เพชรบูรณ์ – พบงูหัวกะโหลกขดอยู่ข้างโอ่งน้ำ แจ้งกู้ภัยมาช่วยจับสำเร็จ ด้านชาวบ้าน แห่นำตัวเลขไปเสี่ยงโชค

https://drive.google.com/file/d/1AkZpy8HCzOrUycvje1FDAiDLtzE2c-Lw/view?usp=sharing

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยวังโป่งรวมใจ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจาก นางสงการต์ สุขวิเศษ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ต.วังโป่ง ว่าพบงูขนาดใหญ่ ลักษณะไม่คุ้นชิน หวั่นจะเป็นงูพิษ ทำอันตรายต่อคนในครอบครัวได้ จึงนำกำลัง พร้อมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน และอุปกรณ์ไฟส่องสว่าง รุดไปยังที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 44 หมู่ 13 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง ซึ่งต่อเติมเป็นร้านยางและขายของชำ พบเจ้าของบ้านกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนก พร้อมนำเจ้าหน้าที่เข้าไปบริเวณหลังบ้าน ซึ่งเป็นห้องครัว พบงูขนาดใหญ่ขดตัวอยู่ข้างโอ่งน้ำ จึงได้กันคนไม่เกี่ยวข้องให้ออกห่าง เนื่องจากงูตัวดังกล่าวมีลักษณะไม่คุ้นชิน จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์ลักษณะเป็นบ่วง ทำการคล้องคองูด้วยความระมัดระวัง กระทั่งสามารถนำตัวออกมาได้สำเร็จ และปลอดภัย ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นงูหัวกะโหลก หรือ งูเหลือมอ้อ ลำตัวขนาดใหญ่ ความยาว 1 เมตรเศษ จึงได้ช่วยกันจับตัวใส่ถุงปุ๋ย นำไปปล่อยในพื้นที่เหมาะสม คืนสู่ธรรมชาติต่อไป

          จากการสอบถาม นางสาวนันทิกานต์ บุญเสริม ลูกสาวเจ้าของบ้านเล่าว่า ขณะที่กำลังอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียง เจ้าส้ม ซึ่งเป็นแมวเพศผู้ที่เลี้ยงไว้ กำลังส่งเสียงขู่และจ้องมองอะไรบางอย่าง พร้อมทำท่าทีใช้เท้าหน้าเขี่ยไปมา ตอนแรกตนคิดว่า เจ้าส้มกำลังหยอกล้อกับแมวตัวอื่น จึงเปิดไฟจากโทรศัพท์มือถือเพื่อส่องดู ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าสิ่งที่เจ้าส้มกำลังหยอกล้ออยู่นั้น ไม่ใช่แมวแต่เป็นงูขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะไม่คุ้นชิน ซึ่งทราบต่อมาภายหลังว่าเป็นงูหัวกะโหลก หรือ งูเหลือมอ้อ จึงรีบวิ่งไปบอกพ่อกับแม่ให้มาดู พร้อมรีบอุ้มเจ้าส้มหนีออกมา หวั่นถูกงูฉกได้รับอันตรายได้ จากนั้นรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ เข้ามาช่วยเหลือจับงูได้สำเร็จ และปลอดภัย

          ขณะเดียวกัน ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของกู้ภัยวังโป่งรวมใจ ปรากฎว่ามีชาวบ้าน และเพื่อนบ้านข้างเคียงที่ทราบข่าว ต่างมามุงดูงูหัวกะโหลก หรือ งูเหลือมอ้อ กันอย่างคึกคัก เนื่องจากส่วนใหญ่ต่างบอกว่าไม่เคยเห็น และพบเห็นได้ยาก จึงพากันนำเลขที่บ้าน และตัวเลขที่เกี่ยวข้อง เตรียมไปเสี่ยงโชคกันตามความเชื่อต่อไป

          สำหรับงูหัวกะโหลก หรือ งูเหลือมอ้อ ชื่อวิทยาศาสตร์ Homalopsis buccata เป็นงูพิษอ่อนชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์งูน้ำ มีลวดลายสีน้ำตาลอ่อนที่ส่วนหัว แลคล้ายหัวกะโหลก อันเป็นที่มาของชื่อเรียก งูหัวกะโหลก

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

สภ.ท่าอุเทน – แถลงการณ์ ตรวจยึดกัญชาอัดแท่ง 123 กิโล

         เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2562 ที่ สภ.ท่าอุเทน จ.นคพรนม ว่าที่ ร.ต.ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน จ.นคพรนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ. ท่าอุเทน, พ.ต.ท.ฌานนท์ เนื่องกัลยา รองผกก.สส.สภ.ท่าอุเทน, พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย ผบ.ร้อย ตชด.ที่ 237, ร.ท.สุทธิพงษ์ ปริปุญโญ ผบ.ร้อย ชุดเคลื่อนที่เร็ว ที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด แถลงการณ์ ตรวจยึดกัญชาบรรจุในถุงดำขนาดใหญ่ จำนวน 3 กระสอบ รวมตรวจนับได้ จำนวน 123 แท่ง แท่งละ ประมาณ 1 กิโล กรัม รวมน้ำหนัก 123 กิโลกรัม

         โดยตรวจยึดได้ ภายหลัง มีชาวบ้านแจ้งเบาะแส พบวัยรุ่น 2-3 คน มีพฤติกรรมต้องสง สัย มีท่าทางพิรุธ เข้ามาพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน และมีการลำ เลียง สิ่งของต้องสงสัยเข้าไปในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ พบห้องพักดังกล่าว ผู้เข้าพักหลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่มา เชื่อไหวตัวทัน ตรวจสอบพบกระสอบถุงดำขนาดใหญ่ 3 กระสอบ ภายใน บรรจุกัญชาอัดแท่ง ตรวจนับ ได้ 123 กิโลกรัม จึงตรวจยึดเป็นของกลาง คิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท เนื่องจากมีราคาซื้อขาย ตามชาย แดนประมาณ กิโลกรัมละ 5,000 บาท หากส่งเข้าพื้นที่ตอนในของไทย จะมีราคาสูงประมาณ กิโลกรัมละ 20,000 บาท

         เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มวัยรุ่น จำ นวน 2- 3 คน เข้ามาติดต่อพักในรีสอร์ท โดยได้ลงเชื่อเพียงชื่อเล่น คือ นนท์ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดข้อมูลคนพัก จากนั้น ได้เข้าไปพักและมีรถยนต์ เข้าออกผิดปกติ จนกระทั่ง มีชาวบ้านแจ้งเบาะแส ให้ทางตำรวจ มีการตรวจสอบพฤติกรรม เกรงว่าจะมีการมั่วสุ่ม จนกระทั่ง มีการระดมกำลังเข้าตรวจสอบ แต่ไม่พบกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เชื่อว่า ไหวตัวหนีทัน แต่พบเพียงหลักฐานกัญชาภายในห้องพัก ซึ่งจะได้ มีการสอบสวนเจ้าของโดยละเอียด เพื่อเร่งขยายผลติดตามจับกุม ผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี คาดว่าเป็นขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติในพื้นที่ ซึ่งใช้วิธีขนแบบกองทัพมด ใช้รีสอร์ทเป็นที่พักกัญชา เลี่ยงการจับกุม ทำทีเข้าพัก และนำกัญชามาพักรอการส่งต่อ

          โดยทางเจ้าหน้าที่ จะได้ เพิ่มมาตรการเข้ม ในการสกัดกั้นปราบปรามจับกุม อีกทั้ง ประสานไปยัง ที่พัก รีสอร์ทกลุ่มเสี่ยง ตามพื้นที่ ชายแดน ให้ หมั่นตรวจสอบดูแล และมีการเข้มงวดในการ รับลูกค้าเข้าพัก ป้องกันขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้เป็นที่พักยาเสพติด ยิ่งในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว เชื่อว่าจะมีการลักลอบขนส่งเข้าไทย มากขึ้นอีกทั้ง น้ำโขงแห้งเร็ว เชื่อว่าจะเอื้อต่อการพักยาเสพติด ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน /////

ยะลา – รายงานเพิ่มเติม เหตุพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

         เมื่อ 26 ต.ค.62 เวลา 09.40 น. คนร้ายลอบวางระเบิด ชป.ร้อย.ทพ.3301 ฉก.ทพ.33 ขณะ กำลังพลจำนวน 4 นาย เดินทางด้วยรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บค 4058 ยะลา กลับจากไปส่งกำลังพลที่ป่วยเป็นไข้หวัด ที่ รพ.บันนังสตา เพื่อกลับฐานฯ ร้อย.ทพ.3301 เบื้องต้นทำให้ รถยนต์ได้รับความเสียหายเล็กน้อย ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

         จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบเป็นเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ไม่ทราบภาชนะบรรจุ และการจุดชนวน วางเร่งด่วน บริเวณที่เกิดเหตุ บ.วังหิน ม. 8 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา พิกัด QG 496897 รายละเอียดเพิ่มเติม แรงระเบิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียเล็ก และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 นาย

  1. ส.ต.ดำรงค์ฤทธิ์ ศิริภานุกูล (อาการแน่นหน้าอกปวดหู)
  2. อส.ทพ.ธนวัฒน์ เจ้ากลดี (อาการเจ็บขา)
  3. อส.ทพ.อนุชน เป็นดล (คนขับ) (อาการหูอื้อ แน่นหน้าอก)
  4. อส.ทพ.มนตรี ศิริ (อาการหูอื้อ)

ถูกนำส่ง รพ.บันนังสตาฯ จว.ยะลารายลเอียดเพิ่มเติมจะรายงานอีกครั้ง

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

ลพบุรี – ไฟไหม้บ้าน บิดา สส.ลพบุรี คาดไฟฟ้าลัดวงจร

https://youtu.be/gvzuH_byFFI

เกิดเหตุเพลิงไหม้ บ้านอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นบิดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน โดยสอบสวนเบื้องต้นคาดไฟฟ้าในบ้านลัดวงจรมีผู้สำลักควันติดภายใน 2 คนช่วยออกมาได้หวุดหวิด

         วันที่ 26 ต.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองลพบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ใจกลางเมืองลพบุรี เลขที่ 119 และ 119/1 ถนนนเรศวร ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี หลังจากที่ได้รับแจ้ง ได้ประสานไปยังรถดับเพลิง บริเวณใกล้เคียงให้มาช่วยควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด รวมทั้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ไฟฟ้ามาทำการตัดไฟ ทางเจ้าหน้าที่ ได้ใช้เวลาในการควบคุมเพลิงนานประมาณ 30 นาที ก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

         สำหรับบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรีหลายสมัย และยังเป็นบิดาของนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งที่ด้านล่าง ได้เปิดเป็นร้านจำหน่ายสินค้าสะดวกซื้อจำนวน 5 คูหา ขณะเกิดเหตุมีผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านประมาณ 6 คน ทางแม่บ้านได้ยินเสียงเหมือนเสียงระเบิดดังขึ้นที่แผงควบคุมภายในบ้านใกล้กับบันไดทางลงมาจากชั้นบน จากนั้นก็มีกลุ่มควันและมีเปลวไฟลุกขึ้นแม่บ้านได้ตะโกนให้คนในบ้านทราบแล้วช่วยกันดับ แต่ไม่สามารถที่จะดับได้ ก็เลยพากันวิ่งหลบหนีออกมาจากนอกบ้าน โดยทราบว่าว่ายังมีคนติดอยู่ด้านบนอีก 2 คนเป็นบุตรสาว ไม่สามารถออกมาได้เพราะบริเวณบันไดมีไฟลุกไหม้ ทางเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันพาออกมาได้ในเวลาต่อมาทราบว่าสำลักควันต้องพาตัวส่งไปยังโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช สำหรับสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้และค่าเสียหายอยู่ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุ่รี 0890899090
โยธิน พรมแตงรายงาน

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สกัดกั้นการลักลอบ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่ จังหวัดหนองคาย

         เมื่อวันที่ 26 ต.ค.62 เวลา 02.30 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยกองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 2 กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และฝ่ายปกครองในพื้นที่เมืองหนองคาย ได้จัดกำลังพลทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ หลังได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด บริเวณพื้นที่บ้านก่องขันธ์ หมู่ 5 ต.นาหนัง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

          ตรวจพบชายต้องสงสัยเดินอยู่บนถนนและเดินเข้าบ้านดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจสอบ ทราบคือ นายยอดรัก หรือเอ ขันชัย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 290 หมู่ 5 ต.นาหนัง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ผลการตรวจค้นพบของกลาง เป็นยาบ้า จำนวน 820 เม็ด จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งให้กับ สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
//// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///////

มุกดาหาร # กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สกัดกั้น การลักลอบกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย

         เมื่อวันที่ 25 ต.ค.62 เวลา 20.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อย ตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบรับ-ส่งยาเสพติด ในบริเวณพื้นที่ห้วยปากสวย บ้านปากสวย ม.๑๔ ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้จัดชุดปฏิบัติการ ทำการซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณดังกล่าว

         จึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 6,188 เม็ด ไอซ์ จำนวน ๑ ถุง น้ำหนัก 15.46 กรัม, เรือกีบเพลายาว ๑ ลำ และโทรศัพท์มือถือ ๑ เครื่อง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งให้กับ สภ.โพนพิสัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


//// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///////

ป่าไม้มุกดาหาร # หอบเอกสารหลักฐาน แจ้งความเอาผิด กรมทางหลวงและผู้รับเหมาถนน 4 เลน (บริเวณด้านทิศเหนือบ้านคำพอก ที่พบแร่หินทองคำ ที่เป็นข่าว)

ผู้ว่าสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสนธิกำลังเข้าตรวจยึดเครื่องจักรพร้อมคนงานที่บุกรุกทำหลายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐานเนื้อที่ 14-3-32 ไร่ เพื่อการสร้างถนน 4 เลน สายมุกดาหาร-กุฉินารายณ์

          มุกดาหาร ผู้ว่าสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ สนธิกำลังเข้าตรวจยึดเครื่องจักร พร้อมคนงาน ที่บุกรุกทำหลายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงภูสีฐาน เนื้อที่ 14-3-32 ไร่ เพื่อการสร้างถนน 4 เลน สายมุกดาหาร-กุฉินารายณ์ โดยที่กรมป่าไม้ยังไม่ได้อนุญาต เจ้าหน้าที่เตรียมกำลังเข้าจับยึดคนงานและเครื่องจักร แต่ต้องผิดหวัง เครื่องจักรขนาดใหญ่, เครื่องขุดเจาะ, รถแม็คโคร, รถบรรทุกสิบล้อขนหิน, อุปกรณ์ต่างๆ และแคมป์คนงานก่อสร้าง ถูกรื้อถอนหลบหนีหายไปหมด เหลือแต่ร่องรอยความเสียหายจากการระเบิดหินภูเขา เพราะการข่าวรั่ว ป่าไม้ต้องหอบหลักฐานเอกสาร เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองสูง

         เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบหมายให้ นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำหน่วยงานที่ดำเนินการพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบจับยึดผู้ทำความผิดกฎหมาย บุกรุกทำหลายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐานเพื่อการสร้างถนน 4 เลน สายมุกดาหาร-กุฉินารายณ์ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562 หลังผู้ว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าการสร้างถนน 4 เลน สายมุกดา หาร – กุฉินารายณ์ มีการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ ผู้ว่าจึงเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวของเข้าประชุม สอบถามหาความจริงว่าการสร้างถนน 4 เลน ดังกล่าวได้มีการขออนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อสร้างถนน 4 เลนหรือไม่ ได้ทราบว่าป่าไม้ จ.มุกดาหาร ตรวจสอบแล้วยังไม่ได้อนุญาตก่อนที่จะเข้าทำการ

         ผู้ว่าจึงมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ก็พบมีการระเบิดหินภูเขา และตัดโค่นต้นไม้จริง เพื่อดำเนินการของกรมทางหลวง ขอเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐาน เพื่อก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 สายแม่สอด-มุกดา หาร ท้องที่ ต.โนนยาง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร แต่ป่าไม้ยังไม่อนุญาต ซึ่งวันที่ 25 ตุลาคม 2562 นี้ ผู้ว่า จ.มุกดาหาร ได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯ นำหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นคณะทำงาน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่รวม 40 นาย เข้าไปตรวจสอบ เตรียมจับกุมและตรวจยึดเครื่องจักร แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะคนงานและเครื่องจักรถูกโยกย้ายหลบหนีไปหมดแล้ว

          เหลือแต่ร้องรอยความเสียหายจากแรงระเบิดหินภูเขาเป็นหลุมลึก หินและต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นเป็นจำนวนมาก ถูกลำเลียงไปซุกซ่อนตามแหล่งของกลุ่มนายทุนที่รับซื้อ เจ้าหน้าที่มีการสืบทราบพบหินจำนวนหลายตันถูกลำเลียงไปกองอยู่หลังโรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่พื้นที่ของ อ.หนองสูง ส่วนต้นไม้หวงห้ามที่เจ้าหน้าที่สำรวจไว้แล้ว รวมจำนวน 148 ต้นหายไป โดยถูกนำไปไว้ตรงไหนก็ไม้รู้ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าหินดังกล่าวมีการนำไปขายให้นายทุนเป็นกองขนาดใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่เตรียมเข้าตรวจสอบ

         ต่อมา นายพรภิรมณ์ อุระแสง ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้มุกดาหาร เป็นผู้นำเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษ ได้หอบเอกสารหลักฐานไปแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษ ต่อ ร.ต.อ. โสภณ บัวคำโคตร รอง.สว.สส.สภ.หนองสูง ข้อหา เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญ ญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 มาตรา 26/4, 31 ฐานกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดๆโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลาย หรือเป็นเหตุให้เกิดการทำ ลาย หรือทำให้สุญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนป่าสงวนแห่งชาติ ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทำลาย สูญหายหรือเสียหาย ฐานผู้ใดฝ่าฝืนตามตรา 14 ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสองล้านบาทต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
/////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน /////

ยะลา – โฆษกกองทัพภาค 4 เผยเดินหน้าเจรจาลดเบี้ยปรับ ช่วยคนไทย ถูกทางการมาเลเซียจับกุม

โฆษกกองทัพภาค 4 เผยเดินหน้าเจรจาลดเบี้ยปรับ ช่วยคนไทยถูกทางการมาเลเซียจับกุม


         25 ตุลาคม2562 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกทางการมาเลเซียจับกุม ในฐานความผิดเข้าไปทำการค้าโดยไม่มีใบอนุญาต ล่าสุด ทางการไทยเจรจาขอลดเบี้ยค่าปรับ คาดอีกไม่กี่วันได้รับการปล่อยตัว

         จากกรณีคนไทย ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย จับกุมตัวจำนวน 33 คน เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะเปิดร้านขายสินค้าบริเวณพลาซ่า แวดังแวร์มาร์ท รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ในฐานความผิดเข้าไปทำการค้า โดยไม่มีใบอนุญาต (Work Permit) และได้รับการปล่อยตัวแล้ว จำนวน 12 คน คงเหลืออีก 21 คน ดังที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น

          ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (25 ต.ค.) ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ภายหลังทราบข่าว พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้กองกำลังเทพสตรี ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย และสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-มาเลเซีย เร่งรัดประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนไทยที่ถูกควบคุมตัวอย่างเร่งด่วนที่สุด

          โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา หัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมด้วยนายอำเภอสะเดา และกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง ได้เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ถูกควบคุมตัว และได้ประสานงานกับตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย ณ อาคารศูนย์ราชการ กระทรวงมหาดไทย รัฐเปอร์ลิส เพื่อขอให้ช่วยเหลือผ่อนปรน โดยฝ่ายมาเลเซียยินยอมให้จ่ายค่าปรับในอัตราโทษขั้นต่ำสุดคนละ 300 ริงกิต หรือ 2,175 บาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายมาเลเซียเพื่อเสียค่าปรับ และคาดว่าจะสามารถปล่อยตัวกลับประเทศไทยได้ภายใน 7 วัน ทั้งนี้ ได้แจ้งให้ญาติได้รับทราบเรียบร้อยแล้ว

          สำหรับมาตรการแก้ปัญหาในอนาคต จะเตรียมหาพื้นที่ให้กลุ่มคนไทยเปิดร้านค้าบริเวณชายแดนฝั่งไทย และประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำเรื่องการขอทำใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ให้ถูกต้องตามระเบียบที่ฝ่ายมาเลเซียกำหนดไว้ต่อไป” โฆษกกองทัพภาคที่ 4 กล่าว

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ลพบุรี – ดาบตำรวจ ติดการพนันขโมยปืนพกในคลัง 49 กระบอก ผู้การเซ็นต์คำสั่ง ให้ออกจากราชการ ส่งเข้าเรือนจำ

https://youtu.be/UpTd_QHAKfU

         เมื่อวันที่ 25 ต.ค.62 ที่ส ภ.ท่าหิน อ.เมือง ลพบุรี พ.ต.อ.ณัฐภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน จังหวัดลพบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา ได้ทำการตรวจสอบอาวุธปืนพกประจำกายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำคลังอาวุธของ สภ.ท่าหิน พบว่ามีอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ซิกซาวเออร์ และปืนกล็อกได้หายไปจากคลังจำนวน 49 กระบอก จึงได้เรียก ดาบตำรวจชรินทร์ บุตรดีอายุ 44 ปี ผบ.หมู่ ปป. สภ.ท่าหิน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ส่งกำลังบำรุง ซึ่งรับผิดชอบถือกุญแจคลังอาวุธประจำกายดังกล่าวมาหลายปีแล้ว มาทำการสอบสวน ซึ่งดาบตำรวจ ชรินทร์ บุตรดี ได้รับสารภาพว่ามีปัญหาทางการเงิน ติดการพนันฟุตบอล หมดหนทางหาเงินได้ลักลอบนำอาวุธประจำกายของตำรวจจากคลังไปจำนำ และขายตามตลาดมืด จำนวน 49 กระบอกจริง

         ซึ่งหลังทำการสอบสวนเสร็จ ได้ทำการบันทึกปากคำ และตั้งกรรมการสอบสวนทันที โดยมี พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมนายตำรวจอีกจำนวนหนึ่งร่วมรับฟังในการสอบสวน เบื้องต้นได้เซ็นคำสั่งให้ ด.ต.ชรินทร์ บุตรดี ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมทั้งไดควบคุมตัวไปทำการติดตามอาวุธปืน ที่นำไปจำนำ และขายตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในจัง หวัดลพบุรี และต่างจังหวัดรอยต่อ ซึ่งสามารถติดตามได้มาเป็นบางส่วน แต่ปืนบางกระบอกยังไม่สามารถนำกลับมาได้ เนื่องจากขายไปตามตลาดมืด และตามสื่อโซเชียล แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการกับผู้ที่รับจำนำ และผู้ที่นำไปขาย

         ทั้งนี้ พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน ได้กล่าวว่าตนเองได้สังการให้นายตำรวจอำนวยการ ได้ตรวจสอบคลังอาวุธปืนทุก 15 วัน ซึ่งคาดว่าช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา ด.ต.ชรินทร์ ได้ทยอยนำปืนจากคลังออกไปจำนำ และขายตามที่ต่างๆ มากถึง 49 กระบอก ซึ่งขณะนี้ตำรวจงานสืบสวน สภ.ท่าหิน หลังจากได้สอบปากคำ ด.ต.ชรินทร์ ถึงสถานที่ที่นำอาวุธปืนไปจำนำ และขาย ได้ลงพื้นที่กระจายไปตามจุดต่างๆ แล้ว และสามารถทติดตามนำอาวุธปืนที่เหลือกลับคืนมาได้จำนวนหนึ่ง และรู้แหล่ง สถานที่ ที่นำไปจำนำ และขาย ซึ่งคาดว่าผู้ที่รับจำนำ และผู้ที่ซื้อไปอาจจะไหวตัว และกลัวความผิด

          ขอให้ผู้ที่รับจำนำปืน จาก ดต.ชรินทร์ บุตรดี นั้นสามารถติดต่อขอคืนอาวุธปืนได้ที่ สภ.ท่าหิน อ.เมือง ลพบุรี 036-780-040 หรือที่ พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน ที่เบอร์โทร 086-988-5007 ซึ่งจะปกปิดไว้เป็นความลับ โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังจากได้ทำการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสอบปากคำได้ควบคุมตัว ด.ต.ชรินทร์ บุตรดี ฝากขังเรือนจำกลางลพบุรี

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

สุโขทัย – เปิดศูนย์ควบคุมความเร็วและกวดขันวินัยจราจร

          วันที่ 25 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดศูนย์ควบคุมความเร็วและกวดขันวินัยจาราจร ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ณ ศูนย์จราจรสถานีตำรวจภูธรกงไกรลาศ ตำบลบ้านกร่าง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย

         โดยการเปิดศูนย์ควบคุมความเร็วและกวดขันวินัยจราจรในครั้งนี้ ทางตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ได้จัดทำโครงการตรวจจับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรด้วยอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอ นิกส์ ป้องกันอุบัติเหตุจราจร มุ่งเน้นการลดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นไปตามนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล และจังหวัดสุโขทัยในการกวดขันและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีด้วย

         ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า การเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง มีผลสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการฝ่าฝืนกฎจราจรของผู้ขับขี่ ประกอบกับจำนวนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไม่เพียงพอ ทางกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุโขทัย จึงได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาใช้ เพื่อควบคุมพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้เป็นไปตามกฎจราจร นอกเหนือจากเป็นการลดกำลังการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แล้ว ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมดูแลที่โปร่งใส ยุติธรรม ลดการเผชิญหน้าระหว่างตำรวจกับประ ชาชน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้เคารพกฎจราจรได้อีกด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน