มทร.ตะวันออก เจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา มทร.แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 36

https://youtu.be/_KgC2lYx7NE

มทร.ตะวันออก พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 36 ประจำปีการศึกษา 2562 ระหว่างวันที่ 1-8 ก.พ.นี้

วันนี้ ( 7 ม.ค.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 36 ประจำปีการศึกษา 2562 ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา ครั้งที่ 36 ประจำปีการศึกษา 2562 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1- 8 ก.พ.นี้

โดยจะมีสมาชิกอีก 8 มทร.ทั่วประเทศเข้าร่วมประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

นายศิริชัย สมแสน รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เผยว่าการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 36 หรือ “ตะวันออกเกมส์” เป็นการประสานความร่วมมือกับ มทร.ทั้ง 9 แห่ง และภาคเอกชน ภายใต้การบริหารจัดการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการจัดการแข่งขัน และยังเป็นโอกาสที่ดีในการประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี เนื่องจากจะมีนักกีฬาและผู้มีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬาเข้าร่วมชมและเชียร์ เป็นจำนวนมาก

สำหรับการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งประเทศไทยครั้งที่ 36 นี้ ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เป็นเจ้าภาพนอกจากจะมีการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ ร่วม 15 ชนิดกีฬาแล้ว ยังมีกิจกรรมเสริมระหว่างการแข่งขัน อาทิ การประกวด MISTER RMUT 2020, MISS RMUT 2020, MISS QUEEN RMUT 2020, MISS JUMBO QUEEN RMUT 202 , MISS CONGENIALITY QUEEN RMUT 2020 การประกวด วงดนตรี และการประกวดผู้นำเชียร์ โดยองค์การนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง โดยสัญลักษณ์ของการแข่งขัน “ตะวันออกเกมส์” จะใช้รูปพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า เพื่อสื่อถึงพลังแห่งการกีฬาและความสามัคคีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง

ขณะที่มาสคอต หรือสัตว์นำโชค มี2 ตัว คือ “น้องตะวัน” และ “น้องฟ้าใส” ซึ่งแรง บันดาลใจการออกแบบมาจากสัตว์ 4 ชนิด ซึ่งเกี่ยวพันกับพื้นที่ศึกษาทั้ง 4 เขตพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก แบ่งเป็นเขาบนศรีษะ ที่ออกแบบจาก “เขากระทิง” ซึ่งเป็นสัตว์ลักษณ์เก่าแก่ในวิทยาเขตจันทบุรี

ใบหน้าและลำตัว ออกแบบจากลักษณะของ “พญานาค” ซึ่งเป็นพาหนะของพระพิรุณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพในเขตพื้นที่บางพระ

มือ ออกแบบเป็น “กีบม้า” ซึ่งเป็นสัตว์ประจำปีเกิดของจอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าจักรษภูวนารถ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือในเขตพื้นที่จักรพงษภูวนารถ

และปีก ออกแบบเป็น “ปีกหงส์” ซึ่งออกแบบจากหงส์ สัตว์พาหนะของพระวิษณุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพในเขตพื้นที่อุเทนถวาย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – นักศึกษาฝึกงาน โชคดีได้รับรางวัลที่ 2 สลากกาชาดการกุศล จังหวัดจันทบุรี

https://youtu.be/w6bPIHg3JeI

นักศึกษาฝึกงาน โชคดีได้รับรางวัลที่ 2 สลากกาชาดการกุศล จังหวัดจันทบุรี รับรางวัลรถเก๋ง ไม่ได้ซื้อแต่โรงเรียนเบญจมราชูทิศมอบให้

ค่ำวานนี้ ( 5 ม.ค.63 ) ที่เวทีกาชาดภายในงานวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชรำลึกและกาชาดจังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2563 ในคืนสุดท้าย นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี ที่ฝึกงานเป็นครูช่วยสอนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ซึ่งเป็นผู้โชคดีเจ้าของสลากกาชาดการกุศล จังหวัดจันทบุรี หมายเลข 25673 ได้เดินทางมาพร้อมเพื่อนเพื่อแสดงตัวขอรับรางวัล รถยนต์นั่งเก๋ง ฮอนด้า รุ่น ALL New city โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นางสุจิตรา ศรีนาม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีแก่ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล

โดยผู้โชคดี นายรัฐกานต์ กุลนนท์ อายุ 23 ปี ปัจจุบันศึกษาอยู่คณะครุศาสตร์ชั้นปีที่ 5 มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ปัจจุบันกำลังฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี ได้รับสลากกาชาดจากผู้อำนวยการโรงเรียน ในวันเลี้ยงปีใหม่ โดยทางโรงเรียนใส่กล่องแล้วให้ผู้ร่วมงานจับขึ้นมาเองเป็นของขวัญ ในวันออกรางวัลสลากกาชาดการกุศลตนก็มาเดินเล่นในงาน และเมื่อสลากออกเสร็จ ได้เดินมาตรวจรางวัลที่บอร์ดผลรางวัลเมื่อรู้ว่าสลากของตนที่ได้รับมาถูกรางวัลที่ 2 ดีใจมาก จึงเดินไปแสดงตัวที่ร้านกาชาด ก่อนนัดหมายมารับรางวัลในคืนนี้ ซึ่งพ่อ – แม่ และญาติที่อยู่จังหวัดสระแก้วหลังทราบข่าวก็ดีใจกับความโชคดีของตนเองในครั้งนี้ และเป็นความโชคดีของตนที่จะได้มีรถยนต์ไว้ใช้ในการทำงานหลังเรียนจบ ก่อนหน้านี้ได้ฝันว่าเห็นจระเข้สีทอง 5 ตัวว่ายน้ำอยู่ในคลอง ตื่นมายังตกใจ ก่อนที่จะมาโชคดีดังกล่าว ยืนยันว่าจะไม่ขายรถยนต์เก๋งที่ได้รับรางวัล และจะใช้เป็นรถคู่ใจตลอดไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ซื้อสลากกาชาดการกุศลจังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2563 ยังมีอีกหลายรางวัลที่ยังไม่แสดงตัว โดยเฉพาะรางวัลที่ 1 รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด เรนเจอร์ 4 ประตู ได้แก่สลากกาชาดหมายเลข 06393 ยังไม่แสดงตัวให้รู้ว่าใครกันแน่ที่โชคดี เบื้องต้นคาดว่าเป็นหน่วยงานระดับท้องถิ่น เทศบาล อบต. ที่ซื้อสลากไป และผู้ที่ซื้อสลากกาชาดสามารถตรวจรางวัลความถูกต้องได้ที่ ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ผู้ที่ถูกรางวัลสามารถขอขึ้นรางวัลได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดจันทบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ภายในวันที่ 5 มีนาคม 2563 หากพ้นกำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ และรางวัลที่ไม่ได้มาแสดงตัวขอรับรางวัลจะนำไปใช้ในสาธารณะกุศลของจังหวัดจันทบุรี ต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี – สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง หลังสภาพอากาศแห้งแล้ง และร้อนจัด

https://youtu.be/ArJPetSiYms

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง หลังสภาพอากาศแห้งแล้ง และร้อนจัด พร้อมเร่งขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อหาแหล่งน้ำสำรอง หวั่นวิกฤตขาด แคลนน้ำ

ในวันนี้ 6 ม.ค.63 นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชล บุรี กล่าวว่า ขณะนี้สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ที่เสี่ยง ต่อประสบปัญหาภัยแล้ง ทั้งเรื่องแหล่งน้ำ อากาศ อุณหภูมิที่ร้อนจัด ดังนั้นจึงได้เตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้านเพื่อรองรับภัยแล้ง ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่จัดแสดง

ขณะนี้ทางสวนสัตว์ได้ขุดเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่ เพิ่มจำนวน 5 บ่อ ซึ่งในแต่ละบ่อสามารถสูบน้ำขึ้นมา ซึ่งสามารถรองรับการใช้น้ำได้ไปจนถึงหน้าฝน แต่อย่างไรก็ตามหากฝนมาล่าช้ากว่ากำหนด อาจมีผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะถือว่าปีนี้ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวกำลังเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง

นายอรรถพร กล่าวต่อไปว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านอื่น โดยเฉพาะความเป็นอยู่ของสัตว์ในส่วนการจัดแสดง ซึ่งมีหลากหลายจุด โดยเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ต้องจัดเตรียมสถานที่ให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับสัตว์แต่ละชนิด เช่น เปิดสปริงเกอร์ ในพื้นที่บริเวณโดยรอบ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อสัตว์ที่นำมาจัดแสดง ส่วนการใช้น้ำของสำนักงาน หรือการรดน้ำต้นไม้ อาจจะต้องลดปริมาณลงบ้างเล็กน้อย เพราะน้ำส่วนใหญ่ต้องดูแลสัตว์ ในส่วนนี้ก็เป็นมาตรการในการป้องกัน ได้เตรียมไว้รับมือก็คือ การออกสำรวจแหล่งน้ำบนภูเขาซึ่งเราก็เจอแหล่งน้ำบางส่วนที่เป็นน้ำซึมเราจึงทิ้งระยะไว้ให้มีน้ำมากพอก่อนจะนำน้ำลงใช้ ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเองก็จะบริหารการจัดการน้ำให้ดีที่สุด ด้วยสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงในขณะนี่ก็ต้องช่วยกันประหยัดและมีมาตการในการใช้น้ำอย่างอย่างเข้มงวด

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สวนนงนุชพัทยา ใจดีรับเดือนแห่งความรักให้คนสุโขทัย เข้าฟรี ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 63

สวนนงนุชพัทยา!!! ใจดีต้อนรับเดือนแห่งความรักไปแบบครอบครัว แบบคู่รัก ได้หมดถ้าสดชื่นเปิดให้คนสุโขทัยเข้าชมฟรี!!! ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2563

นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า จังหวัดสุโขทัยได้รับแจ้งจากผู้บริหารสวนนงนุชพัทยาว่า สวนนงนุชพัทยามีนโยบายต้องการให้ประชาชนที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทย เข้าชมสวนนงนุชพัทยาฟรีเป็นเวลาหนึ่งเดือน โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง จึงได้กำหนดจัดโครงการไทยเที่ยวไทย “ไปเที่ยวสวนนงนุชพัทยาฟรี 1 เดือน”

พี่น้องประชาชนในจังหวัดสุโขทัย มีกำหนดอนุญาตให้เข้าชมสวนนงนุชพัทยาฟรี!! ในระหว่างวันที่ 1 – 29 กุมภาพันธ์ 2563 ด้วยการแสดงบัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย โทรศัพท์ 0 5561 0502

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ทัพเรือภาคที่ 1 จับเรือประมงเวียดนามรุก ล้ำทำประมงน่านน้ำไทย

ในวันนี้ 8 ม.ค.63 พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ผบ.ทรภ.1/ผอ.ศรชล.ภ.1) จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งมีเรือประมงต่างชาติลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยบริเวณกลางอ่าว จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ พิกัด แลต 11 องศา 59.89 ลิปดาเหนือ ลอง 100 องศา 19.58 ลิปดาตะวันออก จึงได้สั่งการให้ เฮลิคอปเตอร์ และเรือตรวจการณ์ 272 (เรือ ต.272) เข้าตรวจสอบ และสามารถจับกุมเรือประมงสัญชาติเวียดนามได้ 1 ลำ พร้อมลูกเรือ 1 คน จึงได้ควบคุมมายัง ท่าเรือกลางอ่าวกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมมอบหมายให้ พลเรือตรี จรัญวีร์ ญาดี รอง ผบ.ทรภ.1/รอง ผอ.ศรชล.ภ.1 เข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่า เรือประมงลำดังกล่าว เป็นเรือประมงประเภทเรือเบ็ดราวหมึก เดินทางมาจาก อ.ฟูก๊วก จ.เกียงยาง ประเทศเวียดนาม เข้ามาลักลอบทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยได้ 8 วันแล้ว จึงได้สอบสวนในเบื้องต้นก่อนส่งตัวให้ จนท.ตร.สภ. สัตหีบ ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป ซึ่งการดำเนินการตรวจสอบจับกุมเรือประมงต่างชาติในครั้งนี้ ได้ปฏิบัติตามหลักสากลดูแลลูกเรือที่ถูกจับกุมอย่างดีตามหลักสิทธิมนุษยธรรม ก่อนส่งตัวให้ จนท. ตร.ดำเนินการต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย – เดินหน้ารณรงค์ไถถลบตอซัง เพิ่มปุ๋ยในดิน ลดโลกร้อน

จังหวัดสุโขทัย โดยสถานีพัฒนาที่ดินสุโขทัย และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันขับเคลื่อนและสนับสนุนการรณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนทัศนคติ ไม่เผาตอซัง โดยให้นำวัสดุตอซังที่เหลือใช้จากไร่นา มาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดินเพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพดิน เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต รักษาสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อนซึ่งถือเป็นการฟื้นฟูดินแบบยังยืนและต่อเนื่อง

โดยได้ทำการเปิดโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังเพื่อบรรเทาภาวะโลกร้อนขึ้น ณ แปลงสาธิตการไถกลบตอซัง ของนายคำรณ น่วมเจริญ เกษตรกรหมู่ที่ 4 บ้านดอนจันทร์ ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีนายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการส่งเสริม ให้เกษตรกรงดการเผาและหันมาไถกลบตอซังเพื่อช่วยให้เศษวัสดุพืช กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในดิน และลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการเผา เช่น มลพิษทางอากาศ หมอกควัน ฝุ่นละออง รวมทั้งการเผาที่เพิ่มประมาณก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน และพื้นที่แห่งนี้จะเป็นจุดเรียนรู้แก่เกษตรกรที่ทำการเกษตร ได้นำไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรรายอื่น ๆ ต่อไป

สำหรับการไถกลบตอซังนั้น เป็นการไถกลบวัสดุเศษพืชที่มีอยู่ในไร่นาหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วทิ้งไว้ระยะหนึ่ง เพื่อให้เกิดการย่อยสลายวัสดุในดิน ก่อนที่จะดำเนินการปลูกพืชต่อไป ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและช่วยลดปัญหาหมอกควันที่ประเทศกำลังประเชิญอยู่ในขณะนี้

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

จังหวัดลพบุรี – พี่ครับล้อรถพี่วิ่งเข้าไปในปั๊มแก๊สแล้วครับ

https://youtu.be/h4hagdHkrTI

เมื่อวันที่ 08.01.63 ได้เกิดเหตุล้อรถพ่วงบรรทุกอ้อยหลุดจากตัวรถ กลิ้งข้ามเกาะกลางถนน ข้ามฝั่งเข้าไปสงบนิ่งกระแทกกระถางต้นไม้ในปั๊มก๊าซ เคราะห์ดีล้อหมดแรงเสียก่อนไม่กระแทกกับหัวจ่าย และโดนคน

ภาพจากกล้องวงจรปิดของปั๊มแก๊ส ศุภกิจ LPG ริมถนนสุระนารายณ์ หมู่ที่ 7 ต.โพนทอง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี บันทึกภาพขณะรถยนต์บรรทุกพ่วง ที่บรรทุกอ้อยมาเต็มคันรถวิ่งผ่านฝั่งตรงข้ามหน้าปั๊ม สักครู่ก็มีล้อรถกลิ้งมาตามถนน ก่อนจะข้ามเกาะกลาง แล้วกลิ้งเข้ามาภายในปั๊ม ซึ่งตอนเกิดเหตุมีพนักงานนั่งอยู่ใกล้ ๆ พากันแตกตื่น งง ว่าล้อมันมายังไง มาจากไหน

นายธงชัย พงโสภา อายุ 52 ปี พนักงานของปั๊ม เล่าว่า ได้ยินเสียงหมาเห่าตอนที่ล้อรถได้วิ่งกลิ้งมาชนกระถางต้นไม้ภายในปั๊มจนแตกเสียหาย ตอนนั้นรู้สึกกลัวและตกใจมาก จึงรีบวิ่งไปเรียกหลานที่นอนอยู่ให้มาช่วยดู เห็นเป็นล้อรถบรรทุกแต่ไม่รู้ที่มา ซึ่งเคราะห์ดีที่ล้อหมดแรงกระแทกกับกระถางต้นไม้ ไม่กลิ้งไปกระแทกกับหัวจ่าย อาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

ขณะที่นายสำเนียง ถังสูงเนิน อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 4 ต.โคกสะอาด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นพนักงานขับรถของบริษัทโชครุ่งเรืองทรัพย์ บรรทุกอ้อย จ.เพชรบูรณ์ คนขับรถบรรทุกอ้อยเล่าว่า ขับรถมาจาก อ.ศรเทพ จ.เพชรบูรณ์ ผ่านเส้นทางบ้านหมี่ เพื่อบรรทุกอ้อยไปส่ง จ.สิงห์บุรี ได้ยินเสียงดังโครม จึงได้รีบจอดชิดซ้ายเพื่อลงมาดูโดยไม่รู้เสียงอะไร จนซึ่งมีน้องผู้ชายกับผู้หญิง ที่ขับรถตามหลังบอกว่าล้อรถพี่วิ่งข้ามเกาะเข้าไปในปั๊มแก๊สโน่นแล้ว

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า น็อตที่ล็อกล้อหลุดได้หลุดหายไป 6 ตัว จึงเป็นสาเหตุทำให้ล้อรถหลุดกลิ้งข้ามถนน ซึ่งคนขับรถบรรทุกบอกว่าถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกตั้งแต่ขับรถมา ต่อจากนี้ก่อนออกเดินทาง จะตรวจสอบสภาพรถให้ดีทุกครั้งเนื่องจากเป็นรถบรรทุกหนัก และมักเกิดอันตรายบ่อยครั้งกับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน สำหรับในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้น ได้แจ้งไปยังตัวแทนบริษัทให้มาตกลง ชดใช้ความเสียหายกับเจ้าของสถานที่เกิดเหตุแล้ว

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

เพชรบูรณ์ – รำบายศรีคล้องมาลัยถวายหลวงพ่อทบ

DCIM\100MEDIA\DJI_0122.JPG

ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และศิษยานุศิษย์ กว่า1,000 คน ร่วมใจรำถวายบายศรีร้อยมาลัยถวายหลวงพ่อทบ เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ หรือ พระครูวิชิตพัชราจารย์ พระเกจิชื่อดังจนมีการตั้งสมญานามว่า“เทพเจ้าวาจาสิทธิ์ แห่งลุ่มแม่น้ำป่าสัก” เป็นพระนักพัฒนา และสรีระของท่าน นั้นไม่เน่าเปื่อย มีศิษยานุศิษย์เลื่อมใสศรัทธา เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ โดยจะถือเป็นประเพณีปฎิบัติ ทุกวันที่ 7-9มกราคม. ของทุกปีจะประกอบพิธีรำถวายบายศรีร้อยมาลัยถวายหลวงพ่อทบ เพื่อหลอมรวมพลังศรัทธาของชาวอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ และศิษยานุศิษย์ ให้เป็นหนึ่งเดียวร่วมสักการะบูชาพระอริยสงฆ์ที่เคยสร้างคุณประโยชน์ให้กับอำเภอชนแดน

ที่บริเวณลานหน้ารูปปั้นทองเหลืองหลวงพ่อทบองค์ใหญ่ ขนาดหน้าตักกว้าง 8.6 เมตร กว้าง 24 เมตร ยาว 21 เมตร วัดพระพุทธบาทชนแดน อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายชาครินทร์ อินอิ่มวรปราชญ์ นายอำเภอชนแดน และพ่อค้า ประชาชน ศิษยานุศิษย์หลวงพ่อทบ ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ กว่า 1,000 คน ประกอบพิธี ถวายบายศรี ร้อยมาลัย รำถวายหลวงพ่อทบ ของข้าราชการ การปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียนนักศึกษา พ่อค้า ประชาชน ในพื้นที่ อำเภอชนแดน ซึ่งภายในพิธีมีการรำถวายบายศรี ร้อยมาลัย โดยใช้นางรำทั้งหมดกว่า 900 คน 15 ชุดการรำ สลับสับเปลี่ยนกันรำถวาย เป็นเวลา 3 วัน ในระหว่างวันที่ 7-9 มกราคม ตั้งแต่ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป พร้อมทั้งมีการประกอบพิธีวางบายศรีคล้องมาลัย ของศิษยานุศิษย์หลวงพ่อทบ กว่า 100 พานพุ่ม

DCIM\100MEDIA\DJI_0118.JPG

หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ หรือ พระครูวิชิตพัชราจารย์ หลังมรณภาพเมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา คณะศิษยานุศิษย์ ได้นำศพหลวงพ่อไปบรรจุไว้ในโลงแก้ว ตามคำสั่งสุดท้าย ก่อนมรณภาพที่สั่งไว้ว่า “ห้ามนำร่างกายกูไปเผา ต่อไปในวันข้างหน้า ร่างกายนี้จะมีคุณประโยชน์ต่อวัด” และเกิดปาฏิหาริย์ต่างๆ ให้เป็นที่ปรากฏมากมาย อาทิ ถ่ายภาพไม่ติด ไฟดับ วาจาสิทธิ์ ฯลฯ ชื่อเสียงเกียรติคุณของท่านเป็นที่รู้จักขจรไกลและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนโดยถ้วนหน้า วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังของท่านจึงล้วนเป็นที่นิยมสะสมและแสวงหาในแวดวงนักนิยมสะสมวัตถุมงคลอย่างกว้างขวาง ทั้งรูปหล่อโบราณ เสาร์ห้า รูปเหมือนลอยองค์ เสาร์ห้า (พิมพ์หัวไม้ขีด) รูปเหมือนบูชา ล็อกเกต ตะกรุดโทนถักเชือก ไปจนถึงลูกอมถักเชือก

DCIM\100MEDIA\DJI_0086.JPG

ชัยกฤต/มนสิชา คล้ายแก้ว

“ผู้ช่วย​ปิยะ​ฯ” ออกตรวจเยี่ยม​ เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ที่รักษาความปลอดภัยของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล ในประเทศไทย

“ผู้ช่วย​ปิยะ​ฯ” ออกตรวจเยี่ยม​ เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ที่รักษาความปลอดภัยของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล ในประเทศไทย

วันที่​ 7 มกราคม 2563​ เวลา 13.30​ น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ : พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจสันติบาล ได้เดินทางมาพบหารือกับ เจ้าหน้าที่สถานทูตฯ สหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และวางมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล ในประเทศไทย

โดยสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางในเวลานี้ ระหว่างประเทศ สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งอาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสร้างความวิตกกังวล และกระทบต่อความสงบเรียบร้อย พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วย ทั้ง ตำรวจนครบาล ตำรวจสันติบาล ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำการสืบสวนหาข่าวและเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้แลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านการข่าวกับสถานเอกอัครราชทูต หรือหน่วยร่วมปฏิบัติอื่นๆ เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

พลตำรวจโท ปิยะฯ กล่าวว่า “ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งไปยัง ผู้บังคับบัญชาตำรวจทุกหน่วย ให้ยกระดับและเพิ่มความเข้มในการดูแลความปลอดภัย สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุล ทุกแห่งในประเทศไทย รวมไปถึง โบสถ์ มัสยิด สถานที่สำคัญทางศาสนา และจุดล่อแหลมต่างๆ ทั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ร่วมกับ ตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่ ในการจัดกำลังไปตรวจสอบ ดูแล ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บริเวณพื้นที่สำคัญต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย พร้อมทั้งในช่วงนี้ก็ได้ประสานงานกับประเทศคู่ขัดแย้งอย่างใกล้ชิด หากมีการร้องขอใดๆก็ยินดี ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้ง ประกอบกับการข่าวในขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวและยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เราก็ไม่ประมาท”

โดยเมื่อเสร็จสิ้นการหารือกับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาฯ แล้ว พลตำรวจโท ปิยะฯ ยังได้ออกตรวจ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล และ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย​ ตามลำดับ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข เสริมสร้างกำลังใจแก่เยาวชนไทยทั่วประเทศ ด้วยการมอบของขวัญวันเด็ก เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข เสริมสร้างกำลังใจแก่เยาวชนไทยทั่วประเทศ ด้วยการมอบของขวัญวันเด็ก เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563

วันที่ 7 มกราคม 2563 เวลา 09.30 น. : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมมอบชุดของขวัญวันเด็กให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 294 โรงเรียน ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย รวมทั้งจัดให้มีการส่งชุดของขวัญ​ วันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ โดยผ่านสมาคม และมูลนิธิประจำท้องถิ่น และมอบให้กับหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ที่ขอสนับสนุน เป็นลำดับต่อไป

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบชุดของขวัญวันเด็ก ประกอบด้วย สมุด ดินสอ และไม้บรรทัด จำนวน 180,000 ชิ้น แด่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

โดย วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2563 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดเตรียมสมุด ดินสอ และไม้บรรทัด เป็นของขวัญวันเด็กมอบให้เด็กนักเรียน เยาวชนในโรงเรียน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมเป็นจำนวน 5,100,000 ชิ้น คิดมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น 30,600,000 บาท (สามสิบล้านหกแสนบาทถ้วน)

การจัดเตรียมชุดเครื่องเขียน เพื่อเป็นของขวัญให้กับเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ เป็นหนึ่งในโครงการของงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นประจำ กว่า 60 ปี นับตั้งแต่ที่ทางราชการกำหนดให้มีวันเด็กแห่งชาติเมื่อปีพ.ศ.2502 เป็นต้นมา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเด็กและเยาวชน เติบโตเป็น “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย” และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​