ดส. บุกจับหนุ่มค้าอาวุธสงครามออนไลน์ ยึดปืน-กระสุนอื้อกลางบ้านเช่า

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.บช.น. ชุดปฏิบัติการที่ 4 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.ดส. และรอง ผกก.ดส.,พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล, พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์, พ.ต.ท.มโรดม์ ขวัญเมือง นำโดย พ.ต.ท.รชต พุ่มพันธุ์ม่วง สว.กก.ดส. เข้าจับกุม นายขัตติยะ จิตรัตน์ อายุ 27 ปี ภายในบ้านพักย่านธัญบุรี จ.ปทุม ธานี พร้อมของกลางอาวุธสงคราม อาวุธปืนพก และเครื่องกระสุนจำนวนมาก

การจับกุมครั้งนี้เกิดจากการล่อซื้อปืนเล็กยาวแบบ M4A1 พร้อมกระสุน ผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กในราคา 95,000 บาท ก่อนเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนจนพบนายขัตติยะฯ เปิดประตูบ้านและแสดงตัวขอตรวจค้น พบของกลางหลายรายการซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านชั้นสอง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สั่งอะไหล่ทางออนไลน์มาประกอบเอง และเพิ่งเริ่มจำหน่ายครั้งแรก

ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วยอาวุธปืนเล็กยาว 3 กระบอก, ปืนพก (รวมไทยประดิษฐ์และแบลงค์กัน) 11 กระบอก, เครื่องกระสุนกว่า 450 นัด พร้อมอุปกรณ์ประกอบอาวุธปืนอีกจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ค้าหรือจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“อนันต์ นายก สภท.” ทำบุญครบรอบ 1 ปี เนื่องในโอกาสมหามงคลประดิษฐานบุษบก “องค์พระสยามเทวาธิราช”

“อนันต์ นายก สภท.” ทำบุญครบรอบ 1 ปี เนื่องในโอกาสมหามงคลประดิษฐานบุษบก “องค์พระสยามเทวาธิราช”

เมื่อวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 ฤกษ์มงคลฤกษ์สะดวก เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ครบรอบ 1 ปี ของพิธีอัญเชิญ “องค์พระสยามเทวาธิราช” ขึ้นประดิษฐาน ณ บุษบก ภายในพื้นที่ “สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” (สี่แยกการเรือน) เขตดุสิต กรุงเทพฯ

วันนี้ครบรอบการก่อตั้ง 1 ปี ที่ผ่านมาโดย ท่านอาจารย์วิชัย ชูชัยเจริญ (ซินแสจู) อัญเชิญพระสยามเทวาธิราช มาประดิษฐานบนบุษบก เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 (โดยได้รับการออกแบบบุษบก จากคุณขจรศักดิ์ จิรรัตน์จรัสธร กรรมการผู้จัดการ บจก.ฐาปนินทร์ ให้การสนับสนุนรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท)

นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.60ปี) พร้อมด้วยคณะกรรมการ ที่ปรึกษา สมาชิก-สื่อมวลชน และผู้ร่วมบุญ นำบายศรีสูง-บายศรีปากชาม พวงมาลัย ดอกไม้ฉีก ข้าวตอกถั่วงา พร้อมผลไม้ 9 ชนิด น้ำดื่ม ขนมเค้กกล้วยหอม นำมาร่วมถวาย โดยได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์วันชัย สุพรรณ ปรมาจารย์ดังเรื่องพิธีกรรม, ท่านพราหมณ์อาวุธ สหายเทวดา, คณะเป่าสังข์มหาฤกษ์มหามงคล โดยท่านอาจารย์วันชัย สุพรรณ เป็นผู้ประสานงาน, คุณแม่มาลี มหาเจริญสิริ ผู้นับถือองค์แม่อุมาเทวี ร่วมทำบุญจำนวนเงิน 3,000 บาท พร้อมจัดมอบขนมเค้กกล้วยหอมอีก 100 กว่าชิ้น, คุณสำรวย-คุณอัมพร บุญนะ ครัวไร่ส้ม ร่วมทำบุญ 2,000 บาท, คุณเสมอ บุญญาวัลย์,คุณอุมาลี ชุ่มเชื้อ (พี่จี๊ดประตูน้ำ) นำข้าวมันไก่โกอ่าง ประตูน้ำ มามอบให้กับผู้ร่วมงานจำนวน 40 กล่อง…

ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานอันเป็นมงคล ขอให้ทุกท่านจงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“เดลิมิเร่อร์” มอบเข็มพระสังฆราช แด่ พลเอก ม.ล.สุปรีดีฯ พร้อมร่วมฉลองวันเกิดอย่างอบอุ่นที่ฮอนโมโนะ

“เดลิมิเร่อร์” มอบเข็มพระสังฆราช แด่ พลเอก ม.ล.สุปรีดีฯ พร้อมร่วมฉลองวันเกิดอย่างอบอุ่นที่ฮอนโมโนะ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น Honmono Sushi ซอยอารีสัมพันธ์ 1 คุณนภัค บุญณัชนิธินาถ ประธานสำนักข่าว เดลิมิเร่อร์ ออนไลน์ ได้มอบ “เข็มพระสังฆราช” แด่ พลเอก หม่อมหลวงสุปรีดี ประวิตร ประธานสโมสรฟุตบอลราชประชา และนายกสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย

การมอบเข็มในครั้งนี้ เป็นการแสดงความเคารพและเชิดชูเกียรติในบทบาทของ พลเอก ม.ล.สุปรีดีฯ ที่อุทิศตนเพื่อประโยชน์สาธารณะมาโดยตลอด ทั้งในแวดวงกีฬาและการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งสะท้อนถึงจิตสาธารณะอย่างแท้จริง

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ท่านสมเด็จ จุลราช อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลจังหวัดขอนแก่น มาร่วมแสดงความยินดีและร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร เนื่องในโอกาส ครบรอบวันคล้ายวันเกิดของ พลเอก ม.ล.สุปรีดีฯ ซึ่งตรงกับวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความชื่นชมและมิตรภาพ สะท้อนความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของผู้มีบทบาทในหลายภาคส่วน ทั้งวงการยุติธรรม การกีฬา งานอาสาสมัคร และสื่อมวลชน ซึ่งต่างขับเคลื่อนสังคมด้วยหัวใจ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มทบ.37 ประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยจากพายุ “วิภา”

มทบ.37 ประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยจากพายุ “วิภา”

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ ห้องประชุมพญามังราย บก.มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ที่จะส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23–24 กรกฎาคม 2568 เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากและมีลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการทุกหน่วยเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ระมัดระวังภัยจากฝนตกสะสม และให้เตรียมแผนการอพยพในกรณีฉุกเฉิน

ทั้งนี้ การประชุมและเตรียมการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 37 ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชนอย่างเต็มกำลัง


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ตร กำชับเด็ดขาด หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดทุกระดับ X -ray ค้นหาผู้เสพ/ผู้ค้ายาเสพติด บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับเด็ดขาดหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดทุกระดับ X -ray ค้นหาผู้เสพ/ผู้ค้ายาเสพติด บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน

วันนี้ (23 กรกฎาคม 2568) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 3/2568 เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการตามที่รัฐบาลได้มอบนโยบายการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดภัยยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดภายใน 3 เดือน เพื่อให้หมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดเป็น “หมู่บ้านปลอดยาเสพติด” ที่จะต้องไม่มีผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำหนดแนวทางการดำเนินการให้กับหัวหน้าหน่วยงานในสัง กัดทุกระดับทั่วประเทศ เพื่อกำชับ เร่งรัดการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ X -ray ค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ หมู่บ้าน/ชุมชน บังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน มุ่งเน้นการสร้างชุมชนเข้มแข็งที่ร่วมกันป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติด เพื่อนำไปสู่ชุมชนปลอดยาเสพติดสีขาว โดยจะมีการประเมินผลการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายปก ครองหลังสิ้นสุดการดำเนินการ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์วางแผนกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินการในปีงบประมาณถัดไป

ทั้งนี้ หากหน่วยใดไม่สามารถดำเนินการได้ตามนโยบายและแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด จะพิจารณาข้อบกพร่องกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ


นที มีเดช รายงาน

สถานการณ์เหตุอุทกภัย ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ปัว จ.น่าน

23 ก.ค 2568 สถานการณ์เหตุอุทกภัย ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ปัว จ.น่าน

  1. น้ำท่วมขังแทบทุกตำบล ยกเว้นตำบลที่อยู่บนภูเขาสูงเช่นสกาดและภูคา แต่ก็ได้รับผลกระทบอย่างอื่นเช่นดินสไลด์และต้นไม้ล้มทับเส้นทาง เป็นต้น
  2. การดำเนินการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
    1. ได้ร่วมกับนายอำเภอปัวและท้องที่,ท้องถิ่น ตลอดจนภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์ฯอำนวยการเพื่อประชุมหารือทำการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย
    2. จัด ชป.เพื่อทำหน้าที่ต่างๆตามข้อสั่งการ เช่นงานจราจรให้การแนะนำและอำนวยความสะดวกเส้นทาง/เคลื่อนที่เร็วคอยประสาน,ช่วยเหลือชาวบ้านทุกๆเรื่องเมื่อได้รับร้องขอ/งานชมส.สนับสนุน,ดูแล,
  3. ปลอบขวัญชาวบ้านผู้ประสบภัย/ฝ่ายอำนวยการให้รายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น มีนายอำเภอฯเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และผกก.สภ.ปัวฯ เป็นผู้ช่วยฯ
  4. มูลนิธิเพื่อนพึ่งภาฯ /อบจ.น่าน/หน่วยทหาร นปค.31และเอกชนในพื้นที่สนับสนุนเรือในการรับส่งกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยหรือศูนย์อพยพ
  5. มูลนิธิเพื่อนพึ่งภาฯ/อบจ.น่าน/อปท.ในพื้นที่จัดทำโรงครัวประกอบเลี้ยง/ภาคีเครือข่ายเอกชนและ ชมส.สภ.ปัวฯสนับสนุนข้าวกล่องน้ำดื่มแก่ผู้ประสบภัยฯ
  6. ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการลื่นล้ม 1 ราย แต่ไม่มีการเสียชีวิตหรือสูญหายในเหตุการณ์ครั้งนี้แต่อย่างใด แต่ความเสียหายในด้านทรัพย์สินนั้นต้องรออยู่ในสภาพปกติจึงประเมินได้

ล่าสุดขณะนี้(เวลาประมาณ 22.00 น.) ฝนได้ตกเบาลงเป็นเหตุให้แม่น้ำต่างๆในพื้นที่ ลดปริมาณตามไปด้วย เส้นทางหลักสามารถสัญจรได้เป็นปกติ เว้นแต่ถนนสายรองบางจุดมีถนนและสะพานขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยได้แจ้งประชาสัมพันธ์และทำป้ายเตือนไว้แล้ว ยังคงมีน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ในที่ลุ่มหรืออยู่ในแอ่งกระทะ


นที มีเดช รายงาน

สภ.สองแคว จ.น่าน รายงานสถานการณ์น้ำ และให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

23 ก.ค.2568 เวลา 13.30 – 17.30 น. พ.ต.อ.ธเนตถ์ วิบูลย์เกียรติ์ ผกก.สภ.สองแคว จ.น่าน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชัยสิทธิ์ ชราชิต สวป.ฯ, พ.ต.ท.อภิศิษฎ์ สุดใจ สว.อก.ฯ, ตำรวจชุดจิตอาสา ร.ต.ท.อาวุธ จันทะศิลา รอง สว.(ป.)ฯ ร้อยเวร 20 พร้อมสายตรวจรถยนต์ 201, สายตรวจ 121, จราจร ออกตรวจสอบสถานการณ์น้ำ และให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ขอรายงานสถานการณ์ ดังนี้

  1. ตำบลนาไร่หลวง
    ลำน้ำยาว บริเวณสะพานหน้าโรงเรียนไตรเขตฯ บ้านสองแคว หมู่ที่ 5 ขณะนี้ระดับน้ำใกล้เอ่อล้นตลิ่ง อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวัง รถขนาดเล็กสามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติ ขณะเดียวกันได้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้าแล้ว
  2. ตำบลชนแดน
    ปริมาณน้ำในลำน้ำยาว บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลชนแดน จากช่วงเช้าที่เอ่อล้นเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำน้ำ รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตรและบางส่วนของที่อยู่อาศัยได้ลดลง สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนบางส่วนในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เพื่อเตรียมความพร้อมหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
  3. ตำบลยอด
    ปริมาณน้ำในลำน้ำยอด บริเวณตำบลยอด ยังคงทรงตัว อยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการประชาสัมพันธ์ห่กมีเหตุภียพิบัติสามารถแจ้งเหตุมาที่ สภ.ได้ทันที
  4. การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสองแคว ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราเชิงป้องกัน เพื่อป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยต่อไป
  5. ภาพรวมสถานการณ์
    ขณะนี้ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ได้ลดลง สถานการณ์โดยรวมของลำน้ำและแม่น้ำต่าง ๆ มีระดับน้ำที่ทรงตัว มากขึ้น มวลน้ำไหลลงไปตามเส้นทางอย่างต่อเนื่อง

นที มีเดช รายงาน

ลำพูน คัดเลือกเยาวชนเป็นผู้แทนนักเรียนจังหวัดลำพูน เข้าร่วมโครงการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568

ลำพูน คัดเลือกเยาวชนเป็นผู้แทนนักเรียนจังหวัดลำพูน เข้าร่วมโครงการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568

วันนี้(วันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2568) ณ ห้องประชุมผู้บริหาร ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดลำพูน พระครูกิตติปริยัตินิเวศน์ เจ้าอาวาสวัดแม่สารป่าขาม เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดลำพูน นางรุ่งทิพย์ ทาวดี ศึกษาธิการจังหวัดลำพูน กรรมการและเลขานุการ นำคณะกรรมการทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดลำพูน ร่วมพิจารณาคัดเลือกเยาวชนเป็นผู้แทนนักเรียนจังหวัดลำพูน เข้าร่วมโครงการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ปี 2568 มูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2568

สำหรับในครั้งนี้ มีเยาวชนที่สนใจส่งเอกสารเข้าร่วมการสมัคร จำนวน 3 ราย กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนในจังหวัดลำพูน ทั้งนี้ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเป็นเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญหรือสายอาชีพ เป็นผู้มีความประพฤติดี สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีความกระตือรือร้นสนใจและพร้อมที่จะไปทัศนศึกษา มีระเบียบวินัยมีความรับผิดชอบและสามารถดูแลตนเองได้ รู้จักแสดงออกสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่เพื่อนนักเรียนหรือผู้อื่นได้ สามารถเขียนเรียงความบรรยายความรู้และแสดงความคิดเห็นหลังจากได้ร่วมทัศนศึกษาแล้วและสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ที่เกิดจากการเข้าร่วมโครงการได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการได้ให้เยาวชนทั้ง 3 คน เข้าสัมภาษณ์ทีละคนและได้คัดเลือกตัวแทนเยาวชนที่จะเกินทางเข้าร่วมโครงการฯ ในวันที่ 21 – 25 ตุลาคมนี้ โดยจะประกาศผลให้ทราบอย่างเป็นทางการในโอกาสต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ ลำพูน ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา”

ผู้ว่าฯ ลำพูน ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” พร้อมเน้นย้ำ การขุดลอกแหล่งน้ำให้รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อรองรับการไหลเข้ามาของลำน้ำสายหลักในระยะนี้

วันนี้ (วันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ(บกปภ.ช) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” และการให้ความช่วยเหลือ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมประชุม ณ ห้อง War room ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยนายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวม 30 จังหวัด และผู้แทนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video ConConference)

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นย่อมส่งผลกระทบในวงกว้างต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ดังนั้น “การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง” โดยเฉพาะการนำระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน “Cell Broadcast” มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติได้ดียิ่งขึ้น จึงขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักรกลในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสามารถเข้าปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเน้นย้ำแนวทาง 6 ข้อเพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์ให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ ได้แก่

1) การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยยึดหลักการรักษาชีวิตของประชาชนผู้ประสบภัยเป็นเรื่องสำคัญ และผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปปฏิบัติงานต้องได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุดด้วยเช่นเดียวกัน

2) การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมาก รวมถึงพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ดินถล่มเนื่องจากปริมาณฝนสะสมหรือฝนตกกระหน่ำ ที่เราเรียกว่า “เรนบอม” ซึ่งต้องแจ้งเตือนประชาชน และหากประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิต ต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือจุดที่รองรับการอพยพไว้ก่อน เพื่อรักษาชีวิตของประชาชน

3) บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพตามแผนเผชิญเหตุที่แต่ละพื้นที่ได้กำหนดไว้ โดยมีศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น เป็นศูนย์ควบคุมสั่งการและอำนวยการในการระดมสรรพกำลัง ตลอดจนประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้แบ่งและมอบหมายให้มีความรับผิดชอบในภารกิจอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนในการปฏิบัติงาน

4) ให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น ดูแลด้านการดำรงชีพ จัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่มีคุณภาพ การแจกถุงยังชีพต้องมีมาตรฐาน พร้อมทั้งดูแลสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย ดูแลด้านความสงบเรียบร้อย ป้องกันการเกิดอาชญากรรม การลักขโมยทรัพย์สิน จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการคมนาคม การปิดเส้นทางคมนาคมที่มีน้ำท่วมขังซึ่งเป็นอันตรายต่อการสัญจรพร้อมติดป้ายและเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนอำนวยความสะดวก และจัดเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย ตรวจสอบจุดเสี่ยงอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว หากมีความเสี่ยงให้ทำการตัดกระแสไฟฟ้าทันที โดยเฉพาะในเขตชุมชนและเขตสถานศึกษา

5) ในพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านชีวิต ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ผู้สูญหาย พื้นที่เกษตร สิ่งสาธารณูปโภค และสิ่งสาธารณประโยชน์ พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ต้องให้การช่วยเหลือเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครอบครัว และ

6) เรื่องการรายงานสถานการณ์ ให้ศูนย์อำนวยการกลางของแต่ละจังหวัดรายงานสถาน การณ์อุทกภัย รวมถึงการให้การช่วยเหลือให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบด้วยข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อลดความสับสนของพี่น้องประชาชน และให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านนายภาสกร กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์ผลกระทบเหตุการณ์อิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” เชิงรุกอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นก่อนเกิดพายุเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ โดยจัดตั้ง War room ประสานหน่วยงานทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ในทุกจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นลำดับแรก และมีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast ได้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในด้านอุทกภัย 15 ครั้ง ดินโคนถล่ม 9 ครั้ง รวมทั้งหมด 24 ครั้ง ในส่วนของจังหวัดลำพูน ผู้ว่าฯ ลำพูน ให้เน้นการขุดลอกแหล่งน้ำต่างๆ รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อรองรับการไหลของลำน้ำสายหลักที่จะเข้ามายังพื้นที่จังหวัดลำพูนในระยะนี้

สำหรับพายุ “วิภา” แม้พายุจะมีความอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว แต่ยังมีผลกระทบกับบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ มีฝนตกหนักถึงหนักมากตลอดทั้งวันนี้ โดยเฉพาะโซนทางทิศตะวันตก ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และตาก รวมถึงทางภาคเหนือยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน ปริมาณน้ำฝนที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน วัดได้ 162.5 มม. ในส่วนแนวโน้มสถานการณ์ พายุจะสลายตัวไปและอ่อนกำลังลง ซึ่งในส่วนที่ต้องติดตาม คือ ร่องมรสุมที่อาจเกิด และความกดอากาศต่ำในด้านตะวันออกฝั่งประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพายุดีเปรสชั่นมีทิศทางเคลื่อนตัวผ่านภาคเหนือคาดว่าไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย


นที มีเดช รายงาน

อธิบดีกรมคุมประพฤติ และผู้ว่าฯประจวบ ทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบาง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

ประจวบคีรีขันธ์ – อธิบดีกรมคุมประพฤติ และผู้ว่าฯประจวบ ทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบาง โครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเปราะบาง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 หมู่ที่ 16 บ้านบึงใหญ่ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อม นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ และกลุ่มเปราะบาง โครง การ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ของกลุ่มเปราะบาง” เพื่อเฉลิมพระ เกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

โดยมี นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสันต์ เภรีวิค ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อย พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม

สำหรับโครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ของกลุ่มเปราะบาง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยกลุ่มเปราะบางจากข้อมูลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ย้อนหลัง 3 ปี เกี่ยวกับข้อมูลการปรับสภาพที่อยู่อาศัยและการให้ความช่วยเหลือจำนวนครัวเรือนที่มีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงถาวร และยังไม่ได้รับ ความช่วยเหลือของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1,884 ครัวเรือนได้รับความช่วยเหลือแล้ว 1,291 ครัวเรือน และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ 639 ครัวเรือนประกอบกับการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 1/2568 การกำหนดแผน/โครงการ/กิจกรรมการให้ความช่วยเหลือครัวเรือนยากจน เป้าหมายได้อย่างต่อเนื่องและไม่กลับมาประสบปัญหาความเดือดร้อนซ้ำ

และเนื่องในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงเห็นโอกาสที่จะนำผู้ถูกคุมความประพฤติและผู้ต้องโทษปรับที่มีทักษะฝีมือช่าง ได้ร่วมกันทำความดีเพื่อแผ่นดินโดยใช้ทักษะความรู้ความสามารถ ทำงานบริการสังคมที่เป็นประโยชน์ เพื่อสาธารณะอย่างแท้จริง โดยการบูรณาการร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ พัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ งานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 16 ตำบลอ่าวน้อย คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ(CSR ประจวบคีรีขันธ์) อาสาสมัครคุมประพฤติ มูลนิธิพันธสัญญา (เครือข่ายCSRจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) อำเภอบางสะพาน อำเภอเมือง อำเภอกุยบุรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 หมู่ที่ 7 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน และโรงเรียนบ้านในล็อค และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลกุยเหนือ

จัดกิจกรรมทำงานบริการสังคมประเภทซ่อมสร้าง ที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 4 หลัง ดังนี้

  • บ้านหลังที่ 1 บ้านนางอ้อม ยอดใหญ่ ที่อยู่ หมู่ที่ 8 บ้านในล็อค ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน งบประมาณ กองทุนปันสุขเพื่อน้อง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 จำนวนเงิน 30,000 บาท
  • บ้านหลังที่ 2 บ้านนายประสาร สมุดไทย ที่อยู่หมู่ที่ 7 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน งบประมาณ กองทุนวันละบาท องค์การบริหารส่วนตำบลทองมงคล จำนวนเงิน 3,000 บาท
  • บ้านหลังที่ 3 บ้านนางสาวจิรภา ทองคำ ที่อยู่หมู่ที่ 16 บ้านบึงใหญ่ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ งบประมาณจาก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ จำนวนเงิน 40,000 บาทมูลนิธิพันธสัญญา (เครือข่าย CSR จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จำนวนเงิน 4,100 บาท กองทุนศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (CSR จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จำนวนเงิน 40,000 บาท ประธานสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เครือข่าย CSR จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จำนวนเงิน 4,400 บาท
  • บ้านหลังที่ 4 บ้านนางอำภา คำสว่าง อายุ 76 ปี (ภรรยาของนายสมควร คำสว่าง ผู้ป่วยติดเตียง ปัจจุบันได้ เสียชีวิตไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568) ที่อยู่ บ้านเลขที่ 25/2 หมู่ที่ 3 บ้านโพธิ์เรียง ตำบลกุยเหนือ อำเภอกุยบุรี งบประมาณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำหรับผู้พิการ จำนวนเงิน 40,000 บาท หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ 1. สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2. อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443