บางกอกแอร์เวย์สจัดกิจกรรม “English Club with Bangkok Airways” ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

     วันนี้ (19 ส.ค.62) เวลา 13.30 น.บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดยส่วนรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) จัดกิจกรรม “English Club with Bangkok Airways” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้าง แรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน โดยมีนายชาญณรงค์ ใจสัมฤทธิ์ ผู้จัดการสนามบินสุโขทัย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และมีนักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยกว่า 60 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงเรียนบ้านห้วยตม อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

     สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารของเยาวชนรุ่นใหม่ จึงได้จัดกิจกรรม “English Club with Bangkok Airways” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง แรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เยาวชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยมีความสนใจในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ผ่านทางกิจกรรมที่มีความสนุกสนานและเข้าใจง่าย อีกทั้งยังเป็นการการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรและชุมชน รวมถึงพนักงานขององค์กรยังได้นำความรู้ความสามารถที่มีมาช่วยเหลือสังคมด้วย

     สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยตม โรงเรียนบ้านดงย่าป่า และโรงเรียนบ้านแม่คุ ในการส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 60 คน โดยนักเรียนที่เข้าร่วมจะมีโอกาสได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมทายคำศัพท์ ใบ้คำศัพท์ เกมส์จับคู่คำศัพท์ และการเล่านิทาน เป็นต้น

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สลด นักเรียน ขับรถจยย.ไปโรงเรียนถูกรถยนต์ชน เสียชีวิตคาที่ ก่อนถึงโรงเรียน

    เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 19 ส.ค.2562 ร.ต.อ.อุดม ภู่ภิรมย์ รอง สว (สอบสวน) สภ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช พร้อมและเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ้งหัวไทร เข้าทำการชันสูตรศพผู้เสียชีวิต รถยนต์โตโยต้า มีขาว หมายเลขทะเบียน ขล-4236 สงขลา รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียน 1กฌ-8804 นครศรีธรรมราช ที่ถนนเลี่ยงเมือง หมู่ 10 ต.หัวไทร อ.หัวไทร ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.จีรนันท์ คงบุญทอง อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 3 ต.เขาพังไกร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เป็นนักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนหัวไทรบำรุงราษฎร์ เสียชีวิตอยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน สภาพศพคอหัก แขนหัก ขาหัก ตามร่างกายมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง

    จากการสอบสวนเบื้องต้นของตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.จีรนันท์ฯ ผู้ตาย ขี่รถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปโรงเรียนตามปกติมาตามถนนสี่เลน เมื่อถึงที่เกิดเหตุผู้ตายได้กลับรถที่บริเวณจุดยูเทริน์ช่องทางเล็กๆ ของร่องเกาะกลางถนนก่อนขึ้นไปบนถนนอีกฝั่งเป็นจังหวะเดียวกับรถยนต์คันดังกล่าวแล่นมาด้วยความเร็ว เบรกรถไม่ทันจึงพุ่งชนอย่างจัง จนเป็นเหตุให้ น.ส.จีรนันท์ฯ เสียชีวิตในที่สุด ในขณะที่คนขับรถยนต์นั้นไม่อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว อย่างไรก็ตาม ทราบว่าวันนี้ (19 ส.ค.62) เป็นวันคล้ายวันเกิดของ น.ส.จีรนันท์ฯ อายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ แต่มาประสบอุบัติเหตุชีวิตอย่างน่าสลด ขณะที่ผู้ปกครองที่มาเห็นเหตุการณ์อยู่ในสภาพเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากดังกล่าว.


ธีรศักดิ์ อักษรกูล/รายงาน

ราษฎรในจังหวัดจันทบุรี ส่งมอบอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์คืนป่า-คืนชีวิตให้สัตว์ป่า

     ราษฎรในจังหวัดจันทบุรีส่งมอบอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์พร้อมกล่าวคำปฏิญาณยืนยันว่าจะไม่ทำร้ายและล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตลอดไป พร้อมร่วมกิจกรรม คืนป่า คืนชีวิตให้สัตว์ป่า ที่ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน จันทบุรี

    วันนี้ ( 19 ส.ค.62 ) ที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ค่ายเทวาพิทักษ์ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พลเอก สุรัตน์ วรรักษ์ เลขานุการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และเป็นประธานเปิดโครงการ คืนป่า คืนชีวิตให้สัตว์ป่า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด, นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ ส่วนราชการ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเยาวชน นักเรียน ให้การต้อนรับ

    โอกาสนี้ราษฎรในพื้นที่และพรานป่าได้ส่งมอบอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์ รวมทั้งกล่าวคำปฏิญาณเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะไม่ทำร้ายและล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตลอดไป สำหรับอาวุธปืนและอุปกรณ์การล่าสัตว์ป่าในครั้งนี้ที่ราษฎรและพรานป่าในจังหวัดจันทบุรีส่งมอบแก่ทางราชการ ประกอบด้วย ปืนแก็ป 109 กระบอก / ปืนลูกซอง 5 กระบอก / ปืนผูก 6 กระบอก / บ่วงสลิง 50 บ่วง / บ่วงเชือก 300 บ่วง แร้ว 30 อัน ซึ่งจะได้มีการส่งมอบให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี นำไปจัดนิทรรศการเพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชน และ ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงโทษของการล่าสัตว์ป่า เพื่อให้ผืนป่ารอยต่อ 5 จังหวัดเป็นป่าปลอดเสียงปืน อย่างแท้จริงตลอดไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สระบุรี​-แม่ค้าตลาดนัดร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กรณี​ อบต.สั่งปิดตลาด

    วันที่ 19 สิงหาคม 2562​ นางกาญจนา​ ชัชวงษ์​ พร้อมตัวแทนผู้ค้าขายตลดนัดต้นแค ตำบลมวกเหล็ก​ อำเภอมวกเหล็กจังหวัดสระบุรีกว่า 150 คนรวมตัวกัน มาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระบุรี

     ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีจึงมอบให้พันเอกเพิ่มศักดิ์​ ขุนโขลน​ ผู้แทนศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องราวร้องทุกข์และเชิญตัวแทนมาเจรจามีความพอใจ จึงรับหนังสือร้องเรียนเพื่อนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี จากข้อประเด็นหลักนั้นผู้ค้าขายสินค้าที่นำมาขายจะได้นับความเดือดร้อนไม่มีที่ทำกินเนื่องจากแม่ค้าจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่นั้นนำสินค้ามาจำหน่าย​

    จากการลงพื้นที่ปรากฏว่า มีป้ายปิดประกาศขององค์การบริหารส่วนตำบลมวกเหล็ก มีคำสั่งให้ปิดตลาดนัดดังกล่าวโดยหนังสือจากกรมอนามัยที่วินิฉัยว่า ตลาดต้นแคจัดตั้งตลาดไม่ถูกสุขลักษณะและอนามัยตามข้อบังคับตำบลเรื่องตลาดพ.ศ.2541และพรบ.สาธารณสุขพ.ศ.2535 จึงปฏิบัติตามคำสั่งหากไม่ปฎิบัติตามจะถือเป็นขอละเว้นในการปฎิบัติหน้าที่นายกในฐานะผู้บริหาร​ องค์การบริหารส่วนตำบลมวกเหล็ก​ จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฏหมายจึงแจ้งให้ผู้ประกอบทราบถึงผลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมาผู้ค้าขายสามารถโต้แย้งคำวินิฉัยอุทธรณ์ ให้ทำการยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน

    ทางด้านผู้ประกอบการจะดำเนินการอย่างไรนั้น เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องจะประสานหน่วยงานทางอำเภอ ไกลเกลี่ยประณีประนอมให้ผู้ค้าขายได้ค้าขายต่อไป ส่วนผู้ประกอบการดำเนินตามข้อกฏหมายจะเดินทางไปร้องต่อศาลปกครองในวันที่ 20 สิงหาคมนี้อีกครั้ง

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เตือนประชาชน อยู่ติดแม่น้ำยม ให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด​

     วันที่ 19 สิงหาคม 2562 ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยประกาศเตือนประชาชนและให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำแม่น้ำยมที่กำลังเพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ หากมีเหตุฉุกเฉิน หน่วยงานรัฐพร้อมรับสถานการณ์และช่วยเหลืออย่างเต็มที่

     ขณะที่อำเภอสวรรคโลก นายสมชาติ ลิมปะพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก คณะผู้บริหาร พนักงานเทศบาล และคนงาน ร่วมถึงประชาชนชาวอำเภอสวรรคโลก เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม โดยการเตรียมเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เพื่อเตรียมอุดท่อระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองสวรรคโลก

     สถานการณ์น้ำสุโขทัยวันนี้ เวลา 07.00 น.ปตร.หาดสะพานจันทร์ ระดับน้ำด้านหน้า 62.38 ม. ด้านท้าย 56.10 ม. เปิดบาน 1,2,3,4,5 = 0.70 ม. ความลึก 9.88 ม. ปริมาณน้ำผ่าน 317.02 ลบ.ม./วิ ปริมาณน้ำ 14.926 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 97.56 %ของความจุ

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

น้ำจากแพร่ ไหลไปถึงแม่น้ำยม จ.สุโขทัยแล้ว ให้ประชาชนเฝ้าระวังติดตามการประกาศเตือน !!!

      นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำสูงสุดในแม่น้ำยมจากอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ได้ไหลผ่านอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ไปแล้ว โดยไม่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนในเขตอำเภอวังชิ้น ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำบางแห่งเท่านั้น ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลไปถึงอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ในช่วงเวลาประมาณตี 4 ถึง 6 โมงเช้าของวันนี้ (19 ส.ค. 59) ในเกณฑ์สูงสุดประมาณ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนจะไหลลงสู่ประตูระบายน้ำแม่น้ำยม(บ้านหาดสะพานจันทร์) อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัยเป็นลำดับต่อไป สำหรับสถานการณ์น้ำ วันที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา07.00 น.ปตร.หาดสะพานจันทร์ ระดับน้ำด้านหน้า 62.38 ม. ด้านท้าย 56.10 ม. เปิดบาน 1,2,3,4,5 = 0.70 ม. ความลึก 9.88 ม. ปริมาณน้ำผ่าน 317.02 ลบ.ม./วิ ปริมาณน้ำ 14.926 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 97.56 %ของความจุ

     โดยขณะนี้น้ำที่มาจากจังหวัดแพร่ ได้เดินทางมาถึงบริเวณหน้าประตูระบายน้ำแม่น้ำยมแล้ว ทำให้ระดับน้ำในบริเวณดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมฝั่งแต่อย่างใด ในส่วนของการเตรียมการรับมือกับปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากจังหวัดแพร่ นั้น กรมชลประทาน ได้มีการเตรียมการรับมือก่อนน้ำมาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว โดยการพร่องน้ำในระบบชลประทานให้ลดต่ำลง เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำและระบายน้ำได้สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพร่องน้ำบริเวณด้านหน้าประตูระบายน้ำแม่น้ำยมให้ลดต่ำลง เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำจากตอนบน และการลดน้ำเข้าคลองหกบาท เพื่อให้สามารถรับน้ำและระบายน้ำไปลงแม่น้ำน่านบริเวณด้านเหนือเขื่อนนเรศวร จังหวัดพิษณุโลกได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านประตูระบายน้ำแม่น้ำยม ให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 550 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามความจุของลำน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจในเขตตัวเมืองสุโขทัยอีกด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

หนุ่มสุโขทัยไอเดียเจ๋ง วาดลายติดยางรถยนต์ สร้างรายได้งาม

     นายวรพันธุ์ แสนเขียววงค์ หนุ่มขายประกันชีวิต-ศิษย์เก่าวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 160/5 หมู่ 7 ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ต้องพยายามหาเวลาว่างสร้างสรรค์ผลงานศิลปะลงบนกระถางต้นไม้ที่ทำจากยางรถยนต์เก่าให้สวยงามสะดุดตา โดยเฉพาะลวดลายปลาสังคโลก เอกลักษณ์ของสุโขทัย เพื่อส่งให้ลูกค้าที่ออเดอร์เข้ามากันจำนวนมาก

     นายวรพันธุ์เปิดเผยว่า จบการศึกษาปริญญาตรี คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันทำงานอยู่บริษัทขายประกันชีวิต แต่เป็นคนชอบวาดรูป และเห็นยางรถยนต์เก่าที่บ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เลยเกิดไอเดียยามว่างนำมาตัดแต่งเป็นกระถางต้นไม้ แล้ววาดลวดลายต่างๆ ลงไปตามความรู้สึกชอบ พอใจ เพิ่งจะลงมือทำได้ 3 สัปดาห์

     “ตอนแรกจะทำไว้ปลูกผัก ประดับบ้านให้ดูเก๋ไก๋ แต่พอนำรูปไปเผยแพร่ลงในสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ปรากฏว่ามีคนสนใจเข้ามาสอบถาม และสั่งซื้อจำนวนมาก ทั้งจากสุโขทัย เชียงใหม่ ชลบุรี ก็เลยทำขายให้ โดยมีหลายลวดลาย แต่ที่ได้รับความนิยมมากก็จะเป็นลายปลาสังคโลก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเกือบ 700 ปี ของอาณาจักรสุโขทัย”

     นายวรพันธุ์กล่าวว่า งาน 1 ชิ้นใช้เวลาทำ 2 วันจึงจะเสร็จ และรู้สึกภูมิใจที่มีคนชื่นชอบผลงานเพราะเป็นคนชอบคิด ดัดแปลง ทำสิ่งของให้มีคุณค่า และสร้างสรรค์ด้วยความชอบส่วนตัว ไม่ได้คิดเรื่องเงินก่อน และที่ทำขายนี้ก็ไม่ได้ขายในรูปแบบของกระถางต้นไม้ แต่ขายความคิด ผลงานการวาด และขายเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่อยู่บนกระถางยางรถยนต์เก่า ซึ่งมีลูกค้าสนใจจำนวนมาก

นายพงศ์เทพ สาคร รายงายจากจังหวัดสุโขทัย
ภาพจากfacebook:วรพันธ์ วรพันธ์

พ.ต.ท.ข้าราชการบำนาญ เขียนจม.ขออโหสิกรรมทุกคน โรคร้ายรุม ลั่นไกปลิดชีพตัวเอง ภายในบ้าน

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร# เกิดเหตุนายตำรวจยศพ.ต.ท.ข้าราชการบำนาญ กับโรคประจำตัวรุมเร้ากลายเป็นโรคซึมเศร้าเขียนจม.ลาตาย ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 1 นัด ก่อนจ่อยิงกกหูข้างขวาทะลุ กกหูข้างซ้ายดับคาเกาอี้โยกภายในบ้าน

     เมื่อวัน 18 สิงหาคม 2562 สถานีตํารวจภูธร ต.บ้านค้อ อำเภอ คำชะอี จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่ามีการยิงตัวตาย อยู่ที่บ้านเลขที่ 176 ม.11 ต.บ้านค้อ อำเภอคำชะอี จ.มุกดาหาร จึงประสารแพทย์โรงพยาบาลคำชะอีพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน รุดไปที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพบร่างชายสวมชุดนอน สีแดงนอนอยู่บนเกาอี้โยกเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านตรวจสอบพบบาดแผลเป็นรูกะสุนเข้าที่บริเวณใต้กกหูด้านขวาทะลุใต้กกหูด้านซ้าย ผู้เสียชีวิตคือ พ.ต.ท.ทงศักดิ์ โพิ์โหน่ง (รอง หวาน) อายุ 62 ปี

    ข้าราชการตำรวจบำนาญพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ตกใต้พื้นใกล้กับร่างผู้เสียชีวิต ตรวจสอบอาวุธปืนพบลูกกระสุนเหลืออยู่ในโม้จำนวน 4 นัด ยังพบจดหมายมีคลาบเลือดติดบนจดหมายเขียนด้วยลายมือ หมายเหตุ เป็นโรคร้าย ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองปริงแตกขันแน่นดามหลังข้างซ้ายจนรุมเร้าทรมานสุขภาพอ่อนแรงข้างซ้ายไม่แข็งเหมือนแต่ก่อน มาทํางานให้ครอบครัวไม่ได้ ขออโหสิกรรมและขออําลาทุกคน ลงชื่อทงศักดิ์ ซึ่งผู้เสียชีวิตเมื่อดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าของคดีครูจอมทรัพ

     สอบถามญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่ากำลังจะออกไปดำนาข้าวไดยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดอยู่ภายในบ้านก็พากันตกใจ ใครยิงปืนกำลังจะเข้าไปดูก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด ญาติรีบเข้าไปดูก็พบผู้ตายนอนเสียชีวิตจึงรีบโทรแจ้งตำรวจ สอบถามญาติที่ผ่านมา มีปัญหาครอบครัวอะไรไหม ญาติก็บอกไม่มี หนี้สินก็ไม่มี ส่วนตัวผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวรุมเร้ากลายเป็น โรคซึมเศร้าจึงตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง โดยทางญาติไม่ติดใจการตายในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพรช /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร ราย

เขตพระนคร ! หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ กทม. ทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร.( มีคลิป ​)​…

     วันเสาร์​ที่​ 17 สิงหาคม​ 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจ​ฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ (เขตพระนคร) ร่วมกับ จนท.ทหาร จนท.ตำรวจ ร่วมทำกิจกรรม​จิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างพื้นผิวถนน และ ทางเดินบนฟุตบาท บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ( ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กทม.

    ทั้งนี้ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความปรองดอง สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้ง เพื่อให้มีความรัก ความผูกพัน ใน 4 สถาบันของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และ ประชาชน

     เบื้องต้นกิจกรรมในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ดังกล่าว ทรงได้พระราชทานตามแนวพระราชดำริ ( ศอญ. ) ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือทำงานระหว่าง หน่วยงานราชการในพระองค์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน ทุกหมู่เหล่า เพื่อให้มีส่วนร่วมทำงานแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติ และ ให้ประชาชนคนในชาติ ในชุมชน ได้มีความสุขอย่างยั่งยืน เพื่อได้สนองปณิธานพระราชทานที่ว่าให้ “รักษา สืบสาน ต่อยอด” เพื่อทำประโยชน์ให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจ ทำความดีในหมู่ ประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยในวันนี้หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ กทม. ได้ร่วมกันปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์​ เก็บกวาดขยะยกสิ่งของที่วางกีดขวางทางเดินบนทางเท้าออก และ ใช้น้ำฉีดล้างพื้นผิวถนน โดยกิจกรรมวันนี้เพื่อได้สนองในปณิภานตามแนวทางพระราชดำริในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อแสดงออกซึ่งความรักเทิดทูนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันหลักที่สำคัญของชาติ…

#เพจข่าวสารบ้านเรา_HomeNews3 #สำนักงานเขตพระนคร # ทำกิจกรรมจิตอาสา #บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า #ฝั่งพระนคร #ถนนพระอาทิตย์ #เขตพระนคร ​#เราทำความดีด้วยหัวใจ #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ทำความสะอาด #สนองปณิธานพระราชทานรักษาสืบสานต่อยอด


ภาพ​/เนื้อ​ข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม​ รายงาน

พะยูนมาเรียม “ทะเลไทย” ต้อง​ “ไร้ขยะ” การแก้ปัญหาต้องครบวงจร เบ็ดเสร็จ ร่วมกัน บนงานวิจัยสร้างสรรค์เชิงรุก วช. ชู 5 ประเด็นหลัก

     วันนี้​ วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) : ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,ศาสตราจารย์​ ดร. นายแพทย์​ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ,รองศาสตราจารย์ ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ ผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย ทะเลไทยไร้ขยะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม วช. ร่วมกันแถลงข่าว​ การสูญเสียชีวิตของสัตว์ทะเลจากขยะพลาสติกที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่า​จะเป็น “มาเรียม” พะยูนน้อย เต่า หรือวาฬ แสดงให้เห็นว่า ขยะพลาสติกสร้างผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ทะเลและสภาพแวดล้อม ดังนั้นการแก้ปัญหาขยะพลาสติกเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างครบวงจร  ตรงประเด็นและเบ็ดเสร็จทั้งในเชิงนโยบายและปฏิบัติ บนฐานการวิจัยที่พร้อมใช้งาน และสามารถปรับไปตามสภาพปัญหาและพื้นที่ โดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมดำเนินการร่วมกันอย่างต่อเนื่องและจริงใจของทุกภาคส่วน

     ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศและส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน จึงเป็นหน่วยงานกลางที่ประสาน เชื่อมโยงทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันบนฐานงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์และปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในการลดปัญหาการตกค้างของขยะพลาสติกในทะเล จากปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดขึ้น วช. ได้ชูประเด็นในการแก้ปัญหาดังกล่าวผ่านการวิจัยและพัฒนาซึ่งต้องดำเนินการใน 5 ประเด็นหลักคือ

1.ผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกต้องผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ง่ายต่อการจัดการขยะและการนำกลับไปใช้ใหม่ สามารถตรวจสอบเส้นทางวงจรผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การผลิตถึงวาระสุดท้ายของพลาสติก โดยร่วมมือกับภาคเอกชนที่ผลิตเม็ดพลาสติก ในปีนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ศึกษาแล้วมากกว่า 15 ผลิตภัณฑ์ รวมถึง บรรจุภัณฑ์ หลอด วัสดุก่อสร้าง วัสดุประกอบอาคาร และเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

2.ชุมชนในพื้นที่ทุกจังหวัดที่ติดทะเล จะต้องรู้วิธีจัดการขยะพลาสติกได้ด้วยตนเองและเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ได้ดำเนินการใน 23 จังหวัดในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน อาทิ ชายหาดบางแสน แสมสาร เกาะหลีเป๊ะ และเกาะภูเก็ต

3.ต้องมีกระบวนการเก็บและจัดการขยะในทะเลอย่างเป็นระบบในทุกพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมและใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่และชุมชน และรู้ตัวเลขขยะพลาสติกในทะเลที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายลดปริมาณขยะในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ภายในปีที่หนึ่ง และเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในปีถัดไป

4.นำขยะพลาสติกมารีไซเคิลโดยไม่เกิดผลกระทบต่อเนื่องต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ โดยเฉพาะการตกค้างในสัตว์ทะเลและสิ่งมีชีวิต​

5.ลดการตกค้างของไมโครพลาสติกที่ตกค้างในทะเลและสิ่งมีชีวิตบนฐานจากการวิจัยที่สามารถเทียบมาตรฐานกับนานาชาติได้

     โดย 5 ประเด็นดังกล่าวได้บรรจุไว้ในโครงการ ทะเลไทยไร้ขยะ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ สังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย ซึ่งได้เริ่มการวิจัยมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว ภายใต้โครงการวิจัยท้าทายไทยที่เน้นการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่ มีการประยุกต์องค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้แก้ปัญหาจริงอย่างครบวงจรและยั่งยืน

ทั้งนี้ วช.​ เป็นผู้กำหนดหัวข้อวิจัยและให้การสนับสนุนทุนวิจัย ซึ่งมีแผนงานในภาพรวมประกอบด้วย

1.การจัดการพลาสติกอย่างครบวงจรตั้งแต่การผลิตในระดับต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยได้ทำงานร่วมกับผู้ผลิตในภาคเอกชนในการวางระบบติดตามผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การผลิตเม็ดพลาสติกจนถึงปลายทาง เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตผลิตภัณฑ์ การนำไปใช้ และการกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง เพื่อกำจัดปัญหาขยะที่ทิ้งสู่ทะเลจากบนบกในระยะยาวและเป็นการกำจัดปัญหาขยะทะเลจากต้นทาง

2.องค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวตามมาในภายหลัง โดยการทำงานร่วมกับผู้ผลิตและภาคประชาสังคมเพื่อให้เกิดนวัตกรรมเชิงเทคโนโลยีและเชิงสังคม รวมถึง การสร้างผลิตภัณฑ์จากขยะพลาสติก และรีไซเคิลพลาสติกที่ การกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของขยะพลาสติกหรือผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการนำมาใช้งานและกำจัด การสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่เพื่อร่วมกันผลักดันนโยบายและสร้างความตระหนักรวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาผ่านระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

3.การวิจัยเพื่อจัดการขยะทะเลตกค้างที่มีขนาดใหญ่จนถึงไมโครพลาสติก โดยการทำงานร่วมกับ ภาคประชาสังคมในพื้นที่และหน่วยงานระดับท้องถิ่นเพื่อลดและป้องกันปัญหาขยะตกค้างอย่างยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมเชิงเทคโนโลยีและเชิงสังคม รวมถึงการสร้างเครือข่าย “นักรักทะเลไทย” เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมผ่านสื่อหลากหลายรวมถึงสื่อสังคมออนไลน์และกิจกรรมต่าง ๆ การนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อช่วยในการเก็บรวบรวมขยะตกค้าง การกำหนดมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์ไมโครพลาสติก เป็นต้น เพื่อลดผลกระทบของขยะพลาสติกตกค้างในทะเลในระยะยาวอย่างยั่งยืน​ “ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม สามารถลดการสูญเสียชีวิตของสัตว์ทะเลจากขยะพลาสติก และสัตว์ทะเลจะได้รับการป้องกันจากอันตรายและผลกระทบจากขยะทะเลในที่สุด”

     ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือและตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวในทุกภาคส่วน วช. จึงจัดการแถลงข่าว เรื่อง “พะยูนมาเรียม” “ทะเลไทย” ต้อง “ไร้ขยะ” ที่ได้ร่วมกันงานขึ้นในครั้งนี้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​