กอ.รมน.สงขลา รุกป้องกันบรรเทาสาธารณภัย สู่การแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที

กอ.รมน.จว.สข. มุ่งพัฒนาเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” ในโครงการประสานงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2562

          วันนี้ (11 ก.ย. 2562) ณ สโมสรค่ายเสนาณรงค์ (หลังใหม่) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มอบหมายให้กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม “โครงการ ประสานงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” โดยมี พันเอก สุรเทพ หนูแก้ว รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน วิทยากร บุคคลากรด้านการประสานงานการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้มีเกียรติทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมโครงการจำนวน 150 คน

           จากสถานการณ์ภัยพิบัติในปัจจุบัน ทั้งจากภัยธรรมชาติ และภัยที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ที่ทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้น ได้สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลต่อความปลอดภัยในการดำรงชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากต้อง นำงบประมาณไปใช้ในการช่วยเหลือ รักษาพยาบาลผู้ประสบภัย ฟื้นฟูบูรณะ ถนนหนทาง สิ่งปลูกสร้าง และระบบสาธารณูปโภค

          กองกำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยศูนย์ประสานการปฎิบัติที่ 1 มอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบภารกิจหลักที่มีบทบาท และหน้าที่ อำนวยการประสานงานกำกับดูแล และเสริมสร้างการปฎิบัติตามแผนงานและแนวทางการป้องกัน ปราบปราม ระงับยับยั้ง และการแก้ไขบรรเทาเหตุการณ์ที่เป็นภัย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง ภายใน ราชอาณาจักรทุกรูปแบบของจังหวัดสงขลารวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการปฎิบัติปกป้องสถาบันหลักของ ชาติ และสร้างความสามัคคีของคนในชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

         การจัดกิจกรรมโครงการครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจ มีจิตสำนึก ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระงับภัยต่าง ๆ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เมื่อเกิดภัย เพื่อเพิ่มศักยภาพความรู้ ความสามารถด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และระงับภัยต่างๆ และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชน บุคคลอื่น และเครือข่ายด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการสอนและเทคนิคการสอนสามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : สงขลาบ้านเรา

สำนักข่าวความมั่นคง

“วิชาญ” ผงาดรองเสธ.ทบ. “สมพล” นั่งมทน.4 นักวิชาการชี้โผทหารธรรมาภิบาล

          บัญชีรายชื่อแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล 871 นายที่เพิ่งมีประกาศพระบรมราชโองการในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น มีบางตำแหน่งเป็นการปรับย้ายนายทหารที่รับผิดชอบหรือเคยรับผิดชอบภารกิจดับไฟใต้ โดยอดีตผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ล้วนได้ขยับรับตำแหน่งสูงขึ้น 


          เริ่มจาก พล.ท.จตุพร กลัมพสุต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก) โดย พล.ท.จตุพร เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี มีผลงานเด่นเรื่องการปราบปรามภัยแทรกซ้อนที่ซ้ำเติมปัญหาความไม่สงบ โดยเฉพาะขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน และตรวจสอบการใช้งบอุดหนุนการศึกษาไปสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

          พล.ท.วิชาญ สุขสง แม่ทัพน้อยที่ 4 ขึ้นเป็นรองเสนาธิการทหารบก โดย พล.ท.วิชาญ เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เชี่ยวชาญงานมวลชน และทำงานในพื้นที่ปลายด้ามขวานมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ขณะที่แม่ทัพน้อยที่ 4 คนใหม่ มีการขยับ พล.ต.สมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 แทน (อัตรา พลโท)

          สำหรับ พล.ต.สมพล เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 (ตท.20) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เคยเป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสเช่นกัน รวมถึงผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปี 49

          นอกจากนั้นยังมีคนเคยผ่านงานชายแดนใต้อย่าง พล.ท.บรรพต พูลเพียร ผู้อำนวยการสำนักติดตามสถานการณ์ สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก เป็นผู้อำนวยการสำนักบูรณาการและขับเคลื่อนการปฏิบัติ สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบกด้วย โดย พล.ท.บรรพต สมัยครองยศพันเอก เคยทำหน้าที่โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หรือ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.

          สำหรับภาพรวมการพิจารณาปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลวาระประจำปี 62 นักวิชาการผู้ศึกษาโครงสร้างกองทัพอย่าง ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า การจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายของเหล่าทัพรอบนี้ถือว่าดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา และสะท้อนภาพธรรรมาภิบาลสูงมาก สังเกตได้จากการมีนายทหารระดับรองผู้บังคับหน่วย ขึ้นเป็นผู้บังคับหน่วยจำนวนมาก โดยไม่มีการย้ายข้ามห้วย หรือถูกนายทหารใกล้ชิดผู้ใหญ่ข้ามมา “เสียบหัว” ขึ้นเป็นผู้บังคับหน่วยแทนลูกหม้อ โดยเฉพาะในกองทัพไทย นายทหารระดับรองผู้บัญชาการขึ้นเป็นผู้บัญชาการ รองเจ้ากรมขึ้นเป็นเจ้ากรม สะท้อนว่ามีปัญหาซิกแซ็กวิ่งเต้นแหกโผค่อนข้างน้อย

          เช่นเดียวกับในกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.พยายามกระจายการเติบโตของนายทหารคุมกำลัง นอกจากโตในหน่วยได้แล้ว ยังโตนอกหน่วยโดยเฉพาะในส่วนกลางได้อีกด้วย เห็นได้จากรองแม่ทัพภาคหลายๆ คนที่ไม่สามารถโตในกองทัพภาคของตนเองได้ ก็เปิดโอกาสให้เข้ามาเติบโตในส่วนกลาง และได้ดำรงตำแหน่งหลักด้วย ไม่ใช่ขยับยศขึ้นตำแหน่ง “ประจำ” เหมือนในอดีต

          เช่น พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก พล.ต.ณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และ พล.ท.วิชาญ สุขสง แม่ทัพน้อยที่ 4 เป็นรองเสนาธิการทหารบก เป็นต้น

          “การจัดวางตำแหน่งในกองทัพบกหนนี้ ทำให้ผมนึกถึง พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก สมัยท่านเป็น ผบ.ทบ. ซึ่งท่านไม่ได้โดดเด่นมากสมัยเป็นนักเรียนทหารก็จริง แต่เมื่อได้ขึ้นเป็นผู้นำหน่วย ก็สร้างการยอมรับโดยการใช้ระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ผมมองว่า พล.อ.อภิรัชต์ หรือ บิ๊กแดง ท่านก็ทำแบบเดียวกัน” ผศ.วันวิชิต กล่าว

          นักวิชาการผู้ศึกษาด้านโครงสร้างกองทัพ ยังมองภาพรวมการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย และการวางตัวนายทหารในตำแหน่งสำคัญๆ ในระยะหลังๆ ด้วยว่าสะท้อนความเป็นเอกภาพสูงมาก การจัดการภายในกองทัพตั้งแต่ยุค คสช. ต่อเนื่องถึงรัฐบาลหลังเลือกตั้งภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถือว่าเรียบร้อย แทบไม่ปรากฏร่องรอยความขัดแย้งให้เห็น

           ที่สำคัญยังมองเกมยาวไปถึงปี 66 หากรัฐบาล “บิ๊กตู่ 2/1” อยู่ครบวาระ ผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งในปีหน้า จะอยู่ยาวค้ำบัลลังก์ถึงปี 66 ด้วยเช่นกัน

—————————————————————————————-

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : สำนักข่าวอิศรา
บรรยายภาพ : พล.ต.สมพล ปานกุล กับบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำนักข่าวความมั่นคง


มทภ.4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 ถึงระดับกองพัน ครั้งที่ 6/62 วาระพิเศษ

          เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2562 เวลา 13.30 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 ถึงระดับกองพัน ครั้งที่ 6/62 วาระพิเศษ เพื่อชี้แจง เน้นย้ำนโยบาย และสั่งการปฏิบัติที่สำคัญ ต่อผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง ณ ห้องประชุม บก.มทบ. 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีผู้บังคับหน่วยเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

          ก่อนวาระการประชุมนั้น มทภ.4 ได้มอบถ้วยรางวัล โล่ และเงินรางวัลให้กับหน่วยที่เข้าทำการแข่งขันต่าง ๆ จนสามารถคว้ารางวัล สร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพภาคที่ 4 ดังนี้

  1. พิธีมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศการแข่งขันกีฬาปันจักสีลัตชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย
  2. พิธีมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศการแข่งขันมวยชิงชนะเลิศกองทัพบก
  3. พิธีมอบโล่รางวัลการแข่งขันกรีฑากองทัพไทย
  4. พิธีมอบโล่รางวัลการประกวดการปรับปรุงประตูค่ายทหาร ทภ.4
  5. พิธีมอบโล่รางวัลการตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพหน่วยทหารกองทัพบก
  6. พิธีมอบโล่รางวัลการแข่งขันการฝึกทหารใหม่ ผลัด 1/62 ระดับ ทบ.
  7. พิธีมอบใบประกาศเกียรติบัตรการแข่งขันเป็นหน่วย หมู่ ตอน หมวด

ประจำปี 2562 ระดับ ทบ.

  1. พิธีมอบประกาศเกียรติคุณการทดสอบผู้ชำนาญการทหารราบ ประจำปี 2562
  2. พิธีมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณให้กับ ชป.กร. ดีเด่น

          โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวแสดงความยินดี และชื่นชมในการพัฒนาทุกระดับของหน่วยและกำลังพลให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ และขอให้ดำรงเป็นแบบอย่างที่ดี สร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพภาคที่ 4 ต่อไป

          สำหรับการประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายในปีงบประมาณ 2562 แม่ทัพภาคที่ 4 จึงถือโอกาสนี้สรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในปีที่ผ่านมา อีกทั้งปรึกษาหารือข้อขัดข้องร่วมกัน ถึงแนวทางการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2563 เพื่อที่จะทำให้ กองทัพภาคที่ 4 เป็นหน่วยทหารที่มีชื่อเสียงปรากฏอยู่แถวหน้าของกองทัพบกไทย และเป็นที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ส่วนราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และขอขอบคุณ ผู้บังคับหน่วย ที่ได้ปฏิบัติตามนโยบายข้อสั่งการต่าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จนได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาในทุกระดับ รวมทั้งสร้างความประทับใจ เป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่

ข้อมูล – ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง


ผอ.ศูนย์สันติวิธี ปิดกิจกรรม “แรลลี่สัญจร ร่วมใจ ใต้สันติสุข”

          เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ที่ห้องปฐมภาคย์ สโมสรค่ายเสนาณรงค์  มณฑลทหารบกที่ 42 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลตรีธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรม “แรลลี่สัญจร ร่วมใจ ใต้สันติสุข” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2562 โดยมี พลตรีสิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4, เครือข่ายประชารัฐเพื่อสันติจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 500 คน

          พลตรีธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กล่าวว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประ สงค์ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่  ถือเป็นพลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบระดับพื้นที่อย่างแท้จริง

          นายอาซูวัน  เบ็ญรอฮมาน  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ผู้ประสานเครือข่ายการจัดคาราวานแรลลี่ กล่าวว่า กิจกรรม “แรลลี่สัญจร ร่วมใจ ใต้สันติสุข” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนอกจากจะได้มีโอกาสบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ แล้วยังได้มีโอกาสสร้างความเข้าใจกับประชาชนนอกพื้นที่ด้วยว่าประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สนับสนุนความรุนแรง และต้องการความสงบอย่างยั่งยืน  (เสียง สัมภาษณ์ นายอาซูวัน )

           สำหรับกิจกรรม “แรลลี่สัญจร รวมใจ ใต้สันติสุข” ในครั้งนี้ มีขบวนรถยนต์เข้าร่วมกิจ กรรมกว่า 200 คัน โดยจะเริ่มออกเดินทางจากสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 8 กันยายน มุ่งหน้าสู่จังหวัด สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง และสิ้นสุดที่ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในวันที่ 11 กันยายน รวมเวลา 4 วัน3 คืน ซึ่งตลอดเส้นทางนอกจากจะมีกิจกรรมสาธารณประโยชน์แล้ว ยังมีการสื่อสารกับประชาชนนอกพื้นที่ชายแดนใต้ ให้รับทราบว่าคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการความสันติสุข และต้องการสร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในสังคม เช่นเดียวกันกับประชาชนในพื้นที่อื่น

ข้อมูล-ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

สืบสวน​ตม.3​ ร่วมมือ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ จับกุมชิปปิ้ง ลักลอบส่งไม้หวงห้ามออกนอกประเทศ

         วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 12 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.๗ ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รองผบก.ภ.จ.จันทบุรี ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ได้สืบสวนขบวนการคนต่าง ด้าวลักลอบนำไม้หวงห้ามจำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านเข้าประเทศไทยเพื่อส่งออกไปประเทศที่ 3​ โดยเมื่อวันที่ 9 ก.ย.62 เวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฯได้ร่วมกันตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งอยู่ภายใน บ.ซากามิไทย จำกัด ถ.บางนาตราด ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ. สมุทรปราการ พบไม้แปรรูปอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวในลักษณะอำพรางโดยมีอิฐมวลเบาและกระสอบหินคลุกวางอยู่ด้านหน้าภายในตู้

         ต่อมา วันที่ 10 ก.ย.62 จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักทรัพยากรป่าไม้ สจป.ที่10 (ราชบุรี) รื้อตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวเพื่อตรวจสอบไม้แปรรูป ข้างต้นพบว่าเป็นไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 45 แผ่น/เหลี่ยมโดยวัดคำนวณเป็นปริมาตรได้ 8.71 ลบ.ม. เมื่อไม้ดังกล่าวไปถึงประ เทศปลายทางจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และได้มีนายตะวันฉาย อายุ 32 ปี รับว่าเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับตู้คอนเทรนเนอร์

          จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าเจ้าของไม้คือ นายสัญชัย บุญศิริ เป็นผู้ว่าจ้างในการส่งออกตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว ซึ่งนายตะวันฉาย ฯ ทราบอยู่แล้วว่าภายในตู้นั้นมีไม้ประดู่บรรจุอยู่และไม่สามารถนำเอกสารอนุญาตการครอบครองใดๆมาแสดงต่อคณะเจ้าหน้าที่ได้ จึงร่วมกันทำการจับกุมนายตะวันฉาย

          โดยกล่าวหาว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฐานมีไม้แปรรูปหวงห้ามไว้ในครอบครองเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 70 ฐานรับไว้ด้วยประการใดๆ ซ่อนเร้นจำหน่ายหรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้ที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ที่มีผู้ใดได้มาโดยการกระทำผิดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

         ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการสืบสวนขยายผลทราบว่า ไม้แปรรูปดังกล่าวข้างต้น มีต้นทางมาจากจังหวัดอุดรธานี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบโกดัง เลขที่ 185 ม.11 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี จากการสืบสวนทราบว่ามีคนต่างด้าวเป็นเจ้าของและจะทำการขยายผลหาตัวเจ้าของต่อไป ซึ่งผลการตรวจสอบพบ มีไม้ประดู่ จำนวน 24 ท่อน , ไม้จามจุรี จำนวน 5 ท่อน เบื้องต้นยังไม่มีเอกสารมาแสดง จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึด ส่ง สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปราบปรามการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำ ความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหา เมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.3​ ร่วมสืบตม.ชลบุรี​ จับชาวจีนลักลอบทำงานจำหน่ายพระเครื่อง วัตถุมงคล กับกลุ่มทัวร์จีนในวัด

         วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 12 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.๗ ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รองผบก.ภ.จ.จันทบุรี ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนตม.จ.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวจับกุมกลุ่มชาวจีนลักลอบทำงานจำหน่ายของที่ระลึก พระเครื่อง วัตถุมงคล ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนภายในวัด

          สืบเนื่องจากการสืบสวนทราบว่าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีกลุ่มชาวจีนเข้ามามีพฤติกรรมลักลอบทำงาน โดยการจำหน่ายของที่ระลึก วัตถุมงคล ภายในวัดในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. จึงมอบหมายให้ บก.ตม.3 โดย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3 และสั่งการให้ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวน ตม.จ.ชลบุรี ทำการสืบสวนหาข่าว

          ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ก.ย.62 เวลาประมาณ 13.30 น. จึงได้ร่วมกันตรวจสอบภายในอาคารเอนกประสงค์วัดเขาบุญมีดาราราม หรือวัดทุ่งคา หมู่ที่ 14 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบกลุ่มชายชาวจีน ทั้งหมดรวม 7 คน กำลังทำงานแนะนำ เพื่อจำหน่ายพระเครื่อง วัตถุมงคล ของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนอยู่

         ตรวจสอบแล้วทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงจับกุมในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 37​ (1) และพระราชกำหนดการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว​ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 มาตรา 8” ส่งตัวให้ พงส.สภ.ห้วยใหญ่ ดำเนินคดี และศาลแขวงพัทยาได้พิพากษาปรับคนละ 2,000 บาท หลังจากนั้นได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมควบคุมตัวเพื่อผลักดันส่งกลับและบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้าราชอาณาจักรเรียบร้อยแล้ว

         ตม.จ.ชลบุรี ขอเรียนให้ท่านทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม.3​ รวบกลุ่มชาวจีนลักลอบทำงานรับจ้างโอนเงินให้บ่อนพนันออนไลน์ข้ามชาติ

         วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 12 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.๗ ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รองผบก.ภ.จ.จันทบุรี ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนตม.จ.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวจับกุมกลุ่มชาวจีนลักลอบทำงานโอนเงินให้บ่อนพนันออนไลน์ในต่างประเทศ

          สืบเนื่องจากการประสานข้อมูลกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายภ.จ.ชลบุรี และตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันสืบสวนทราบว่าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีกลุ่มชาวจีนเข้ามามีพฤติกรรมลักลอบทำงานในลักษณะคล้ายบ่อนพนันออนไลน์

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ.จึงมอบหมายให้บก.ตม.3 โดย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3 และสั่งการให้ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวนออกบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานข้างต้นออกสืบสวนหาข่าว

         โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ย.62 เวลาประมาณ 17.30 น. ตม.จ.ชลบุรีได้บูรณาการกำลังนำหมายค้นศาลแขวงพัทยาเข้าตรวจค้นห้องพักตั้งอยู่บนชั้น 7 ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง บนถนนพรประภานิมิต ม.6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวน 3 ห้อง พบกลุ่มชาวจีนชายและหญิงทั้งหมดรวม 17 คน พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหลายสิบเครื่อง โทรศัพท์มือถือ หลากหลายยี่ห้อกว่า 300 เครื่อง ซิมสำหรับเล่นอินเตอร์เน็ตรายวัน และบัญชีอิเล็กทรอ นิกส์ที่ถูกทำลายและยังไม่ได้ใช้งานอีกจำนวนมาก โดยกลุ่มผู้กระทำผิดจะเป็นตัวกลางรับโอนเงินจากลูกค้าแล้วส่งต่อให้กับบ่อนการพนันอีกทีหนึ่ง โดยกลุ่มจะทำหน้าที่เปิดบัญชีอาลีเปย์ Alipay

          เพื่อให้ลูกค้าที่สมัครซื้อเพื่อเล่นพนันออนไลน์ และเมื่อลูกค้าโอนเงินเข้ามา ก็จะโอนออกจาก บช.อาลีเปย์ Alipay เข้า บช.ธนาคารในประเทศจีน แล้วโอนต่อไปให้บ่อนอีกครั้งหนึ่ง ยอดรับโอนแต่ละครั้ง 10-3,000 หยวน ยอดรวมเฉลี่ยที่รับโอนต่อวัน ประมาณ 2,000,000 หยวน (สองล้านหยวน)หรือประมาณวันละ 8 ล้านบาท โดยสมาชิกจะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินสดเดือนละ 40,000 บาท

          จึงจับกุมในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 (มาตรา8)” ส่งตัวให้พงส. สภ.หนองปรือ ดำเนินคดี และได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมควบคุมตัวเพื่อผลักดันส่งกลับและบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้าราชอาณาจักรเรียบร้อยแล้ว

          ตม.จ.ชลบุรี ขอเรียนให้ท่านทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสุราษฎร์ธานี

          ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะจะเดินทางไปตรวจราชการและพบปะประชาชน จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ในวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 โดยช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามพื้นที่ก่อสร้าง ปตร.กม. 9+200 คลองท่าเรือ – หัวตรุด ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง

         จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เพื่อพบปะประชาชนและนักเรียน พร้อมกับมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และมอบอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียน ก่อนจะออกเดินทางไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช

          ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางต่อไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ซึ่งเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพื่อการกุศลจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษาเพื่อตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ ซึ่งนักศึกษาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยนายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมแปลงเกษตร ฟาร์มไก่ และเข้ากราบนมัสการพระภาวนาโพธิคุณ เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล

          จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังสถานีสูบน้ำปลายคลองเฉวง (CP1) เพื่อดูการทำงานของระบบน้ำของสถานีสูบน้ำปลายคลอง (CP1)  ต่อด้วยการเป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลท่องเที่ยวเกาะสมุย ครั้งที่ 4 : Samui Festival 2019” ณ บริเวณลานพลุเฉวง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย

ขอบคุณเรื่องแนะนำ – จากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ท่านมาเราดีใจ​ ท่านจากไปเราคิดถึง​ สานสัมพันธ์สืบ​ 1

         วันที่​ 11​ กันยายน​ 2562​  เวลา​ 19.00​ น. ณ​ โรงแรมรัตนโกสินทร์​  ทาง​ พ.ต.อ.นริศ   ปรารถนาพร​ ผกก.สส.บก.น.1 ได้จัดงานสานสัมพันธ์​ สืบ​ 1​ โดยมี พ.ต.อ.นครินทร์  สุคนธวิท  รองผบก.น.1​  พร้อมข้าราชการตำรวจสืบ​ 1​ เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง​ โดยภายงาน​ ทาง​  รอง​ ผบก.น.1​ ได้มอบรางวัล​  เงิน​สด​ 5,000​ จำนวน​ 2​ รางวัล​  และทางผกก.สส.บก.น.1​  ได้มอบ  นาฬิกาการ์มีน​  และ​ มินิ​ ไอแพด   ให้แก่ข้าราชการในสังกัด​ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

          โดย​ พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร​ กล่าวถึงการจัดงานในวันนี้​ เพื่อเลี้ยงข้าราชการในสังกัด​ ที่ย้ายออกไป และ ต้อนรับข้าราชการที่ย้ายเข้ามา สำหรับแนวทางงานสืบสวนนี้ ถ้าเราตึงไป​ เหมือนงาน​ ป.​ มันก็ขาด​ แต่ถ้าหย่อนไป​มันก็เละ เราต้องเดินทางสายกลาง​ โดยเราต้องมีความสัมพันธ์​ แบบทางการ​ และไม่ทางการ​ เลยได้จัดงานนี้ขึ้นมา ซึ่งในอนาคตผมก็ไม่รู้ว่าจะเป็นงานสุดท้ายของผมหรือป่าว​ ซึ่งเอาตรงๆผมก็ไม่ได้คิด จะมาอยู่ตรงนี้​ แต่ด้วยชะตาชีวิต​ และผู้บังคับบัญชา​ ให้ผมมาอยู่ตรงนี้​ ผมตั้งใจทำ​งานและสิ่งแรกที่ผมมาคือ​ อยากให้เรามีชีวิตเป็นอยู่ที่ดี ทำห้องน้ำ​ ทำในสิ่งที่ไม่ดีให้มันดี​ ก็เลยเกิดงานในวันนี้ขึ้นมา​

@เครดิต:ทีมข่าวชมรมผู้สื่อข่าวตำรวจแห่งประเทศไทย

ตราด – สนับสนุนความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

          วันที่ 11 กันยายน 2562 บริเวณจุดตรวจด่านท่าจอด ถ.สุขุมวิท อ.เขาสมิง จ.ตราด พ.ต.อ.กิตติสัณห์ ชะนะ ผกก.สภ.เขาสมิง ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.ณัฐกรณ์ แสนทวีสุข รอง สวป.สภ.เขาสมิง รับมอบ แถบสติ๊กเกอร์สะท้อนแสง จาก นายยอดชาย พานิชวัฒนา อดีตกำนันตำบลสะตอ อ.เขาสมิง ที่สนับสนุนความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ในเขตพื้นที่ อ.เขาสมิง มอบแถบสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงสีเหลือง ให้กับทางราชการตำรวจไว้ใช้ประโยชน์ ในงานด้านการจราจร

          ด้านนายยอดชาย ได้กล่าวว่า ปัจจุบันตนเอง ใช้เส้นทางผ่านไปผ่านมาบริเวณด่านท่าจอดอยู่เป็นประจำ และได้เล็งเห็นถึงความปลอดภัยในช่วงเวลากลางคืน โดยบริเวณจุดตรวจด่านท่าจอด เป็นประตูสู่เมืองตราดจะมีการ ตั้งด่านตรวจตราอยู่เป็นประจำ ในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันอาชญากรรมต่างๆ และในช่วงเวลากลางคืนค่อนข้างอันตราย รวมถึงกรวยจราจรที่ตั้งอยู่บริเวณจุดดังกล่าว แถบสะท้อนแสงค่อนข้างเก่า และเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา จึงได้มีความคิดที่จะช่วยเหลือราชการ เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ที่ใช้รถใช้ถนน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ปฏิบัติงาน โดยได้ มอบแถบสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงสีเหลือง เพื่อนำไปติด กับกรวยยางจราจร และแท่งบาริเออร์เพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้ใช้เส้นทางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ อ.เขาสมิง ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เวรจุดดังกล่าว…

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก