นครนายก – เกิดไฟไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ชลประทาน

เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรลุกไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ชลประทานบริเวณชั้น 2 วอด

         พ.ต.ต.สุรินทร์ สมบุตร สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ได้รับแจ้งเหตุเกิดไฟไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ชลประทาน ซอยชลประทาน หมู่ที่ 1 ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ใกล้เขื่อนขุนด่านปราการชลฯ จึงไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมรถบรรทุกน้ำชล ประทาน รถดับเพลิงองค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง กู้ชีพสาริกาและมูลนิธิร่วมกตัญญูจุคหินตั้ง พบบ้านพัก 2ชั้น ปลูกติดกันแบบบ้านแฝด เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ที่ชั้น 2 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงระดมกำลังฉีดน้ำสกัดเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

         เมื่อตรวจสอบที่ถูกไฟไหม้คือบ้านเลขที่ 11/9 หมู่ที่ 1ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีนายมานิตย์ เฆขลา เป็นเจ้าของบ้าน ทำงานอยู่ที่ชลประทานจังหวัดนครนายก ในขณะเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้านออกไปทำงานที่ชลประทานตั้งแต่เช้า คาดว่าจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนค่าเสียหายยังประเมินไม่ได้

          จากการบอกเล่าของนางพรธิตา พวงทอง สมาชิก อบต.หินตั้ง ซึ่งมีบ้านพักติดกับบ้านที่ถูกไฟไหม้เล่าตนนั้นกำลังนั่งสวดมนต์อยู่ในบ้านและมีน้องกับแฟนมาเรียกว่าเกิดไฟไหม้ที่บ้านติดกันจึงได้รีบออกมาดูพบไฟกำลังลุกไหม้ที่ฝ้าเพดานที่ชั้น 2 ตนจึงได้ไปเอาสายยางมาฉีดน้ำและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รอดซุ้มดาบปลายปืน เกษียณอายุราชการอย่างสมเกียรติ ในงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี นรจ.19

ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียนพัทยา จังหวัดชลบุรี นาวาเอก สายัณห์ กิจบำรุง ประธานรุ่นนักเรียนจ่าทหารเรือรุ่น 19 (นรจ.19) ได้ร่วมกับคณะกรรมการรุ่นฯ จัดงานพบปะสังสรรค์และงานเกษียณอายุราชการ ของ นรจ.19

         โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือโท อนุชา นาคทับทิม นายทหารปฏิบัติการพิเศษสำนัก งานนายทหารปฏิบัติการพิเศษ ในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ เป็นประธานในพิธี มีเพื่อนๆ นรจ.รุ่น 19 พร้อมครอบครัว และแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ดร.สถิระ เผือกประพันธ์ สส.เขต 8 ชลบุรี นาย สมประสงค์ วังแก้วกิรัญ ผู้ช่วย สส.ฯ นายกิตติ วุฒิปัญญารัตนกุล เจ้าของบริษัทดงลานศิลาขอนแก่น และเหรัญญิกกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ร่วมเป็นเกียรติและมอบเงินสนับสนุนให้กับกองทุนรุ่น นรจ.19 ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

          โดยภายในงานได้จัดให้มีวงดนตรีจากกองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือสัตหีบ มาขับกล่อมสร้างความบันเทิง การแสดงท่าอาวุธพิเศษ หรือแฟนซิดริล จากนักเรียนจ่านาวิกโยธิน กองนักเรียนจ่า ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และที่เป็นไฮไลน์ของการจัดงานในวันนี้ ได้แก่ การจัดให้มีพิธีรอดซุ้มดาบปลายปืน ให้แก่เพื่อนร่วมรุ่นที่เกษียณอายุราชการ ในปี 2562 นี้ จำนวนกว่า 80 นาย นับเป็นเกียรติอันสูงยิ่งของเพื่อนๆ ที่ครบเกษียณอายุราชการในครั้งนี้

          น.อ.สายัณห์ฯ ประธานกรรมการจัดงานฯ กล่าวว่า การรวมตัวกันของ นรจ.19 หลังจากร่วมเรียน ร่วมฝึกและร่วมเป็นเพื่อนกันมาในรั้วราชนาวีแห่งกองทัพเรือไทย จนถึงวันนี้ นับเป็นปีที่ 43 ไดัเกิดเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ และเราต่างสัญญากันไว้ว่าว่า “เราจะไม่ทิ้งกันและจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป” หลังจากในช่วงเช้าของวันนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบนัดพบกันเป็นปีที่ 43 ได้ร่วมทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่สละชีพเพื่อชาติทเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเสียชีวิตจากกรณีอื่นๆ รวมแล้วหลายสิบนาย ณ วัดเขาบำเพ็ญบุญ อ.สัตหีบ จ.ชล บุรี มีเพื่อนร่วมรุ่นและครอบครัวต่างเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ด้วยความรัก ความคิดถึงและความโหยหาที่มีต่อกัน บางคนไม่ได้พบเจอกันนาน 10-20 ปี จึงบังเกิดเป็นภาพแห่งความร่วมมือร่วมใจกันด้วยมิตรภาพแห่งความอบอุ่นของคำว่า “เพื่อน” ซึ่งยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

          และในช่วงเย็นของวันเดียวกันนี้ ได้จัดให้มีงานพบปะสังสรรค์ ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียนพัทยา ในโอกาสเดียวกันนี้ ด้วยบรรยากาศอันแสนอบอุ่นของคำว่าเพื่อน นอกจากจะเป็นการพบกันในรอบ 43 ปีแล้ว ยังมีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ครบกำหนดเกษียณอายุราชการใน 1 ต.ค.62 นี้ จึงได้กำหนดให้มีการจัดงาน “พบปะสังสรรค์และงานเกษียณอายุราชการ” แสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ที่เกษียณอายุราชการ ในคราวเดียวกันนี้ด้วย

          ในนามของเพื่อนๆ นรจ.19 ต้องขอขอบคุณ ประธานรุ่น น.อ.สายัณห์ กิจบำรุง พร้อมคณะกรรมการฯ ที่ได้ร่วมกันจัดงานในวันนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมและสมเกียรติ โดยไม่มีที่ติ แถมมีเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายในการจัดงานกว่า 2 แสนบาท สมทบเข้ากองทุนรุ่นในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สวนนงนุชพัทยา มอบสุขแด่ พี่น้อง 6 จังหวัด และ 5 เขต กทม. เที่ยวฟรีเดือน “พฤศจิกายน”

สวนนงนุชพัทยา มอบสุขแด่ พี่น้อง 6 จังหวัดและ 5 เขต กทม. เที่ยวฟรีเดือน “พฤศจิกายน”

          เมื่อวันที่ 10 ต.ค.62 นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้แทน จังหวัดสมุทรปราการ ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก และเขตมีนบุรี เขตคลองสามวา เขตหนองจอก เขตคันนายาว เขตลาดกระบัง พื้นที่กรุงเทพฯ ร่วมเปิดโครงการ “ไทยเที่ยวไทย ท่องดินแดนสวนสวยระดับโลก สวนนงนุชพัทยา ยื่นบัตรประชาชน เข้าชมฟรีตลอดเดือน พฤศจิกายน” โดยมี ประชาชนจากจังหวัดผู้ร่วมโครงการ และคณะสื่อมวล ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สวนลอยฟ้า (GARDEN IN THE SKY) สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี

          ในโอกาสนี้ สวนนงนุชพัทยา ยังได้เปิดตัวไดโนเสาร์ คาคูจาร่า หรือไคอูจาร่า (Caiuajara) ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานมีปีก ในวงศ์ตระกูลทาเปจาริด ประจำถิ่นบราซิล มันถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2014 อาศัยอยู่ตามแนวหน้าผาเป็นฝูงใหญ่ ซึ่งหงอนบนหัวอาจทำหน้าที่เหมือนสัญลักษณ์ เพื่อบ่งบอกความแตกต่างระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย

         นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า โครงการ “ไทยเที่ยวไทย ยื่นบัตรประชาชน เข้าชมสวนนงนุชฟรี” ได้เป็นโครงการ ที่เปิดโอกาสให้คนไทยทั้งชาติ มีโอกาสเข้ามาเที่ยวชมสวนนงนุชพัทยา ที่ถูกยกระดับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความสวยงามติด 1 ใน 10 ของโลก โดยแต่ละเดือนจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปในทุกจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เจริญเติบโต และที่สำคัญ คือ ให้คนไทยได้มีความสุขกับสิ่งที่สร้างสรรค์โดยคนไทย ไม่ต้องบินเที่ยวไกลถึงต่างแดน ซึ่งโครงการฯ ได้ดำเนินมาตั้งแต่เดือน พ.ย.61 และคงดำเนินต่อไปจนครบทุกจังหวัดของประเทศ

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878

จังหวัดลพบุรี – ไวพจน์ เพชรสุพรรณ และแฟนเพลง เยี่ยมหลวงพ่ออลงกต พร้อมเลี้ยงเพลพระ วัดพระบาทน้ำพุ

บรรยากาศบริเวณ วัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง ลพบุรี ตั้งแต่เช้า ได้มีศิษย์ยานุศิษย์จำนวนมากเข้าเยี่ยม อาการอาพาธจากอุบัติ เหตุพระราชวิสุทธิประชานาถ(อลงกต) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุอย่างคึกคัก

          โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (11 ตค. 62)   ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายพาน สกุลณี หรือไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศิลปินแห่งชาติ อายุ 77 ปี นักร้องลูกทุ่งชื่อดังระดับตำนานของประเทศ ไทย พร้อมคณะและแฟนเพลงหลายสิบคนที่เดินทางมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเข้าเยี่ยมอาการของหลวงพ่ออลงกต พร้อมทั้งได้นำอาหารคาวหวานมาเลี้ยงเพลพระทั้งวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีแฟนเพลงที่ชื่นชอบและที่มาเยี่ยมหลวงพ่อต่างปลื้มใจที่ศิลปินแห่งชาติ ศิษย์ยานุศิษย์ทั่วทั้งประเทศไม่ทิ้งหลวงพ่อ ไม่ทิ้งผู้ป่วย

         ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าบริเวณวัดพระบาทน้ำพุ ตั้งแต่หลวงพ่อกลับมาจาก รพ.พระนารายณ์มหาราช เพื่อมาขอพักฟื้นที่วัดได้มีลูกศิษย์มาเยี่ยมหลวงพ่อตลอดทั้งวัน ไม่ขาดสาย ซึ่งต้องจัดคิวเยี่ยม เพื่อให้หลวงพ่อได้พักผ่อนบ้าง โดยทางวัดได้ประชาสัมพันธ์ถึงศิษย์ยานุศิษย์ ที่จะข้าเยี่ยมหลวงพ่อได้ ในช่วงเวลาเช้าเวลา 08.00 – 11.00 และช่วงบ่ายเวลา 13.00 – 16.30 น.

          ทั้งนี้อาการล่าสุดของหลวงพ่อ สุขภาพแข็งแรงขึ้นตามลำดับ หน้าตาสดชื่นแจ่มใส โดยมีคณะแพทย์จาก รพ.พระนารายณ์มหาราช ได้เดินทางมาตรวจอาการทุกวัน เช้า-เย็น ทางหลวงพ่อเองก็ไม่อยากปฏิเสธศิษย์ยานุศิษย์ ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด หรือที่ไกลๆ แม้ว่าจะเลยกำหนดเวลาเยี่ยมก็ตาม หลวงพ่อเองก็ยังนั่งให้ลูกศิษย์มากราบนมัสการ มามอบปัจจัยและสิ่งของให้กับหลวงพ่อ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ป่วยวัดพระบาทน้ำพุทั้งที่ ต.เขาสามยอด อ.เมือง ลพบุรี และที่วัดพระบาทน้ำพุ 2 ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง ลพบุรี

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง /รายงาน

สุโขทัย – 2 เด็กชายวัย 9 ขวบ วิ่งหนียักษ์หมดแรง หลับในกอไผ่ คนทั้งหมู่บ้านตามหากันวุ่น

2 เด็กชายวัย 9 ขวบ วิ่งหนียักษ์หมดแรงหลับในกอไผ่ คนทั้งหมู่บ้านตามหากันวุ่น

         เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 62 อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจุดเมืองสุโขทัย ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเด็กสูญหายจำนวน 2 คน ทราบต่อมาชื่อ ด.ช.กฤตภัค หรือน้องฟ้อง อายุ 9 ขวบ และ ด.ช.วรรชนะ หรือน้องลีโอ อายุ 9 ขวบ ทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน บ้านอยู่ที่หมู่ 4 ต.ตาลเตี้ย อ.เมือง จ.สุโขทัย

          ย่าของน้องลีโอ บอกว่า เมื่อช่วง 5 โมงเย็น นายปราโมทย์ อายุ 40 ปี ลุงของน้องลีโอ เจอน้องลีโอกับน้องฟ้องกำลังเล่นน้ำอยู่ในสระกลางทุ่งนา หมู่ 4 ต.ตาลเตี้ย ซึ่งอยู่ห่างบ้านประมาณ 500 เมตร จึงบอกให้รีบกลับบ้าน แต่ทว่าตกเย็นย่าก็ยังไม่เห็นเด็กๆกลับมาเสียที จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศเสียงตามสาย ก่อนชาวบ้านเกือบ 50 คน จะช่วยกันออกตามหา จนถึง 2 ทุ่มครึ่งก็ยังไม่พบ จึงโทรแจ้งตำรวจและขอกำลังกู้ภัยมาร่วม

          ทั้งนี้ ชาวบ้านที่นำข้าวเปลือกมาแช่ในสระน้ำ บอกว่า เห็นอะไรไม่รู้ดำผุดดำโผล่อยู่ในสระ ญาติคิดว่าอาจเป็นเด็กจมน้ำเลยดำน้ำสำรวจดูก่อน พร้อมประสานขอชุดประดาน้ำมาช่วยเหลือ แต่ระหว่างรอจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง เจ้าหน้าที่ก็ได้รับแจ้งจากนายปราโมทย์ ลุงของน้องลีโอ ว่าพบเจอน้องลีโอกับน้องฟ้องแล้ว นอนหลับอยู่ในโพลงกอไผ่ที่อยู่ห่างบ้านมาแค่ 50 เมตร

          นายปราโมทย์ บอกว่า ได้ยินเสียงสุนัขเห่าแถวๆกอไผ่ก็เลยเดินวนดูรอบๆ ปรากฏว่าเจอเด็กทั้ง 2 คน กำลังนอนหลับอยู่ในกอไผ่ รู้สึกโล่งใจมากจึงรีบเดินไปปลุก โดยเด็กที่อยู่ในอาการสลึมสลือ และยังมีอาการตกใจกลัว บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า หลังจากเดินหาปูและลงเล่นน้ำในสระ ก็ได้เดินลัดทุ่งนาจะกลับบ้าน แต่ระหว่างทางเจอยักษ์ ก็เลยพากันวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในกอไผ่ แล้วก็เผลอหลับไป ตื่นอีกทีก็ตอนลุงมาปลุกให้กลับบ้าน

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

จังหวัดจันทบุรี เชิญชวนพสกนิกร ร่วมพิธี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2562

จังหวัดจันทบุรีเชิญชวนพสกนิกร ร่วมพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2562 เช้าตักบาตรข้าวสุก วัดบูรพา / วางพวงมาลา จุดเทียน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ศาลาเฉลิมกระต่าย

         นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม นี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร จังหวัดจันทบุรีได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

โดยช่วงเช้า เวลา 06.30 น.ที่ วัดบูรพาพิทยาราม ( พระอารามหลวง ) จังหวัดจันทบุรีได้จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสุก อาหารคาว – หวาน แด่พระภิกษุสงฆ์ พร้อมถวายผ้าป่า ทุนเล่าเรียนหลวงพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร

หลังจากนั้นเวลา 08.30 น.ที่ภายในศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี จะเป็นพิธีวางพวงมาลา รำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ส่วนภาคค่ำตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลเมืองจันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจะนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธี จุดเทียนน้อมรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที โอกาสนี้ผู้ร่วมงานจะได้ร่วมกันร้องเพลง พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ขณะที่กลุ่มสตรีจิตอาสาในจังหวัดกว่า 200 คน จะร่วมรำเทิดพระเกียรติฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
     

         จังหวัดจันทบุรี จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดจันทบุรีร่วมพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร โดยพร้อมเพรียงกัน การแต่งกาย ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจแต่งเครื่องแบบปกติขาว ไม่สวมหมวก /ข้าราชการทหาร/ตำรวจเครื่องแบบปกติขาว ไม่สวมหมวก พร้อมกระบี่ ถุงมือ / ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดจันทบุรีชุดไทยอมรินทร์โทนสีเหลือง / จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ชุดจิตอาสาพระราชทาน / ประชาชนทั่วไป ชุดสุภาพ ชุดผ้าไทย สุภาพโทนสีเหลือง ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน จัดกิจกรรม “อิ่มนี้เพื่อน้องอิ่มท้อง”

จันทบุรี-คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน จัดกิจกรรมอิ่มนี้เพื่อน้องอิ่มท้องก่อนกลับ นำผู้เข้าประกวด Manhut Thailand 2019 ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ปิดกล่องช็อก ช่วยเหลือเด็กยากไร้

         วันนี้ ( 10 ต.ค.62 ) ที่โรงเรียนวัดวันยาวล่าง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้จัดกิจกรรมปิดกล่องช็อกโดย มี ผู้ปกครองผู้นำท้องถิ่นมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก มีกิจกรรมมอบข้าวสารเพื่อเป็นโครงการอาหารเย็น อิ่มนี้เพื่อน้องอิ่มท้องก่อนกลับ นางบัวเครือ ออมชมภู ผอ.ร.ร.วัดวันยาวล่าง กล่าวว่าโครงนี้โรงเรียนจัดขึ้นมาเป็นปีที่ 3 แล้วในการเลี้ยงอาหารเย็นเด็กนักเรียน ก่อนกลับบ้านทุกคนทุกวันที่มาโรงเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครองเนื่องฐานะของผู้ปก ครองกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ มีอาชีพรับจ้าง และประมงพื้นบ้าน ดังนั้นทางคณะกรรมการศึกษา คณะครูและชุมชนท้องถิ่นได้ร่วมกันจัดขึ้น ปัจจุบันเด็กนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นตามลำดับเนื่องจากท้องอิ่มสมองดี

         และในโอกาสเดียวกันนี้ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดจันทบุรีร่วมกับคณะกองประกวดและ ชมรมสื่อมวลชนภาคตะวันออกและหลายภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดประกวด Manhut Thailand 2019 เพื่อค้นหาหนุ่มหล่อสัญชาติไทย เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประกวด Manhunt international 2020 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 สำหรับการคัดตัวแทนประเทศไทย มาเก็บตัวทำกิจกรรมที่จันทบุรีมีการประกวดชิงตำแหน่งขวัญใจจันทบุรีและขวัญใจสื่อมวลชน ที่หาดเจ้าหลาว ซึ่งวันนี้ได้มาทำกิจกรรมร่วมมอบข้าวสารและทาสีกำแพงโรงเรียนด้วย และมีการประกวดชิงตำแหน่งขวัญใจจันทบุรี เพื่อให้ผู้เข้าประกวดทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองจันทบุรีนำไปเผยแพร่ ต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผวจ.นครศรีธรรมราช เร่งแก้ไขปัญหาที่ดิน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่มีข้อพิพาทกับประชาชนที่ยืดเยื้อมานานนับ 10 ปี

ผวจ.นครศรีธรรมราช เร่งแก้ไขปัญหาที่ดินมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่มีข้อพิพาทกับประชา ชน ที่ยืดเยื้อมานานนับ 10 ปี หลังศาลฎีกาพิพากษาให้รัฐ ทั้งชนะและแพ้คดี เตรียมเยียวยาหาที่ดินจัดสรรให้ผู้ที่แพ้คดี 27 ราย รวมทั้งต้องหาที่ดิน เพื่อจัดสรรให้ผู้ที่เคยได้รับที่ดิน ส.ป.ก.ให้แล้วแต่รัฐแพ้คดี เพื่อคืนสิทธิ์ให้ราษฎรผู้ชนะคดีในที่ดินแปลงเดิมคำสั่งศาลด้วย

         วันนี้(10 ต.ค.62) นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงความคืบหน้า การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยระหว่างราษฎรและมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภายหลักจากที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา 2 คดี คือ

          คดีแรก ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ยืนฟ้องขับไล่ราษฎรจำนวน 35 ราย ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ให้ราษฎรออกจากพื้นที่ที่ตั้งมหาวิทยาลัย แต่ปรากฏว่าบัดนี้ใกล้ครบกำหนด 10 ปีนับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา ซึ่งมหาวิทยาลัยฯได้แจ้งให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.จังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งรัดจัดหาที่ดินให้กับราษฎรที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดได้มีการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับราษฎรแล้ว 2 ราย ๆ ละ 5 ไร่ อีก 6 รายขอรับเป็นค่าชดเชย จึงเหลือราษฎรที่ต้องออกจากพื้นที่ 27 ราย แต่ได้มีข้อตกลงกันว่าขอเยียวยาที่ดินรายละ 5 ไร่ แต่เนื่องจาก ส.ป.ก.ไม่มีที่ดินที่จะจัดสรรให้ราษฎรดังกล่าว เนื่องจากที่ดินที่เตรียมไว้กว่า 100 ไร่ ถูกราษฎรบุกรุกเต็มพื้นที่แล้วเช่นกัน ทำให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนขึ้น แต่ ส.ป.ก.ได้มีการฟ้องร้องกับผู้ที่บุกรุกที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ผลการบังคับคดีหมดสภาพบังคับ 10 ปี ซึ่งทางมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ทำข้อตกลงกับราษฎรที่แพ้คดีทั้ง 27 รายแล้วว่า ยินยอมที่จะออกจากพื้นที่ แต่ขอเยียวยาที่ดินรายละ 5 ไร่ ซึ่งต้องไม่อยู่ห่างไกลจากที่เดิม จึงเป็นประเด็นว่า ส.ป.ก.จะทำอย่างไรดีจะเยียวยาได้ทันท่วงที ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลไทยบุรีและอำเภอท่าศาลา จึงนึกขึ้นมาได้ว่ากระทรวงมหาดไทยเคยอนุมัติให้มหาวิทยาลัยใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่เรียกว่า แปลงหมายเลข 4 จำนวน 700 ไร่ ให้กับมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้นำไปปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ดังนั้นจึงต้องมีการเจรจากับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพื่อขอที่ดินดังกล่าวมาประมาณ 300 ไร่เศษ เพื่อให้ ส.ป.ก.เอามาจัดสรรเยียวยาให้กับ 27 ครอบครัวดังกล่าว จำนวน 135 ไร่ ส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้เป็นสำรอง

         คดีที่สอง ที่รัฐแพ้คดี กรณีที่ราษฎร 3 ราย ยื่นฟ้องส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้หลวงแพ้คดี เนื่องจาก ส.ป.ก.ไปจัดสรรที่ดินที่ราษฎรทั้ง 3 ราย ดังกล่าวเคยมี ส.ค.1 มาก่อน ต้องคืนที่ดินให้ 3 รายนี้ เกือบ 100 ไร่ ซึ่ง ส.ป.ก.ได้ไปจัด สรร ที่ดินให้ราษฎรในแปลงที่หลวงแพ้คดีแล้ว จึงต้องไปจัดหาที่ดินแปลงใหม่ให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ไปก่อนแล้ว เพื่อคืนที่ดินดังกล่าวให้กับราษฎรทั้ง 3 รายที่ชนะคดี ซึ่งต้องจัดสรรที่ดินใหม่รายละ 5 ไร่ให้กับผู้ที่ต้องเคลื่อนย้ายออกจากที่ดินแปลงที่ราษฎรชนะคดี โดยใช้ที่ดินส่วนที่เหลือจากการจัดสรรให้ราษฎร 27 ราย จำนวน 135 ไร่ ซึ่งเหลืออยู่ 100 กว่าไร่ หากได้ตามที่คิดไว้ก็จะลงล็อกพอดี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ว่าจะยินยอมไหม หากสำเร็จจะวินวินด้วยกัน จึงจำเป็นต้องหารือกับ ส.ป.ก. และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อชี้แจงสร้างความกระจ่างให้กับพี่น้องประชาชน

          ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า สำหรับปัญหาต่อไปที่ตนต้องเร่งแก้ไขคือ ปัญหาสุขภาพของพี่น้องประชาชน ซึ่งจากการที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลพบว่า มีผู้ป่วยจำนวนมากที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ จากการสอบถามพบว่าส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม มีการเผาวัชพืช เศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งจะได้พูดคุยกับสาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป..//////////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

กองทัพภาคที่ 4 เตรียมความพร้อมกำลังพล อุปกรณ์รับมืออุทกภัยภาคใต้ พร้อมปล่อยขบวนรถ ส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กองทัพภาคที่ 4 เตรียมความพร้อมกำลังพล อุปกรณ์รับมืออุทกภัยภาคใต้ พร้อมปล่อยขบวนรถส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          วันนี้ ( 10 ตุลาคม 2562 ) ที่หน้าสโมสรรื่นฤดี ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานปล่อยขบวนรถบรรทุกสิบล้อ 5 คัน ส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพภาคที่ 4 ผู้บังคับหน่วยภายในค่ายวชิราวุธ กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. จากหน่วยภายในค่ายวชิราวุธ และภาคส่วนต่างๆ ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยสิ่งของทั้งหมด จะไปนำส่งให้กับกองทัพภาคที่ 2 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่อไป

          พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ตามที่เกิดสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “โพดุล” และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบในหลายจังหวัดเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อน ในการนี้ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 4 จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและรับบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค วัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมสิ่งของบริจาค นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          โดยได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและรับบริจาคขึ้น จำนวน 2 จุด ตั้งแต่ 16 กันยายน 2562 เป็นต้นมา จุดที่ 1 ณ สโมสรรื่นฤดี ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจุดที่ 2 ณ สโมสรค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ดำเนินการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมบริจาคสิ่งของ โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดี สรุปยอดเงินที่ได้รับบริจาคทั้งสิ้น จำนวน 246,400 บาท รวมทั้งสิ่งของอุปโภค บริโภคต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยสิ่งของทั้งหมด จะไปนำส่งให้กับกองทัพภาคที่ 2 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่อไป

          พลตรี สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวด้วยว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไปนั้น ทาง พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาอุทกภัยของกองทัพภาคที่ 4 จำนวน 22 หน่วย เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล เครื่องมือสื่อสารและเครื่องมืออุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยในการเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ทันทีหากเกิดเหตุขึ้น โดยมีการทำแผนเผชิญเหตุโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยประจำพร้อมจัดทำบัญชีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงไว้พร้อมแล้ว โดยบูรณาการร่วมกับจังหวัดและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง..///////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

เทสโก้ โลตัส เดินหน้า ยกระดับคุณภาพอาหารกลางวันเด็กนักเรียนใน 77 โรงเรียนทั่วประเทศ ผ่านโครงการอาหารดี พี่ให้น้อง

เทสโก้ โลตัสมุ่งส่งเสริมคุณภาพอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ ‘อาหารดีพี่ให้น้อง’ พร้อมเชิญชวนลูกค้าประชาชน ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนจัดซื้ออาหารกลางวันมีประโยชน์ให้เด็กๆในโรงเรียนที่ขาดแคลนใน 77 จังหวัดทั่วประเทศตลอดปีการศึกษา

          นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการ ฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัสได้ดำเนินโครงการอาหารดีพี่ให้น้องมาต่อเนื่อง เราสนับสนุนให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศได้เข้าถึงอาหารที่ดีและมีประโยชน์ โดยเทสโก้ โลตัสยังคงมุ่งมั่นที่จะนำอาหารคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการส่งต่อไปยังโรงเรียนที่ขาดแคลนใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เราขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเข้าโครงการในช่วงปิดเทอมตั้งแต่ วันที่ 1 – 31 ตุลาคม”

          “ตลอดทั้งเทอมการศึกษาที่ผ่านมา เราได้เห็นภาพของคุณครูหลายท่านที่ตั้งใจทำอาหารให้กับน้องๆ ทำเมนูที่แปลกใหม่ที่น้องๆ ไม่เคยได้กิน หรือไม่เคยรู้จักมาก่อน โดยเลือกซื้อวัตถุดิบต่างๆ จากเทสโก้ โลตัส สาขาใกล้โรงเรียน​ วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ ต้องการให้น้องๆ มากกว่าเพียงอิ่มท้อง แต่ต้องได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการ และให้น้องๆ ได้มีโอกาสกินอาหารที่แปลกใหม่ ลูกค้าและประชาชนที่ประสงค์จะร่วมสมทบทุนบริจาคกับ เทสโก้ โลตัส สามารถบริจาคเงินได้ที่แคชเชียร์เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้”

          คุณครูปัทมาพร นพรัตน์ ครูโรงเรียนบ้านเพชรน้ำผึ้ง หนึ่งใน 77 โรงเรียนในโครงการอาหาดี พี่ให้น้อง กล่าวว่า “งบประมาณเสริมที่ได้รับจากเทสโก้ โลตัสช่วยให้เราสามารถทำเมนูใหม่ๆ หน้าตาอาหารใหม่ๆ ให้กับเด็กๆ ได้ สร้างความตื่นเต้นให้พวกเขาอยากทานอาหารทุกวัน โดยเมนูส่วนมากก็ค้นหาวิดีโอวิธีการทำจากอินเตอร์เนท มาลองปรับให้เข้ากับรสชาติอาหารของเด็กๆ โดยใช้วัตถุดิบที่ได้รับจากเทสโก้ โลตัส ซึ่งบางอย่างเป็นของที่เด็กๆ ไม่เคยได้กิน เช่น ผลไม้ต่างประเทศต่างๆ กุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ซูชิ เป็นต้น”

          “เทสโก้ โลตัสขอขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ตั้งใจทำอาหารที่ดีให้กับน้องๆได้กิน และเชื่อว่าโครงการ ‘อาหารดี พี่ให้น้อง’ จะไม่สามารถสำเร็จได้หากขาดคุรครูที่มีความมุ่งมั่นให้น้องๆได้กินอาหารที่ดี และลูกค้าประชาชนที่ร่วมบริจาคเงินสมทบทุน เพื่อให้น้องๆได้กินอาหารที่มีโภชนาการตลอดปีการศึกษา” นางสาวสลิลลา กล่าว

สำหรับช่องทางการบริจาค “อาหารดีพี่ให้น้อง” สามารถบริจาคเงินได้โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ และผ่านช่องทางต่างๆ ประกอบด้วย

  1. เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เทสโก้ โลตัส และเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ทั่วประเทศ
  2. โมบาย แบงก์กิ้ง (จะได้รับใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษีผ่านระบบ online –โครงการ eDonation)
  3. โอนเข้าบัญชีรับบริจาค มูลนิธิเทสโก้เพื่อไทย ธนาคารกรุงเทพ ประเภทออมทรัพย์ หมายเลข 057-0-41000-1
  4. สามารถชมคลิป “ฮีโร่อาหารกลางวันนักเรียน” ได้ที่​ https://youtu.be/DmZp6jmy_5w

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทสโก้ โลตัส

          เทสโก้ โลตัส เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเทสโก้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มค้าปลีกชั้นนำของโลก ที่ดำเนินธุรกิจใน 10 ประเทศ ปัจจุบันมีสาขาในประเทศไทยทั้งหมดประมาณ 2,000 แห่ง ใน 3 ขนาด คือขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก รวมถึงช่องทางจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัล 2 ช่องทางหลัก คือเทสโก้ โลตัส ช้อปออนไลน์ และการจำหน่ายสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสชั้นนำ โดยเทสโก้ โลตัส ให้บริการลูกค้ากว่า 15 ล้านคนต่อสัปดาห์

          เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าในประเทศไทย ให้ดียิ่งๆ ขึ้นทุกวัน ด้วยการมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ พร้อมทั้งประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีเยี่ยม ผ่านช่องทางต่างๆแบบออมนิชาแนล ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้กับเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการต่างๆ มากมาย อาทิ โครงการรับซื้อผลิตผลโดยตรงจากเกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง สร้างรายได้ที่เป็นธรรมและยั่งยืนให้เกษตรกรทั่วประเทศ, โครงการ ‘อาหารดี พี่ให้น้อง’ บริจาคอาหารคุณภาพสูงให้โรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ, โครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ บริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดในแต่ละวันแต่ยังรับประทานได้ให้ผู้ยากไร้เพื่อลดขยะอาหาร, โครงการ ‘ภูมิใจไม่ใช้ถุง’ รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกโดยมอบแต้มกรีนพอยท์ให้ลูกค้า และโครงการช่วยเหลือสังคมอื่นๆ อีกมากมาย ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก www.tescolotus.com

Cr.ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754,จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​