มทภ. 2 ผู้แทน ผบ.ทบ. ติดตามอาการกำลังพลบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม ณ รพ.พระมงกุฎเกล้า

มทภ. 2 ผู้แทน ผบ.ทบ. ติดตามอาการกำลังพลบาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม ณ รพ.พระมงกุฎเกล้า

ในวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะ ได้เดินทางเยี่ยมผู้ป่วยจากการปฏิบัติภารกิจในสถาน การณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, อาคารมหาวชิราลงกรณ์ และอาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ประจำเดือนเมษายน 2569

พร้อมกันนี้ ได้สอบถามอาการของกำลังพลและครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยได้เข้าเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดและการปะทะที่เข้ารับการรักษาหลายราย ณ อาคารเฉลิม พระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งในหอผู้ป่วยศัลยกรรมพิเศษและหอผู้ป่วยวิกฤต อาทิ ร้อยเอก ณัฐพล ทองแดง ร.2 พัน.1/กองทัพภาคที่ 1 มีภาวะติดเชื้อและลิ้นหัวใจอักเสบจากการปฏิบัติหน้าที่หน้าแนว, พลทหาร วันชัย รำไพพนา และพลทหาร จักรภัทร อันตะโก ร.16 พัน.1/กองทัพภาคที่ 2 ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดมีเลือดออกในสมอง รวมถึง พันโท อิทธิพงศ์ กิจค้า พัน.ซบร.กรม.สน. กองพลทหารราบที่ 11/กองทัพภาคที่ 1 และสิบเอก พรชัย บุญใส ร.2 พัน.1/กองทัพภาคที่ 1 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิดและยุทโธปกรณ์ทางทหาร

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีกำลังพลเข้ารับการรักษา ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดและสะเก็ดระเบิด ส่งผลให้สูญเสียอวัยวะ แขน ขา หรือได้รับบาดเจ็บภายใน อาทิ จ่าสิบตรี สุจินต์ จิตกรียาน ช.พัน 8/กองทัพภาคที่ 3, สิบเอก นิติธรรม ศรีคำแซง ช.พัน 6/กองทัพภาคที่ 2, พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน ร.6 พัน 1/กองทัพภาคที่ 2 และจ่าสิบเอก เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ร.16 พัน.1/กองทัพภาคที่ 2 รวมถึงกำลังพลอีกหลายราย

ต่อมา ได้เดินทางไปยัง อาคารมหาวชิราลงกรณ์ พบกำลังพล 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดและการลอบวางระเบิด ส่งผลให้กระดูกหักและเอ็นฉีกขาด สำหรับการตรวจเยี่ยมผู้ป่วย ณ อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู ชั้น 4–5 มีกำลังพลอยู่ระหว่างการฟื้นฟูสภาพร่างกายหลายราย อาทิ ผู้ที่ถูกยิงทะลุช่องอก บาดเจ็บกระดูกสันหลัง และได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดบริเวณศีรษะและลำตัว ซึ่งอยู่ในกระบวนการรักษาและกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กำลังพลส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากการปฎิบัติภารกิจในสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งจากแรงระเบิด การเหยียบทุ่นระเบิด การถูกยิง และเหตุจากยุทโธปกรณ์ โดยแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

ในการนี้ กองทัพบกและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในฐานะหน่วยให้การรักษา จะดำเนินการดูแลและติดตามอาการของกำลังพลอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลด้านสิทธิ สวัสดิการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเต็มที่ เพื่อให้กำลังพลสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามอาการของกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง


แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ออเดอร์ล้น เร่งผลิตดินสอพองให้ทันจำหน่ายก่อนเทศกาลวันสงกรานต์

จังหวัดลพบุรี – ผู้ผลิตดินสอพอง กว่า 200 ราย ที่ลพบุรี อาศัยสภาพอากาศที่ร้อนจัดตลอดทั้งวัน เร่งผลิตดินสอพองทั้งวันทั้งคืน ให้ทันออกจำหน่ายก่อนเทศกาลสงกรานต์ แม้จะต้องแบกรับกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องทนขายในราคาเดิม

วันนี้ จะพาท่านผู้ชมไปดูแหล่งผลิตดินสอพองบริสุทธิ์ ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศ ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของแผ่นดิน สู่การทำกินที่พอเพียง ณ หมู่บ้านดินสอพอง ริมคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ในตำบลถนนใหญ่ และ ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งภาพจากมุมสูง จะเห็นชาวบ้านใน 2 ตำบล ทั้งตำบลทะเลชุบศร และตำบลถนนใหญ่ กว่า 200 หลังคาเรือน จะมีลานตากดินสีขาวโพน และมีอาชีพหลักในการผลิตดินสอพอง เพื่อป้อนสู่ตลาด โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมโรงงาน การทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน ทำธูป รวมถึง การทำสี ซึ่งมีทั้งสีทาบ้าน และสีโป้รถยนต์

แต่ในช่วงก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตรงกับสภาพอากาศของเมืองไทยที่ร้อนจัดตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะที่จังหวัดลพบุรี บางวันอุณหภูมิร้อนระอุ ทะลุกว่า 40 องศา ชาวบ้านหมู่บ้านดินสอพองที่ลพบุรี จะเร่งรีบทำดินสองพอง ซึ่งมีวัตถุดิบ ที่ใช้เป็นดินขาว ดินมาร์ล หรือ ดินสอพองในท้องถิ่น ในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี นำมาผ่านขบวนการฉีดน้ำ และกรองเศษหินเศษดินออก แล้วนำน้ำดิน ซึ่งมีลักษณะเป็นโคลนสีขาวลงสู่บ่อพัก รอจนดินตกตะกอนกลายเป็นชั้นแป้งละเอียด แล้วจึงตักน้ำออก โดยนำแป้งที่ยังเปียกๆ มาใส่แท่นพิมพ์ กดเป็นรูปแป้งดินสอพอง หรือที่ชาวดิน เรียกว่าดินตุ่ม หรือ ดินตุ้ม ตากแดดจนแห้งสนิท โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าวันไหนแดดดีตลอดทั้งวันก็จะใช้เวลาเพียงแค่ 1 วัน แบบหยอดตอนเช้าหรือตอนกลางคืน พอตกเย็นก็สามารถจะเก็บนำไปบรรจุใส่ถุง ถุงละ 10 กิโลกรัม ออกจำหน่าย ราคาถุงละ 35 บาท (ถุงละ 10 กิโลกรัม) ซึ่งขั้นตอนการทำดินสอพอง ของหมู่บ้านดินสอพองที่ลพบุรี จะไม่มีการใส่สี หรือ แต่งกลิ่น แต่อย่างใด จึงถือว่าเป็นดินสอพองที่บริสุทธิ์ และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

โดยที่หมู่บ้านดินสอพอง ทั้ง 2 ตำบล แห่งนี้ จะผลิตดินสองกันเกือบทั้งปี เฉลี่ยปีละ 8-9 เดือน ยกเว้นช่วงฤดูฝน แต่ส่วนใหญ่จะทำส่งภาคอุสาหกรรม ยกเว้นก่อนที่จะถึงเทศกาลสงกรานต์ ของทุกๆ ปี ชาวบ้านจะหันมาหยอดดินสอพองเป็นก้อนเล็กๆ หรือที่เรียกว่าดินตุ่ม ซึ่งมักจะถูกนำไปละลายน้ำ เพื่อใช้เล่นกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และตรงกับความต้องการของตลาด โดยแต่ละวันจะมีพ่อค้าคนกลางและผู้ที่สนใจมารับซื้อถึงที่ โดยเฉพาะในช่วงก่อนถึงนี้ จะมีดินสอพองผลิตออกจากหมู่บ้าน ไปยังทั่วประเทศ เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 200 ตัน ต่อวัน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี แต่ปีนี้ ผู้ผลิตดินสอพอง หลายรายต่างพากันได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันทุกชนิดที่ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น… ส่งผลระทบต่อต้นทุนการผลิต ทั้งค่าขนส่งวัตถุดิบ… จากที่เคยซื้อดินต่อ 1 คันรถ (รถ 6 ล้อ) ในราคา 1,000 บาท เพิ่มเป็น 1,200 บาท และยังมีน้ำมันที่เป็นต้นทุน ในการใช้รถสำหรับไถเตรียมดิน เครื่องสูบน้ำสำหรับฉีดดิน และสูบน้ำลงบอดินอีก เพื่อทำเป็นแป้งดินสอพองอีก…..แต่คนทำดินสอพอง ต้องยอมขายในราคาเดิม เนื่องจากผู้ซื้อรายเดิม หรือลูกค้าประจำ และพ่อค้าคนกลางส่วนใหญ่ ได้มีการตกลงราคารับซื้อกันไว้ก่อนล่วงหน้า ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ในช่วงปี 2569 จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาการขนส่ง…..ทำให้ผู้ซื้อหลายรายต่อลองราคา เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น…. ทำให้ผู้ประกอบการทำดินสอพองไม่สามารถปรับเพิ่มราคาได้

สำหรับดินสอพอง หรือ ดินมาร์ล ที่เป็นวัตถุดิบ สำหรับนำมาผลิตเป็น แป้งดินสอพอง ด้วยวิธีการหยอด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ดินตุ่ม” ที่มักถูกนำไปผสมน้ำเล่นสงกรานต์ เป็นดินในพื้นที่ของตำบลถนนใหญ่ ของจังหวัดลพบุรี มีลักษณะเด่นที่ชาวบ้านเรียกว่า….ดินนอนดี….. ซึ่งถือเป็น 1 ในคำขวัญของจังหวัดลพุรี ที่ว่า….วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง “เมืองแห่งดินสอพอง” เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์….. ซึ่งการทำดินสอพองของจังหวัดลพบุรี มีมาช้านาน สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ที่มีการนำดินสอพองไปใช่ในพระราชวัง สืบทอดกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม มีคำเตือน และคำแนะนำ จากผู้ประกอบการ ในการนำดินสอพองไปเล่นสงกรานต์ นั้น ควรนำดินสอพองไปผสมน้ำสะอาด ไม่ใช่ตักจากบ่อน้ำลำคลองมาผสม และไม่ควรผสมทั้งสี และกลิ่น ลงในแป้งดินสอพอง ส่วนการเล่นก็ควรจะเล่นกันแต่พองามตามแบบวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่ละเลงไปทั่วใบหน้า และไม่ควรให้เข้าตา เข้าปาก หลังเล่นแล้ว ให้รีบทำความสะอาดล้างออกไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ส่วนผู้ที่ผิวหนังแพ้ง่าย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณ ที่บอบบาง เช่น บริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือผิวหนังที่มีบาดแผล รอยถลอก เป็นสิว ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้มากกว่าผิวหนังบริเวณอื่นๆ รวมถึงผู้ที่มีบาดแผลตามผิวหนัง หรือเคยมีประวัติการแพ้แป้งดินสอพอง ก็ควรจะหลีกเลี่ยง

ทั้งนี้ จังหวัดลพบุรี เป็นแหล่งผลิตดินสอพองแห่งเดียว ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับประเทศ โดยกระทรวงวัฒนธรรม ในปี 2561 แต่ก่อนชาวบ้านผลิตดินสอพองมากกว่า 200 ครัวเรือน ถือเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม และความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ทั้งทางเศรษฐกิจสังคม และวัฒนธรรมให้กับชุมชนดินสอพอง หากยังไม่มีการส่งเสริมให้เป็นรูปธรรม หรือมีหน่วยงานเข้าไปดูแลอย่างจริงจัง “ภูมิปัญญาของแผ่นดิน” ของชาวบ้านแห่งนี้ อาจเลือนหายไปได้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

“สวนสัตว์นครราชสีมา” ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ในช่วงอากาศร้อน

“สวนสัตว์นครราชสีมา” ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ในช่วงอากาศร้อน

ในช่วงอากาศร้อน ทางสวนสัตว์นครราชสีมา ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการส่งเสริมในการให้อาหารสัตว์นักล่า โดยนำอาหารไปแช่แข็งหรือซ่อนไว้ในก้อนน้ำแข็ง เพื่อส่งเสริมให้สัตว์ได้แสดงพฤติกรรมการหาอาหารตามธรรมชาติ วิธีดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย แต่ยังมีส่วนช่วยลดความเครียดและความเบื่อหน่ายจากรูปแบบการให้อาหารเดิม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้สัตว์ได้เคลื่อนไหวและใช้สัญชาตญาณมากยิ่งขึ้น อันส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์โดยรวม


กิตตินันท์ ผู้สื่อข่าวนครราชสีมา

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ร่วมพิธีประชุมเพลิงเจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่า อ.แม่ริม ไว้อาลัยในวาระสุดท้ายอย่างสมเกียรติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมพิธีประชุมเพลิงเจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่า อ.แม่ริม ไว้อาลัยในวาระสุดท้ายอย่างสมเกียรติ

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจ นายบุญมา ผ้าแดง ราษฎรอาสาชุดลาดตระเวนไฟป่าบ้านสะลวงใน ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนดับไฟป่าเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวส่วนราชการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครดับไฟป่า จิตอาสาจังหวัดเชียงใหม่ และชาวบ้านร่วมพิธีจำนวนมาก ที่สุสานบ้านสะลวงใน ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ในพิธีฌาปนกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบเงินช่วยเหลือจากศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพกองทุนประกันสังคมให้แก่ทายาท 92,503.24 บาท ขณะเดียวกันนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยเช่นกันจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธีได้ทอดผ้าไตรบังสุกุล และนำผู้ร่วมงานประกอบพิธีจุดเพลิงศพ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

นายบุญมา ผ้าแดง อายุ 56 ปี ได้เข้าปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าร่วมกับชุดปฏิบัติการของหมู่บ้าน โดยในวันเกิดเหตุได้ร่วมกับทีมลาดตระเวนเข้าดำเนินการดับไฟป่าและทำแนวกันไฟจนแล้วเสร็จในช่วงเย็น ก่อนจะขาดการติดต่อไป เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ระดมกำลังค้นหาในพื้นที่ที่พบเห็นครั้งสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบว่าเสียชีวิตห่างจากจุดทำแนวกันไฟประมาณ 300 เมตร

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยกย่องคุณงามความดีและความกล้าหาญของ คุณบุญมา ผ้าแดง ที่เสียสละเพื่อส่วนรวม ถือเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าของจิตอาสาในสังคมไทย


นที มีเดช รายงาน

ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย บูรณาการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จับกุมผู้ลักลอบล่า “เลียงผา” สัตว์ป่าสงวน กลางดึก

ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย บูรณาการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จับกุมผู้ลักลอบล่า “เลียงผา” สัตว์ป่าสงวน กลางดึก

วันนี้ (5 เมษายน 2569) เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย โดย ชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ดำเนินการลาดตระเวนเชิงรุกในพื้นที่ป่ารอยต่อ บริเวณห้วยช้างร้อง ริมแม่น้ำปิง

โดยเมื่อเวลาประมาณ 00.12 น. ระหว่างการดักซุ่มเฝ้าระวัง ตรวจพบบุคคลชายจำนวน 4 คน ใช้เรือหางยาว มีพฤติกรรมล่าสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวพยายามขับเรือหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา ผู้กระทำผิดได้โยนซากสัตว์ป่า “เลียงผา” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน รวมทั้งอาวุธปืนและสัมภาระลงในแม่น้ำเพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ได้ และนำตัวไปสอบปากคำ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพว่าได้ลักลอบเข้าพื้นที่เพื่อล่าเลียงผาจริง พร้อมยอมรับว่าได้ทิ้งของกลางลงน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการจัดทำบันทึกจับกุม ตรวจยึดของกลาง และอยู่ระหว่างติดตามค้นหาซากเลียงผาเพิ่มเติม รวมถึงเก็บพยานหลักฐานเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ชนิด ทั้งนี้ จะได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ งดการล่าสัตว์ป่า และหากพบการกระทำผิดสามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลผืนป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

จังหวัดน่าน ประกอบพิธีวันน้อมรำลึกเจ้าผู้ครองนครน่าน พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63 ประจำปี 2569

น่าน – จังหวัดน่านประกอบพิธีวันน้อมรำลึกเจ้าผู้ครองนครน่าน บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2461 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกเจ้าผู้ครองนครน่าน พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 ปีนี้ เป็นปีที่ 108 ที่เจ้าผู้ครองนครน่านในอดีตได้ถึงแก่พิราลัย

วันที่ 5 เมษายน 2567 เวลา 07.00 น. ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพญาภู พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผบก.ภ.จว.นน. นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วย นางอริสา บุญสม รองนายกเทศมนตรีเมืองน่าน หัวหน้าส่วนราชการข้าราชการ ศาล ตุลาการ ทหาร ตำรวจ พร้อมทายาทลูกหลาน พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน ร่วม พิธีวันน้อมรำลึกเจ้าผู้ครองนครน่าน 5 เมษายน 2567 วันพิราลัยของพระเจ้าสุริยะพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 ทุกปี พร้อมบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อัญเชิญจิตวิญญาณอดีตเจ้าผู้ครองนครน่านทุกพระองค์ ลงรับเครื่องบวงสรวงสังเวย และถวายราชสักการะ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63

ปีนี้ เป็นปีที่ 108 ที่เจ้าผู้ครองนครน่านในอดีตได้ถึงแก่พิราลัย พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ มีพระนามเดิมว่า “เจ้าสุริยะ ณ น่าน” ประสูติเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2374 ทรงเป็นราช โอรสในเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่านกับแม่เจ้าสุนันทา ในปีพ.ศ. 2398 และทรงได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น พระยาราชวงษ์ ต่อมา พ.ศ. 2431 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นว่าที่เจ้าอุปราช เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เลื่อนพระฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น พระเจ้านครน่าน ซึ่งมีพระนามปรากฏตามสุพรรณบัฏว่า “พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุรี มหาราชวงศาธิบดี สุริตจารีราชนุภาวรักษ์ วิบูลยศักดิ์กิติไพศาล ภูบาลบพิตรสถิตย์ ณ นันทราชวงษ์” นับเป็นพระเจ้านครน่านองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์น่าน พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ถึงแก่พิราลัยด้วยโรคชรา ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2461 สิริรวมอายุได้ 87 ปี

เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงปกครองเมืองน่าน ให้รอดพ้นจากภัยคุกคามต่าง ๆ ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน และผู้เป็นนักพัฒนาหลาย ๆ ด้านที่สำคัญ เช่นพระองค์ทรงประกอบกรณียกิจหลายประการ เช่น ด้านการปกครอง ได้ปกครองบ้านเมืองด้วยความสุจริต โอบอ้อมอารี ด้านการทหาร ได้บำรุงกิจการทหารอย่างเข้มแข็ง มีการยกทัพไปช่วยสมทบกับกองทัพของสยามในการรบ และทรงเป็นผู้สนับสนุนการจัดตั้งกองทหารแบบสมัยใหม่ โดยยกที่ดินซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของคุ้มแก้วหอคำเวียงเหนือ ให้เป็นที่ตั้งของกองทหารแบบสมัยใหม่ ปัจจุบันคือบริเวณ “ค่ายสุริยพงษ์” ด้านการพัฒนาเมือง ได้ส่งเสริมให้มีการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ การจัดผังเมือง โครงสร้างพื้นฐานของเมือง ด้านการศาสนา ได้สนับสนุนการพระศาสนา มีการบูรณะศาสนสถาน และศาสนวัตถุ พร้อมทั้งมิได้ปิดกั้นการเผยแผ่ศาสนาของคณะมิชชันนารีที่น่าน ด้านการศึกษา ได้ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาบ้านเมือง โปรดให้สร้างโรงเรียนสอนหนังสือไทยขึ้นเมื่อปี 2450 โดยให้ชื่อว่า “โรงเรียนสุริยานุเคราะห์” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จังหวัดน่าน”

นอกจากนี้ ยังโปรดให้แสนหลวงราชสมภารชำระและเรียบเรียงพงศาวดารเรื่อง “ราชวงษ์ปกรณ์พงศาวดารเมืองน่าน” ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองน่าน แม้พระองค์ท่านจะถึงแก่พิราลัยไปแล้ว แต่เกียรติคุณยังอยู่ในความทรงจำของชาวน่านมิเสื่อมคลาย ด้านการปกครอง พระองค์ทรงมีทศพิธราชธรรม ปกครองไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน โดยเมตตาธรรม ทรงโปรดให้ยกเลิกโทษประหารทางอาญาทั้งสิ้น เป็นผู้มีวิริยะอุสาหะ ทรงมองเห็นการณ์ไกล ได้จัดวางผังเมือง ขยายถนนให้กว้างขวาง สะดวกแก่การสัญจรไปมา ดังที่ปรากฏเห็นปัจจุบัน

อนุสาวรีย์เจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดช สร้างขึ้นเมื่อ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ 2523 เป็นวันมงคล วันที่ 5 เสาร์ 5 เดือน 5 โดยการริเริ่มของกลุ่มลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดน่าน โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ ซึ่งมีแนวคิดว่าจะสร้างอนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึง พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 และองค์ที่ 13 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ เป็นพระโอรสองค์ที่สองในเจ้าอนันตวรฤทธิเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 62 โดยมี พระธรรมนันทโสภณ เจ้าคณะจังหวัดน่าน/เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร หลวงพ่อวัดศรีบุญเรือง จ.น่าน หลวงพ่อวัดดอนตัน หลวงพ่อก๋ง วัดศรีมงคล อ.ท่าวังผา จ.น่าน และเกจิอาจารย์ ทำพิธี


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

JimjamThailand แบ่งปันสังคม พานักมวย ร่วมกิจกรรมเรือนจำกลางเขาบิน ราชบุรี สร้างแรงบันดาลใจ

JimjamThailand แบ่งปันสังคม พานักมวย ร่วมกิจกรรมเรือนจำกลางเขาบิน ราชบุรี สร้างแรงบันดาลใจ

JimJamThailand โดย มาดามพิม คุณวิชาดา เดอ สมิท (Vichada De Smit) และ เคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร พานักมวยจากค่าย Jimjam Boxing เข้าร่วมกิจกรรมมอบโอกาส สร้างแรงบันดาลใจ กับ ผู้ต้องขัง

โดยมี ผู้บัญชาการเรือนจำ ดร.ศุภโชค ควรฦาชัย เปิดโอกาสให้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมี นาย ปฎิพัทธ์ มหายศนันท์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง ให้การต้อนรับ โดยมีวัตถุประสงค์ สร้างแรงบันดาลใจและมอบโอกาสให้ผู้ต้องขัง โดย JimJamThailand ต้องการนำรายได้ส่วนหนึ่งจากผลประกอบการธุรกิจในเครือ มามอบให้ เพราะเล็งเห็นโอกาสเป็นสิ่งที่สำคัญกับผู้ต้องขังอย่างมาก การก้าวผิดพลาดในชีวิต เราต้องเป็นหนึ่งมือที่ดึงพวกเขาขึ้นมาและบอกพวกเขาว่า พวกเขาคือคนที่มีศักยภาพและสามารถใช้ศักยภาพนั้นทำงานและเลี้ยงดูตนได้

โดยวันนี้ JimJam Boxing ค่ายมวยในเครือ ได้พานักมวยระดับแชมป์ อาทิ พญาอินทรีย์ ทอร์นาโด กิตติศักดิ์ มาพบกันที่ค่ายมวยในเรือนจำ บ้านอินทรี ลูกพระยม มวยไทยยิม ซึ่งเปิดมาเพื่อส่งเสริมและให้โอกาสผู้ต้องขังได้ฝึกฝนเพื่อเป็นมวยมืออาชีพ และได้ร่วมชกเพื่อส่งพลังแห่งความฝันให้ผู้ต้องขัง สำหรับคนที่อยากเป็นนักมวยมืออาชีพ เมื้อพ้นโทษแล้ว ค่าย JimJam Boxing ยินดีรับมาฝึกฝนและเติบโตไปด้วยกัน

พร้อมตั้งเป้าจัดมวยนัดพิเศษ เพื่อให้ผู้ต้องขังมีโอกาสขึ้นชกบนสังเวียนมืออาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เป็นแบบอย่าง และ สานความฝันของผู้ต้องขังให้เป็นความจริง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ย้ำชัด! สถานประกอบกิจการต้องยื่น สท.2 ผ่านระบบ PRB e-Service ภายใน 31 มี.ค.69

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เตือนสถานประกอบกิจการ (100 คนขึ้นไป) ต้องยื่นแบบแสดงการส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ประจำปี 2568 ผ่านระบบ PRB e-Service ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการมีส่วนร่วมในการพัฒนากำลังแรง งานไม่น้อยกว่าปีละ 4 ล้านกว่าคน โดยกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2557 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการต้องมีการพัฒนาทักษะให้กับลูกจ้างผ่านการจัดฝึกอบรมฝีมือแรงงาน การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ หรือการรับรองความรู้ความสามารถ รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปี โดยผู้ประกอบกิจการที่เข้าข่ายตามกฎหมายต้องดำเนินการ ยื่นแบบแสดงการส่งเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (สท.2) และชำระเงินสมทบดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ผ่านระบบออนไลน์ PRB e-Service เพื่ออำนวยความสะดวก ลดระยะเวลาการดำเนินงาน และลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อหน่วยงานภาครัฐ

อธิบดีสมาสภ์ กล่าวต่อไปว่า การยื่นแบบ สท.2 ผ่าน ระบบ PRB e-Service ช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงานและประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อหน่วยงาน รวมทั้งสามารถตรวจสอบสถานะการยื่นแบบพร้อมจัดพิมพ์ใบเสร็จรีบเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตน โดยสามารถยื่นแบบดังกล่าวได้จนถึง มีนาคมของทุกปี ผ่านระบบออนไลน์ PRB e-Service

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงขอแจ้งเตือนผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง 100 คน ขึ้นไปทุกแห่ง ท่านมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ สท.2 ประจำปี 2568 ผ่านระบบ PRB e-Service ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยสามารถศึกษาวิธีการยื่นได้ที่ E-book คลิก👉https://online.pubhtml5.com/luxk/qnln/#p=1 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2246 1937 อธิบดีสมาสภ์ กล่าวในตอนท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พล.ท.จตุรภัทร วงศ์ศรีเผือก เสธ.นทพ. เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานทหารและประชาชน ประจำปีงบประมาณ ปี69 ณ อาคารอเนกประสงค์ นทพ.

พล.ท.จตุรภัทร วงศ์ศรีเผือก เสธ.นทพ. เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานทหารและประชาชน ประจำปีงบประมาณ ปี69 ณ อาคารอเนกประสงค์ นทพ.

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569 บก.ทท. (นทพ.) โดย สทพ.นทพ. พล.ท.จตุรภัทร วงศ์ศรีเผือก เสธ.นทพ. เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานทหารและประชาชน ประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ.2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ นทพ. โดยมี พล.ต.ณรงค์ชัย ไชยชนะ ผอ. สทพ.นทพ. และ นาย ขัตติยะ แพนเดช ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน และคณะผู้บังคับบัญชา นทพ. ร่วมให้การต้อนรับ ในการนี้มีสถานประกอบการจากหน่วยงานและบริษัทเอกชนชั้นนำ 21 แห่ง เข้าร่วมรับสมัครงานกว่า 1,000 อัตรา

การจัดกิจกรรมนี้ถือเป็นกลไกสำคัญภายใต้ความร่วมมือบูรณาการระหว่างกองทัพไทย โดย นทพ. และกระทรวงแรงงาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ทหารกองประจำการที่จะปลดประ จำการในเดือน เม.ย. และ ต.ค. จำนวนกว่า 420 นาย ให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการรับใช้ชาติเข้าสู่การประกอบอาชีพได้อย่างราบรื่น รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง นทพ. ที่สามารถสมัครงานโดยตรงและเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างอิสระ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ดร.แก้ว” ศิษย์เก่า วปอ.64 ลงสนาม ทีม NDC1 เปิดม่านศึกฟุตบอล วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569 เชื่อมพลังศิษย์เก่า-ปัจจุบัน

“ดร.แก้ว” ศิษย์เก่า วปอ.64 ลงสนาม ทีม NDC1 เปิดม่านศึกฟุตบอล วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569 เชื่อมพลังศิษย์เก่า-ปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)จัดพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธี พร้อมประเดิมสนามการแข่งขันนัดแรก 3 คู่ ได้แก่

  • เวลา 16.15 น. ทีม วปอ.66 พบ ทีม NDC2
  • เวลา 18.15 น. ทีม วปอ.68 พบ ทีม NDC3
  • เวลา 20.20 น. ทีม วปอ.67 พบ ทีม NDC1

โดยในตารางแข่งขันเวลา 20.20 น.มีที่ วปอ.67 พบ กับทีม NDC1 มี ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว วปอ.64, ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร, อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี

พ้อมกันนี้มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล วปอ.67,รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 กับตันทีม วปอ.67 ร่วมทีมลงสนามฟาดแข้ง ในคู่ดังกล่าว เป็นคู่สุดท้ายของรายการ จบเวลาการแข่งขันทีม NDC1 เอาชนะ ทีม วปอ.67 สามประตูต่อหนึ่ง ถือเป็นการเอาชนะที่ขาดลอยและแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของทีมได้อย่างชัดเจน

ส่วนพิธีปิดและการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น. ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)
นอกจากถ้วยรางวัลชนะเลิศแล้ว ยังมีรางวัลพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรตินักกีฬา ได้แก่ • รางวัลดาวซัลโวสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์ • รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ประจำทัวร์นาเมนต์ • รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม (Man of the Match) ประจำแต่ละแมตช์

ผู้สนใจสามารถร่วมติดตามและรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน “วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม ประจำปี 2569” ได้ผ่าน Facebook Page และ YouTube: NDC LEAGUE 2569


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน