จันทบุรี – ประชาชน นักท่องเที่ยว สนใจเดินเลือกซื้อสินค้า ตลาดนัด “ เดิน กิน ชิม เที่ยว @ ตลาดท่าช้าง ( ศิริการ )

https://youtu.be/UVLx9BqMvNw

ประชาชน นักท่องเที่ยว สนใจเดินเลือกซื้อสินค้า ตลาดนัด “ เดิน กิน ชิม เที่ยว @ ตลาดท่าช้าง ( ศิริการ )ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ สินค้าอุปโภค บริโภค ธงฟ้าราคาถูก เปิดจำหน่ายทุกวันเสาร์ – อาทิตย์

เย็นวันนี้ ( 22 ธ.ค.62 ) ที่บริเวณตลาดนัดหมู่บ้านศิริการ ภายในเขตเทศบาลเมืองท่าช้าง นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกิจกรรม เปิดตลาดนัดถนนคนเดิน ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ “ เดิน กิน ชิม เที่ยว @ ตลาดท่าช้าง ( ศิริการ ) ที่มีพ่อค้า แม่ค้า กลุ่มเกษตรกร และประชาชนในชุมชนนำสินค้าอุปโภค บริโภค อาหารพื้นเมือง ผลไม้ มาจำหน่ายสร้างรายได้จำนวนมาก

ภายในสถานที่จัดงานมีจุดรับประทานอาหารบริเวณรอบสระน้ำของเทศบาลเมืองท่าช้าง ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม มีมุมถ่ายภาพที่ระลึกให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนและได้รับความสนใจจำนวนมาก ทั้งนี้ ตลาดนัดถนนคนเดิน ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ “ เดิน กิน ชิม เที่ยว @ ตลาดท่าช้าง ( ศิริการ ) จะเปิดจำหน่ายสินค้าเป็นประจำในทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ โดยนายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศบาลเมืองท่าช้างได้กล่าวว่าสำหรับพ่อค้า แม่ค้า หรือประชาชนที่สนใจจะนำสินค้ามาวางจำหน่าย สามารถติดต่อสอบถามและจองพื้นที่ได้ที่เทศบาลเมืองท่าช้าง ฟรี

ส่วนประชาชน นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเลือกซื้อสินค้ามีการอำนวยความสะดวกเรื่องที่จอดรถและการจราจร สินค้าที่ประชาชนนิยมเลือกซื้อและจำหน่ายหมดเร็วมาก คือ ไก่ย่างเขาสวนกวาง ไข่ไก่ นอกจากนี้ในตลาดมีสินค้าราคาถูกที่นำมาจำหน่ายลดรายได้ของครอบครัวอีกจำนวนมาก อาทิ หมูเนื้อแดงราคากิโลกรัมละ 99 บาท / ไข่ไก่เบอร์ 2 แผงละ 80 บาท / น้ำมันพืชขวดละ 27 บาท / น้ำปลาขวดละ 10 บาท / น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 22 บาท / ข้าวสารกิโลกรัมละ 16 บาท ปลาดุกย่างไซด์ 3 ตัว กิโล ตัวละ 30 บาท

าพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สก.วท. – จัดงานปณิธานทำดีเพื่อพ่อปี 2562

เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2562 เวลา10.30 น สมาคมกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์(สก.วท) ได้จัดงานปณิธานทำดีเพื่อพ่อ ณ หอคุรุสภา กรุงเทพฯ โดยมีท่านพลเอกจรัญ กุลละวณิชย์ เป็นประธานพิธีมอบโล่และประกาศเกียรติคุณในงาน และ มีแขกผู้มีเกียรติที่เคารพรักมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

การจัดงานปณิธานทำดีเพื่อพ่อครั้งนี้ ได้รับเกียรติอย่างสูงแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีราชนิกุลชั้นสูงแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา สมเด็จพระองค์เจ้าหญิงนโรดม บุบพันนี และ พระองค์เจ้าหญิงนโรดม สุเพรียะนารี ได้เสด็จมาร่วมงานเป็นการส่วนพระองค์ ในฐานะเป็นพระญาติผู้สนิทใกล้ชิต กับ ดร.ประภาจิต ศรีสว่างพัฒนา (ดร.ไอ๊ช์)และร่วมลงนามในประกาศเกียรติคุณในนามที่ปรึกษาสมาคมฯ

นายประยูร จันทรุสอน นายกสมาคมกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (ศก.วท.) องค์กรภาคประชาชนที่มีสมาชิก คือผู้ประกอบการกิจการวิทยุกระจายเสียงในท้องถิ่นต่างๆ กระจายเสียงอยู่ทั่วประเทศ และเป็นองค์กรแรกที่ร่วมมือกับภาครัฐฯ เมื่อ13 ปีที่ผ่านมาแล้วทำให้เกิดปรากฏการณ์การโทรสารด้านวิทยุกระจายเสียงวิทยุชุมชน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวน การจัดรูปแบบเครือสาธารณะเข้ามาภายใต้การดูแล ของ กสทช. ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน จึงเป็นสมาคมที่ภาครัฐฯ ให้ดำเนินการต่อเนื่อง คือการจัดโครงการไทยอาสาโฆษกรัฐบาลประจำท้องถิ่นส่วนหนึ่ง กับโครงการพัฒนาวิจิตรสื่อภาคประชาสังคม ไม่ว่าใครจะมาบริหารประเทศเราให้ความร่วมมือมาโดยตลอดเพื่อยึดมั่นตามแนวทางปรัชญา”สามัคคี ปรองดอง เป็นกลาง สร้างชาติ” และ การพัฒนาสื่อให้มีคุณค่าต่อมวลชนที่อยู่ในทุกส่วนภูมิภาคของประเทศ

ขอแสดงความยินดี นายพีรพล แสงสุนีย์ ที่ปรึกษาสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท)ได้รับรับเกียรติรับรางวัล “ปณิธานทำความดีเพื่อพ่อ” ในครั้งนี้ด้วยครับ

ศุภเดช ธนูศร ทีมข่าวนครราชสีมา

ลพบุรี – จิตอาสาขนน้ำขึ้นเขา ให้เลียงผาสัตว์ป่า ในวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 22 ธันวาคม 2562 นายชุมพล ยินดีผล นายอำเภอชัยบาดาล เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ”ที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์ ต.นาโสม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี โดยมีกิจกรรมแข่งขันปั่นจักยานเสือภูเขาในโครงการปั่นรักษ์ป่าเขาสมโภชน์ ตามรอยพ่อ ครั้งที่ 3 และกิจกรรมวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติประจำปี 2562 โดยมีส่วนราชการ ประชาชน และจิตอาสาเข่ารวมงานจำนวนมาก

ซึ่งในวันที่ 26 ธ.ค.2562 ที่จะมาถึงนี้กำหนดให้เป็น “วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ” ทางกลุ่มจิตอาสาซึ่งประกอบไปด้วย ชมรมฅนรักษ์สัตว์ป่า, กลุ่มอาสาด้วยสองมือ, แก็งค์รองเท้าแตะ และกลุ่มกองทัพมด อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ได้ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมในการขนย้ายน้ำขึ้นสู่ยอดเขาสมโภชน์เพื่อให้เลียงผาและสัตว์ป่าได้ดื่มกินในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำติดต่อกันมาหลายปี

โดยพื้นที่ป่าเขาสมโภชน์ตั้งอยู่ที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มีพื้นที่ประมาณ 8,440 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนปกคุมไปด้วยป่าไม้นาๆชนิดค่อนข้างสมบูรณ์แห่งหนึ่งของ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านาๆชนิดจำนวนมาก รวมทั้งเลียงผาสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ และเนื่องจากพื้นที่ป่าเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยหินจึงไม่สามารถกักเก็บน้ำตามแหล่งธรรมชาติไว้ได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่องหน้าแล้งของทุกปีจนทำให้น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอดไม่เพียงพอให้สัตว์ป่าได้ดื่มกิน ซึ่งทำให้สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บนภูเขาต้องลงสู่พื้นล่างเพื่อหาอาหารและน้ำกินยังพื้นที่ไร่สวนการเกษตรของชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบ เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษตกค้าง หรือได้รับอันตรายถูกไล่ล่าเป็นอาหารและนำกระดูกเลียงไปทำน้ำมันรักษาโรคกระดูกตามความเชื่อ

ดังนั้นจิตอาสาเหล่านี้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือชีวิตและอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงได้รวมตัวกันในการจัดทำแหล่งกักเก็บน้ำให้สัตว์ป่าดื่มกินบนยอดเขาสูง ด้วยการจัดทำสระเก็บน้ำด้วยพื้นพลาสติก อ่างคอนกรีต แทงค์น้ำเหล็ก และขนย้ายวงท่อคอนกรีต จำนวนมากขึ้นไปตั้งบนพื้นที่ภูเขาโดยรอบเพื่อกับเก็บน้ำในหน้าแล้งให้สัตว์ป่าได้ดื่มกิน และเมื่อถึงหน้าแล้งจิตอาสาเหล่านี้ก็จะรวมตัวกันในการขนย้ายน้ำจากพื้นด้านล่างขึ้นไปสู่ยอดเขาเป็นประจำทุกๆปี

และในปี นี้กลุ่มจิตอาสาประมาณเกือบ 100 กว่าคนได้ร่วมกันทำกิจกรรมขนย้ายน้ำขึ้นสู่ภูเขาไปเติมยังสระน้ำและอ่างน้ำที่ทำไว้ก่อนหน้านั้น ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 2 วันติดต่อกัน คือวันที่ 21และ22 ธ.ค. โดยจิตอาสาแต่ละคนจะต้องสะพายแกลนลอนกระติกน้ำขนาด 18 ลิตรใส่หลังคนละ1ใบและค่อยๆเดินตามเส้นทางป่าและโขดหินขึ้นไปสู่ยังจุดหมายบนยอดเขาระยะทางประมาณ 2.5 ก.ม. ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินประมาณ 2 ช.ม.เพื่อเทน้ำเติมให้เต็มแหล่งกักเก็บน้ำที่เตรียมไว้ที่เป็นไปด้วยความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อย แต่จิตอาสาทุกคนที่ร่วมกิจกรรมนั้นต่างมีแต่รอยยิ้มด้วยจิตใจอันเปี่ยมล้นและภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตสัตว์ป่าและยังเป็นการช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่าอีก

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตงรายงาน

มุกดาหาร – พิธีปิดโครงการอบรมให้ความรู้และส่งเสริมเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 เวลา 13.00 น ณ สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร ดาบตำรวจวิเชียร พรมจันทร์ รองนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีปิด “โครงการอบรมให้ความรู้และส่งเสริมเยาวชนห่างไกลยาเสพติด” โดยมีนายพีรวัส ธรรมจักร ประธานชมรมฟุตบอลศรีพัฒนา ร่วมในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมกีฬาฟุตบอล ให้เด็กเยาวชนห่างไกลยาเสพติดในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อให้เด็กเยาวชนที่เข้ารับการอบรมได้มีความรู้ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเกิดทักษะในกีฬาฟุตบอล, เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังให้เด็กเยาวชน มีความชอบ ใจรัก หันมาสนใจเล่นกีฬาและเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์, เพื่อให้เกิดความรักใคร่ สมัครสมานสามัคคีในหมู่เด็กและเยาวชนเพราะกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นกันเป็นทีม, เพื่อให้เด็กเยาวชนมีสุขภาพแข็งแรงและห่างไกลยาเสพติด

จากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองมุกดาหาร โครงการนี้ทางชมรมฟุตบอลศรีพัฒนาได้รับงบประมาณสนับสนุน ได้คัดเลือกเด็กเยาวชนที่มีความสนใจต้องการความรู้และฝึกฝนทักษะในกีฬาฟุตบอล จากโรงเรียนทีโอเอ วัดคำสายทอง โรงเรียนวัดนิรมิต และเด็กเยาวชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จำนวน 40 คน ทำการฝึกอบรม ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิ กายน ถึง 8 ธันวาคม 2562 ในวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ 3 ชั่วโมง รวมระยะเวลาในการฝึกอบรมโครงการ 36 ชั่วโมง มีครูฝึกสอนตลอดโครงการจำนวน 2 ท่าน

กองทุนหลักประกันสุขภาพ เป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักงานเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีบทบาทสำคัญที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ ทำให้ชมรมและเยาวชนมีอุปกรณ์เพียงพอในการทำกิจกรรมมากขึ้น ได้รับความสะดวก ส่งเสริมกิจกรรมให้เกิดขึ้น กิจกรรมนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง คุ้มค่าในการดำเนินงานครั้งนี้.


Cr. กำพล ศรีมณีพันธ์
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

มุกดาหาร จัดงาน Expo Sanook Farmers Market ผู้ซื้อพบผู้ขายในพื้นที่กลุ่มจังหวัดสนุก

วันที่ 20 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์การค้า บิ๊กชี ชุปเปอร์ เช็นต์เตอร์ ชั้น 2 มุกดาหาร นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงาน Expo Sanook Farmers Market ผู้ซื้อพบผู้ขาย ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดสนุก มุกดาหาร นครพนม และสกล นคร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อขยายช่องทาง การตลาด สินค้า และผลิตภัณฑ์ การเกษตร ของกลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 2 เป็นการ ยกระดับ มาตรฐาน เกษตรกร และ ต่อยอด เพื่อเพิ่มมูลค่าการเพิ่ม ความสามารถ ในการแข่งขัน ด้านการค้า การลงทุน สามารถ ช่วยเหลือ เกษตรกร ให้มี ความรู้ และประสบการณ์ ให้มีความรู้ เพิ่มเติมยิ่งขึ้น สร้างภูมิคุ้มกัน ให้สามารถ พึ่งตัวเองได้ ในสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันอีกทั้งสามารถสร้างความเข้มแข็งสร้างโอกาสต่อยอดความสำเร็จของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ด้านการเกษตรให้สามารถ แข่งขัน ในธุรกิจ และตลาดยุคไทยแลนด์ 4.0 สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

นายวันชัย ประสงค์หอม เกษตรกร จังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 2 สกลนคร นครพนม มุกดาหาร เป็นแหล่งผลิต สินค้าที่สำคัญ และมีคุณภาพที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ข้าวหอมมะลิ 105 เนื้อโคขุน รวมถึงผลิตพันธุ์ ทางการเกษตรอื่นๆได้แก่ ได้แก่ ข้าวฮาง ข้าวกล้อง ผ้าฝ้าย ผ้าย้อมคราม อีกทั้งเป็นสินค้า เกษตร ที่ได้รับการ รับรอง มาตรฐาน สินค้า ปลอดภัย GAP เกษตรอินทรีย์ และสินค้า ที่เป็น อัตลักษณ์ เฉพาะถิ่น GI ซึ่ง ถือว่า มีความโดดเด่นและคุณภาพเฉพาะตัวที่ผู้บริโภคให้การยอมรับ

สำหรับ การจัดงาน ครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ชั้น 2 มุกดาหาร มีกิจกรรม ต่างๆ ได้แก่ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเด่น ของกลุ่มเกษตร และองค์กรวิสาหกิจ ชุมชน จำนวนกว่า 35 บูธ การจัดเวทีเสวนาวิชาการ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดเจรจาธุรกิจ ตลอดทั้งส่งเสริม การมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชนและภาคประชาชน กิจกรรม เด่น เดิน กิน ชม เที่ยว Muk Modern Trade มุกดาหาร.


พวงเพชร จันร์ดี /หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

จ.นราธิวาส – ทหาร ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน เดินลุย แจกยาชาวบ้านหลังพบน้ำท่วม 2 ระลอก

รายงานข่าวความคืบหน้า เกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากพื้นที่ จ. นรา ธิวาส แจ้งว่า ล่าสุด พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิ วาส ได้มอบหมายให้ พ.ต.สุกฤษฐ์ กาญจนคลอด รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.สุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้ร่วมสนธิกำลังกันนำยารักษาโรคต่างๆ อาทิ ยาแก้ไข้ ยาแก้น้ำกัดเท้าและยาแก้ไข้หวัด พกรอยยิ้มเดินลุยน้ำและนั่งเรือยนต์ ตระเวนออกแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ชุมชนท่ากอไผ่ ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก หลังพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 50 ที่ยังอาศัยอยู่ที่บ้านพัก ซึ่งมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 50 ถึง 150 ซ.ม. เริ่มป่วยด้วยอาการต่างๆ หลังจากต้องเผชิญกับสภาวะน้ำท่วมขังบ้านเรือนเป็นละลอกที่ 2 ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะคนชราและเด็กมีอาการป่วยเกี่ยวกับปัญหาน้ำกัดเท้าและไข้หวัด จนสร้างความดีอกดีใจแก่ชาวบ้านที่ทางเจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทอดทิ้ง

ซึ่งก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมีการแจกจ่ายยารักษาโรคให้กับชาวบ้านนั้น เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้มีการพูดคุยถามถึงความเป็นอยู่ โดยทั้ง 2 ฝ่าย ได้มีการแสดงออกมาทางสีหน้าแววตาและรอยยิ้ม ซึ่งอาจจะพบเห็นได้ยากในขณะที่ชาวบ้านกำลังได้รับความเดือดร้อน แถมเจ้าหน้าที่ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากสภาวะน้ำท่วมกลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว ถ้ามีปัญหาต้องการที่จะให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในการฟื้นฟูบ้านพักอาศัย รวมทั้งบ้านพักที่ได้รับความเสียหายจากสภาวะน้ำท่วม สามารถแจ้งตรงกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ทุกหน่วย

ส่วนกรณีปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ที่เอ่อล้นตลิ่งนั้น ล่าสุด หลังจากที่ฝนได้หยุดตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้แม่น้ำสุไหงโก-ลก มีปริมาณน้ำล้นตลิ่งค่อยๆลดระดับลงจากช่วงเช้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยร้อยละ 20 โดยอยู่ในระดับสูงกว่าตลิ่ง 180 ซ.ม. ที่ทยอยไหลระบายลงสู่ทะเลปากอ่าวด้าน อ.ตากใบ

ขอบคุณข้อมูล : spmnews (สื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม)

มรภ.ยะลา -ใช้หลักสูตรภาษามลายู สู่ตลาดแรงงานอาเซียน เพิ่มโอกาสให้เยาวชนชายแดนใต้

มรภ.ยะลา ใช้หลักสูตรภาษามลายู สู่ตลาดแรงงานอาเซียน เพิ่มโอกาสให้เยาวชนชายแดนใต้

           อาจารย์มะนาวาวี มามะ ประธานหลักสูตรภาษามลายู คณะมนุษยศาสตร์ สังคม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้เล็งเห็นความสำคัญของภาษามลายูและตลาดแรงงาน ดังนั้นอาเซียนกับภาษามลายู จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรามีนักศึกษาที่จบไปแล้วและได้ทำงานที่ประเทศมาเลเซียจำนวนไม่น้อย และการตอบโจทย์สำหรับหลักสูตรนี้คือ การพัฒนาทางด้านภาษาจากมลายูท้องถิ่นยกระดับเป็นภาษามลายูกลาง เนื่องจากมีความแตกต่างกัน และความสำคัญของภาษามลายูกลางคือความเป็นนานาชาติ

           ประธานหลักสูตรภาษามลายู คณะมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ยังกล่าวด้วยว่า มหาวิทยาลัยจะมีการปรับปรุงหลักสูตรต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้หลักสูตรเดิม ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเน้นนักศึกษาออกไปฝึกงานตามบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่อินโดนีเซีย ขณะนี้มีความต้องการของตลาดแรงงานมาก เป็นล่ามภาษาไทย ซึ่งหากมองถึงศักยภาพแล้ว นักศึกษาสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดแรงงานเหล่านี้ได้

           ขณะที่ นายนัศรุดดีน ยามา นักศึกษาหลักสูตรภาษามลายู ปี 3 มองว่า ภาษามลายูเป็นโอกาสที่น่าสนใจ สำหรับการไปทำงานประเทศต่างๆ ในอาเซียน ภาษามลายูเป็นภาษาที่คนในพื้นที่ส่วนใหญ่เขาใช้กัน ตัวเองต้องการต่อยอดภาษาที่เป็นภาษามลายูกลาง ต้อง การที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาจึงตัดสินใจเลือกที่จะเรียนภาษามลายูเพื่อต่อยอดความรู้ที่มี และเมื่อภาคเรียนที่ผ่านมาตนเองได้มีโอกาสรับทุนแลกเปลี่ยนจากทางมหาวิทยาลัยมาลัง ประเทศอินโดนีเซีย เมืองมาลังอยู่ในเกาะชวา มีการใช้ภาษาชวากับภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งเราเองก็ต้องไปเรียนรู้ทั้งภาษาอินโดนีเซียและภาษาชวาไปด้วย

           “ด้วยประชากร 3 ร้อยกว่าล้านคนของอินโดนีเซีย เขามีเรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยกัน  ความเป็นหนึ่งเดียวกันซึ่ง ชาวอินโดนีเซียจะไม่มองในเรื่องของความแตกต่างทางศาสนา แต่เขาเลือกที่จะเข้าใจกันและอยู่ร่วมกันอย่างอย่างมีความสุข รู้สึกดีที่ได้มีโอกาสเรียนรู้”

#หลักสูตรภาษามลายูสู่ตลาดแรงงานอาเซียน #เยาวชนชายแดนใต้ #มรภยะลา  #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews

แขวงทางหลวงชนบทยะลา – เร่งเคลียร์ทางดินถล่ม ทางขึ้นเขาปกโย๊ะ จังหวัดยะลา

แขวงทางหลวงชนบทยะลา เร่งเคลียร์ทางดินถล่มทางขึ้นเขาปกโย๊ะ จังหวัดยะลา ล่าสุด รถสามารถสัญจรได้แล้ว

          จากกรณีที่มีดินสไลด์ทับถนนสายทางขึ้นเขาปกโย๊ะ หมู่ที่ 6 บ้านตลาดนิคม ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นยอดเขาที่เป็นที่ตั้งสถานีทวนสัญญาณสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุกระจายเสียงจำนวนหลายช่อง ล่าสุดวันนี้ (20 ธ.ค. 62) นายครรชิด ละอองดิลก ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการ แขวงทางหลวงชนบทยะลา นายช่าง พร้อมด้วยนางสุนิสา รามแก้ว ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดยะลา ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการเกลี่ยดินลูกรังภูเขาที่ถล่มลงมาจนปิดเส้นทางการจราจร โดยกรมทางหลวงชนบทได้นำรถตักดินเข้าไปปรับเกลี่ยดิน จนยวดยานสามารถใช้การได้แล้ว

          นายครรชิต ละอองดิลก ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการ แขวงทางหลวงชนบทยะลา เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากทางนายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา ในเบื้องต้นนั้นได้ทำการเปิดเส้นทางให้ใช้การได้ก่อน ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว ต้องมีการหารือกันว่า ต้องมีการเปิดช่องดินสไลด์ให้กว้างขึ้น และต้องบำรุงรักษาช่องระบายน้ำและที่สำคัญก็คือต้องฝากทางท้องถิ่นช่วยกันดูแลด้วย เพราะถนนเส้นนี้เป็นของท้องถิ่นตาม พรบ.กระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นซึ่งการดูแลช่องระบายน้ำหากไม่ถูกปิด น้ำงก็จะสามารถระบายลงไปได้ หากถูกปิดน้ำไหลออกไม่ได้ทำให้หน้าดินอุ้มน้ำและพังลงมา พร้อมยังกล่าวด้วยว่า งบประมาณในการก่อสร้างถนนสาธารณะเป็นเงินภาษีประชาชน หน่วยงานราชการเป็นแค่ผู้ใช้เงิน เป็นผู้ก่อสร้าง แต่ทรัพย์สินทุกอย่างเป็นของประชาชน โดยประชาชนต้องมีส่วนร่วมเข้ามาดูแลให้ใช้การได้ ถึงจะคุ้มค่ากับการใช้เงินของภาษีของประชาชน

          ด้าน นางสุนิสา รามแก้ว ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดยะลา กล่าวว่า ต้องขอบคุณแขวงทางหลวงชนบทที่ให้ความอนุเคราะห์เข้ามาเคลียร์เส้นทางให้ในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทางส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ ที่ได้ช่วยกัน ซึ่งเส้นทางนี้ถึงแม้ว่าประชาชนจะอาศัยอยู่น้อย แต่ก็ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญด้านการสื่อสารสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากว่าบนเขาปกโย๊ะแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของสถานีเครื่องส่ง ทั้งทีวีและวิทยุ ที่คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากรัฐบาล ขอบคุณไปยังท่านนายอำเภอบันนังสตาด้วย รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาที่ให้ความสำคัญกับการเข้ามาแก้ไขปัญหา เนื่องจากว่าสื่อทุกช่องจะใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรเพื่อการสับเปลี่ยนการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งการมาช่วยความเดือดร้อนในครั้งนี้ทำให้สามารถเดินทางในการทำงานได้สะดวกมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูล : thainews

สธ.ยะลา – เร่งแจกจ่ายยา ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

สธ.ยะลา เร่งแจกจ่ายยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

        นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสาธารณสุขอำเภอเมืองยะลา ลงพื้นที่สำรวจและแจกจ่ายยาสามัญประจำบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลสาคอ ใน 2 กลุ่มบ้าน ได้แก่ กลุ่มบ้านคลองสะและกลุ่มบ้านพงจืองา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวพบว่ามีน้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำในแม่น้ำปัตตานี บริเวณตำบลท่าสาป ระดับน้ำสูงและล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณบ้านของประชาชนจำนวน 50 หลังคาเรือน มีประชากรอยู่อาศัยประมาณ 200 คน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้แจกจ่ายสามัญประจำบ้านไปจำนวน 50 กล่อง พร้อมให้ฝ่ายสุขศึกษาดูแลสุขภาพและป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วม

        ทั้งนี้ ได้มีการกำชับ อสม. ในพื้นที่ ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง หากกรณีมีเหตุเร่งด่วนให้ประสานเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ในพื้นที่ เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือตามระบบอย่างเป็นขั้นตอนต่อไป โดยแผนสำรองกรณีท่วมฉับพลัน ทางชุมชนจะจัดที่พักและเก็บของชั่วคราวบนริมทางถนนสาย 418 โดยผู้นำชุมชนเตรียมเต็นท์ไว้บริการในเบื้องต้นแล้ว

        ส่วนความพร้อมของ รพ.สต.ในสังกัด ขณะนี้พบว่า ทุกหน่วยมีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมียาสามัญประจำบ้าน พร้อมเฉลี่ย รพ.สต.ละ 50 ชุด โดยสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองยะลา ยังมียาสามัญฯ สำรองไว้เป็นจำนวน 550 ชุด เพื่อใช้สนับสนุนในเบื้องต้นแล้ว 

#nnt  #สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ #สธ.ยะลา #เร่งแจกจ่ายยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ขอบคุณข้อมูล : thainews

น้ำท่วมยะลา คลี่คลาย หลังฝนหยุดตกในพื้นที่

น้ำท่วมยะลาคลี่คลาย หลังฝนหยุดตกในพื้นที่

           วันนี้ (20 ธ.ค.62) ตามที่ได้เกิดฝนตกติดต่อตลอดเวลาในห้วงที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยหลายพื้นที่ ใน จ.ยะลา กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ได้รายงานพื้นที่ประสบอุทกภัยเพิ่มเติม ล่าสุด ได้แก่

  • อ.บันนังสตา จำนวน 5 ตำบล ได้แก่ ต.ตลิ่งชัน, ต.บาเจาะ, ต.เขื่อนบางลาง, ต.ตาเนาะปูเต๊ะ และ ต.บันนังสตา รวม 30 หมู่บ้าน 942 ครัวเรือน 4,430 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 3 หลัง พื้นที่การเกษตร 20 ไร่ ถนน 1 สาย สะพานชำรุด 2 แห่ง
  • อ.กรงปินัง จำนวน 4 ตำบล 23 หมู่บ้าน 176 ครัวเรือน 704 คน พื้นที่การเกษตร 1,145 ไร่ บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 3 หลัง ถนน 3 สาย
  • อ.ยะหา จำนวน 2 ตำบล มี ต.ปะแต และ ต.บาโระ รวม 3 หมู่บ้าน 16 ครัวเรือน 50 คน 
  • อ.รามัน จำนวน 6 ตำบล มี ต.ยะต๊ะ, ต.บือมัง, ต.บาโงย, ต.บาลอ, ต.ตะโละหะลอ และ ต.อาซ่อง รวม 14 หมู่บ้าน 386 ครัวเรือน 1,332 คน พื้นที่การเกษตร 438 ไร่ ถนน 1 สาย และท่อน้ำระบายน้ำ 1 ท่อ

            อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้เข้าสำรวจและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นพร้อมเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไปแล้ว

             ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ ฝนได้หยุดทิ้งช่วงในระหว่างนี้ สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายคาดว่าระดับน้ำจากแม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสายบุรี ที่ไหลผ่านพื้นที่ที่ประสบปัญหาลดระดับลงต่อเนื่องและสู่สภาวะปกติในไม่ช้า แต่ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

#น้ำท่วมยะลาคลี่คลาย #แม่น้ำปัตตานี #แม่น้ำสายบุรี  #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews