รัฐบาล ยินดีที่ผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยโดย Fitch Ratings ดีขึ้น

          วันนี้ (วันอังคารที่ 1 ตุลาคม 2562) เวลา 14.30 น. ณ ห้องรับรองสำนักงานรองนายกรัฐมนตรี ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นาย James McCormack กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายประเมินความเสี่ยงความน่าเชื่อถือระดับประเทศและระหว่างประเทศ บริษัท Fitch Ratings เข้าเยี่ยมคารวะ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

          รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับนาย James McCormack และคณะผู้บริหารบริษัท Fitch Ratings ยินดีที่บริษัทฯ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในการออกตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศและสกุลเงินบาทระยะยาวจากระดับมีเสถียรภาพ (Stable outlook) เป็น เชิงบวก (Positive outlook) และคงเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ ที่ระดับ A- พร้อมทั้งคงอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในการออกตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศและสกุลเงินบาทระยะยาวที่ระดับ BBB+ และระยะสั้นที่ระดับ F1 โดยรองนายกรัฐมนตรีหวังว่าอันดับของไทยจะดีขึ้นเรื่อย ๆ

          นาย James McCormack ขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีที่สละเวลาให้เข้าพบ พร้อมชื่นชมเสถียรภาพและการดำเนินนโยบายของรัฐบาล โดยกล่าวว่า ไทยมีนโยบายการคลัง และพื้นฐานทางการเงินที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ได้สอบถามถึงการดำเนินนโยบายทางการเงินอื่น ๆ ของรัฐบาล และการทำงานภายใต้พรรคร่วมรัฐบาล

          โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลยังคงจะต่อยอดนโยบายสำคัญ ได้แก่ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และความเชื่อมโยงภายในภูมิภาค และโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งรองนายกรัฐมนตรียืนยันว่า ปัจจัยทางการเมืองไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของรัฐบาลที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศและประชาชนเป็นหลัก

นายกรัฐมนตรีห่วงใยนักศึกษาไทยในอียิปต์ที่ถูกจับกุมตัว

          ณ บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี กรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอียิปต์ได้จับกุมตัวนักศึกษาไทยในอียิปต์ จำนวน 1 ราย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการติดตามและประสานขอความช่วยเหลือ

          โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2562 นายชัยณรงค์ กีรติยุตวงศ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ได้พบหารือกับนายฮาเซ็ม เอล ตาห์รี รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอียิปต์ เพื่อหาทางให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาไทยที่ถูกจับกุม ซึ่งทางการอียิปต์ให้ความเชื่อมั่นว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับทางการไทย โดยจะดำเนินการช่วยเหลือ และจะเร่งติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าวอย่างเต็มที่ นายกรัฐมนตรีขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และไม่ได้ทอดทิ้งคนไทย

          พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าได้ประสานไปยังเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ เพื่อขอให้ช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาไทยในต่างประเทศ และชื่นชมความตั้งใจของนักศึกษาที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ พร้อมกล่าวถึงการเลือกศึกษาตามหลักสูตรที่เหมาะสม เมื่อจบการศึกษาแล้วจะสามารถหางานทำได้

ชาวสัตหีบ ร่วมพิธีประดิษฐานพระพุทธรูป ประทานพรสัตตากรอินทกิตติโสภณ

          วันนี้ 2 ต.ค.62 ที่วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีขบวนแห่ องค์พระพุทธรูปพระพุทธประทานพรสัตตากรอินทกิตติโสภณ รอบตลาดสัตหีบ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ชมความงดงามของพระพุทธรูป และนำไปขึ้นแท่นประดิษฐาน ณ แท่นหน้าที่ว่าการอำเภอสัตหีบ โดยมี ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้า แม่ค้าประชาชน ผู้มีจิตศรัทธา และในทุกภาคส่วน เข้าร่วมในขบวนแห่กันเป็นจำนวนมาก

          โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆในพื้นที่จำนวน 10 รูป มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่หน่วยงานและผู้ที่เข้าร่วมในพิธี หลังจากประกอบพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปประทานพรสัตตากรอินทกิตติโสภณขึ้นประดิษฐานพระสงฆ์ สวดเจริญชัยมงคลคาถา และมีพิธีเบิกเนตร ปิดทองพร้อมด้วยวางพวงมาลัยสักการะ

         ด้วยอำเภอสัตหีบได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2498 โดยมีอาคารที่ว่าการอำเภอสัตหีบและศาลาประชาคมอำเภอสัตหีบ เป็นสถานที่ที่ประชาชนได้มาติดต่อราชการ เป็นศูนย์รวมการปฏิบัติงาน การขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาล และจังหวัด โดยมีข้าราชการและส่วนราชการกระทรวงต่างๆที่มาให้บริการประชาชน เนื่องจากปันจุบันมีการก่อสร้างอาคารที่ทำ การหลังใหม่และเพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธ์เพื่อเป็นสิริมงคล

         วันนี้ นายอนุชา อินทศร นาย อำเภอสัตหีบ ได้มีการจัดสร้างองค์พระพุทธรูปเพื่อให้ข้าราช การและประชาชน ที่มาติดต่อราชการได้มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงได้นำเรียนปรึกษาคณะสงฆ์พระครูทัสนียคุณากร เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ, พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต และพระครูวิสารทสุตากร เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร ซึ่งท่านก็ได้ให้ความเมตตารับเป็นเจ้าภาพ ในการจัดสร้างองค์พระพุทธรูปและ จัดให้มีพิธีหล่อพระ ณ โรงหล่อ อ.พนัสนิคม และการสร้างฐานพระพุทธรูปพร้อมด้วยข้าราช การ พ่อค้า ประชาชนได้ร่วมบริจาคสมทบ และในวันนี้มีผู้มีจิตศรัทธาพร้อมด้วย ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้มาร่วมกันเพื่ออัญเชิญ พระพุทธประทานพรสัตตากรอินทกิตติโสภณ ขึ้นแท่นประดิษฐานเพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชาเป็นมงคลที่ทุกๆภาคส่วนจะได้มีส่วนร่วมบุญอีกทั้งยังนำอาหารคาวหวานมาถวายพระภิกษุสฆ์ และผู้มาร่วมแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพลังชาวสัตหีบ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สอรฝ สวนสนามแสดงแสนยานุภาพ ในพิธีรับส่งหน้าที่ผู้บัญชาการท่านใหม่

         วันนี้ 2 ต.ค.62 ที่ลานสวนสนาม หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งกอง ทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือโทวราห์ แทนขำ อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ได้ส่งมอบสายการบังคับบัญชาให้กับ พลเรือตรีอุทัย ชีวะสุทธิ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ท่านใหม่) โดยข้าราชการ ทหารในสังกัด กว่า 1,000 นาย กระทำพิธีสวนสนาม แสดงแสนยานุภาพ ในการรับส่งหน้าที่ อย่างสมเกียรติ

         พลเรือโทวราห์ แทนขำ ได้กล่าวอำลา พร้อมขอบคุณกำลังพลทุกนาย ที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถมาตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการฯ ทั้งด้านกำลังความสามารถ และสติปัญญา จนสามารถขับเคลื่อน และพัฒนาหน่วยให้ก้าวสู่ความสำเร็จ จนเป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชาระดับสูง แม้ในเวลานี้จะต้องอำลาหน่วยเพื่อทำหน้าที่ในระดับที่สูงกว่า แต่ขอให้เชื่อมั่นในความสามารถของผู้บัญชาการท่านใหม่ ที่เพียบพร้อมไปด้วยศักยภาพ และการเป็นผู้นำหน่วยที่ดี พร้อมจะนำพากำลังพลทุกนาย ปฏิบัติภารกิจหน้าที่ในการป้องกันภัยทางอากาศ และทางทะเล เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ให้บรรลุเป้าหมายของกองทัพเรืออย่างแน่นอน แม้จะต้องจากหน่วยไปตามวะระ แต่ความทรงจำตลอดเวลาที่ผ่านมาจะยังคงอยู่ตลอดไป

          ด้าน พลเรือตรีอุทัย ชีวะสุทธิ กล่าวว่า ให้คำมั่นสัญญาต่อหน้ากำลังพลทุกนายว่าจะตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งจะสนองนโยบายของ กองทัพเรือ และหน่วยเหนืออย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมทั้งจะบริหารหน่วย บนพื้นฐานของความถูกต้อง โปร่งใส เพื่อนำพากำลังพล และหน่วยสู่ความก้าวหน้า บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กองทัพเรือวางไว้ทุกประการ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผ่านฉลุย งบประมาณรายจ่าย ปี62 พัฒนาท้องถิ่น ทต.เขตรอุดมศักดิ์

         ที่ห้องประชุมสภา ทต.เขตรอุดมศักดิ์ นาวาเอก ประดิษฐ์ แทนสง่า ประธานสภาเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ เป็นประธานการประชุม สภาเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ สมัยสามัญที่4 ครั้งที่2 ประจำปี 2562 เรื่องการพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2562 เรื่องขออนุมัติโอนลดเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 เพื่อไปตั้งจ่ายรายการใหม่ของ กองช่าง โดยมี มีนายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ นายศุภชัย นิ่มอนงค์ รองนายกเทศมนตรีฯ คณะผู้บริหาร ที่ปรึกษา สมาชิกสภาเทศบาลฯ และหัวหน้าส่วนราชการ เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

         คณะกรรมการแปรญัตติร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) ประจำปีงบประมาณ 2562 จำนวน 3 นาย ประกอบด้วย นาวาเอกสุรัตน์ นวลสุวรรณ, นาวาเอกดวง พึ่งสุรินทร์ และนายจรินทร์ กุหลาบดำ ดำเนินการรับเรื่องขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายดังกล่าว ซึ่งในที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาความเห็นของคณะกรรมการแปรญัตติแล้วและมีมติเห็นพ้องร่วมกันตามเทศบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2562 ว่ามีความเหมาะสมและบรรลุเป้าหมาย ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่และเกิดการพัฒนาท้องถิ่นในทุกด้าน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่ เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์

         และจากผลการพิจารณาร่างเทศบัญญัติของคณะกรรมการแปรญัตติ สรุปได้ว่าแผนงานเคหะและชุมชน วงเงิน 34,074,000 บาท และแผนงานงบกลาง วงเงิน 926,000,000 รวมงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 เป็นเงิน 35,000,000 บาท (สามสิบห้าล้านบาท) ซึ่งในที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้คงร่างเดิม เพื่อให้มีเงินไว้ใช้จ่ายเพิ่มเติมตามแผนงาน ประจำปีงบประมาณ 2562 ต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

         นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม นี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร เบื้องต้น จังหวัดจันทบุรีได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

โดยช่วงเช้า เวลา 07.00 น.ที่บริเวณหน้าศาลาเฉลิมพระ เกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 89 รูปเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ

หลังจากนั้นเวลา 08.30 น.ที่ภายในศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี จะเป็นพิธีวางพวงมาลา รำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ส่วนภาคค่ำตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจะนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธี จุดเทียนน้อมรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที โอกาสนี้ผู้ร่วมงานจะได้ร่วมกันร้องเพลง พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ขณะที่กลุ่มสตรีจิตอาสาในจังหวัดกว่า 200 คน จะร่วมรำเทิดพระเกียรติฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

          จังหวัดจันทบุรีจึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดจันทบุรีร่วมพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร โดยพร้อมเพรียงกัน การแต่งกาย ข้าราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาว ไม่สวมหมวก / ประชาชนทั่วไป ชุดสุภาพ ชุดผ้าไทยโทนสีเหลือง ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-ร้านค้า โรงแรม ที่พัก ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และ ร้านอาหารเจ รวมกว่า 700 แห่ง พร้อมให้บริการ นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ ชิม ช้อป ใช้ ในจังหวัดจันทบุรี

         นางฐานิยา นิยมญาติ ประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้จัดทำโครงการ ชิม ช้อป ใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และมีประชาชน นักท่องเที่ยวสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการทั่วประเทศรวม 10 ล้านคน ในส่วนของจังหวัดจันทบุรี เบื้องต้น มีผู้ประกอบการ ร้านค้า พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหารเจ สมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนจังหวัดจันทบุรี ในสุดสัปดาห์นี้แล้วกว่า 700 แห่ง จากยอดผู้สมัครเบื้องต้นมากกว่า 70,000 คน

          และช่วงนี้ เป็นช่วงเทศกาลถือศีล กินเจ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายรายได้ถือปฏิบัติตามประเพณีในการรับประทานอาหารเจ ในส่วนของร้านค้า อาหารเจ ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี นอกจาก ครัวอาหารเจที่จัดเลี้ยง ฟรี ประชาชน เจอิ้ว นักท่องเที่ยว ที่บ้านเฮงเจตั้ว วัดเขตร์นาบุญญาราม/เม่งหงีเจตั้ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน และโรงทาน ที่เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ แล้ว ยังมีร้านอาหารเจ เข้าร่วมโครงการ ชิม ช้อป ใช้ เบื้องต้นในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี คือ ที่ร้าน เจ้ดาว อาหารเจ หลังศาลากลางจังหวัด / วี อาหารเจ ตำบลวัดใหม่เมืองจันท์ ใกล้ ๆ เม่งหงีเจตั้ว และ สมทรงอาหารเจ อ.ขลุง

         อย่างไรก็ตาม คลังจังหวัดจันทบุรีได้แนะนำผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ชิม ช้อป ใช้ ทั้งผู้ซื้อที่เป็นนักท่องเที่ยว และ ร้านค้าที่พร้อมรับเงินจากกระเป๋าตังค์ ชิม ช้อป ใช้ หากพบอุปสรรคในการใช้แอปโหลดเงินไม่ได้ ขอให้ ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย โหลดแอป เป๋าตังค์เวอร์ชั่นใหม่ ทั้งนี้ต้องถอนการติดตั้งแอป เป๋าตังค์ ตัวเก่าออกจากเครื่องโทรศัพท์ก่อน แล้วเข้าโหลดแอป เป๋าตังค์ เวอร์ชั่นใหม่ 7.5 เพื่อใช้งาน อย่างไรก็ตามการโหลดแอปเพื่อปรับปรุงเวอร์ชั่นขึ้นอยู่กับรุ่นของโทรศัพท์ชนิดต่าง ๆ ที่บางรุ่นจะอัพเดทเวอร์ชั่นอัตโนมัติ แต่ถ้าไม่อัพเดทเวอร์ชั่นอัตโนมัติก็ต้องถอนการติดตั้งและโหลดแอปใหม่ รวมทั้งอีกเรื่องหนึ่งที่มักเป็นปัญหา ใช้เงินจากประเป๋าตังค์ชิม ช้อป ใช้ ไม่ได้ คือ การเปิด GPS ของผู้ใช้และลูกค้าต้องเป็นสถานที่ที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของการบริหารที่ตั้ง

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย ชาวพุทธนับหมื่นแห่ร่วมงานอายุวัฒนมงคล หลวงพ่อจง 85 ปี เกจิดังวัดสังฆาราม

สุโขทัย ชาวพุทธนับหมื่นแห่ร่วมงานอายุวัฒนมงคลหลวงพ่อจง 85ปี เกจิดังวัดสังฆาราม

          วันที่ 2 ตุลาคม 2562 ที่วัดสังฆาราม อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย พุทธศาสนิกชนและคณะศิษยานุศิษย์ คณะศรัทธาจากทั่วสารทิศทั้งในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง ต่างเดินทางมายังวัดสังฆาราม เพื่อร่วมงานทำบุญอายุวัฒนมงคล  85  ปี 65 พรรษา หลวงพ่อเจ้าคุณพระสุขวโรทัย (หลวงพ่อจง จตฺตมโล น.ธ.เอก) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย เจ้าอาวาสวัดสังฆาราม อ.บ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ณ ศาลาการเปรียญ วัดสังฆาราม  

          ในโอกาสนี้หลวงพ่อเจ้าคุณพระสุขวโรทัย (หลวงพ่อจง)ใส่บาตรพระสงฆ์จำนวน  85 รูป ร่วมปล่อยนกปล่อยปลา และเต่า รวมจำนวน 109 ตัว ถวายมหาสังฆทานแก่พระเถรานุเถระ มอบทุนการศึกษาให้พระภิกษุสามเณรโรงเรียนพระปริยัติธรรม  และนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจนจากโรงเรียนใน อ.บ้านด่านลานหอย

         บรรยากาศภายในงาน มีคณะสงฆ์พระเถรานุเถระ และประชาชน นับหมื่นคนจากทั่วประเทศ นำดอกไม้มาร่วมแสดงมุทิตาจิต อายุวัฒนมงคล  85  ปี 65 พรรษา หลวงพ่อจง สืบเนื่องจากหลวงพ่อเจ้าคุณพระสุขวโรทัย (หลวงพ่อจง จตฺตมโล )เป็นพระปฎิบัติดีปฏิบัติชอบ ส่งเสริมพระภิกษุสามเณร ให้ใฝ่ศึกษาหาความรู้ สืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นหนึ่งในพระเกจิคณาจารย์แห่งภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน ที่มีคณะศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศที่เคารพศรัทธา เดินทางมาสักการะขอพรและรับวัตถุมงคลจากมือหลวงพ่อจง เพื่อความเป็นสิริมงคล และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมั่นคงแคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

สุโขทัย-เศรษฐีคนใหม่ ป้าวัย 67 ปี ฝันจับกบได้เยอะ ตีเป็นเลขเด็ดรับ 18 ล้าน

          วันที่ 2 ตุลาคม 2562 ที่จังหวัดสุโขทัย มีคุณป้าอาชีพรับจ้างและขายของชำดวงเฮงสุดๆ ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 3 ใบรับเงินไป 18 ล้านบาทกลายเป็นเศรษฐีคนใหม่ในพริบตา ทราบชื่อคือนางทอน วงค์อ้ายตาล อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 3 ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

         จากการสอบถามของผู้สื่อข่าว ป้าทอนบอกว่าเป็นเรื่องจริง โดยก่อนวันหวยออก ตนได้นอนหลับฝันว่าจับกบได้เยอะมากๆ ก็เลยตีความฝันเป็นตัวเลข จับก็คือ 7 กบก็คือ 9 พอตื่นเช้ามาก็ไปหาซื้อล็อตเตอรี่ ที่หน้าร้านสะดวกซื้อในอำเภอทุ่งเสลี่ยม และเจอคนขายเขาขอให้ซื้อเหมาทั้งหมดเลย 7 ใบ เพราะมีเลขสลับกันด้วย จึงซื้อมาทั้งหมด กระทั่งวันหวยออกงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ได้นำล็อตเตอรี่ออกมาตรวจ ก็พบว่าถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 691197 จำนวน 3 ใบเป็นเงิน 18 ล้านบาท รู้สึกดีใจมาก เพราะเกิดมาก็ไม่เคยถูกหวยสักที ส่วนเงินที่ได้ก็จะนำไปทำบุญ และแบ่งให้ลูกๆทั้ง 4 คน

          อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่ายังมีชาว อ.ทุ่งเสลี่ยม ที่ถูกรางวัลที่ 1 อีก 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านบาท เป็นชาวตำบลท่าต้นธง แต่ยังเก็บตัวเงียบอยู่ ไม่แสดงตน

ภาพ:ผญ.ธนกฤต ท้าวบุญยืน
รายงาน:นายพงศ์เทพ สาคร

ตราด-เปิดโครงการหมู่บ้านวินัยจราจร สวมหมวกนิรภัย 100%

          วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เมื่อเวลา 13.00 น. พันตํารวจโท ปิยะ อุ่นเรืองงาม สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตํารวจภูธรไม้รูด เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการหมู่บ้านวินัยจราจร สวมหมวกนิรภัย 100 % ” ที่ศาลาประชาชนบ้านห้วงบอน หมู่ 5 ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด โดยมี พ.ต.อ.วิเชียร ยันตรัตน์ รองผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดตราด เป็นประธานจุดธูปเทียนและเปิดกรวยกระทงดอกไม้หน้าพระบรมรูปฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 10

          มี ร.ต.อ. กนวรรธน์ ฉายศิริ รอง สวป.สภ.ไม้รูด กล่าวรายงานถึงโครงการวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) และสักขีพยานร่วมกัน โดยมี สํานักงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด, สํานักงานขนส่งจังหวัดตราด, สมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด, กํานัน, ผู้ใหญ่บ้าน, สถานีตํารวจภูธรไม้รูด และสมาชิกอบต. ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน ตามที่ตํารวจภูธรจังหวัดตราดและสถานีตํารวจภูธรไม้รูด ได้ร่วมกันจัดโครงการหมู่บ้านวินัยจราจรสวมหมวกนิรภัย 100 % ขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุให้น้อยขึ้น

          เนื่องจากในภาวะปัจจุบัน สถิติการเกิดอุบัติเหตุนับวันมีแต่จะสูงขึ้น และประเทศไทยติดอันดับการเกิดอุบัติเหตุมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ซึ่งสาเหตุเกิดจากการเพิ่มขึ้นของ จํานวนยานพาหนะ การขาดวินัยจราจร และสภาพถนนที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นของจํานวนรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นยานพาหนะที่มีความรวดเร็ว คล่องตัวสะดวกในการเดินทาง จากการสํารวจพบว่าผู้ขับขี่ส่วนมากไม่สวมหมวกนิรภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุทําให้เกิดการบาดเจ็บ และสูญเสียชีวิต หรือทุพลภาพ เป็นภาระให้กับภาครัฐและครอบครัว

          ดังนั้นทางสถานีตํารวจภูธรไม้รูด จึงได้เล็งเห็นความสําคัญจึงได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่และชาวบ้านห้วงบอนหมู่ 5 ต.ไม้รูด เพื่อเป็นการหมู่บ้านนําร่อง จึงได้จัดโครงการหมู่บ้านวินัยจราจรสวมหมวกนิรภัย 100% เนื่องจากหมู่บ้านห้วงบอนมีความพร้อมในการดําเนินการตามโครงการ และสามารถเป็นต้นแบบในการป้องกันอุบัติเหตุโดยประชาชนทุกคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ จะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งไป ซึ่งทางสถานีตํารวจภูธรไม้รูดจะต้องเอาจริงเอาจังกับประชาชนเสียที อาจจะลดอุบัติเหตุในชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตค

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก