นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ โรงเรียนต้นแบบแห่งการปฏิรูปการศึกษา ในการใช้ ธรรมนำปัญญาแห่งแรกของประเทศไทย

          เมื่อวันที่ (13 ก.ย.62) เวลา 14.35 น. อ. เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนา โพธิคุณ โรงเรียนต้นแบบแห่งการปฏิรูปการศึกษา ในการใช้ ธรรมนำปัญญาแห่งแรกของประเทศไทย

          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีชมการเรียนการสอนภาษาจีน ณ ห้องเรียนภาษาจีน โดยกล่าวทักทายเด็กนักเรียนเป็นภาษาจีนว่า “หนีห่าว” และชมการวาดภาพดอกเหมย ศิลปะการตัดกระดาษรูปภาพต่าง ๆ รวมทั้งศิลปะการเขียนพู่กันจีน และเขียนชื่อ “ประยุทธ์” เป็นภาษาจีนลงในกระดาษสีแดง  และเยี่ยมชมห้องเรียนภาษาอังกฤษและห้องเรียนคอมพิวเตอร์  จากนั้นแวะชมโรงอาหารของวิทยาลัยอาชีวศึกษาฯ ร่วมสาธิตการทำอาหารใบเหลียงผัดไข่  เกี๊ยวหมูหมาล่า  ข้าวเหนียวน้ำตาลหวานร่วมกับพ่อครัวคนไทยและพ่อครัวต่างประเทศ และนั่งรถรางเยี่ยมชมแปลงเกษตร ฟาร์มไก่ บริเวณรอบวิทยาลัยฯ ก่อนเดินทางไปยังหอประชุมใหญ่วิทยาลัยอาชีวศึกษาฯ เพื่อพบประชาชนและนักศึกษา

          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณที่มีการจัดการเรียนการสอนระดับอาชีวศึกษาที่มุ่งส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณภาพ เป็นโรงเรียนต้นแบบแห่งการปฏิรูปการศึกษาที่ใช้ธรรมนำปัญญาแห่ง  พร้อมขอบคุณมูลนิธิ  พร้อมขอให้สานต่อความเข้าใจบนพื้นฐานของสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ คนไทยต้องรักและสามัคคี ขอให้นำสิ่งเหล่านี้บรรจุอยู่หลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนมีหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญทั้งนี้  รัฐบาลพัฒนาคนโดยมุ่งเน้นเรื่องการศึกษา เน้นเสริมทักษะด้านภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีดิจิตอล เพื่อประดิษฐ์คนให้ตรงตามความต้องการตลาดแรงงาน  โดยอบรมธรรมะควบคู่เข้าไปด้วย ตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชดำรัสไว้ว่าความรู้ คู่คุณธรรม  ซึ่งทุกคนสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

          นายกรัฐมนตรียังได้หยิบยกศักยภาพ 3 อย่างของประเทศไทยที่สำคัญ คือ ธรรมขาติที่สวยงาม อาหารอร่อย  และรอยยิ้มสวยงาม ซึ่งเป็นเสน่ห์ของคนไทย ในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย ด้วยไมตรีจิตพร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เปิดเพลง “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” จากโทรศัพท์มือถือของตนเอง พร้อมกล่าวทึ้งท้ายว่า “เกิดเป็นคนไทย ตายอย่างไทย ต้องสำนึกในแผ่นดินไทย ซึ่งทุกคนต้องทำหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยด้วย”

——————–

ขอบคุณข้อมูล – กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

สมศักดิ์ ลงพื้นที่สุโขทัยรับฟัง แลกเปลี่ยนข้อมูลภัยแล้ง อุทกภัย พร้อมหาแนวทางพัฒนาลุ่มน้ำยม ชี้ ปม “แก่งเสือเต้น” ต้องดูผลดี-ผลเสียให้รอบด้าน

สมศักดิ์ ลงพื้นที่สุโขทัยรับฟัง แลกเปลี่ยนข้อมูลภัยแล้ง อุทกภัย พร้อมหาแนวทางพัฒนาลุ่มน้ำยม ชี้ ปม “แก่งเสือเต้น” ต้องดูผลดี-ผลเสียให้รอบด้าน

         วันที่ 15 กันยายน 2562 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ โดยมีพี่น้องประชาชนจาก จ.แพร่ และพะเยา มาเข้าพบ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการพัฒนาลุ่มน้ำยม และปัญหาภัยแล้ง-อุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหานั้น เรามี เช่น การสร้างเขื่อน การสร้างฝาย แต่ก็ยังมีคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อลูกหลานภายในวันข้างหน้า บริเวณดังกล่าวนั้นใกล้กับ “แก่งเสือเต้น”ทำให้คนที่เคยคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น เกรงว่าหากมีการสร้างเขื่อนหรือฝาย จะกินพื้นที่ของบริเวณที่น้ำท่วมไปไกล เราจึงไม่อยากให้กระทบความรู้สึกตรงนั้น และเรื่องเดิมที่มีผลกระทบจิตใจอาจจะเกิดจากการได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ทำให้หลายคนเกิดความกังวล

          การลดระดับการก่อสร้างลง อาจจะไม่กระทบก็ได้ ซึ่งในวงสนทนาเราแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้เห็นด้วย ผู้ไม่เห็นด้วย และกลุ่มนักวิชาการ NGO ซึ่งเราต้องรับฟังเสียงของพวกเขาให้ครบถ้วน ว่าจะมีข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบกับคนในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน คงต้องหาทางสำรวจพูดคุยกับหลายๆ กลุ่มให้มากที่สุด ซึ่งขณะนี้การจะสร้างเขื่อนยังบอกไม่ได้ว่าจะมีหรือไม่ หรือจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งทางอื่นอย่างไร อยู่ที่ประชาชนในพื้นที่และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นว่า คุ้มค่าที่จะทำหรือไม่ ต้องรอดูต่อไป ทั้งนี้ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ แต่ในฐานะคนในพื้นที่ก็อยากที่จะรับฟังและช่วยสะท้อนสิ่งต่างๆ ไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เราต้องรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน” นายสมศักดิ์ กล่าว…

—————————

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากสุโขทัย

จันทบุรี-ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสวนพฤกษ ศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙ โดยคณะกรรมการผู้ก่อตั้ง

จันทบุรี-คณะกรรมการผู้ก่อตั้ง มูลนิธิสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙ บ้านเสม็ดงาม จ.จันทบุรีกำหนดแล้วเสร็จปี 2565

         วันนี้ ( 15 ก.ย.62 ) นายสนิท อักษรแก้ว ประธานคณะกรรมการผู้ก่อตั้ง มูลนิธิสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ได้นำคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย พลเรือเอก วีระพันธ์ สุขก้อน/พลเรือเอก ธนาธร ขจิตสุวรรณ นางพจนา กิจกาญจน์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเยี่ยมชมติด ตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙ บ้านเสม็ดงาม จ.จันทบุรี ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเล ร่วมกับคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้จัดทำโครงการสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติร. ๙ พื้นที่ป่าชายเลน บริเวณบ้านเสม็ดงาม จันทบุรีเนื้อที่ประมาณ 518 ไร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

         ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีได้เสด็จพระราชดำเนินถึง 2 ครั้ง ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าตามลำดับ คาดแล้วเสร็จประ มาณปี 2565 โดย สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙ บ้านเสม็ดงามจะเป็นแหล่งรวบรวม จัดแสดงพรรณไม้ป่าชายเลนจากพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของโลก และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เป็นสถาบันแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านพฤกษศาสตร์ และการใช้ประโยชน์ จากพรรณไม้ป่าชายเลนที่เหมาะสมและเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประ ชาชาติ ( Sustainable Development Goals, SDGs ) รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และนักท่องเที่ยว สวนพฤกษศาสตร์

         ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙ นี้ นับเป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของโลก และจักเป็นที่รวบรวมของ นักวิจัยและผู้สนใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการศึกษาวิจัย อบรม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของป่า ไม้และระบบนิเวศป่าชายเลนอย่างยั่งยืน อย่าง ไรก็ตาม คณะกรรมการผู้ก่อตั้ง มูลนิธิสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติได้ฝากให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดจันทบุรี และประชาชนได้ร่วมกันเติมเต็ม ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนตลอดไป

—————————

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มอบทุน”คุณธรรมนำชีวิต” นักศึกษา ม.ราชภัฏรำไพพรรณี

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษา “คุณธรรมนำชีวิต” 3 แสนบาทให้นักศึกษา มร.รภ.รำไพพรรณี

         15 ก.ย. 62 เวลา 09.00 น. พระครูประดิษฐ์ศาสนการ ประธานสงฆ์ของกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง นำคณะสงฆ์ ประกอบด้วยพระครูพุทธบริบาล ประธานกองทุนนิธิพระ บาทพลวง, พระครูพิพิธพัฒนการ รองประธานกองทุนฯ, พระครูโสภณจันทสาร, พระครูสุจิตกิตติวัฒน์ และพระครูปริยัติธรรมานุสิฐ มอบทุนการศึกษา “คุณธรรมนำชีวิต” ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จำนวนทั้งสิ้น 100 ทุน ทุนละ 3,000 บาท ณ หอประชุมรำไพพรรณี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี รวมเป็นเงินที่มอบในวันนี้ทั้งสิ้น 3 แสนบาท

         ว่าที่เรือโทเอกชัย กิจเกษาเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เปิดเผยว่า นักศึก ษา ที่เข้ารับทุน “คุณธรรมนำชีวิต” (กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง) ประกอบไปด้วยนักศึกษาที่มีคุณธรรม มีความประพฤติเรียบร้อย ขยันศึกษาเล่าเรียน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 100 คน เพื่อเป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายให้กับนักศึกษา โดยทางกองพัฒนานักศึกษา ร่วมดูแลและอำนวยความสะดวกประสานงานการรับทุนจากกองทุนดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

          สำหรับกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง เกิดจากเงินที่นักแสวงบุญร่วมบริจาคในช่วงงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงของทุกปี โดยได้มีการนำเงินดังกล่าวสมทบทุนการก่อสร้างร่วมกับคณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ บริษัท ห้างร้าน และประชาชน สร้างอาคารสงฆ์ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏด้วย การจัดกิจกรรมมอบทุนกองทุนนิธิพระบาทพลวง จะมีพิธีมอบทุนเพื่อการศึกษาเยาวชน ครั้งที่ 2 พร้อมการจัดแสดงนิทรรศการและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเด็กนักเรียน ณ พุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี ในระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2562 นี้

—————————

ข่าว : งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
โทร. 0-3931-9111 e-mail : pr.rbru@rbru.ac.th

สัตหีบ – จัดแข่งขันสนุกเกอร์ Connors 6แดงพิเศษ ชิงถ้วยพร้อมเงินรางวัลกว่าสามหมื่นบาท

          วันนี้ 14 ก.ย.62 ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.เขต8 ชลบุรี มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันสนุกเกอร์ Connors 6แดง พิเศษ 2 รุ่น ณ โต๊ะConnors สนุกเกอร์ คลับ ถนนสุขุมวิท อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นาย เทิดศักดิ์ ครุฑน้อย เจ้าของโต๊ะ Connors สนุกเกอร์ คลับ เป็นผู้จัดการการแข่งขัน พร้อมด้วยประชาชาชนที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ร่วมให้การต้อนรับ

         ซึ่งในวันนี้ยังมี นาย พิสิษฐ์ จันทร์ศรี (อ.หยิกสำโรง) แชมป์โลก มาสเตอร์ 3 สมัยซ้อน แชมป์โลกประเภททีม 3 สมัยซ้อน ปัจจุบันอันดับ 6 ประเทศไทย ได้ส่ง ด.ช.เจริญ จันทร์ศรี (น้องเพิ่ม) อายุ 10 ปี จากโรงเรียน เทศบาลบ้านศรีมหาราชา จังหวัดชลบุรี ดีกรีแชมป์ สนุกเกอร์ ดำเดือด ช่องสาม 4 สมัยซ้อน มาเข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้อีกด้วย

         นาย เทิดศักดิ์ ครุฑน้อย กล่าวว่า สำหรับการแข่งขัน สนุกเกอร์ Connors 6 แดง พิเศษ 2 รุ่น คือ รุ่นประชาชนทั่วไป และรุ่นมือบ้านๆและเยาวชน ชิงเงินพร้อมถ้วยรางวัล รวมกว่า 30,000 บาท จัดในระหว่างวันที่ 13 กันยายน 2562 ถึง วันที่ 16 กันยายน 2562 โดยเปิดให้ประชาชน เยาวชน ทั้งในพื้นที่สัตหีบและนอกพื้นที่ มาสมัครร่วมการแข่งขัน ไม่จำกัดอายุของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้เข้าร่วมการแข่งขันแสดงความสามารถในกีฬาสนุกเกอร์อย่างเต็มความสามารถ และมีน้ำใจเป็นนักกีฬาเป็นสำคัญ

          ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาทุกชนิด นอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยให้แก่ผู้เล่นแล้ว ยังส่งเสริมให้มีการออกกำลังกาย มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัยซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความรักใคร่กลมเกลียวกัน และยังเป็นการสร้างสรรค์ความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาองค์ บุคคล ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

————————–

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – ปชช.แห่ส่องเลขอ่างน้ำมนอาศรมฤๅษีเณรก่อนวันหวยออก

         เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.ย. 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 บางปะอิน-ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาดูตัวเลขในอ่างน้ำมนต์ก่อนวันหวยออก พร้อมกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรมฤๅษีเณร ร่วมพิธียกพ่อแก่ปู่ฤาษีพรหมเมศ และกุมารเจ้าสัวเฮง เพื่อเสริมบารมี เสริมโชคลาภ การงานการเงินและเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว และร่วมพิธีลงนะหน้าทอง สาลิกาลิ้นทอง เจิมกระเป๋าเงิน เขย่าเสี่ยงเซียมซี

         โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่มาจะมาดูตัวเลขที่ลอยเหนือผิวน้ำภายในอ่างน้ำมนต์ โดยประชาชนได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพภายในอ่างน้ำมนต์หลาย ๆ มุมเอาไว้ดูตัวเลขจากน้ำตาเทียนสีแดง ซึ่งปรากฏตัวเลข 2,9,1,4,3,0 ซึ่งตัวเลขจากน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณร ที่ปรากฏเห็นตัวเลขเด่นชัด ด้าน นางสาว ถริทิพย์ ทองคำ อายุ 25 อยู่บ้านเลขที่ 47 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนมาจากสมุทรปราการ มาที่อาศรมฤๅษีเณรเป็นครั้งที่ 6 แล้ว และวันนี้มาถวายปลาตะเพี้ยน ชุดกุมาร พร้อมประทัด ให้แก่กุมารเจ้าสัวเฮงเพราะได้โชคลาภจากกุมารเจ้าสังเฮงไป

—————————-

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

นครนายก – ตร.พาเด็กสาว17ปีไปชี้จุด เร่งหาหลักฐานเพิ่มเติม

คืบหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวเด็กสาววัย 17 ปี ไปบ้าน ที่นายปราโมทย์พาไปข่มขืน ซึ่งอยู่ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อหาหลักฐานพยานเพิ่มเติม

         ที่นครนายก พ.ต.ตวีระศักดิ์ ญาณวุฒิโท สว.สอบสวน สภ.เมืองนครนายก พร้อมพ.ต.ต.อชิรวิชญ์ แสนคำ สว.สืบสวนสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจาก สภ.เมืองนครนายก ได้พาตัวเด็กสาววัย17ปีกับแม่ไปยังบ้านเลขที่ 73 หมู่ 4 ต.วังไทร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของนายปริญญา ศรีโคกกรวด เพื่อนของนายปราโมทย์ที่ก่อเหตุคดีข่มขืนนาน 4 วันโดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน 2 ชั้น และได้พบกับนายปริญญา เพื่อนของนายปราโมทย์ กำลังอยู่ในบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบปากคำเพิ่มเติม

         โดยนายปริญญาบอกว่านายปราโมทย์ได้พาเด็กสาวคนดังกล่าวมาอยู่ที่บ้านของตนจริง แต่ดูลักษณะท่าทางเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ เด็กผู้หญิงดูเงียบๆไม่ค่อยพูดตนจึงคิดว่าเป็นแฟนกัน เพราะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด พากันไปซื้อของมาทำกินที่บ้านของตน ต่อมาได้พาตัวเด็กสาวคนดังกล่าวลงจากรถแล้วพาไปชี้จุดที่ถูกข่มขืน ซึ่งอยู่ภายในบ้านโดยใช้ตู้ไม้กั้นทำเป็นห้องและมีผ้าปิดเอาไว้ธรรมดา นอกจากนี้ยังมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลม ยังอยู่ในสภาพเดิม เจ้าหน้าที่จึงถ่ายรูปและเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยนายปริญญาบอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่า ไม่ทราบว่านายปราโมทย์ได้ลวงเด็กสาวคนดังกล่าวมาจากนครนายก แต่วันที่จะกลับ ได้บอกว่าจะไปจังหวัดปราจีนบุรีต่อไป หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยจนมาทราบข่าวจากสื่อต่างๆว่านายปราโมทย์ได้ลวงเด็กคนดังกล่าวมาที่บ้านของตนเป็นคดีดังกล่าว

     โดยหลังจากนั้นได้พาตัวเด็กสาวไปชี้บ้าน ที่คืนนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดเอาไว้ที่บ้านที่นายปราโมทย์เรียกว่าเจ๊ แต่ไม่พบตัวเจ๊คนดังกล่าวและบ้านก็ปิดไว้พบเพียงเพื่อนบ้านโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าบ้านหลังดังกล่าวมีส่วนพัวพันกับคดียาเสพติดชัดเจน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับนายปราโมทย์แล้ว และจะตามจับนายปราโมทย์มาดำเนินคดีทางกฏหมาย …

—————————

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คณะศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. ลงพื้นที่ จ.ยะลา รับทราบความคืบหน้าการปฏิบัติงานที่สำคัญของ ศอ.บต. ในห้วงที่ผ่านมา

          วันนี้ (13 กันยายน 2562) พลโท วาสิฏฐ์ มณีโชติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมประชุมรับทราบความคืบหน้าของการปฏิบัติงานสำคัญของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในห้วงที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมใหญ่ 303 ชั้น 3 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีนายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้อำนวยการกอง กลุ่ม และเจ้าหน้าที่จาก ศอ.บต. ร่วมต้อนรับ และร่วมการประชุมในครั้งนี้

         นายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ. บต. ยังคงรักษาแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยยึดหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างเอก ภาพและการบูรณาการของทุกหน่วยงานในพื้นที่ในการแปลง นโยบายไปสู่การปฏิบัติ การเพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่รัฐที่มาปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อที่จะทำให้การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดความสันติสุข

          ด้านพลโท วาสิฏฐ์ มณีโชติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. ได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของ ศอ.บต. และขอขอบคุณผู้บริหารทุกคนที่ให้การต้อนรับการมาเยือนในครั้งนี้ มั่นใจ เชื่อใจ และสบายใจ ต่อความก้าวหน้าทางด้านพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ศอ.บต. ได้พัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ จึงทำให้ปัจจุบันในพื้นที่เศรษฐกิจมีนักธุรกิจมาร่วมลงทุนเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันเกิดความสันติสุข ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

—————————-

#คณะศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. #จังหวัดยะลา #ความคืบหน้าการปฏิบัติงานที่สำคัญของ ศอ.บต.#ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล – ผู้สื่อข่าว : อัมรัน แมหะ/ ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.ยะลา

สำนักข่าวความมั่นคง

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง มอบเมล็ดพันธุ์พืช, ข้าวสาร, เสื้อผ้าให้กับกลุ่มซาไก หลังจากหลงเข้าเมือง พร้อมนำรถ 6 ล้อ ส่งซาไกกลับป่าฮาลาบาลา

จากกรณีที่กลุ่มชนเผ่าอัสรี หรือซาไก ที่พักอาศัยอยู่ในป่าฮาลาบาลา ใกล้ฐานดาหลา อำเภอธารโต ซึ่งเป็นฐานเก่าของเจ้าหน้าที่ ตชด.445 เดินทางมาหานายนาเซ โต๊ะเฮง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง เพื่อขอเมล็ดพันธ์พืชไปปลูกใช้ดำรงชีพ บริเวณที่พักอาศัย

          วันนี้ (13 ก.ย. 62) นายนาเซ โต๊ะเฮง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ ฉก.ตชด.44 , อส , ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ข้าวสาร เสื้อผ้าไปมอบให้กับกลุ่มซาไกที่มาพักอยู่ในขนำของชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลยะรม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สร้างความดีใจให้กับซาไกกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก หลังจากพบปะพูดคุยกินข้าว มอบสิ่งของเรียบร้อยแล้ว นายนาเซ โต๊ะเฮง ก็ได้ประสานนายชาคร คงเสรีกุล ปลัดอำเภอเบตง หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ขอสนับสนุนรถ 6 ล้อ ของที่ว่าการอำเภอเบตง นำกลุ่มซาไกไปส่งที่นิคมสร้างตนเองเบตง บ้านอัยเยอร์ควีน หมู่ที่ 8 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

          นายนาเซ โต๊ะเฮง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติบางลาง เล่าว่า ซาไกกลุ่มนี้รู้จักกับตนมานานแล้ว เวลาตนไปเดินลาดตระเวนในป่าฮาลาบาลา เวลาพบเจออุปสรรค์ปัญหาอย่างเช่น ข้าวสาร อาหารหมด เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถมาส่งเสบียงได้ ก็จะได้ซาไกให้ความช่วยเหลือ โดยให้เงินซาไกเดินเท้าออกมาซื้ออาหารที่หมู่บ้านอัยเยอร์ควีน หรือหมู่บ้านนากอ ตำบลอัยเยอร์เวง จึงทำให้มีความสนิทสนมและไว้ใจกัน การที่ซาไกออกมาจากป่าฮาลาบาลา มาหาตนในครั้งนี้เนื่องจากเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ตนได้ให้ซาไกกลุ่มนี้ช่วยถางหญ้าเพื่อสร้างสนามให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอด จากนั้นก็ได้บอกกับซาไกว่า หากเข้าไปเจอกันในครั้งต่อไป จะนำเมล็ดพันธุ์พืชไปให้ปลูก แต่ก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลย เพราะซาไกไม่อยู่เป็นหลักแหล่งย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย เมื่อซาไกกลุ่มนี้ได้เดินทางมาถึงบ้านจุฬาภรณ์ 10 จึงได้ให้ชาวบ้านพามาหาตน

—————————

#เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ #อุทยานแห่งชาติบางลาง #เมล็ดพันธุ์พืช ข้าวสาร เสื้อผ้า #กลุ่มซาไกหลงเข้าเมือง #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล – ผู้สื่อข่าว : อดินันท์ มะลี/ ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สวท.เบตง จ.ยะลา

สำนักข่าวความมั่นคง

สงขลา-เขาหินล้านงาม ต้อนรับนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม

          เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา พล.ต.ชัชภณ สว่างโชติ รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธาน เปิดกิจกรรม เข้าค่ายเปิดโลกทัศน์เรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อสร้างสังคมสันติสุขด้วยตัวเราเอง โดยมีครูนักเรียน จากโรงเรียนพัฒนาสาธิตวิทยายะลา กว่า 300 คน ผู้นำในพื้นที่พร้อมด้วย ชาวบ้านหินล้านงาม ม.5 ต.ตาชี บ้านเจาะกลาดี ม.8 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา และ บ้านหาดทราย ม.6 ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย สงขลา หน่วยสันติสุข กอ.รมน. 4 ฉก.47 รวม 500 คน

          โดยมี พันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พ.อ.อภิชัย เรืองฤทธิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ดร.กัญจน์ คงหนู นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือนหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน ที่ 47 นายพสิษฐ์ ศรีสุข นายก อบต.ตาชี นายอนันต์พง โฆษิตโภคินัน กำนันต.ตาชี นายอนุวัฒน์ ทองธรรมชาติ ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 นายพีระพงษ์ การะเกตุ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาชีมะลูดิง ปาเต๊ะเล๊าะ, นายกอบต.ธารคีรี อ.สะบ้า ย้อย จ.สงขลา, นายอดุลย์ ปะแตเลาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนธรรมคีรีวิทยา ร่วมกันจัดกิจกรรมร่วมกับ ชาวบ้านในพื้นที่ 3 ชุมชน 2 วัฒนาธรรม ต.ตาชี ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลาและ ต.ธารคีรี อ.สะบ้ายอย จ.สงขลา ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขท่ามกลางความไม่สงบในพื้นที่

          กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อ ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เกิดจิตสำนึก มีทัศนคติที่ดี และยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม ที่ สามารถอยูู่ร่วมกันได้

          สำหรับ กิจกรรมเริ่มจาก ขบวนออฟโรด โดยมีรถจี๊ป ซึ่งเป็นรถที่มีทั่วไปในต.ตาชี เพื่อให้ชุมชน ได้ชื่นชมจากนั้นจะมีกิจกรรม เข้าฐาน การดำรงค์ชีพในป่า ลอดถ้ำยาง ข้ามตาข่าย และใต๋ผ่าต้นยาง นอกจากนั้น นักเรียนที่ร่วมกิจกรรมจะได้ สัมผัส แสงสุดท้าย ในเวลากลางคืน สามารถชมแสงไฟระยิบระยับจากชุมชนก่อนจะมา ชมแสงแรกของวันใหม่และบรรยากาศทะเลหมอกยามเช้า รวมทั้งได้เล่น น้ำตกแกเดะที่เย็นช่ำ ก่อนปิดกิจกรรมก็จะได้รับ มอบใบประกาศนียบัตร และได้เรียนรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียงจาก ศูนย์เรียนรู้เศรษฐ์พอเพียง นพค. 42 อีกด้วย

          พล.ต.ชัชภณ สว่างโชติ รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธาน กล่าวว่า กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่ดีมาก อยากให้จัดอย่างต่อเนื่อง เพราะ สิ่งที่เกิดขึ้น น้องๆสามารถนำไปเรียนรู้กับชีวิตได้ดี เกิดความอดทน และมีความสามัคคี

         นางสาวรอกีเยาะ อาบู ประธาน กลุ่มจิตอาสารักษ์บ้านเกิด บูเกะโต๊ะบีแด หินล้านงามตาชี ม.5 ต.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า เป้าหมายหลักๆของการจัดกิจกรรม คือ เราต้องการแสดงให้สังคมภายนอกได้เห็นถึง สังคมพหุวัฒนธรรมที่ 3 ชุมชน ตาชี หาดทราย เจาะกลาดี ยังอยู่ร่วมกันได้ และอยากดึงคนจากนอกพื้นที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชน โดยการจัดกิจกรรมเข้าค่าย ในพื้นที่ อีกทั้งยังต้องการให้เด็กเยาว์ชนรุ่นใหม่ ในพื้นที่ ได้มีอาชีพ มีกิจกรรมดีๆร่วมกัน และ เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดี มีความเข้าใจกัน มีพื้นที่ สำหรับทำกิจกรรม ระหว่างชาวบ้าน ผู้นำในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้ โดยมีการควบคุม จากพันเอกชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำพวกเราจึงทำให้พวกเราสามารถเตรียมพร้อมงานได้ตามเป้สหมายที่ทุกคนคาดหวัง และมี บรรณาธิการศูนย์อิศรา ที่ช่วยเราทุกอย่างอีกคนที่อยู่เบื้องหลัง ของกิจกรรมวันนี้

          นักเรียน โรงเรียนพัฒนาสาธิตวิทยา กล่าวว่า พวกเราทั้งหมดที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นนักเรียนจากโครงการALL in One อัลมุคอยยัมอัตตัรบาวีย์อัลอิสลามีย์ ครั้งที่ 4 ทีี่ได้มาเข้าค่ายลูกเสือชมวิถีชีวิต หินล้านงามพร้อม สานสันติสุขสู่ชุมชน และยังได้ ผจญภัยในสวนผลไม้ได้ชม ไอหมอก ดินแดนแห่งสองเมืองยะลาและสงขลา สวยงามมากเอดเวนเจอรมาก ขอบคุณทางผู้้จัดที่มีกิจกรรมดีๆให้พวกเรา/.

—————————-

ขอบคุณข้อมูล : Yala ToDay ยะลา ทูเดย์

สำนักข่าวความมั่นคง