สศก. เร่งวางแผนโลจิสติกส์เกษตร ปี 2571–2575 รับมือ Climate Change หนุน Green Logistics ยกระดับสินค้าเกษตรไทย

สศก. เร่งวางแผนโลจิสติกส์เกษตร ปี 2571–2575 รับมือ Climate Change หนุน Green Logistics ยกระดับสินค้าเกษตรไทย

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ระบบโลจิสติกส์ ภาคการเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาด ตั้งแต่การรวบรวม ขนส่ง แปรรูป กระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งออก หากมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน รักษาคุณภาพผลผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคเกษตรต้องเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Shock รวมถึงผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายพีรพันธ์ฯ กล่าวว่า ความท้าทายของโลจิสติกส์เกษตรในระยะต่อไป ไม่ได้อยู่เพียงการขนส่งสินค้าให้ถึงตลาด แต่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงโรงงานแปรรูป เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อาจทำให้ปัจจัยการผลิตมีข้อจำกัด ต้นทุนสูงขึ้น รวมถึงกระทบต่อทั้งปริมาณและ คุณภาพสินค้าเกษตร เช่น การสะสมแป้งในมันสำปะหลัง และค่าความหวานของอ้อย ดังนั้น การพัฒนาโลจิสติกส์เกษตรจึงต้องมองทั้งระบบ ไม่พึ่งพาแหล่งอุปทานหรือตลาดเพียงแหล่งเดียว เพื่อให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรมปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์

เนื่องจาก แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรฉบับปัจจุบัน พ.ศ. 2566-2570 กำลังจะสิ้นสุดลง สศก. โดยกองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร จึงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เพื่อประกอบการจัดทำ แผนปฏิบัติการฯ ฉบับใหม่ พ.ศ. 2571 – 2575 ให้ต่อเนื่องและสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโล ยี และภาคเกษตรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สศก. จึงกำหนดจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความเห็น หรือ Focus Group รวม 4 ครั้ง โดยขณะนี้ดำเนินการแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 จัง หวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 และล่าสุด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 มิถุนา ยน 2569 ณ โรงแรมแคนทารี โคราช จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับฟังปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านการ เกษตร การค้า และการขนส่ง เชื่อมโยงตลาดในประเทศ จังหวัดชายแดนภาคอีสาน สปป. ลาว และจีน

สำหรับการดำเนินงานภายใต้ แผนปฏิบัติการฯ ฉบับปัจจุบัน พ.ศ.2566-2570 ที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการโลจิสติกส์การเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ขับเคลื่อนโลจิสติกส์การเกษตร มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตสู่ตลาด และลดต้นทุนให้กับภาคเกษตร

ขณะที่ แผนปฏิบัติการฯ ฉบับใหม่ พ.ศ.2571-2575 จะต่อยอดการดำเนินงานให้ทันต่อบริบทใหม่ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตร ยกระดับคลังสินค้าและห้องเย็นเพื่อรักษาคุณภาพผลผลิต ส่งเสริมการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ หรือ Multimodal Transportation พัฒนาบุคลากรและระบบให้รองรับเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และ Smart Logistics รวมถึงขับเคลื่อน Green Logistics เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ กรอบการระดมความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำแผนฯ ฉบับใหม่ ครอบคลุม 5 ประเด็นการพัฒนาหลัก ได้แก่

  1. การสร้างความเข้มแข็ง ให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ
  2. การพัฒนาและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโลจิสติกส์เกษตร
  3. การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและการค้าสินค้าเกษตรระหว่างประเทศ
  4. การจัดทำฐานข้อมูลโลจิสติกส์เกษตรของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานและให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ได้จริง และ
  5. การส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์เกษตรให้ทันสมัยและตอบโจทย์พื้นที่

“สิ่งสำคัญคือ ภาคเกษตรต้องปรับวิธีคิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวดเร็วขึ้น การพัฒนาโลจิสติกส์เกษตรจึงต้องมองตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต รวบรวม ขนส่ง แปรรูป และกระจายสินค้า เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ระบบการผลิต และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย” นายพีรพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ สศก. จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดชุมพร ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อให้ครบตามเป้าหมาย จากนั้นจะรวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติงานจริงในแต่ละพื้นที่ เพื่อทบทวนและปรับปรุงร่าง แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร พ.ศ.2571-2575 ให้มีความสมบูรณ์ ครอบคลุมปัญหาและความต้องการของพื้นที่ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดย สศก. จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร

สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

“4 เมืองเหนือไต้หวัน มหัศจรรย์ไม่รู้จบ” บุกกรุงเทพ!ผู้บริหารการท่องเที่ยวร่วมมือโปรโมตเสน่ห์ไต้หวันตอนเหนือ เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย-ไต้หวัน

“4 เมืองเหนือไต้หวัน มหัศจรรย์ไม่รู้จบ” บุกกรุงเทพ!ผู้บริหารการท่องเที่ยวร่วมมือโปรโมตเสน่ห์ไต้หวันตอนเหนือ เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย-ไต้หวัน

เพื่อหยั่งลึกในตลาดการท่องเที่ยวไทย และทำให้การท่องเที่ยวภาคเหนือไต้หวันได้มีความโดดเด่นขึ้น คณะจากนครไทเป นิวไทเป จีหลงและเถาหยวน จัดงานกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว 4 เมืองภาคเหนือไต้หวันและประเทศไทย ประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม โดยสมาคมแนะนำการท่องเที่ยวและสื่อมวลชน ได้นำเสนอเสน่ห์ของเมืองทางเหนือของไต้หวัน ให้แก่สื่อทางประเทศไทย ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประกอบกับอุปกรณ์เชิงปฏิสัมพันธ์ และรถตุ๊กโฆษณาธีมท่องเที่ยวภาคเหนือไต้หวัน 20 คัน ซึ่งขับขี่ไปตามตรอกซอกซอยต่างๆในกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งภาพพจน์ทางท่องเที่ยวท่ามชีวิตประจำวันของชาวกรุง

งานส่งเสริมการท่องเที่ยวในครั้งนี้สามารถดึงดูดผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในท้องถิ่นของไทยกว่าไทยกว่า 60 รายและตัวแทนจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของ 4 เมืองภาคเหนือไต้หวันอีกกว่า 40 รายมาเข้าร่วมงาน นอกจากกลุ่มเมืองจีหลง-นิวไทเป-ไทเป-เถาหยวน จะได้ร่วมนำเสนอไฮไลต์ทางการท่องเที่ยว อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองแล้ว ยังได้แนะนำเทศกาลท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังนี้ รวมถึงเทศกาลเฉลิมฉลอง กิจกรรมสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น และเทศกาลท่องเที่ยวตามฤดูกาล โดยมุ่งเน้นการใช้เทศ กาลท่องเที่ยว เพื่อเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงเอกลักษณ์ของแต่ละเมือง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของไต้หวันตอนเหนือ ที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปีและมีไฮไลต์ให้ค้นหาในทุกพื้นที่ ซึ่งช่วยจุดประกายไอเดียและเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวชาวไทยในการนำไปออกแบบโปรแกรมท่องเที่ยว นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังของไทยอย่าง “Ratto” และ “Mim Like This” มาร่วมแชร์ประสบการณ์ตรงจากการเดินทางท่องเที่ยวใน 4 เมืองภาคเหนือของไต้หวัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองส่วนตัว ตั้งแต่การตะลุยชิมของอร่อย การเดินเล่นชมเมือง ไปจนถึงการท่องเที่ยวธรรมชาติและร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ ซึ่งการบอกเล่าจากประสบการณ์จริงในครั้งนี้ ช่วยให้ผู้ร่วมงานได้เห็นภาพรวมการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีสีสันของไต้หวันตอนเหนืออย่างชัดเจน พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นความต้องการที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในเมืองไต้หวัน

นายอวี๋ เสียง ผู้อำนวยการสำนักท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์กรุงไทเป ได้เปิดเผยว่า ไทเปและกรุงเทพฯ ต่างเป็นเมืองระดับสากลที่เปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวาและสร้างสรรค์ การเดินทางระหว่างก็สะดวกสบายโดยใช้เวลาในการบินไม่ถึง 4 ชั่วโมง ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวในกรุงไทเปทั้งด้วยตัวเอง และเดินทางพร้อมครอบครัวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรุงไทเปโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิม และแฟชั่นที่ทันสมัยอย่างลงตัว ไม่เพียงแต่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เช่น ย่านต้าเต้าเฉิง และวัดหลงซานเท่านั้น แต่ยังมีแลนด์มาร์กสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างย่านช้อปปิ้งซิ่นอี้ และตึกไทเป 101 นอกจากนี้ ไทเปยังขึ้นชื่อในเรื่องความหลากหลายของอาหาร ตั้งแต่สตรีทฟู้ดในตลาดกลางคืนไปจนถึงภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ นายอวี๋ เสียง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงไทเปมีกิจกรรมและเทศกาลท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลโคมไฟไทเป เทศกาลฤดูร้อนต้าเต้าเฉิง เทศกาลเทรนด์และดนตรีไทเป และงานเคาท์ดาวน์ปีใหม่อันยิ่งใหญ่ตระการตา ดังนั้น ไม่ว่าจะมาเยือนไทเปในช่วงเวลาใด นักท่องเที่ยวก็สามารถสัมผัสได้ถึงทัศนียภาพของเมืองและเสน่ห์ของเทศกาลต่างๆในแต่ละช่วงเวลา จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาสัมผัสวิถีชีวิต ค้นพบเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามตรอกซอกซอยต่างๆ ของกรุงไทเป

สำนักท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์กรุงไทเป เปิดเผยว่า นอกจากการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและงานแถลงข่าวในครั้งนี้แล้ว ทั้ง 4 เมืองยังได้ร่วมกันเนรมิตพื้นที่ให้กับนวัตกรรมศิลปะจัดวางเชิงปฏิสัมพันธ์แบบpop-up ขึ้น ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าแลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคักและมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม โดยในวันที่ 2–3 กรกฎาคมนี้ ผู้ร่วมงานสามารถร่วมสนุกได้ง่ายๆ เพียงถ่ายภาพคู่กับกำแพงเช็กอิน ในธีมของทั้ง 4 เมือง พร้อมอัปโหลดรูปภาพลงบนโซเชียลมีเดียและติดแฮชแท็ก #FantasticNorthernTaiwan ก็จะได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลจากตู้ไข่กาชาปอง ซึ่งภายในมีทั้งของที่ระลึกสุดน่ารักแนวครีเอทีฟจำนวนจำกัด รวมถึงของขวัญสุดพิเศษ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละเมือง ที่ส่งตรงจากใจของท่านผู้บริหารการท่องเที่ยวทั้ง 4 เมือง เพื่อส่งมอบเสน่ห์อันน่าประทับใจของไต้หวันตอนเหนือให้แก่ชาวไทยผ่านกิจกรรมสุดสนุกในครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง 4 เมืองยังได้จับมือกันจัดแคมเปญโฆษณาเคลื่อนที่สุดสร้างสรรค โดยนำรถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การเดินทางที่มีชื่อเสียงของไทยจำนวน 20 คัน มาตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกสดใสบรรยายเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ในกลุ่มเมืองจีหลง-นิวไทเป-ไทเป-เถาหยวน โดยรถตุ๊กตุ๊กเหล่านี้จะออกวิ่งอวดสายตาชาวกรุงทั่วท้องถนนกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 30 กรกฎาคมนี้ เพื่อหลอมรวมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไต้หวันให้เข้ากับวิถีชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

เพื่อสร้างความร่วมมือและยกระดับการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่าง 4 เมืองภาคเหนือไต้หวันและประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในการเดินทางเยือนครั้งนี้ทางคณะยังได้เข้าพบสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวและหน่วยงานสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย เพื่อร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ อาทิ กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ เทรนด์ พฤติกรรมและความต้องการของนักเดินทาง รวมถึงมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งการพบปะในครั้งนี้ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งวางรากฐานอันมั่นคงเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือและการท่องเที่ยวทั้งสองประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ 4 เมืองภาคเหนือของไต้หวันมีเครือข่ายระบบคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว ทำให้สามารถเชื่อมโยงทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตั้งแต่ความทันสมัยของไลฟ์สไตล์คนเมือง ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ทัศนียภาพอันงดงามของอ่าวและท่าเรือ ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของขุนเขาและท้องทะเล ตลอดจนอาหารเลิศรสที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถออกเดินทางสำรวจความมหัศจรรย์รอบด้านของไต้หวันตอนเหนือได้อย่างสะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้นขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง เพื่อร่วมค้นพบเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ภายใต้แนวคิด “4 เมืองเหนือไต้หวัน มหัศจรรย์ไม่รู้จบ”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด. “HDUT”) จัดกิจกรรม “ประชุมสัญจรและทัศนศึกษา” เพื่อกระชับความสัมพันธ์และวางแผนยุทธศาสตร์องค์กร ณ จ.ชลบุรี

ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.:”HDUT”) จัดกิจกรรม “ประชุมสัญจรและทัศนศึกษา” เพื่อกระชับความสัมพันธ์และวางแผนยุทธศาสตร์องค์กร ณ จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 27-28 มิถุนายน พ.ศ.2569 ที่ผ่านมา ณ บ้านพักรับรองสามมุข สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เขาสามมุข บางแสน จังหวัดชลบุรี ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส (ชพด.:”HDUT”) นำโดย นางมนัสวี พยัคมนันทน์ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วย ที่ปรึกษาชมรมฯ , คณะกรรมการบริหารและสมาชิก ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ประชุมสัญจรและทัศนศึกษา” ขึ้นอย่างอบอุ่น

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้านความเข้าใจและความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่สมาชิกและคณะกรรมการบริหารชมรมฯ อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเป็นเวทีสำหรับการระดมความคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาองค์กรด้านต่างๆ ให้ก้าวทันต่อยุคดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังเป็นการร่วมกันหาแนวทางประยุกต์ในการทำงานและวางแผนสำหรับการจัดประชุมสามัญประจำปี 2569 ในอนาคตอีกด้วย กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันที่ 27 มิถุนายน โดย นางมนัสวี พยัคมนันทน์ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วยที่ปรึกษาชมรมฯ , คณะกรรมการและสมาชิก ได้ออกเดินทางเพื่อร่วมทัศนศึกษาและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ อ่างศิลา เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนจะเข้าสู่ที่พัก ณ บ้านพักรับรองสามมุข สำนักเลขาธิ การนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่าย สำหรับพิธีเปิดการประชุมสัญจร นางมนัสวี พยัคมนันทน์ ประธานชมรมฯ ได้เป็นประธานเปิดการประชุม ซึ่งมีการหารือในวาระสำคัญ 3 วาระ ได้แก่ การแจ้งเพื่อทราบจากประธานชมรมฯ การอภิปรายและสรุปผลงานจากคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ และการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เสนอแนะเพื่อพัฒนาองค์กรต่อไป

บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประ โยชน์ ก่อนจะปิดการประชุม ทางชมรมได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อ จัดวันเกิดย้อนหลังให้แก่ท่านประธานชมรมฯ นางมนัสวี พยัคมนันทน์ ด้วยเค้กวันเกิดที่ตกแต่งอย่างสวยงาม บรรยา กาศเป็นไปด้วยความสุข เสียงหัวใจและความรักจากสมาชิกทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งสร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่งให้แก่ท่านประธานและผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน

สำหรับเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 คณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันสรุปผลการดำเนินงานและประเมินผลการจัดกิจกรรมตลอดสองวัน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพในช่วงเย็น พร้อมแวะซื้อของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมเชื่อมความสามัคคีให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก กิจกรรมในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส

#สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี #ชมรมจิตอาสาเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส #ชพด.:”HDUT” #ประชุมสัญจร #กระชับความสัมพันธ์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รพ.พญาไท 3 คว้า 2 รางวัล Thailand Lean Model Award 2026 เพื่อมุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศด้าน Lean Organization

โรงพยาบาลพญาไท 3 คว้า 2 รางวัล Thailand Lean Model Award 2026 เพื่อมุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศด้าน Lean Organization

โรงพยาบาลพญาไท 3 นำโดย นายแพทย์สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมด้วย นายแพทย์อภิชัย โตวณะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล และคณะผู้บริหาร เข้ารับมอบประกาศนียบัตร Thailand Lean Model Awards จำนวน 2 โครงการ ในงาน Thailand Lean Award ประจำปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (สสท.) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมอวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของโรงพยาบาลพญาไท 3 ที่สะท้อนถึงศักยภาพและความร่วมมือของบุคลากรทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน


สมาคมชาวอีสาน แถลงข่าวใหญ่ฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดตัวโครงการศตวรรษแห่งความไว้วางใจฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณกุศล

สมาคมชาวอีสาน แถลงข่าวใหญ่ฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดตัวโครงการศตวรรษแห่งความไว้วางใจฯ ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณกุศล

สมาคมชาวอีสาน จัดงานแถลงข่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งสมาคมฯ เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 15.30 น. ณ ห้องอาหารริมกรีน คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟกองทัพบก ถนนรามอินทรา กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.อ.ต.ณัฐอรรจน์ ถวิลหวัง นายกสมาคมชาวอีสาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคม ที่ปรึกษา และสมาชิกสมาคม ร่วมกันแถลงเปิดตัวโครงการภายใต้แนวคิด “ศตวรรษแห่งความไว้วางใจ ก้าวไปด้วยกันกับสมาคมชาวอีสาน ครบรอบ 100 ปี” เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานในโครงการ “ศตวรรษแห่งตำนาน สมาคมชาวอีสาน โฮมแฮง สร้างบ้านแปงเมือง” เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่พี่น้องชาวอีสานรวมถึงประชาชนทั่วไป

การแถลงข่าวในครั้งนี้เป็นการประกาศความพร้อมในการจัดกิจกรรมสาธารณกุศลอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งจะเริ่มต้นประเดิมด้วยกิจกรรมไฮไลต์แรก คือการแข่งขันฟุตบอล 11 คน “ประเพณีอีสานคัพ” ครั้งที่ 3 ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศจากบุคคลสำคัญ โดยมี พ.ต.อ.นิติพัฒน์ วุฒิบุณยสิทธิ์ เป็นประธานจัดการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออันดีจากทีมฟุต บอลชาวอีสานพลัดถิ่นส่งทีมเข้าร่วมฟาดแข้งจำนวน 16 ทีม โดยจะระเบิดความมันส์ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ สนามฟุตบอล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง กรุงเทพมหานคร

นอกจากกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลแล้ว สมาคมชาวอีสานยังเตรียมจัดกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อสร้างความสุขและจัดหารายได้เพื่อการกุศลอีกมากมาย โดยกิจกรรมถัดมาคือ การจัดคอน เสิร์ตการกุศล “อีสานหมอลำ Festival” ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ณ ตลาด yes บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงการจัดมหกรรมสินค้าราคาถูกและฟรีคอนเสิร์ตจากนักร้องชื่อดัง ณ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งถือเป็นการกระจายความสุขไปยังพื้นที่ภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการฉลองครบรอบ 100 ปี ของสมาคมชาวอีสาน ยังครอบคลุมไปถึงกิจกรรมวัฒนธรรมผสมผสานนวัตกรรม และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่จะทยอยจัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน และภูมิภาคอื่นๆ ตามความพร้อม ประกอบด้วย การแสดงสินค้า OTOP และ Soft Power ของอีสานและทุกภูมิภาค, นิทรรศ การศาสตร์พระราชาพัฒนาเกษตรอีสานอย่างยั่งยืน, นิทรรศการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวอีสาน, การเชิดชูเกียรติเกจิอาจารย์ ปราชญ์อีสาน และองค์กรอีสานดีเด่น, การแสดงและประกวดดนตรีไทอีสานพื้นบ้าน, การแสดงและแข่งขันมวยไทย, การประกวดขวัญใจศิลปินหนุ่มสาวอีสาน, การประกวดพระเครื่องกรุงสยาม, การจัดสร้างวัตถุมงคล 100 ปีแห่งตำนานสมาคมชาวอีสาน (หลวงพ่อทวด รุ่นมหาราช และพระไพรีพินาศ รุ่นชนะภัยทั่วทิศ) ตลอดจนการทำบุญใหญ่ประเทศเพื่อความเป็นสิริมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ โดยจะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร บริจาคทาน ถวายผ้าป่า และนิมนต์พระสงฆ์ทั้งไทยและนานาชาติร่วมพิธีกรรมจำนวน 10,000 รูป

การขับเคลื่อนโครงการครั้งประวัติศาสตร์นี้ เกิดขึ้นจากการผสานพลัง “โฮมแฮง” ครั้งสำคัญระหว่างสมาคมชาวอีสานกับองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงวัฒนธรรม,กระทรวงมหาดไทย,กระทรวงกลาโหม,บริษัท เลอไทยโปรดักชั่น จำกัด และบริษัทยาเดีย ประเทศไทย จำกัด เพื่อร่วมกันสืบสานวัฒนธรรม พัฒนาสังคม และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชาวอีสานทั่วประเทศอย่างยั่งยืน ทางสมาคมชาวอีสานจึงขอเชิญชวนทุกท่านติดตามและส่งกำลังใจ ในโครงการ ศตวรรษแห่งตำนาน สมาคมชาวอีสาน โฮมแฮง สร้างบ้านแปงเมือง และร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ตลอดปี 2569 นี้

#สมาคมชาวอีสาน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศูนย์คุณธรรม ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และองค์กรเครือข่าย 25 จังหวัด จัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดี สู่ทางรอดที่ยั่งยืน”

ศูนย์คุณธรรม ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และองค์กรเครือข่าย 25 จังหวัด จัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดี สู่ทางรอดที่ยั่งยืน”

ระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กระทรวงวัฒน ธรรม และองค์กรเครือข่ายสมัชชาคุณธรรมภาคกลาง จัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดี สู่ทางรอดที่ยั่งยืน” ณ ห้องประชุมสร้อยเพชร 1-3 โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง จังหวัดระยอง นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะประธานในพิธีรับมอบข้อเสนอการขับเคลื่อนคุณธรรมของภาคีเครือข่ายสมัชชาคุณธรรมภาคกลางและมอบนโยบายการขับเคลื่อนคุณธรรมของสังคมไทย โดยใช้ “กระบวนการสมัชชาคุณธรรม” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำเสนอผลสำเร็จ ทบทวนกระบวนการทำงาน เพื่อพัฒนา ยกระดับการขับเคลื่อนงาน และสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนคุณธรรมของแต่ละจังหวัด รวมถึงได้มารับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของหน่วยงาน ชุมชน องค์กรทุกภาคส่วนในจังหวัดต่างๆ ในระดับภูมิภาค ซึ่งครั้งนี้ เป็นภาคกลาง 25 จังหวัด และจะมีการจัดงานในลักษณะเดียวกันใน 4 ภูมิภาค

ซึ่งการจัดงานในปีนี้การขยายผลการขับเคลื่อนนโยบายด้านคุณธรรมภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และขยายผลการขับเคลื่อนประเด็นคุณธรรมตามตัวชี้วัดของแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พ.ศ.2566–2570 สู่การปฏิบัติ ซึ่งสอดรับกับประเด็นสำคัญของมติสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 จำนวน เรื่องสำคัญ ได้แก่

  1. การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คุณธรรมอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านคุณธรรมของสังคมไทย และสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งกลไกกลางหรือศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมระดับจังหวัด
  2. การเสริมสร้างทุนชีวิตแก่เด็ก เยาวชน และครอบครัว พร้อมยกระดับศักยภาพเครือข่ายพี่เลี้ยงครอบครัวชุมชน เสริมสร้างระบบนิเวศคุณธรรม ให้เป็นพลังหลักในการพัฒนาทุนชีวิตเด็กและเยาวชน
  3. การพัฒนาระบบเครดิตความดี Moral Credit ตามบริบทองค์กรและพื้นที่ และสนับ สนุนการทำความดีในทุกรูปแบบด้วยกระบวนการสมัชชาคุณธรรม ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือของเครือข่ายในระดับจังหวัดและภูมิภาค ผ่านกลไกคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัด ที่มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในทุกจังหวัด ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนา“คน” ให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศ เพื่อรวบรวมข้อเสนอส่งมอบให้กับคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติต่อไป

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ได้กล่าวว่า การจัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ในระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับชาติ เป็นภารกิจสำคัญอีกด้านหนึ่งของศูนย์คุณธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนดี องค์กรดี ได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กัน เป็นเวที “ชม แชร์ เชียร์” ในระดับจังหวัดที่ศูนย์คุณธรรมร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกว่า 25 จังหวัดขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ สู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับภูมิภาค สร้างบรรยากาศ ให้เกิดแรงจูงใจในการทำความดี เกิดการขยายผลประกาศเจตนารมณ์และมติสมัชชาคุณธรรมระดับต่างๆ สู่การปฏิบัติผ่านกลไกเครือข่ายทางสังคม 6 เครือข่าย เพื่อส่งเสริมและแก้ไขปัญหาด้านคุณธรรมที่สอดคล้องกับผลการสำรวจประเด็นสถานการณ์คุณธรรมของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้คนไทยมี “พฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรม” 5 ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู เพิ่มขึ้น

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ประกอบด้วย งานวิชาการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ด้านการส่งเสริมคุณธรรม การประกาศเจตนารมณ์ และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายด้านคุณธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, การบรรยายพิเศษ “ ทิศทางการขับเคลื่อนคุณธรรมของสังคมไทย” โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผลการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม 25 จว. ภาคกลาง ฐานกิจกรรมเรียนรู้ : ประเด็นสำคัญการส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรม อาทิ ประเด็น ผลสำเร็จการขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมจังหวัด MNC,การขับเคลื่อนครอบครัวพลังบวก ระบบพี่เลี้ยงชุมชน และการส่งเสริมคุณธรรมในเด็กและเยาวชน,การขับเคลื่อนระบบเครดิตความดี Moral Credit ในองค์กรภาคธุรกิจเอกชน และระบบเครดิตความดีสู่การสร้างคน สร้างอาชีพ ในองค์กรภาคประชาสังคม ชุมชน มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของ เยาวชน นิทรรศการองค์ความรู้ ผลสำเร็จการส่งเสริมคุณธรรมของภาคีเครือข่ายทางสังคมจาก 25 จังหวัดภาคกลาง และนิทรรศการขององค์กรเครือข่ายทางสังคม 6 เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดระยอง ในรูปแบบ “ตลาดนัดคุณธรรม ชม แชร์ เชียร์” จำนวนกว่า 40 บูธ กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมงานประมาณวันละ 500 คน

ผู้สนใจ สามารถข้าร่วมงาน หรือติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook LIVE : ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) / Moral Center Thailand ตลอดการจัดงานทั้ง 2 วัน

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเปิดบ้านทหารใหม่แสดงความยินดีในโอกาสผ่านการฝึก

จังหวัดลพบุรี – หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดกิจกรรม Open House เปิดบ้านทหารใหม่ ให้ครอบครัวทหารใหม่ ร่วมแสดงความยินดีกับทหารใหม่ในโอกาสผ่านการฝึก ตามนโยบายของกองทัพบก

ที่ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี พล.ต. เดชา ศรีมงคล รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นประธาน ในกิจกรรม Open House “เปิดบ้านทหารใหม่” แบบรวมการ ให้กับ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองบริการศูนย์สงครามพิเศษ กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา กองพันทหารสื่อสารที่ 35 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองพันนักเรียน โรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ และกองพลาธิการส่งกำลังทางอากาศ เพื่อให้ครอบครัวทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2569 เข้าเยี่ยมชมหน่วย ในวันเสร็จสิ้นการฝึก และร่วมแสดงความยินดีกับทหารใหม่ ในโอกาส ผ่านการฝึกตามระเบียบหลักสูตรการฝึกทหารใหม่ จำนวน 6 สัปดาห์ และการ ฝึกหลักสูตรความชำนาญเฉพาะหน้าที่ทหารใหม่ จำนวน 3 สัปดาห์

โดยมีผู้ปกครอง ญาติทหารใหม่ ซึ่งเดินทางมาจากภูมิลำเนาต่างๆ กว่า 500 คน ร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความภาคภูมิใจ พร้อมทั้งร่วมรับชมการแสดงขีดความสามารถของน้อง ๆ ทหารหารใหม่ หลังผ่านการฝึก ซึ่งประกอบด้วย ความเป็นมาของทหารของชาติ การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า การฝึกบุคคลท่าประกอบอาวุธ การแสดงศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทย และการแสดงรีวิวประกอบดนตรีเกี่ยวกับรั่วของชาติ ซึ่งได้รับความสนใจจากญาติทหารใหม่เป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของบุตรหลานตนเอง เมื่อเข้ามารับราชการทหาร

โอกาสเดียวกัน นี้ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ยังได้เดินพบปะทักทายกับญาติทหารใหม่ พร้อมให้คำมั่นว่า กองทัพบกพร้อมดูแลบุตรหลายทุกคนเป็นอย่างดี เพราะทหารใหม่เป็นเสมือนน้องคนเล็กของกองทัพบก และ เราคือครอบครัวเดียวกัน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House)” ผลัดที่ 1/2569 ย้ำความห่วงใยจากกองทัพ สู่ครอบครัวกำลังพล

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House)” ผลัดที่ 1/2569 ย้ำความห่วงใยจากกองทัพ สู่ครอบครัวกำลังพล

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การจัดกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House)” ของหน่วยฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2569 ณ กองพันทหารช่างที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี

ทั้งนี้ กิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House)” ถือเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญที่ทางกอง ทัพตั้งใจจัดขึ้น เพื่อเปิดค่ายทหารต้อนรับครอบครัวและญาติของทหารใหม่ ให้ได้เข้ามาสัมผัสถึงชีวิตความเป็นอยู่ของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเปิดโอกาสให้ญาติได้เยี่ยมชมสถานที่จริง ทั้งสถานที่ฝึก โรงนอน และโรงประกอบเลี้ยง ตลอดจนรับทราบถึงระบบสวัสดิ การและการดูแลทางการแพทย์

การจัดกิจกรรมดังกล่าว นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้กับทหารใหม่แล้ว ยังเป็นการคลายความวิตกกังวลของครอบครัว เพื่อสร้างความมั่นใจว่า กองทัพพร้อมดูแลทหารใหม่ทุกนายในฐานะ “น้องคนเล็กของกองทัพบก” อย่างดีที่สุด ทั้งในด้านการฝึกระเบียบวินัย การดูแลคุณภาพชีวิต และการพัฒนาศักยภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #เปิดบ้านทหารใหม่ #OpenHouseทหารใหม่ #น้องคนเล็กของกองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

เชียงใหม่ เดินหน้าเข้ม ป้องกัน-ปราบปรามยาเสพติด พร้อมเร่งขับเคลื่อนปฏิบัติการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด

เชียงใหม่ เดินหน้าเข้ม ป้องกัน-ปราบปรามยาเสพติด พร้อมเร่งขับเคลื่อนปฏิบัติการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด

วันนี้ (2 ก.ค. 69) ที่ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้อง กันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 6/2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูพลังใจ อ้อมกอดแห่งสายใยชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการนำผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ให้เข้าถึงบริการบำบัดฟื้นฟูสภาพทางสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้การพัฒนาทักษะชีวิต ฝึกอาชีพ ฝึกการดูแลตนเอง ให้สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวและชุมชน โดยไม่สร้างผลกระทบต่อสังคม และรายงานผลการจัดงานวันต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิถุนายน) จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2569

สำหรับสถานการณ์แนวโน้มยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน มีสถิติการจับกุมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ประจำเดือนมิถุนายน 2569 พบการจับกุม จำนวน 11 ครั้ง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 20,490,460 เม็ด ไอซ์ 251 กิโลกรัม ฝิ่นดิบ 41.2 กิโลกรัม ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มขบวนการขนยาเสพติด เปลี่ยนรูปแบบการลําเลียงจากกลุ่มใหญ่เป็นแบบกองทัพมด (จำนวน 3 – 5 คน) เพื่อลดการถูกจับกุม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องมีการกระจายกำลังมากขึ้น

ด้านผลการจับกุมคดียาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 – 29 มิถุนายน 2569 พบว่า มีการจับกุมทุกข้อหา จำนวน 708 คดี จับกุมข้อหาร้ายแรง จำนวน 685 คดี และมีผลการตรวจยึดของกลางในคดียาเสพติด ได้แก่ ยาบ้า จำนวน 11,880,721 เม็ด ไอซ์ จำนวน 1,961.23 กรัม จำนวน เฮโรอีน 2,377.21 กรัม ฝิ่น จำนวน 34.37 กรัม และเคตามีน จำนวน 52 กรัม โดยยาเสพติดที่กำลังเป็นที่จับตา ได้แก่ ยาบ้าตราประทับตัวอักษร R / W และหมายเลข 21

ในปีงบประมาณ 2569 จังหวัดเชียงใหม่มีผู้เข้ารับการบำบัด จำนวน 5,330 ราย และมีสถิติคดีที่อยู่ระหว่างการคุมประพฤติคดียาเสพติด จำนวน 3,332 คดี นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ยังได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ในการป้องกันกลุ่มเสี่ยงให้ห่างไกลยาเสพติดด้วย

ที่ประชุมยังได้หารือเพื่อพิจารณาการดำเนินการ Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ปฏิบัติการ 90 วัน สร้างภูมิคุ้มกัน ปลอดภัยยาเสพติด (มิติการป้องกันยาเสพติด) ปฏิบัติการ 90 วัน ผนึกกำลัง พิฆาตภัยยาเสพติด (มิติการปราบปรามยาเสพติด) และปฏิบัติการ 90 วัน รวมพลังรักศรัทธา 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด (มิติแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด)

โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้บูรณาการความร่วมมือและดำเนินงานอย่างเข้มงวดในทุกมิติ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายเดียวกัน

มทบ.34 จัดพิธีบันทึกข้อตกลง (MOU) กับศาลจังหวัดพะเยา และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา ในเรื่องการส่งคำคู่ความและเอกสารในคดีความ

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 69 เวลา 11.30 น. มทบ.34 จัดพิธีบันทึกข้อตกลง (MOU) กับศาลจังหวัดพะเยา และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา ในเรื่องการส่งคำคู่ความและเอกสารในคดีความ ณ ห้องประชุม 1 บก.มทบ.34 โดยมี พล.ต.วิศิษฐ์ บรรณากิจ ผบ.มทบ.34 ลงนามร่วมกับ นายเกรียงศักดิ์ ปานศิลา ผู้พิพากษา หน.ศาล จว.พ.ย. และ น.ส.จุฑาวรรณ สุทธิรัตน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย รอง ผบ.มทบ.34, เสธ.มทบ.34, รอง เสธ.มทบ.34, หก.ฝอ.มทบ.34 ตลอดจนกำลังพล มทบ.34 และ จนท.ศาล ให้เกียรติร่วมพิธีในครั้งนี้ โดยวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือในกระบวนการยุติธรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับกำลังพลและครอบครัวในเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายในการแจ้งให้อีกฝ่ายทราบถึงคดีความ

มทบ.34 จัดพิธีบันทึกข้อตกลง (MOU) กับศาลจังหวัดพะเยา และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพะเยา

#มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก