ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานการจัดทำบัญชีรายการและรายงานก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064-1 และ ISO 14067 แบบครบวงจร รุ่นที่ 2” ศึกษาดูงาน ณ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (โรงงานห้วยโป่ง)

ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานการจัดทำบัญชีรายการและรายงานก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064-1 และ ISO 14067 แบบครบวงจร รุ่นที่ 2” ศึก ษาดูงาน ณ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (โรงงานห้วยโป่ง)

คณะศึกษาดูงาน นำโดยคุณพรอรัญ สุวรรณพลาย กรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชา ชน พร้อมด้วยนายธวัช ผลความดี ผู้อำนวยการหลักสูตร นายวิวัฒน์ โฆษิตสกุล ที่ปรึกษาด้านคาร์บอนเครดิต เจ้าหน้าที่มูลนิธิ และผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานการจัดทำบัญชีรายการและรายงานก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064-1 และ ISO 14067 แบบครบวงจร รุ่นที่ 2” รวมทั้งสิ้น 36 คน เข้าศึกษาดูงาน ณ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (โรงงานห้วยโป่ง) จังหวัดระยอง เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้มาตรฐานการจัดการก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ภายใต้หลักสูตร ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายการและรายงานก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กรตามมาตรฐาน ISO 14064-1 รวมถึงการประเมินคาร์ บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน ISO 14067 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ได้ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน พร้อมบรรยายเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการพลังงาน และการดำเนินงานด้านก๊าซเรือนกระจกขององค์กร โดยบริษัทได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 14064-1 และ ISO 14067 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนากระบวนการผลิตที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ คณะศึกษาดูงานยังได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตภายในโรงงาน เพื่อเรียนรู้การดำเนินงานจริงในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การบริหารจัดการวัตถุดิบ การใช้พลังงานในกระ บวนการผลิต ตลอดจนมาตรการและเทคโนโลยีที่บริษัทนำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยผู้เข้าร่วมอบรมได้เห็นตัวอย่างการเก็บรวบรวมข้อมูล การติดตามผล และการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญของหลักสูตร

การศึกษาดูงานในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เชื่อมโยงองค์ความรู้ภาคทฤษฎีกับการปฏิบัติงานจริงจากองค์กรต้นแบบในภาคอุตสาหกรรม ช่วยเสริมสร้างความเข้า ใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กร ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต


วช.แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569” นำความท้าทาย ววน. “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน”

วช. แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569” นำความท้าทาย ววน. “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพ มหานคร

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า การจัดงาน “มห กรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ซึ่งก้าวสู่ปีที่ 21 ถือเป็นเวทีสำคัญของประเทศในการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยสู่สาธารณะ โดยเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2549 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเครือข่ายวิจัยของประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติได้พิสูจน์ให้เห็นว่างานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายมิติ นับตั้งแต่ภาคเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และการกำหนดนโยบายสาธารณะ

โดยมีพลังความร่วมมือจากหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศบนฐานความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำหรับปี 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน” เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยมีหน่วยงานเครือข่ายเข้าร่วมกว่า 200 หน่วยงาน พร้อมกิจกรรมเข้มข้นทั้งการประชุมสัมมนากว่า 150 หัวข้อ นิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า 1,000 ผลงาน กิจกรรมส่งเสริมการวิจัย และการยกย่องเชิดชูเกียรตินักวิจัย ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ใช้ประโยชน์ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และภาคประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อขยายผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ถัดมาเป็นการเสวนา ”Thailand Research Expo 2026 Talk : Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน“ ซึ่งได้รับเกียรติจาก นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมด้วย ศ.ดร.ปรินทร์ ชัยวิสุทธางกูร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในมุมมองภาคการศึกษา นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และนางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์ วิส จำกัด (มหาชน) ในมุมมองภาคธุรกิจ รวมทั้ง รองศาสตราจารย์ ดร.ม.ล. พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธานเครือข่ายพันธ มิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ในมุมมองภาคการศึกษาวิจัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนา “Platinum Award Talk : เสริมพลังประชาคมวิจัย ด้วยรางวัลแห่งเกียรติยศ” โดย นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้แทนหน่วยงานที่ได้รับรางวัล Platinum Award ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ความสำเร็จ และแนวทางการยกระดับงานวิจัยสู่ความเป็นเลิศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาคมวิจัยของประเทศต่อไป

ซึ่งภายในงานแถลงข่าว Thailand Research Expo 2026 ได้มีการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากเครือข่ายวิจัยทั่วประเทศ ครอบคลุม 6 ประเด็น สำคัญในการพัฒนาประเทศ

  1. งานวิจัยเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG นำเสนอผลงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรและอุตสาหกรรมของประเทศ อาทิ นวัตกรรมรักษาแผลเรื้อรังในแมวด้วยเซลล์ต้นกำเนิดและเกล็ดเลือดเข้มข้น เปปไทด์จากเนื้อไก่เพื่อพัฒนาอาหารช่วยชะลอการเสื่อมของสมอง และนวัตกรรมเพิ่มมูลค่ายางพาราพร้อมลดของเสียในกระบวนการผลิต
  2. งานวิจัยเพื่อสร้างสรรค์ Soft Power ของประเทศ ไทยต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยสู่เวทีสากล ผ่านผลงาน “เรือนหมอพร” นวัตกรรมสมุนไพรไทยผสานเทคโนโลยี AI และ “ไหมมัดหมี่ : ศาสตร์แห่งศิลป์” ที่ยกระดับผ้าไหมไทยสู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
  3. ชงานวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ จัดแสดงเทคโนโลยีขั้นสูงที่ตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรมและความมั่นคงของประเทศ เช่น เทคโนโลยีเรดาร์ตรวจจับระยะไกลเพื่อความมั่นคง และ Pathfinder UGV หุ่นยนต์เบิกทางสำหรับปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยง
  4. งานวิจัยเพื่อยกระดับสังคมอย่างยั่งยืน รวมผลงานที่มุ่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ ยาสมุนไพรกระท่อมเพื่อช่วยบำบัดผู้มีปัญหาการดื่มสุรา การพัฒนาไก่ดำดอยตุงเป็นผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น ระบบ AI และโดรนสำหรับตรวจสอบโซลาร์ฟาร์ม ระบบตรวจจับโดรนเพื่อความปลอดภัยทางอากาศ เตียงป้องกันแผลกดทับและลดอาการภูมิแพ้ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานสะอาด
  5. งานวิจัยเพื่อสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นำเสนอแนวทางจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ชุดตรวจวัดคุณภาพน้ำรูปทรงเป็ด เทคโนโลยีแก้ปัญหาสารพิษในลุ่มแม่น้ำกก นวัตกรรมการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีเคลือบผิววัสดุสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
  6. งานวิจัยเพื่อส่งเสริมศักยภาพวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)
  7. แสดงผลงานที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย อาทิ ผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือก “วังส้มซ่าโมเดล” เพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชนด้วยนวัตกรรมชีวภาพ เครื่องควักไส้ปลาทูแบบกึ่งอัตโนมัติ และการพัฒนาทองคำ 96.5% ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังมี Research Show ที่นำเสนอผลงานต้นแบบเตียงผ่าตัดเล็กควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า และกล้อง AI ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกผ่านสมาร์ทโฟน

ขณะที่หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย (PMU) นำเสนอผลงานวิจัยที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง เช่น เส้นหมี่และเฟตตูชินีจากไข่ขาวไร้แป้ง รองเท้าวิ่ง Ving อาหารทดแทนมื้ออาหาร Low GI สำหรับผู้ควบคุมระดับน้ำตาล แผ่นแปะเข็มจิ๋วรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม วัสดุทดแทนกระดูกจากผลงานวิจัยไทย K-EDUVERSE แพลตฟอร์ม AI เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (3D Printing)

ด้านเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัย (RUN) นำเสนอผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์การรับมือความท้าทายในอนาคต อาทิ เทคโนโลยีออกแบบอาคารต้านแผ่นดินไหว แพลตฟอร์มแสดงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เทคโนโลยีสมุนไพรและความปลอดภัยอาหาร ระบบเฝ้าระวังโลหะหนักในแม่น้ำโดยนักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง ระบบสื่อสารฉุกเฉินในภาวะวิกฤต แบบจำลองสาร สนเทศเมือง (UIM) เครื่องตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว และแพลตฟอร์มพยากรณ์ฝุ่น PM2.5 และ PM0.1 พร้อมติดตามผลกระทบต่อสุขภาพ

โดยมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นจากหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชนทั่วประเทศร่วมจัดแสดง สะท้อนพลัง “Research Synergy” ที่นำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ขอเชิญร่วมงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 22-23 กรุงเทพมหานคร ร่วมค้นพบผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เปลี่ยนไอเดียให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี 2569 แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี 2569 แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เลขที่ 326 ถนนเจ้าคำรบ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร : นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ จัดพิธีมอบทุบทุนการศึกษาระดับชั้นประถม ประจำปี 2569 โดยมอบหมายให้ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ, นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ, นายจารรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ, นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจจสอบฯ และ คณะกรรมการฯ รวมถึงผู้บริหารฯ ร่วมในพิธี มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี พ.ศ.2569 ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 จำนวน 1,500 ทุนๆละ 2,000 บาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเท่าเทียมสามามารถศึกษาเล่าเรียนต่อโดยไม่ต้องยุติการศึกษา และเติบโตสร้างอนาคตตามความมุ่งหวังของตนเองและครอบครัวต่อไป โดยมีเยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ

นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ กล่าวว่า โครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย” ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ได้ช่วยเหลือ เสริมสร้างชีวิตให้อนาคตแก่เด็กไทยมากว่า 50 ปี และ ในปี พ.ศ.2569 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดสรรงบประมาณเพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาและทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นจำนวนเงินกว่า 20 ล้านบาท

โดยแบ่งให้เป็นทุนการศึกษาในระดับต่างๆ ประกอบด้วย
1.เงินสนับสนุนทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา
2.ทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น
3.ทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย
4.ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร

ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ชนชั้น และศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆทาง รวมถึงสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างครบวงจรในทุกๆด้านต่อไป ภายใต้ปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohteckung หรือคลิกเพื่อติดตามทางช่องทางอื่นๆ รวมถึงพิกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ hops./////inkr ออ/pohtechung

มูลนิธิปอเต็กตึ้ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

เริ่มแล้ว ! โร้ดโชว์ WorldSkills Thailand เวทีแข่งขันและพัฒนาทักษะแห่งอนาคต

เริ่มแล้ว! โร้ดโชว์ WorldSkills Thailand เวทีแข่งขันและพัฒนาทักษะแห่งอนาคต

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน WorldSkills Thailand : สร้างทักษะแห่งอนาคต ขับเคลื่อนประเทศไทย (WorldSkills Thailand : Shaping Future Skills, Driving Thailand Forward) เพื่อสร้างเวทีแห่งการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านฝีมือแรงงานในระดับสากล ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยหลังจากการเป็นประธานเปิดงานดังกล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานในวันนี้ ขอชื่นชมทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงานครั้งนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตอกย้ำว่าประเทศไทยในฐานะสมาชิก WorldSkills พร้อมจะสนับสนุนภารกิจต่างๆ และขับเคลื่อนการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นภายในประเทศ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทยให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี อุตสาห กรรม และเศรษฐกิจโลก งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–20 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยมีวัตถุประสงค์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติและบทบาทของ WorldSkills Thailand ในการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตของประเทศ สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่การแข่งขันฝีมือแรงงานสากล ยกระดับศักยภาพผู้เข้าแข่งขันไทยผ่านเวทีการแข่งขันที่มีมาตรฐานนานาชาติ เป็นการเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานระหว่างประเทศสมาชิก รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และเครือข่ายนานาชาติอีกด้วย

นายสมาสภ์ฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย (1) กิจกรรมแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม (WorldSkills Thailand Welding Invitational) จากตัวแทน 3 ประเทศที่จะเข้าร่วมแข่งขัน WorldSkills Shanghai 2026 ในเดือนกันยายนนี้ ได้แก่ ไทย ไต้หวัน และติมอร์-เลสเต กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมพิเศษสุดๆ ที่ทุกคนจะได้เห็นถึงความสามารถของช่างเชื่อมที่เป็นเยาวชนตัวแทนของประเทศไทย มาประลองฝีมือกับคู่แข่ง ก่อนที่จะไปแข่งขันจริงในระดับนานาชาติ รวมถึงจะได้เห็นการจำลองเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติอีกด้วย, (2) กิจกรรมประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ด้านการแข่งขันฝีมือแรงงาน WorldSkills Thailand Roadshow ได้แก่ การสาธิตการแข่งขันสาขาการบูรณาการระบบหุ่นยนต์ สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ และสาขาเมคคาทรอนิกส์ และ (3) กิจกรรมฝึกอบรมยกระดับฝีมือแรงงาน หลักสูตรการเขียนโปรแกรม PLC ด้วย CODESYS

“จะเห็นได้ว่าทักษะอาชีพที่จัดขึ้นภายในงาน ล้วนแล้วแต่เป็นทักษะแห่งอนาคตที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งไทยและต่างประเทศ จึงเชิญชวนประชาชน เยาวชนและแรงงานร่วมกิจกรรรมระหว่างวันที่ 17–20 มิถุนายนนี้ เพื่อเป็นเวทีในการเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และมุ่งมั่นพัฒนาทักษะฝีมือของตนเองให้ดีที่สุด” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก

ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรีระดับโลก สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในมิติใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากจุดแข็งด้านธรรม ชาติ วัฒนธรรม และการบริการที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ในยุคที่พฤติ กรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึง KPI ชี้วัดความสำเร็จของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน คือ “คุณค่าเชิงประสบการณ์” ที่ได้รับ และ “มูลค่า” ที่กระจายสู่เศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเล็งเห็นถึงการยกระดับการท่องเที่ยวทางรางให้เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตอบโจทย์แนวคิดดังกล่าวนี้ โดยใช้การเดินทางโดย “รถไฟ” เพื่อประตูแห่งประสบการณ์ ที่จะเปลี่ยนระยะทางให้กลายเป็นคุณค่าทางความรู้สึก และเปลี่ยนเส้นทางคมนาคมให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหมาย เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสประเทศไทยในมิติที่แตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น

ซึ่งแนวทางของ ททท.นี้ สอดรับกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงนโยบายและกฎระเบียบใหม่ๆ ในการพัฒนาระบบรางของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่า ททท. จึงได้นำทีมหารือร่วมกับ Mr. Gary Franklin กรรมการผู้จัดการ Belmond Trains บริษัทในเครือ LVMH ผู้ให้บริการรถไฟลักชัวรีระดับโลก Eastern & Oriental Express เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูงของประเทศ ไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มผู้มีรายได้สูงจากทั่วโลก โดยมีแผนนำร่องที่จะเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ–กาญจนบุรี–หัวหิน–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ภายในปี 2570

ททท. เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมการขายสินค้าบริการท่องเที่ยว ควบคู่ เสน่ห์ไทย กับ 5 Must Do ตลอดจนช่วยกระจายการเดินทางและรายได้สู่เมืองรองและภูมิภาคของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

#AmazingThailand #HealingIsTheNewLuxury #EasternAndOrientalExpress


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี

กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรม การบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ กล่าวว่า กองทุน FTA เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ให้สามารถปรับโครงสร้างการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน พัฒนาคุณภาพสินค้า และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทยให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในปี งบประมาณ พ.ศ.2569 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน FTA (ขั้นสูง) ด้วยพลังขับเคลื่อน MOU : MOU-Driven Advanced Project” ระหว่างวันที่ 17–19 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี โดยมุ่งใช้องค์ความรู้จากหน่วยงานภาคีเครือข่าย MOU จำนวน 14 หน่วยงาน ร่วมบ่มเพาะและพัฒนาข้อเสนอโครงการทั้ง 13 โครงการ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา พัฒนาศักยภาพ หนุนเสริม และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดการค้าเสรี รวมทั้งพัฒนาศักยภาพเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ให้สามารถจัดทำข้อเสนอโครงการที่มีคุณภาพ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA โดยมอบหมายให้นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการ สศก. เป็นประธานในพิธีเปิด

โอกาสนี้ นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการ สศก. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน FTA (ขั้นสูง) ด้วยพลังขับเคลื่อน MOU : MOU-Driven Advanced Project” ว่า การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 70 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาคีเครือข่าย MOU และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของกองทุน FTA แล้ว โดยตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้รับการเสริมความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่หลักเกณฑ์และขั้นตอนการขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA บทบาทของภาคีเครือข่าย MOU ในฐานะ “พี่เลี้ยง” การวิเคราะห์ความคุ้มค่าโครงการ การบริหารความเสี่ยง การจัดทำแผนธุรกิจ การบริหารต้นทุน สภาพคล่อง และการทำความเข้าใจบริบทการค้าโลกภายใต้ FTA

สำหรับไฮไลต์สำคัญของการอบรม คือกิจกรรม Project Matching หรือการจับคู่โครงการที่มีศักยภาพ ระหว่างเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันให้ข้อคิดเห็น พัฒนา และปรับปรุงข้อเสนอโครงการให้มีความชัดเจน ครบถ้วน และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกองทุนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติและนำเสนอโครงการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้ข้อเสนอแนะอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการมีความพร้อมในทางปฏิบัติ

การดำเนินกิจกรรมมีโครงการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพและจับคู่กับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จำนวน 13 โครงการ ครอบคลุม 11 ชนิดสินค้าเกษตร ครอบคลุมทั้งกลุ่มสินค้าอาหารและโปรตีน กลุ่มพืชเศรษฐกิจและพืชเฉพาะถิ่น กลุ่มข้าวและเกษตรอินทรีย์ รวมถึงกลุ่มเกษตรปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม อาทิ ไข่ผำอัจฉริยะ โคเนื้อคุณภาพสูง หอมหัวใหญ่ ปลานิลชีวภาพ ลำไยพรีเมียมคาร์บอนต่ำ ข้าวอินทรีย์ กาแฟ ถั่วเหลือง ผักปลอดภัย และปาล์มน้ำมันลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสะท้อนศักยภาพของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในการปรับตัวรับการแข่งขันทางการค้า และต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่ม

“การอบรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการให้ความรู้เรื่องการเขียนโครงการ แต่เป็นกระบวนการบ่มเพาะและยกระดับข้อเสนอโครงการของเกษตรกรให้มีข้อมูลรองรับ มีความคุ้มค่า มีแผนธุรกิจ และมีความพร้อมเข้าสู่การพิจารณาขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเครือข่าย MOU ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงร่วมเติมเต็มองค์ความรู้ทั้งด้านการผลิต การตลาด การเงิน และการบริหารจัดการ เพื่อให้โครงการสามารถตอบโจทย์การแข่งขันทางการค้าและสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรได้จริง” นายครองศักดิ์ฯ กล่าว

ทั้งนี้ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังจากการอบรม คือผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาข้อเสนอโครงการให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์ และมีความเป็นไปได้ในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสให้โครงการที่มีศักยภาพได้รับการสนับสนุนจากกองทุน FTA ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และภาคเกษตร เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทย สร้างรายได้ ความมั่นคง และความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทยในระยะยาว


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปลื้มกระแสตอบรับ ‘แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2026’ @ ระยอง คึกคักต่อเนื่อง สร้างโอกาสอาชีพและรายได้ให้คนไทย”

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยบรรยากาศการจัดงาน “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2026” ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง ได้รับความสนใจจากประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเป็นจำนวนมาก โดยตลอดระยะเวลาการจัดงานมีผู้เข้าชมงานอย่างต่อเนื่อง เข้ารับคำปรึกษาและศึกษาข้อมูลจากธุรกิจแฟรนไชส์ชั้นนำที่เข้าร่วมกว่า 40 แบรนด์

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างโอกาสทางอาชีพและเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับประชาชน ผ่านธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีระบบบริหารจัดการพร้อมดำเนินธุรกิจ สามารถเริ่มต้นได้ง่ายและลดความเสี่ยงในการลงทุน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พนักงานประจำ และผู้ที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรือธุรกิจของตนเอง

ภายในงาน ผู้เข้าชมสามารถพูดคุยกับเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์โดยตรง พร้อมรับข้อมูลการลงทุน รูปแบบการบริหารจัดการ และแนวทางการสร้างรายได้จากธุรกิจแฟรนไชส์ในหลากหลายประเภทธุรกิจ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม การศึกษา การบริการ และค้าปลีก นอกจากนี้ หลายแบรนด์ยังนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะภายในงาน ทั้งส่วนลดค่าแฟรนไชส์ แพ็กเกจลงทุนราคาพิเศษ และสิทธิประโยชน์จากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมสนับสนุน

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือ Franchise Talk เวทีแบ่งปันประสบการณ์จากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้ถ่ายทอดแนวคิด เทคนิคการบริหารธุรกิจ และแนวทางการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชื่อมั่นว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดระยองซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงาน “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2026” ได้จนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00–22.00 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง พบกับธุรกิจแฟรนไชส์คุณภาพ โปรโมชั่นพิเศษ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายภายในงาน

SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์ #แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Road show2026


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. เผยความสำเร็จทัพนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวที Shanghai 2026 พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ “Future Makers: นวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่โลก”

วช. เผยความสำเร็จทัพนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวที Shanghai 2026 พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ “Future Makers: นวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่โลก”

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย (ผวช.) คณะผู้บริหาร นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) จัดแถลงข่าวเผยแพร่ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยจากการเข้าร่วมประกวด “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในปีนี้ (วช.) ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของไทยกว่า 150 ผลงาน จาก 59 หน่วยงาน เข้าร่วมประกวดในนามประเทศไทย และสามารถคว้ารางวัลประกอบด้วย เหรียญทอง 100 รางวัล เหรียญเงิน 37 รางวัล และเหรียญทองแดง 14 รางวัล แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักประดิษฐ์ไทยที่สามารถก้าวสู่เวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ “Future Makers: นวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่โลก” โดยมีผู้แทนผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากเวที Shanghai 2026 ร่วมเสวนาดังนี้

  • ผลงานระดับนักวิจัย
    • ผลงานเรื่อง “AntiMicro Tray™ นวัตกรรมวัสดุพอลิแล็กติกแอซิด (PLA) ดัดแปรด้วยกระบวนการอัดรีด” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    • ผลงานเรื่อง “LOBSTER POWER: ระบบเลี้ยงกุ้งมังกรอัจฉริยะในระบบหมุนเวียนน้ำ (Smart RAS)” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.รชนิมุข หิรัญสัจจาเลิศ จากมหาวิทยาลัยบูรพา
    • ผลงานเรื่อง “ไอเฮียร์ยู: ระบบฝึกฟื้นฟูการได้ยินอัจฉริยะด้วยปัญญาประดิษฐ์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก เสือสีนาค จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    • ผลงานเรื่อง “วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีน สำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม” โดย ดร.ดวงเดือน อาจองค์ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
  • ผลงานระดับเยาวชน
    • ผลงานเรื่อง “นวัตกรรมเส้นข้าวโอ๊ตไข่ผำ BigBite” โดย นายจิรายุ ชูทรัพย์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ
    • ผลงานเรื่อง “การพัฒนานาโนอิมัลชันเจลที่บรรจุสารสกัดเปลือกมังคุดสำหรับการสมานบาดแผล” โดย นางสาวอภิชญา โลจนอรรคพงศ์ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต
    • ผลงานเรื่อง “แคนโนว่า – นวัตกรรมแคนไทย สู่การพัฒนาวัฒนธรรมดนตรี 3500 ปีของเอเชีย และสากลโลก”โดย เด็กชายภัทรพล วนิชวัฒนะ จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม
    • ผลงานเรื่อง “แผ่นรองที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง” โดย นายณัทพงศ์ธัญธร ตรีวัฒนา จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ฝ่ายมัธยม

การจัดงานแถลงข่าวในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงศักยภาพของนักวิจัย นักประดิษฐ์ไทย ที่พัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของไทยให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติอย่างเข้มแข็ง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! การแข่งขัน Youth Muaythai Stage Dance Contest 2026 ดึงเยาวชนสืบสานมวยไทยผ่านศิลปะการเต้นร่วมสมัย ชิงรวมกว่า 5 แสนบาท

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! การแข่งขัน Youth Muaythai Stage Dance Contest 2026 ดึงเยาวชนสืบสานมวยไทยผ่านศิลปะการเต้นร่วมสมัย ชิงรวมกว่า 5 แสนบาท

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค มีพิธีเปิดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “Youth Muaythai Stage Dance Contest 2026” อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโครงการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานศิลปะมวยไทยเข้ากับการแสดง Stage Dance ร่วมสมัย โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย), กรมพลศึกษา, กระ ทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ในการนี้ ดร.ปัญญา หาญลำยวง อุปนายกสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยมี นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ในฐานะตัวแทนคณะทำงานและผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วย คณะกรรมการ คณะทำงาน และผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ประกอบด้วย นายสุรัตน์ จรณโยธิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา, พลตรีรินธนธ์ ปุณโณทก เลขานุการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย), ดร.ดารณี ลิขิตวรศักดิ์ กรรมการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศ ไทย), คุณชัญญ์ญาณ์ ธำรงวินิจฉัย ผู้จัดการใหญ่กิจกรรมการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน), คุณเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานบริษัท สยามอินดัสเตรียลพาร์ค จำกัด, คุณฉัตรชัย เล่งอี้ คณะกรรมการด้านจีน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, คุณเชาว์ชัย เจียมวิจิตร คณะกรรมการด้านจีน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายปณิธาน หงส์ทอง ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์ศิลปะมวยไทยและกีฬาไทย สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา, นายนิธิพงศ์ กิมาวหา หัวหน้างานมาตรฐานและติดตามประเมินผลกีฬามวย ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายวันกล้า ขวัญแก้ว กรรมการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย), นายสุธน วิชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา, นายอดุลยชาติ ขันธมะ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา และคุณธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม กรรมการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยานในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

โดยนางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ ได้เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับศิลปะมวยไทย และมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการอนุรักษ์เผยแพร่มรดกภูมิ ปัญญาของชาติผ่านรูปแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การวางแผน การทำงานเป็นทีม ตลอดจนส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกาย และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้คุณค่าของวัฒนธรรมไทย สำหรับรูปแบบการชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศนี้ นางสาวรินทร์ลิตาระบุว่า จะใช้เกณฑ์คะแนนด้านทักษะความสามารถ 70 คะแนน ร่วมกับคะแนน Popular Vote อีก 30 คะแนน (ซึ่งกำหนดให้ 1 Like เท่ากับ 1 คะแนน และ 2 Share เท่ากับ 1 คะแนน) ในส่วนของรูปแบบการแสดงของแต่ละทีมในวันนี้ จะแบ่งโครงสร้างออกเป็น 3 ช่วงอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ช่วงนำเข้า ความยาว 1 นาที, ช่วง Step Dance ผสมผสานการไหว้ครูและท่ามวยไทย ความยาว 2 นาที และช่วงแดนซ์ประยุกต์ ความยาว 2 นาที รวมเวลาการแสดงทั้งหมดต้องไม่เกิน 5 นาที หากเกินเวลาที่กำหนดจะถือว่าผิดกติกาและไม่ได้รับการพิจารณาตัดสิน

ทั้งนี้นางสาวรินทร์ลิตาได้กล่าวย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินคือการทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ และการนำศิลปะมวยไทยมาเป็นแกนหลักในการออกแบบการแสดงร่วมกับการเต้นสมัยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์ สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายหรือสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในวงกว้างได้

นอกจากนี้ ทางโครงการยังได้จัดเตรียมรางวัลสำหรับผู้ชนะในแต่ละรุ่น รวมมูลค่าเงินรางวัลตลอดการแข่งขันกว่า 500,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 50,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ เงินรางวัล 30,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 20,000 บาท, รางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท, รางวัล Popular Vote เงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลปลอบใจสำหรับทีมที่ไม่ได้รางวัล ทีมละ 5,000 บาท โดยทุกทีมที่ได้รับรางวัลจะได้รับโล่รางวัลจาก ดร.สุทิน คลังแสง นายกสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประ เทศไทย) บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและกองเชียร์ที่มาร่วมชมการประชันความสามารถของเยาวชนไทยในรอบชิงชนะเลิศอย่างเนืองแน่น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จังหวัดเชียงใหม่ ร่วม ศอ.จอส.พระราชทานจ.เชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาคลองแม่ข่าพื้นที่ป่าแดด วางแผนฟื้นฟูน้ำ-ปรับภูมิทัศน์ สู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน

จังหวัดเชียงใหม่ ร่วม ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาคลองแม่ข่าพื้นที่ตำบลป่าแดด วางแผนฟื้นฟูน้ำ-ปรับภูมิทัศน์ สู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน

นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาคลองแม่ข่าในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่าให้เป็นไปตามแผนแม่บทคลองแม่ข่า พ.ศ. 2566–2570 ที่ ห้องประชุม 5 ชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อข้อสั่งการจากการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่า เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางพัฒนาพื้นที่คลองแม่ข่าในเขตเทศบาลตำบลป่าแดด ทั้งด้านการจัดการน้ำเสีย การจัดการสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน

ภายหลังการประชุมได้มีข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการสำรวจและตรวจสอบแนวเขตที่ดินบริเวณคลองแม่ข่าและคลองแม่ข่าน้อยในเขตพื้นที่ตำบลป่าแดด เพื่อสร้างความชัดเจนในการดำเนินงานพัฒนาในอนาคต พร้อมทั้งศึกษาและออกแบบพื้นที่ชุมชนริมคลองโดยคำนึงถึงภูมิทัศน์ที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวและการใช้ประโยชน์ของประชา ชน รวมถึงการจัดทำแผนขุดลอกคลองแม่ข่าในพื้นที่ตำบลป่าแดด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเตรียมความพร้อมสำหรับการติดตามผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มเติม โดยบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาคลองแม่ข่าให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน