จ.จันทบุรี – จัดงานวันครบรอบสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน

จ.จันทบุรี จัดงานวันครบรอบสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแสดงออกถึงความจงรักภักดีสนองตอบพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยสันติวิธี

         วันนี้ ( 25 พ.ย.62 ) ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ เจ้าตากสินมหาราชเทศบาลเมืองจันทบุรีนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับจังหวัดและวิทยากรกระบวนการกองทุนแม่ของแผ่นดินภาคประชาชน ร่วมวันครบรอบสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแสดงออกถึงความจงรักภักดีสนองตอบพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีพันปีหลวงในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยสันติวิธี โดยสำนักงาน ป.ป.ส.ได้สืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการขยายพื้นที่ดำเนินการไปทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 15 ปี

          ในการจัดงานครั้งนี้มีการดำเนินงาน 2 กิจกรรมคือ พิธีทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดจันทบุรี, มอบโล่ประกาศเกียรติคุณของสำนักงานป. ป. ส. ภาค 2 ให้แก่บุคคลที่มีผลงานด้านการป้องกันยาเสพติดดีเด่นจำนวน 9 ราย ซึ่งคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับจังหวัดและวิทยากรกระบวนการกองทุนแม่ของแผ่นดินภาคประชาชน ได้ร่วมกันทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อสร้างความเข้มแข็งชุมชนเป็นยอดเงิน 962,657 บาท

          ทั้งนี้จังหวัดจันทบุรีมีกองทุนแม่ของแผ่นดินจำนวน 255 กองทุนซึ่งหัวใจสำคัญของการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินได้ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคประชาชนในการรวมกลุ่มกันดูแลเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้ปัญหายาเสพติดเกิดขึ้นในหมู่บ้าน / ชุมชนของตนเองหรือหากมีปัญหายาเสพติดเกิดขึ้นต้องใช้มาตรการตามแนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาโดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและเอื้ออำนวยในด้านต่างๆ

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตม.จว.มุกดาหาร – จับคนลาว ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม

         วันนี้(25 พ.ย.62) เวลา 08.30 น. ตม.จว.มุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม. จว.มุกดาหาร, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม. จว. มุกดาหาร, พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล, พ.ต.ท.อุดร ชาวแขก สว.ตม. จว.มุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่จุดตรวจบุคคลและพาหนะพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ได้ทำการจับกุม MR.KOT อายุ 27 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ข้อหา “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” สถานที่จับกุม บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะ(ขาออก) สะพานมิตภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

         พฤติการณ์แห่งคดีและการจับกุม ตามนโยบายของสำนัก งานตรวจคนเข้าเมืองและกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำจุดตรวจบุคคลและพาหนะเข้มงวดกวดขันในการตรวจบุคคลและพาหนะ ต่อมาในวันนี้ (25 พ.ย.2562) ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ นายกด ไม่มีนามสกุล (MR.KOT) อายุ 27 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ได้มายื่นหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวข้างต้นต่อ ร.ต.อ.หญิง กฤตยา เสริมสุข เจ้าหน้าที่ตรวจบุคคลและพาหนะ เพื่อตรวจอนุญาตตามพิธีการเข้าเมือง ซึ่งจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าแผ่นหนังสือเดินทางในหน้าที่ 21-30 มีร่องรอยการแก้ไขโดยนำแผ่นหน้าหนังสือทางหน้าที่ 21-30 ของหนังสือเดินทางเลขที่ P0245759 มาใส่แทนโดยใช้กาวติดไว้

         จากการสอบถามนายกดฯ(MR.KOT) ได้ให้การว่าตนได้เดินทางมาที่ จ.มุกดาหาร เพื่อจะกลับบ้านแต่ก่อนหน้านี้หนังสือ เดินทางของตนได้เปียกน้ำเนื่องจากลืมหนังสือเดินทางใว้ในเสื้อผ้าที่นำไปซัก ทำให้แผ่นหน้าของหนังสือเดินทางเกิดการหลุดออกจากเล่ม ตนจึงได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขหนังสือเดินทางโดยได้นำแผ่นหน้าหนังสือเดินทางหน้าที่ 21-30 ของหนังสือเดินทางเลขที่ P0245759 ซึ่งเป็นของตนเองอีกเล่ม มาใส่แทนในหน้าที่ 21-30 ของหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ซึ่งเป็นหนังสือเดิน ทางของตนเอง และได้ยื่นแสดงหนังสือเดินทางเลขที่ P1702802 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพิธีการเข้าเมือง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและจับกุมดังกล่าว ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงได้แจ้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายข้างต้นให้ผู้ถูกจับทราบและแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม” สอบถามผู้ถูกจับแล้วได้ให้การตามบันทึกข้างต้น จึงทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777

ลพบุรี – เกิดปรากฏการณ์ !! คุณครูโพสต์ประกาศตามหา “เด็กนักเรียนอยู่ไหน?”

วันที่ 25.11.62 ครูลพบุรี โพสต์ประกาศตามหา เด็กนักเรียนอยู่ไหน หายไปไหนกันหมด เจออีกทีโผล่โรงหนังในห้าง

          วันที่ 25 พ.ย. 62 ภายใต้การอำนวยการของนายโกมล ปานขาว ปลัดอำเภอรักษาการณ์แทนนายอำเภอเมืองลพบุรี ได้สั่งการให้ว่าที่ร้อยตรีกานต์พิทักษ์เตชกุลปลัดอำเภอเมืองลพบุรี ประสาน สารวัตรนักเรียน ครูฝ่ายปกครอง ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ได้เดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลพบุรี สาขา 1 (ชั้น 2) ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรีหลังได้รับการร้องเรียนจาก สื่อโซเชียล เรื่องคุณครูประกาศตามหา”เด็กนักเรียนอยู่ไหน”

          กลายเป็นปรากฏการณ์! คุณครูโพสต์ประกาศตามหา “เด็กนักเรียนอยู่ไหน?” หลังเช้าวันจันทร์พบหายไปครึ่งค่อนโรงเรียน คาดโผล่ไปอยู่โรงภาพยนตร์ชื่อดัง จัดฉลองดูหนังราคาถูก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียกำลังให้ความสนใจกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามรั้วโรงเรียนในบางพื้นที่ หลังพบว่ามีเด็กนักเรียนมาโรงเรียนกันน้อยอย่างผิดปกติ กระทั่งในเวลาต่อมา สารวัตรนักเรียนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ติดตามไปพบว่าเด็กๆ ส่วนใหญ่แอบหนีโรงเรียนมานัดกันอยู่ที่โรงภาพยนตร์ที่ห้างดังกล่าว ตามเครื่องเล่นต่างๆ ที่มีทั้งเด็กในชั้นประถม ยันนักศึกษาระดับอาชีวะทั้งชายและหญิงนับ 100 ราย

          จากการตรวจสอบพบว่า โรงภาพยนตร์ชื่อดังแห่งหนึ่งได้จัดกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อฉลองครบรอบ โดยสามารถซื้อตั๋วหนังได้ในราคา 25 บาท ตลอดทั้งโปรแกรมเฉพาะในวันนี้เท่านั้น โดยเมื่อคืนวานนี้ 24 พ.ย.62 ได้มีการเปิดจองตั๋วผ่านทางระบบออนไลน์ ปรากฏว่าระบบแอปพลิเคชั่น และเว็บไซต์เกิดขัดข้องต่อเนื่อง เนื่องจากมีผู้ใช้ความสนใจในกิจกรรมครั้งนี้อย่างล้นหลาม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองป้องกัน ได้ประสานให้สารวัตรนักเรียนและครูฝ่ายปกครอง แต่ละโรงเรียน ทำประวัติ ว่ากล่าวตักเตือน และนำชื่อนักเรียน นักศึกษาทุกคนรายงานให้ผู้ปกครองได้ทราบต่อไป

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตงรายงาน

กองทัพภาคที่ 4 – จัดพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6

กองทัพภาคที่ 4 จัดพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประจำปี 2562

          วันนี้ (25 พ.ย. 62) กองทัพภาคที่ 4 โดยมณฑลทหารบกที่ 41 ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล พิธีถวายราชสักการะ และวางพวงมาลาวางพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประจำปี 2562 ณ สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพลตรีสิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจ เพื่อประชาชนและประเทศชาตินานัปการ อีกทั้งทรงพระราชทานกำเนิดหน่วยทหารขึ้นในภาคใต้ ณ ค่ายวชิราวุธจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหน่วยแรก มีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ นายทหาร ตำรวจ คณะลูกเสือ เนตรนารี แม่บ้านทหาร นักศึกษาวิชาทหาร ผู้แทนภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2423 ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถได้ประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ด้านการปกครองและการทำนุบำรุงประเทศ ทรงปรับปรุงการปกครองแผ่นดินทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้มีการจัดแบ่งเป็นจังหวัด มณฑล และภาค และยังได้ทรงจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ทรงริเริ่มก่อตั้งกิจการเสือป่า และกองลูกเสือขึ้น ด้านการศึกษา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติการประถมศึกษา พุทธศักราช 2464 ทรงตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือน นอกจากนี้ยังมีด้านประเพณี วัฒนธรรม และวรรณคดี เป็นต้น

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอยู่ในราชสมบัติเป็นเวลา 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2468 รวมพระชนมายุ 45 พรรษา…

///////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

ลพบุรี – แม่ค้าหวยเดือดถูกจับขายเกินราคา ขอพบนักข่าว สุดท้ายลงเอยชื่นมื่น

25 พ.ย.62 ร.ต.อ.ศุภชัย ดีมงคล รอง สว.สส.สภ.เมือง ลพบุรี ได้แจ้งประสานผู้สื่อข่าวว่า มีผู้ต้องหาหญิงรายหนึ่งที่ถูกจับข้อหาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด อยากจะขอพบนักข่าว จึงได้เดินทางไปยังงานสืบสวน สภ.เมือง ลพบุรี พบมีผู้ที่ถูกจับในข้อหาเดียวกัน จำนวน 3 ราย หนึ่งในจำนวนมีนางไกรวัลย์ หรือป้าแจ๋ม วัย 57 ปี (ขอสงวนนามสกุล) ที่สีหน้าบอกบุญไม่รับ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงสาเหตุที่อยากขอพบนักข่าว

ป้าแจ๋ม ที่สีหน้าเคร่งเครียดได้กล่าวว่า หวยตนเองขายหวยมี 2 ราคา ราคา 80 บาท และหวยชุด 2 ใบราคาใบละ 100 อยากรู้ทำไมตำรวจไม่ซื้อราคา 80 บาท ทำไมต้องมาซื้อไอ้ที่ตนเองขายเกินราคา นี่มันแกล้งกันชัดๆ เห็นใจกันบ้าง เพิ่งมาขายวันแรกก็โดนจับซะแล้ว …เรียกเสียงเฮจากตำรวจชุดจับกุม และที่กำลังบันทึกการจับกุม ที่ปวดหัวกับป้าแจ๋ม ไม่ยอมรับสารภาพผิด ว่าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ทั้งที่แม่ค้าอีก 2 ราย ที่ถูกจับมาพร้อมกันนิ่งเงียบ และยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยมีธนบัตรที่ล่อซื้อจากป้าแจ๋มเป็นหลักฐานชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่าผิดที่ใคร ใครผิด ป้าแจ๋ม จึงได้ยอมรับว่าตัวเองผิดกับผู้สื่อข่าว พร้อมทั้งร้องให้โฮออกมาและเล่าว่า ตนเองเป็นชาวบ้าน จ.อุทัยธานี ที่ได้มาขายหวยเพราะสามีตาย และต้องดูแลเลี้ยงหมา เลี้ยงแมวอีกหลายตัว ตนเองถูกกดดันจากยี่ปั๊ว เพราะตนเองไม่มีโควตาเหมือนคนอื่นต้องจำยอมขายทั้งที่มีกำไรน้อย และเสี่ยงกับการถูกจับ แต่เห็นว่าเขาก็ขายกันเกินราคากันทั่วบ้านทั่วเมือง ตั้งแต่ต้นทางกองสลาก โควต้า ยันยี่ปั๊ว จนมาถึงตนเองก็ไม่เห็นมีใครถูกจับ ดำเนินคดี ซึ่งราคาต้นทุนลอตเตอรี่ต่อใบ ใบละ 70.40 บาท หวยชุด 2 ใบ ก็ราคาเท่ากัน แต่กว่าจะมาถึงตนก็ปาเข้าไป 81-85 บาทแล้ว จะให้มาขาย 80 บาทก็คงขาดทุน เคยขอโควตาที่ศาลากลางจังหวัดลพบุรี มาหลายปี แต่ก็ไม่เคยได้รับการพิจารณา

ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำว่าป้า จะรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไหม ถ้าป้าปฏิเสธก็ต้องส่งฟ้องศาล แต่ถ้ารับสารภาพโทษแค่ปรับที่โรงพัก ป้าจึงยอมรับสารภาพ ซึ่งโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามกฎหมายกำหนด ก่อนผู้สื่อข่าวจะกลับป้าแจ๋ม ก็ยังขอให้ผู้สื่อข่าวต่อรองราคา ขอลดครึ่งราคากับตำรวจ ซึ่งป้าเกรงว่าเงินที่ขายลอตเตอรี่มาวันนี้จะไม่เพียงพอกับการเสียค่าปรับ ดังนั้นตำรวจชุดจับกุม ไล่ตั้งแต่สารวัตร รองสารวัตร นายดาบ จ่า นายสิบ รวมถึงผู้สื่อข่าวได้ช่วยกันซื้อลอตเตอรี่ ป้าแจ๋ม คนละหลายชุด จนป้ายิ้มออก และกล่าวขอโทษกับตำรวจที่แสดงกริยา อาการไม่ดี ซึ่งต่อจากนี้จะไม่ขอขายหวยชุดอีกแล้ว ขายเท่าที่ขายได้ คงจะไม่เสี่ยงกับการถูกจับดำเนินคดีอีกต่อไป

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตงรายงาน

อาเซียน – เกาหลีพร้อมสนับสนุนภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ (การประชุม ASEAN-ROK CEO Summit)

วันนี้ (25 พฤศจิกายน 2562) เวลา 10.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครปูซาน) ณ อาคารนิทรรศการ 2 ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมพิธีเปิดและกล่าวถ้อย แถลงแสดงความยินดีในการประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจอาเซียน – สาธารณรัฐเกาหลี (ASEAN-ROK CEO Summit) สรุปสาระสำคัญดังนี้

การประชุม ASEAN-ROK CEO Summit เป็นเวทีสำคัญให้ผู้นำ และภาคเอกชนอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีหารือเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจในภูมิภาค โดยมีผู้นำอาเซียน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ผู้แทนภาคธุรกิจสำคัญ อาทิ ประธานสภาหอการค้าและอุตสาห กรรม ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และเมียนมา ฯลฯ โดยมีนายไพรัช บูรพชัยศรี รองประธานหอการค้า เข้าร่วมในฐานะผู้แทนไทย

ไทย ในฐานะประธานอาเซียน ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ การส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ โดยสาธารณรัฐเกาหลีถือเป็นหนึ่งในคู่เจรจาสำคัญของอาเซียน การอำนวยความสะดวกทางการค้าเป็นสิ่งที่อาเซียนไม่เคยมองข้ามและให้ความสำคัญ ซึ่งในอนาคตสามารถขยายความเชื่อมโยงไปยังประเทศคู่เจรจาได้ โดยอาเซียนพร้อมสนับสนุนการสร้างความเชื่อมโยงทางการค้าดิจิทัล รวมทั้งผลักดันให้เกิดความเชื่อมโยงภายในภูมิภาคผ่านการลดอุปสรรคทางการค้า

นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการบรรลุความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจ เกิดการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน

อาเซียนตระหนักดีถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ที่ถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยอาเซียนเห็นพ้องให้มีการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดตามที่ระบุในแผนปฏิบัติการ ภาคเอกชนอาเซียนได้วางเป้าหมายการพัฒนา ดังนี้

  • หนึ่ง การพัฒนาแรงงานทักษะฝีมือ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและเทคโนโลยี
  • สอง การเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางดิจิทัล ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และการสร้างความเชื่อมโยงทางดิจิทัลในอาเซียน
  • สาม ความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรม
  • สี่ การส่งเสริมกลไกความร่วมมือทางการค้า โดยเฉพาะความร่วมมือภาคเอกชน

ภาครัฐสนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบ FTA อาเซียน-เกาหลี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ที่สาธารณ รัฐเกาหลี มีความโดดเด่น อาทิ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่อาเซียนสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงปูซาน และเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ Busan Eco-Delta Smart City

เมื่อวันที่(24 พฤศจิกายน 2562) เวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภริยา พร้อมด้วยคณะ เดินทางถึงฐานทัพอากาศกิมแฮ  (Gimhae Air Base) จากนั้น นายกรัฐมนตรีออกเดินทางไปพื้นที่เขตคังซอ ฝั่งตะวันตกของนครปูซาน เพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการ Busan Eco-Delta Smart City โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีเข้าร่วมงานด้วย

โครงการ Busan Eco-Delta Smart City เป็นโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระดับชาติ โครงการแรกของเกาหลีใต้ อันเป็นผลมาจากการลงนาม MOUs ระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ ครั้งที่ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีเยือนไทย เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนนโยบาย เทคโนโลยี ข้อมูลและทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะของทั้งสองประเทศ โดยเป็นไปตามความสนใจของแต่ละฝ่าย ซึ่งจะนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน

โดยผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีรับชมวิดีทัศน์เกี่ยวกับเมืองอัจฉริยะของปูซาน อีโค-เดลต้า จากนั้นประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวเปิดงาน ก่อนที่ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจะขึ้นเวทีและสัมผัสหน้าจอพร้อมกัน

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีเปิด จากนั้นในเวลา 19.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 3 และการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมที่พัก

“ธรรมนัส” ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว จัดที่ดินทำกิน เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

“ธรรมนัส “ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว จัดที่ดินทำกิน เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

         วันที่​ 25​ พ.ย.62 : ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้กับเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดสระแก้ว จำนวน150 ราย พร้อมมอบบัตรดินดี ให้เกษตรกร จำนวน​ 20 ราย ณ แปลง คทช. No.421 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองหินปูน อำเภอวังน้ำ เย็น จังหวัดสระแก้วว่าการลงพื้นที่ตรวจราชการในวันนี้ เป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้านการจัดการที่ดินและดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)

         โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว (ส.ป.ก. สระ แก้ว) ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2536 ตาม พรบ.จัดตั้งจังหวัดสระแก้ว แยกมาจากจังหวัดปราจีนบุรี ได้ดำเนินการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 โดยมีพื้นที่ดำเนินการทั้งสิ้นประมาณ 2.04 ล้านไร่ ประกอบด้วย 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสระแก้ว, เขาฉกรรจ์, คลองหาด, โคกสูง, ตาพระยา, วังน้ำเย็น,วังสมบูรณ์, วัฒนานคร และอรัญประเทศ โดยได้ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแก่เกษตรกรแล้ว จำนวน 0.20 ล้านราย 0.13 ล้านแปลง เนื้อที่รวม 1.30 ล้านไร่ มีพื้นที่คงเหลือประมาณ 0.74 ล้านไร่ อยู่ระหว่างดำเนินการในลำดับต่อไป

         อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่เพื่อพบปะเกษตรกรและประชา ชน ในจังหวัดสระแก้ว ประชาชนส่วนใหญ่ประสบปัญหาเรื่องสิทธิการเข้าอยู่อาศัยและที่ดินทำกิน โดยพื้นที่กว่า 80% ในจังหวัดสระแก้วอยู่ในความดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตร กรรม สำหรับพื้นที่แปลง คทช. No.421 เป็นการตรวจติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ซึ่งได้จัดสรรในรูปแบบสหกรณ์ มีเกษตรกรเข้าอยู่อาศัยจำนวน 36 ครอบครัว โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เข้ามาดูแลและส่งเสริมการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร และเป็นโอกาสดีที่ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนลำไย เกี่ยวกับเรื่องมาตรฐาน GAP และแรงงานในสวนลำไย ซึ่งจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

          สำหรับการดำเนินการในพื้นที่การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) นั้น ส.ป.ก. ประกาศเป็นพื้นที่ คทช. ทั้งประเทศประมาณ 0.40 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ดำเนินการในจังหวัดสระแก้ว จำนวน 78 แปลง เนื้อที่ 87,071 ไร่ สามารถยึดคืนมาดำเนินการโดยให้สถาบันเกษตรกรเช่าทำประโยชน์แล้วจำนวน 4 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเย็น จำกัด สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภออรัญประเทศ (คทช.) จำกัด สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอโคกสูง (คทช.) จำกัด และสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวัฒนานคร (คทช.) จำกัด ทำให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินจำนวน 301 ราย เนื้อที่จำนวน 3,304 ไร่ และอยู่ระหว่างดำเนินการจัดที่ดินให้สถาบันเกษตรกรเพิ่มเติมอีกจำนวน 2,405 ไร่ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เกษตรกรในที่ดิน คทช. อาทิ การสร้างถนนเข้าพื้นที่ แหล่งน้ำ และบ้านพัก เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพทางการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

         สำหรับพื้นที่ดังกล่าวในส่วนกรมพัฒนาที่ดินได้จัดทำโครงการส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ปอเทืองแก่กลุ่มเกษตรกรตำบลคลองหินปูน ตั้งแต่ปี 2559 หมอดินอาสาประจำตำบลได้เริ่มปลูกปอเทือง เพื่อขายเมล็ดพันธุ์ คืนให้กับสถานีพัฒนาที่ดินสระ แก้ว โดยได้นำไปปลูกหลังการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ช่วงเดือนสิงหาคม จำนวน 40 ไร่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายเมล็ดพันธุ์ คิดเป็นกำไร ไร่ละ 4,700 บาท/ไร่ (จากต้นทุนการผลิต 1,300 บาท/ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 300 กก. ขายกก.ละ 20 บาท คิดเป็นเงิน 6,000 บาท)

          ต่อมาในปี 2561 มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 10 ราย รวมพื้นที่ 100 ไร่ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นหลังการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และเมื่อถึงฤดูการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สภาพดินมีคุณภาพดีขึ้น สามารถลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยเคมีจาก 50 กก./ไร่ เหลือเพียง 25 กก./ไร่ ได้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นจาก 800 กก./ไร่ เป็น 1,000 กก./ไร่ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เกษตรกรในที่ดิน คทช. อาทิ การสร้างถนนเข้าพื้นที่ แหล่งน้ำ และบ้านพัก เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพทางการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” สั่งกำชับเลขาฯ ส.ป.ก. เร่งยึดคืนที่ดินฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม “ปารีณา”

          สปก.พร้อมดำเนินคดีแพ่งฐานเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นำพื้นที่ 691 ไร่มาจัดสรรเป็น ส.ป.ก. 4-01 หาก “ปารีณา” มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรสามารถได้รับการจัดสรรสิทธิ์ทำเกษตรกรรมไม่เกิน 50 ไร่

          ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ กล่าวว่า ได้สั่งการด่วนที่สุดถึงนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้ดำเนินการ กรณีน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ​ ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยจากการตรวจสอบของคณะทำงานร่วมของส.ป.ก. และกรมป่าไม้วานนี้ (24 พ.ย.62​) นายวิณะโรจน์ฯ​ รายงานว่า ที่ดินซึ่งน.ส. ปารีณาฯ​ แสดงบัญชีแสดงทรัพย์สินต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และบัญชีแสดงการจดทะเบียนครอบครองฟาร์มไก่เนื้อจากกรมปศุสัตว์พบว่าฟาร์มไก่ “เขาสน 1และเขาสน 2 “ นั้นตั้งอยู่เลขที่ 109 ม. 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยใช้หมายศาลจังหวัดราชบุรี โดยการอ่านแปลภาพทางอากาศประกอบการนำชี้ของผู้ใหญ่บ้านพบว่า “เขาสน 1“ อยู่ในเขตพื้นที่ปฎิรูปที่ดินทั้งหมดเนื้อที่ประมาณ 691 ไร่ ส่วน “เขาสน 2” เป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและตามพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 เนื้อที่ประมาณ 46 ไร่ ทั้งนี้น.ส. ปารีณาฯ​ ไม่ได้มานำชี้แนวเขตในการตรวจสอบตามที่ส.ป.ก. แจ้งไป ขณะเข้าตรวจสอบไม่พบบุคคลใดและไม่พบการเลี้ยงไก่แล้ว ผู้ใหญ่บ้านที่ร่วมตรวจสอบให้การว่า ทางฟาร์มเพิ่งจับไก่ออกไปจากฟาร์มทั้งหมด

          ทั้งนี้ การครอบครองพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเกินกว่า 50 ไร่ผิดตามพ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจึงสั่งให้ยึดคืนทั้งหมด จากนั้นจะให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยการครอบครองที่ดินของครอบครัวน.ส. ปารีณาฯ​ ที่แจ้งว่า เข้ามาใช้ประโยชน์ตั้งแต่​ พ.ศ.2489 ก่อนที่กรมป่าไม้จะมอบให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินในพ.ศ.2536 ซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่สามารถดำเนินคดีได้แล้วเนื่องจากครอบครองเกิน 10 ปีจึงหมดอายุความแล้ว แต่ให้พิจารณาว่า สามารถฟ้องร้องทางแพ่งฐานทำให้ที่ดินของรัฐเสียหายและใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตได้หรือไม่

          อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาส.ป.ก. ได้ปักป้ายหน้าฟาร์มว่า เป็นที่ดินของส.ป.ก. ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย.62​ และได้เชิญน.ส.ปารีณาฯ​ มาอุทธรณ์ โดยหากมีเอกสารการเข้าทำประโยชน์ให้นำมาแสดงจากนั้น​ ส.ป.ก. จะตรวจสอบว่า การอุทธรณ์และเอกสารที่นำมาแสดงนั้นฟังขึ้นหรือไม่ ถ้าฟังไม่ขึ้นต้องยึดคืนแล้วนำมาจัดสรรใหม่ให้ผู้มีคุณสมบัติเข้าประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งหากน.ส. ปารีณาฯ​ ยื่นขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ส.ป.ก. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเกษตรแล้ว ทางส.ป.ก. ตรวจสอบพบว่า มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรสามารถได้รับหนังสือเข้าทำประโยชน์ ส.ป.ก. 4-01 เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกราย

          “ตามหลักปฏิบัติน.ส. ปารีณาฯ​ ต้องมาแสดงตัวกับส.ป.ก. ภายใน 30 วัน แต่ยังไม่ได้รับรายงานจากเลขาธิการส.ป.ก. ว่า น.ส. ปารีณาฯ​ มาพบหรือยัง” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี ตร.บางบัวทอง เจ๋ง จับอดีต รปภ.วัย 24 ปี ตระเวนงัดเครื่องซักซ้าหยอดเหรียญภายใน 2 ชม.

          เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 พ.ย.62 นางสาวนวรัตน์ ทิมดี อายุ 57 ปี เจ้าของอพาร์ทเม้นต์ดวงธนิต เลขที่ 39/5 หมู่ที่5 ต.พิมชราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เดินทางเข้าเเจ้งความกับ ร.ต.อ.ธงชัย พานิชอำนวย รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กรณีถูกชายวัยรุ่นอายุประมาณ 25-30 ปี เข้ามางัดเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญจนได้รับความเสียหาย

          ขณะเดียวกันภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพชายสวมเสื้อยืดคอกลมสีส้ม กางเกงขาสั้นลายดอก สวมใส่รองเท้าแตะ ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลข ขับมาจอดที่หน้าอพาร์ทเม้นต์เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.11 น.วันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายปีนกำแพงเข้ามาทางด้านข้างตึก เเล้วเข้ามาก่อเหตุงัดเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ ที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณบันไดทางขึ้นชั้นล่าง แต่เนื่องจากที่หยอดเหรียญมีระบบป้องกันแน่นหนา คนร้ายจึงไม่สามารถเอาเงินไปได้ จากนั้นคนร้ายจึงได้เดินกลับไปที่รถ จยย.แล้วขับหลบหนีไป

          ทางด้านนางสาวนวรัตน์ ทิมดี ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนสังเกตุเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดมีลักษณะผิดปกติ จึงตรวจสอบดู ปรากฎว่าพบคนร้ายเป็นชายเข้ามางัดเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ จึงรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจ ตอนที่เห็นคนร้ายในกล้องวงจรปิดตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดว่าอพาร์ทเม้นต์ของตนจะเกิดเรื่องแบบนี้

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง นำโดย พ.ต.ท. ณัฐยุทธ์ แก้วปาน สว.สส. พร้อมด้วย ร.ต.อ.ประสิทธิ์ อินทร์อุ่นโชค รอง สว.สส. , ด.ต.มนัส แย้มสุดใจ ผบ.หมู่ สส. ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายขับหลบหนี จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายเช่าห้องพักแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านบัวทอง4 หมู่ที่7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง เจ้าหน้าตำรวจจึงไปเคาะประตูเรียก โดยเรียกอยู่ประมาณ 10 นาที จึงมีคนเปิดประตูห้องออกมา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ไปก่อเหตุงัดเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญที่อพาร์ทเม้นต์ดังกล่าว อีกทั้งยังสวมใส่ชุดที่ไปก่อเหตุอีกด้วย ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายพรเทพ มหิมา อายุ 24 ปี อดีต รปภ. บ้านเลขที่ 42/11 หมู่1 ต.พงศ์ประสาท อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ยังพบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ ทะเบียน ขคม 458 ยะลา คันก่อเหตุจอดอยู่ที่บริเวณหอพักจึงยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.บางบัวทอง

          ทางด้าน พ.ต.อ.สิริภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า หลังจากได้รับเเจ้งเหตุจากผู้เสียหายจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐยุทธ์ แก้วปาน สว.สส.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใครพักอยู่ที่ไหน ต่อมาจึงนำกำลังเข้าจับกุมโดยคนร้ายยังสวมใส่ชุดที่ก่อเหตุอยู่ จากการตรวจสอบพบประวัติโชกโชน เคยต้องโทษจำคุกหลายคดี อาทิเช่นครอบครองเครื่องกระสุนปืน เมื่อปี พศ.2555 ครอบครองยาเสพติด ปี พศ.2557 จากนั้นจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมเเจ้งข้อหาพยายามลักทรัพย์ในเคหะสถาน, บุกรุกในยามวิกาล, ทำให้เสียทรัพย์

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี