เพชรบูรณ์ อบต.ท้ายดง ไอเดียเก๋ ปลูกกระหล่ำปลีตะกร้ายักษ์ สองข้างทาง ดึงดูดนักท่องเที่ยว

อบต.ท้ายดง อ.วังโป่งไอเดียเก๋ ปลูกกระหล่ำในตะกร้ายักษ์ ประดับสองข้างทาง ในโครงการ”บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” สร้างเเลนมาร์คสะดุดตานักท่องเที่ยวให้แวะจอดถ่ายรูป เซลฟี่ และยังสร้างมูลค่าเพิ่ม ขายกระหล่ำปลีตะกร้ายักษ์ ในราคาตะกร้าละ 1,500 บาท นักท่องเที่ยวแห่ซื้อไปตกแต่งบ้าน ตกแต่งรีสอร์ท หรือจะซื้อเฉพาะตะกร้ายักษ์ ไปปลูกเองก็สานขายในราคาใบละ 300 บาท สร้างรายได้เพิ่มให้กับชาวบ้านในพื้นที่

ที่บริเวณ 4 แยกวังชะนาง หมู่ 12 ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ พบว่ากำลังได้รับความสนใจจากประชาชน และนักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปมา ต่างแวะเวียนเข้าชม และถ่ายรูปคู่กับต้นกะหล่ำปลี ที่ชาวบ้านพากันนำมาปลูกใส่กระถาง ปลูกใส่ท่อซีเมนต์ และปลูกใส่กระเช้าไม้ไผ่ ตั้งโชว์ตามจุดต่างๆ และหน้าบ้านของตัวเอง ในโครงการ ”บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” สร้างความสวยงาม และสร้างความแปลกตาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบกับ นายสุพัฒน์ วงษ์เวียนคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 เปิดเผยว่า บ้านวังชะนางเหนือแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงยอดเยี่ยม ในปี 2556

หลังจากนั้นทางหมู่บ้านได้นำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงมาต่อยอด ด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ เพื่อใช้ประกอบอาหารกินในครัวเรือน เป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แล้วตรงจุดนี้ ชาวบ้านได้นำผักกะหล่ำปลี ซึ่งส่วนใหญ่เพาะชำกันไว้อยู่แล้ว มาประดับไว้บริเวรจุด 4 แยกของหมู่บ้าน และที่หน้าบ้านของตัวเอง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากลูกบ้านเป็นอย่างดี ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังโป่ง โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา พบว่าเริ่มมีประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางผ่านไปมา ต่างแวะเวียนเที่ยวชม และถ่ายรูปลงโซเชียลกันอย่างคึกคัก ซึ่งส่วนใหญ่ต่างชื่นชอบในไอเดียของชาวบ้าน ที่นำผักกะหล่ำปลี มาประยุกต์จัดแต่งให้สวยงามได้เช่นกัน

นายสุพัฒน์ วงษ์เวียนคำ กล่าวต่อว่า นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของกะหล่ำปลีแล้วนั้น ในส่วนของตะกร้าที่ใช้ตกแต่ง ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจช่วยกันประดิษฐ์ขึ้น จนมีผู้ได้รับความสนใจ มาติดต่อสั่งซื้อในราคา 300 บาท หากต้องการซื้อกระหล่ำปลีที่ปลูกแล้วพร้อมตะกร้าก็ขายในราคา 1,500 บาท นับเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน อีกทางหนึ่งด้วย

ขณะที่ตัวแทน บริษัท อัครา รีซอร์สเซส ได้นำเด็กนักเรียนที่อยู่บริเวรรอบๆเหมืองทองเข้ามาทัศนศึกษา หลักปรัชญาเศรษกิจพอเพียง ความร่วมมือ ความสามัคคีของคนในหมู่บ้าน ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้น่าอยู่และสวยงาม อวดสายตานักท่องเที่ยว

ด้านนายวรวุฒิ อินตะมะนายอำเภอวังโป่ง กล่าวว่า หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านนำร่องต้นแบบ เคยได้รับรางวัลหม่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับประเทศเห็นความพร้อมเพียง ความสามัคคีของชาวบ้านช่วยกันพัฒนาจากพืชผักสวนครัวที่ปลูกกินกันเองในครัวเรีอน ยังเอามาตกแต่งสองข้างทางให้ดูสวยงามและประทับใจของทักท่องเที่ยว จึงได้ปรึกษา นางฉัตรนภา เมืองแป้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท้ายดง หางบสนับสนุนผลัดดันให้หมู่บ้านข้างเคียง ให้ปลูกกระหล่ำปลีตะกร้ายักษ์ ตลอดสองข้างทางถนนทางหลวงหมายเลข 1301 ระยะทางยาวกว่า 15 กิโลเมตร เพื่อสร้างแลนมารค์แห่งใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยงให้มาเที่ยวอำเภอวังโป่งอีกทางหนึ่ง ช่วงเทศการปีใหม่ก็ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ผ่านมา มาแวะเที่ยวชมกระหล่ำปลีตะกร้ายักษ์ ที่ตำบลท้ายดงของเราได้ยังอวดสายตานักท่องเที่ยวไปจนถึงปลายเดือน มกราคม

ชัยกฤต คล้ายแก้ว / มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

ชีวิตประชาชนทุกคน ล้วนต้องได้รับการปกป้องดูแล

“ชีวิตประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดในประเทศไทย ล้วนเป็นหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ที่ต้องปกป้องดูแล”

23 ธ.ค.2562 @ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบนโยบายดูแลพื้นที่สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในช่วงปีใหม่

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news /southpeace

ตม.เชียงราย​-รวบ​พม่าใช้รอยตราประทับ​ปลอมในหนังสือเดินทาง

วันที่ 23 ธ.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร​ รอง​ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5​ และ พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน ผกก.ตม.เชียงราย ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม​ผู้ต้องหาชาวเมียนมา ใช้หนังสือเดินทางปลอมรอยตราประทับ

พ.ต.อ.ณัฐวุฒิฯ​ กล่าวว่า​ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่งานตรวจบุคคลและยานพาหนะ เข้มงวดในการตรวจบุคคลที่ผ่านเข้าออก โดยบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย 3 ฉก.ม.2​ จนกระทั่ง​เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปฏิบัติหน้าที่บริเวณที่เกิดเหตุ ได้มีคนต่างด้าวยื่นหนังสือเดินทางให้กับ เจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจหนังสือเดินทางขาเข้า จุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อเจ้าหน้าที่รับหนังสือเดินทางมาตรวจสอบพบพิรุธรอยตราประทับขาออกในการเดินทางครั้งล่าสุด มีลักษณะผิดปกติ ไม่มีอักษรตัว S ตามด้วยหมายเลขตราประทับ และวันที่เดินทางในตราประทับขาออกดังกล่าวดูบิดเบี้ยว​ และไม่อยู่ตรงกลางตราประทับ จึงได้ตรวจสอบในระบบ BIOMETRICS (ภาพถ่ายใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ) พบว่าไม่มีข้อมูลการเดินทางออกของผู้ถูกจับในระบบแต่อย่างใด และได้ส่งรอยตราประทับดังกล่าวให้ด่าน ตม.สุวรรณภูมิ ตรวจสอบ รับแจ้งว่าเป็นรอยตราประทับของปลอม ซึ่งผู้ต้องหา​เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 ด้วยประเภทวีซ่า ผผ.14 อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 10 ตุลาคม​ 2562

สอบถามผู้ต้องหา​ให้การรับสารภาพว่า โดยเมื่อวันที่ 10 ต.ค.62 ได้นำหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวมาขอเดินทางออกไปเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธการเดินทางออกเนื่องจากเดินทางเข้ามาทางท่าอากาศยานด้วยวีซ่าประเภท ผผ.14 ซึ่งต้องเดินทางออกทางท่าอากาศยานเท่านั้น จึงได้ลักลอบเดินทางออกไปโดยช่องทางธรรมชาติ ไปยังเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ต่อมาต้องการกลับเข้ามาประเทศไทย จึงได้มอบหนังสือเดินทางว่า​ จ้างนายหน้าในการขอวีซ่า​ และทำรอยตราประทับปลอม เมื่อได้รับหนังสือเดินทางแล้ว เดินทางเข้ามาขอรับการตรวจอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร​ และถูกตรวจพบดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมทั้งแจ้งสิทธิ์แก่ผู้ต้องหา แล้วควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่สาย​ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีดังกล่าวผู้ต้องหามีการใช้รอยตราประทับปลอม​ และมีการลักลอบเดินทางออกโดยใช้เส้นทางธรรมชาติ เพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้มงวดในการตรวจบุคคล​ และยานพาหนะที่เข้าออกราชอาณาจักร เพื่อเป็นป้องกันมิให้ขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทางหรือตราประทับที่อาจเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงเข้ามาในราชอาณาจักร

พ.ต.อ.ณัฐวุฒิฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า​ การบูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการระดมกวาดล้างการจับกุมคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมายเป็นมาตรการในการป้องกันปราบปรามที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากผู้ใดพบเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หมายเลข 1178 หรือ ทางเว็บไซต์ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กนกวรรณ” รมช.ศธ. รักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมเปิดงานลด โลก เลอะ “All For Green ชุมพรร่วมใจ เที่ยวไทยยั่งยืน”

https://youtu.be/QVhrHbcxqLw

“กนกวรรณ” รมช.ศธ. รักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมเปิดงานลด โลก เลอะ “All For Green ชุมพรร่วมใจ เที่ยวไทยยั่งยืน”

วันที่ 22 ธันวาคม 2562 เวลา 15.00 น. ณ บริเวณชายหาดทุ่งวัวแล่น อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย​ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นประธานเปิดงานโครงการ ลด โลก เลอะ “All For Green ชุมพรร่วมใจ เที่ยวไทยยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมความสะอาด​ และรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

หลังจากนั้นได้ร่วมปล่อยลูกปูม้าคืนสู่ทะเลเพื่อเพิ่มประชากรปูม้า คืนความสมดุลให้ธรรมชาติ และเก็บขยะบริเวณชายหาด ในการนี้กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงาน กศน.และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จังหวัดชุมพร นำบุคลากร นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมนี้จำนวน 200 คน ในการเก็บขยะทำความสะอาดสถานที่และชายหาดต่างๆ ในพื้นที่หาดทุ่งวัวแล่น และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งกิจกรรมการรณรงค์ทำความสะอาดครั้งนี้

นับเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแสดงพลังสร้างความสะอาด เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่เกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิด นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศหันมาช่วยกันตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบ อนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด สวยงาม สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น​ และนำมาสู่การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

Cr.ภาพ/ข่าว​ : เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ,กรรณิกา พันธ์คลอง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.เชียงใหม่ – รวบนายจ้าง และบุคคลต่างด้าวสัญชาติอเมริกันทำงาน โดยไม่ได้รับอนุญาต

ตม.เชียงใหม่ รวบนายจ้าง และบุคคลต่างด้าวสัญชาติอเมริกันทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันที่ 23 ธ.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร​ รอง​ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม 5,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5​ และ ว่าที่ พ.ต.อ.ปกกิจ คล้ายเพ็ชร ผกก.ตม.จ.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคนไทยที่เป็นนายจ้างโรงเรียนสอนภาษา และชาวอเมริกันลักลอบทำงานเป็นครูโรงเรียนสอนภาษา

พ.ต.อ.เอกกรฯ​ กล่าว​ว่า​ สืบเนื่องมาจาก ชุดสืบสวนปราบปราม ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการตำรวจท่องเที่ยว กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2,สถานีตำรวจภูธรอำเภอสารภี และจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับข้อมูลข่าวสารมาจากคนในพื้นที่ ว่าโรงเรียนสอนภาษา และคอมพิวเตอร์เกียรติพัฒนา ได้รับคนต่างด้าวเข้ามาสอนภาษาให้แก่นักเรียน,นักศึกษา​ และผู้สนใจโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จากนั้นได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบโรงเรียนสอนภาษา​ ดังกล่าว​ อยู่เลขที่ 272 หมู่ 2 ตำบลไชยสถาน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พบ นางสาวกุลนารี​ หรือขวัญ ผู้จัดการโรงเรียนสอนภาษาและคอมพิวเตอร์เกียรติพัฒนา จึงได้แสดงความประสงค์ขอเข้าทำการตรวจสอบภายในโรงเรียนสอนภาษาเพื่อตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน โดยนางสาวกุลนารีฯ เป็นผู้นำการตรวจสอบ

ผลการตรวจสอบพบหญิงคนหนึ่งกำลังสอนภาษาให้แก่ผู้เข้ารับการสอนภาษาอยู่ จึงเข้าไปสอบถามทราบชื่อต่อมาว่า MS.PATRICIA ถือหนังสือเดินทางสัญชาติอเมริกัน​ และสัญชาติไต้หวัน ตรวจสอบหนังสือเดินทาง ปรากฏว่าได้รับอนุญาตให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรในฐานะนักท่องเที่ยว เมื่อตรวจสอบใบอนุญาตทำงานปรากฏว่าไม่สามารถนำใบอนุญาตทำงานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงยอมรับว่าตนได้เข้าทำงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตทำงานจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ซึ่งสอดคล้องต้องกันกับนางสาวกุลนารีฯ ในฐานะผู้จัดการโรงเรียนสอนภาษา​ และ​คอมพิวเตอร์เกียรติพัฒนา ให้การยอมรับว่าตนได้รับ MS.PATRICIA เข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน​ จากรายละเอียดข้างต้น ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นางสาวกุลนารี​ หรือขวัญ ได้ทราบว่าตนมีความผิดฐาน “รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต” และแจ้งข้อกล่าวหาว่า MS.PATRICIA สัญชาติอเมริกัน อายุ 57 ปี ในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” จึงคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวนสถานีภูธรอำเภอสารภี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ. เอกกรฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่าการบูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการระดมกวาดล้างการจับกุมคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมายเป็นมาตรการในการป้องกันปราบปรามที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากผู้ใดพบเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หมายเลข 1178 หรือ ทางเว็ปไซด์ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” มอบ ส.ป.ก. 4-01 ผู้ยากไร้ พร้อมสินเชื่อเงินกู้ เงินกองทุนฯ ส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกร

“ธรรมนัส” มอบ ส.ป.ก. 4-01 ผู้ยากไร้พร้อมสินเชื่อเงินกู้เงินกองทุนฯ ส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกร

วันที่ 23​ ธันวาคม 2562​ : ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์​ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราช​ ว่าในวันนี้ได้มอบเอกสารสปก.4-01 จำนวน 50 ราย และ มอบสินเชื่อเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 3 กลุ่ม

ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช (ส.ป.ก.นครศรีธรรมราช) มีพื้นที่รับมอบทั้งสิ้น 785,070 ไร่ มีพื้นที่กันคืนป่าไม้และพื้นที่กันออก 282,625 ไร่ คงเหลือพื้นที่ดำเนินการ 502,805 ไร่ มีผลงานจัดที่ดินทั้งสิ้น 17 อำเภอ 73 ตำบล จำนวน 41,812 ราย 54,032 แปลง เนื้อที่ 481,132 ไร่เศษ พื้นที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 21,673 ไร่ ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกร จำนวน 50 ราย

อย่างไรก็ตามในวันนี้ได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) ให้แก่เกษตรกรจำนวน 50 ราย เนื้อที่รวมประมาณ 334 ไร่เศษ​ และมอบเช็คสินเชื่อเงินกู้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมแก่ผู้แทนเกษตรกรจำนวน 3 กลุ่ม (14 ราย) เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 700,000 บาท โดยกระทรวงเกษตรฯ จะเข้ามาดูแลและส่งเสริมการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้พัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ สร้างแรงจูงใจในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และยกระดับคุณภาพของเกษตรกรเป็นไปตามเจตนารมณ์และนโยบายของรัฐบาล ในการเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับเกษตรกรให้กับผู้ยากไร้ผ่านวิธีการปฏิรูปที่ดิน โดยมุ่งหมายที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการพัฒนาอาชีพเกษตรกร

ทั้งนี้มีการจำแนกประเภทการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน ได้แก่ ยางพารา เนื้อที่ประมาณ 303,900 ไร่เศษ ปาล์มน้ำมัน เนื้อที่ประมาณ 56,000 ไร่เศษ มังคุด เนื้อที่ประมาณ 14,400 ไร่เศษไม้แลและอื่นๆ เนื้อที่ประมาณ 110,700 ไร่เศษ และนาข้าว เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่เศษ โดยพร้อมที่จะขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ในเขตปฏิรูปที่ดิน ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กิจกรรมบูรณาการโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่มังคุด อำเภอชะอวด และกิจกรรมส่งเสริมการปลูก การใช้ประโยชน์และแปรรูปสมุนไพร

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.จ.ตาก – รวบต่างด้าวสัญชาติเกาหลี Overstay 332 วัน

ตม.จ.ตาก รวบต่างด้าวสัญชาติเกาหลี Overstay 332 วัน มีหมายแดง Interpol เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต​ และปลอมหรือใช้หนังสือเดินทางปลอม

วันที่ 23 ธ.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร​ รอง​ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด.ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5​ และ พ.ต.อ.สังคม ตัดโส ผกก.ตม.จ.ตาก ร่วมแถลงข่าว ผลการจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเกาหลี​ Overstay 332 วัน​ มีหมายแดง INTERPOL​ เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.ต.ชำนาญฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่ ตม.จ.ตาก ได้ประชาสัมพันธ์การแจ้งที่พักอาศัยชาวต่างชาติและทำการตรวจสอบเบื้องต้น ตามแผนการระดมกวาดล้างบุคคลต่างด้าว บก.ตม.5 (ในห้วงวันที่ 6-12 พฤศจิกายน 2562) วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เดินทางไปประชาสัมพันธ์และทำการตรวจสอบที่นิติบุคคลของวีคอนโด เลขที่ 599 หมู่ 1 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ระหว่างนั้นได้ตรวจสอบชาวต่างชาติหลายคนที่เดินลงมาจากห้องพัก จนพบกับผู้ต้องหาซึ่งกำลังเดินลงมาเช่นกัน ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นชายสัญชาติเกาหลีใต้ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอทำการตรวจสอบ หนัง สือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ปรากฏว่าผู้ถูกจับไม่สามารถนำเอกสารใดๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวผู้ต้องหามาเพื่อทำการตรวจสอบที่ ตม.จว. ตาก จากการตรวจสอบกับระบบ Biometrics พบว่าชายดังกล่าวคือ นายหยาง(Mr.YANG) อายุ 44 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ เดินทางเข้าประเทศไทยล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 ที่ท่าอากาศยาน จว.เชียงราย โดยใช้วีซ่าประเภท ผ.ผ.90 และ วีซ่าหมดอายุในวันที่ 16 ธันวา คม 2561 (Overstay จำนวน 332 วัน) และตรวจสอบพบว่า นายหยาง (Mr.YANG) อายุ 44 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ เป็นบุคคลประเภทติดตามเฝ้าระวัง Red Notice ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้าและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จับกุมและควบคุมตัวนำส่ง สภ.แม่สอด จว.ตาก เพื่อดำเนินคดีการตามกฎหมายต่อไป

คดีต่อมา​ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ได้พบเห็นชาวต่างชาติยืนรออยู่ที่บริเวณลานจอดรถ หน้าห้องกัก ตม.จ.ตาก มีพฤติกรรมน่าสงสัย เป็นพิรุธ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันทำการตรวจสอบ หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง จากการสอบถามผู้ถูกจับเบื้องต้น (ผู้ถูกจับสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เล็กน้อย) ปรากฎว่าผู้ถูกจับกุมไม่ได้นำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางติดตัวมาด้วย จึงเชิญตัวไปตรวจสอบ ต่อมามีเพื่อนชาวไทยนำหนังสือเดินทางมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากการตรวจสอบจากสารระบบ Biometrics พบว่าชายดังกล่าวชื่อ นายโน (Mr.NOH) อายุ 39 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562 โดยผ่านทางจุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา และเดินทางออก ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 โดยผ่านทางจุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ” จับกุมและควบคุมตัวนำส่ง สภ.แม่สอด จว.ตาก เพื่อดำเนินคดีการตามกฎหมายต่อไป

ต่อเนื่องจากเหตุที่แล้ว เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อทำการตรวจสอบ หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง จากการสอบถามผู้ถูกจับเบื้องต้น (ผู้ถูกจับสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เล็กน้อย) ปรากฎว่าผู้ถูกจับกุมไม่ได้นำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางติดตัวมาด้วย แต่ได้แสดงสำเนาหนังสือเดินทางซึ่งถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 7 สีทอง ว่าชื่อ MR.BAEK สัญชาติเกาหลีใต้ จึงเชิญตัวไปตรวจสอบ จากการตรวจสอบจากสารระบบ Biometrics พบว่า หนังสือเดินทางดังกล่าวเป็นของ MR.BAEK สัญชาติเกาหลีใต้ แต่มีภาพถ่ายหน้าหนังสือเดินทางไม่ตรงกับที่ผู้ถูกจับกุมนำมาแสดง เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามผ่านล่ามแปลภาษาว่าหนังสือเดินทางที่ผู้ถูกจับกุมใช้เป็นของใคร ผู้ถูกจับจึงให้การรับสารภาพว่า ภาพสำเนาหนังสือเดินทางของที่ใช้แทนและนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ตม.จ.ตาก​ นั้น ไม่ใช่ของจริง แต่ผู้ถูกจับได้นำรูปของตนไปตัดต่อเข้ากับหนังสือเดิน ทางของ MR.BAEK สัญชาติเกาหลีใต้ และผู้ถูกจับไม่สามารถนำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของตน มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้แต่อย่างใด หลังจากการตรวจสอบผู้ถูกจับกุมได้แอบลบภาพดังกล่าวออกจากโทรศัพท์มือถือของตน ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ ปลอมหรือใช้หนังสือเดินทางปลอมฯ และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ” จับกุมและควบคุมตัวนำส่ง สภ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อดำเนินคดีการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ชำนาญฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวด ขันและปราบปรามการอาชญากรรมตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายที่มีโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้อง และให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใด พบเห็นเบาะแสการกระทำ ความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สมาคมแม่บ้านตำรวจ มอบรางวัลสลากบำรุงกาชาดไทย ประจำปี 2562

วันที่ 23 ธันวาคม 2562 เวลา 10.20 น. ณ อาคารสวัสดิการ สมาคมแม่บ้านตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต​ : ดร.บุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสลากบำรุงกาชาดไทย ประจำปี 2562 โดยมอบ

  • รางวัลที่ 1 สลากหมายเลข 211253 ทองคำหนัก 50 บาท จำนวน 1 รางวัล
  • รางวัลที่ 2 ทองคำหนัก 15 บาท จำนวน 2 รางวัล
  • รางวัลที่ 3 ทองคำหนัก 8 บาท จำนวน 3 รางวัล
  • รางวัลที่ 4 ทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 3 รางวัล
  • รางวัลที่ 5 ทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 2 รางวัล
  • รางวัลที่ 6
  • และ 7 คุณสวภัทร์ มหัทธนกุล อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เป็นผู้มอบทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 5 รางวัล และ รางวัลที่ 7 ทองคำหนัก 50 สตางค์ จำนวน 9 รางวัล

ซึ่งของรางวัลมีจำนวนทั้งหมด 75 รางวัล โดยมีผู้เข้าร่วมในพิธีรับมอบรางวัลจำนวน 25 รางวัล

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.เพชรบูรณ์ – รวบพระเขมรหลบหนีเข้าเมือง อาศัยผ้าเหลือง ออกบิณฑบาต ขอรับเงินชาวบ้าน

วันที่ 23 ธ.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร​ รอง​ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฺฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.ต.ภูวดล ภูมี สว.ตม.จ.เพชรบูรณ์ ร่วมแถลงข่าว รวบพระเขมรหลบหนีเข้าเมือง อาศัยผ้าเหลือง ออกบิณฑบาตขอรับเงินชาวบ้าน

พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ กล่าว​ว่า​ ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ ม.1 ต.นางั่ว อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ว่ามีพระสงฆ์แปลกหน้าจำนวน 2 รูปกำลังเดินบิณฑบาตผิดเวลา (09.30 น.) ผิดปกติวิสัยของพระสงฆ์ไทยทั่วไป โดยมีพฤติการณ์ขอรับเงินจากชาวบ้านแต่ไม่รับอาหาร​ และมีลักษณะอาการท่าทางพิรุธ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้เดินทางไปยังชุมชนดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงบ้าน น.ส.ยุพิน ทองสี กำนันตำบลนางั่ว​ ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า มีลูกบ้านแจ้งว่ามีพระสงฆ์แปลกหน้าจำนวน 2 รูป เข้ามาเดินบิณฑ บาต ในพื้นที่โดยการขอรับเงินบาทไทยจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา แต่ไม่ขอรับอาหารใดๆ กำนันจึงเชิญตัวพระทั้ง 2 รูปดังกล่าวมายังที่ทำการเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ​ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ และขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว พระทั้ง 2 รูป ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า พวกตนเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา เดินทางหลบหนีเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติในเขตพื้นที่​ อ.อรัญ ประเทศ จ.สระแก้ว โดยไม่มีหนังสือเดินทาง ไม่มีบัตรผ่านแดน และไม่ผ่านการตรวจจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หลังจากที่หลบหนีเดินทางเข้ามาในเขตพื้นที่ จ.สระแก้ว แล้วได้ขึ้นรถประจำทางมาลงที่ จ.นครราชสีมา และเดินขอรับเงินจากประชาชน ซึ่งในระหว่างทางก็จะแวะพักค้างแรมตามวัดไทยเรื่อยมา จนกระทั่งมาถึง จ.เพชรบูรณ์

การที่บุคคลทั้ง 2 ราย เดินทางหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่มีหนังสือเดินทาง และไม่ได้รับการตรวจอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จึงเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงเชิญตัวมายังที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์​ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า​ การบูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการระดมกวาดล้างการจับกุมคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมายเป็นมาตรการในการป้องกันปราบปรามที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาล​ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากผู้ใดพบเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หมายเลข 1178 หรือ ทางเว็บไซต์ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

191 รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ ยึดยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด และคดีตามีน 11 กิโลกรัม

https://youtu.be/Try0CaViAb4

191 รวบเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ ยึดยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด และคดีตามีน 11 กิโลกรัม​

วันที่​ 23 ธ.ค.62​ เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 ถนนวิภาวดีรังสิต : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. ร่วมแถลงจับกุมนายคมกริช หรืออึด ผิวเกลี้ยง อายุ 36 ปี, นายอานนท์ หรือต้น ศรีจันทร์ อายุ 30 ปี, นายวาทิน ศรีเกิด อายุ 31 ปี, และนายนิวัตร โกบปุเลา อายุ 40 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 2,612,000 เม็ด, คีตามีน 11 กิโลกรัม, รถยนต์ 8 คัน, กุญแจรถยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู 1 ดอก,ใ บคู่มือจดทะเบียนรถ 2 เล่ม, แม็กกาซีนขนาด .40 จำนวน 2 แม็กกาซีน, กระสุนปืนขนาด 9 มม. 71 นัด, กระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 45 นัด, ลำกล้องปืนพกสั้นชนิด 9 มม. (กล็อก 27) 1 ลำกล้อง, สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ 6 เล่ม, โฉนดที่ดิน, สร้อยทองคำพร้อมพระ 4 องค์, แหวน 4 วง, บัตรเดบิตและบัตรกดเงิน 5 ใบ, นาฬิกา 22 เรือน​ และเงินสด 125,000 บาท

พล.ต.ต.สำราญฯ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเป็นการขยายผลจากเครือข่ายยาเสพติดทางภาคเหนือ ซึ่งคอยลำเลียงยาเสพติดให้กับลูกค้าตามจังหวัดต่างๆ จึงได้เฝ้าสืบสวนติดตามพฤติการณ์มามากกว่าสองเดือน จนกระทั่ง​ทราบว่าเครือข่ายดังกล่าวได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต่อมาชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการขนส่งยาเสพติดระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2562​ บริเวณริมถนนหมายเลข 331 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์เรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 20 ธันวาคม 2562​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบนายคมกริชฯ ได้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆย-5187 กทม. ออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้า 3 กระสอบ จำนวน 6 แสนเม็ด และขยายผลไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 357 หมู่ 10 ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตรวจค้นพบยาบ้าอีก 2,012,000 เม็ด และคีตามีน 11 กิโลกรัม และขยายผลไปจับกุมนายนิวัตร,นายอานนท์ฯ และนายวาทินฯ

สอบสวนนายคมกริชฯ รับว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยนายนิวัตรฯ ทำหน้าที่ถ่ายโอนเปลี่ยนแปลงทรัพย์สิน นายอานนท์ฯ เป็นผู้คอยขับรถนำเพื่อดูด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเวลาไปส่งยาเสพติด โดยในกรุงเทพฯ จะนำไปส่งให้ลูกค้าย่านบางบอน และนายวาทินฯ ทำหน้าที่เฝ้ายาและเช็คสต๊อกยา

เบื้องต้นแจ้งข้อหานายคมกริช,นายอานนท์​ฯ และนายวาทินฯ ในความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1​ (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อหานายนิวัตรฯ ฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2​ (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต,มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่ง บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​