิ่งค้างส่งเพียง 3 วันและขอพักส่งก่อน เพราะเป็นช่วงวันสงกรานต์ นายแมนไม่ยอมจึงมีปากเสียงและบุกตะลุมบอนกันถึงในบ้านของนายดำ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 14 เมษายนที่ผ่าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว นายแมนยอมรับว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุนั้น พร้อมกับนายโบ้ได้มาหานายดำเพื่อติดตามทวงเงินที่ให้หยิบยืมไป แต่โต้เถียงเรื่องวันเวลาที่ค้างชำระเงินไม่ได้ โดยนายแมนอ้างว่าค้างชำระไป 6 วัน ส่วนผู้กู้อ้างว่าค้างชำระ 3 วัน จึงเป็นเหตุให้มีปากเสียง และทะเลาะวิวาทกัน
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายแมนประกอบอาชีพทำสวนมะยงชิด พอมีรายได้ และไม่ได้เปิดเป็นบริษัทเงินกู้แต่อย่างใด ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะอยู่ในชุมชนเดียวกัน การกู้ยืมเงินก็ไม่ใช่เป็นครั้งแรก นายดำมักจะเอ่ยปากขอยืมนายแมนเป็นประจำ ในฐานะเป็นเพื่อน โดยไม่มีหลักทรัพย์อื่นใดเป็นการค้ำประกัน และนายแมนยอมรับว่ามีอารมณ์วู่วามจริง จึงพร้อมกับนายโบ้บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายนายดำถึงในเขตบริเวณบ้านจริง
โดย พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ธาตุพนม ระบุว่าจากการสอบปากคำ ผู้ก่อเหตุพยายามชี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างคนรู้จักกัน โดยระบุว่าตนเองไม่ได้มีพฤติการณ์เป็นเจ้าหนี้เงินกู้มืออาชีพ แต่เป็นเพียงชาวบ้านทำสวนมะยงชิดที่มีรายได้มั่นคง และให้ผู้เสียหายกู้ยืมเงินด้วยความคุ้นเคยมาโดยตลอดโดยไม่มีการทำสัญญา เพราะตนและผู้เสียหายก็เป็นเพื่อนสนิทกัน ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา กู้ยืมกันเป็นปกติวิสัย แต่ครั้งนี้เกิดการผิดนัดชำระหนี้จนเกิดปากเสียงรุนแรง จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการตะลุมบอนกันตามที่ปรากฎตามสื่อ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงยืนยันดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะประเด็นการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา และการใช้ความรุนแรงในการติดตามหนี้ พร้อมฝากเตือนประชาชนหากพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะนี้ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จากนั้นพนักงานสอบสวน จึงแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย, ร่วมกันทำร้ายร่างกายฯ, ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยมีลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4(1) ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าเป็นปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 โดยผู้ต้องหาให้การรับทราบข้อกล่าวหาและรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงส่งตัวผู้ต้องหาดำ เนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคงจังหวัดนครพนม รายงาน


