ข่าวใหม่อัพเดท » หนุ่มบุกร้องตร. !! จำนำรถ ไถ่คืนไม่ได้ นายทุนอ้างขายไปแล้ว แถมไม่มีหลักฐานการจำนำ

หนุ่มบุกร้องตร. !! จำนำรถ ไถ่คืนไม่ได้ นายทุนอ้างขายไปแล้ว แถมไม่มีหลักฐานการจำนำ

17 ธันวาคม 2020
0

หนุ่มบุกร้องตร. สระบุรี จำนำรถ ฟอร์จูนเนอร์ ไถ่คืนไม่ได้ คนรับจำนำอ้างขายแล้ว แถมไม่มีหลักฐานการจำนำ อีกรายเอาเก๋งไปจำนำ โดนพฤติกรรมเดียวกัน

          เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 16 ธ.ค. 63 นายวุฒิพงษ์ ชาวหนองแซง อายุ 48 ปี ชาวบ้านแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. พร้อมผู้เสียหาย 2 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ แสนวงศ์สิริ ผกก.สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี และ ร.ต.อ.อัศวเทพ จันทนารี พนัก งานสอบสวน พร้อมหลักฐานการพูดคุยทางไลน์ การพูดคุยต่างๆ การโอนเงิน ปริ้นมาพร้อมเป็นหลักฐาน

          นายวุฒิพงษ์ เผยว่า เมื่อ 6-7 เดือนก่อน ตนนำรถฟอร์จูนเนอร์ ราคากว่า 1 ล้านบาทไปจำนำไว้กับกับนายทุนดังกล่าว เนื่องจากขาดเงินทุนทำธุรกิจ ในราคา 200,000 บาท เสียดอกเบี้ย เดือนละ 20,000 บาท เสียค่าที่จอดรถอีก เดือนละ 2,000 บาท ร่วมต้องเสียเงินเดือนละ 22,000 บาท โดยนำเอกสารรถและรถให้ไป แต่ไม่มีหลักฐานอะไรให้กลับมา แต่นายวุฒิพงษ์ ก็ยินยอมซึ่งผ่านมารถยนต์ตนเองจอดไว้กับนายทุนประมาณ 5-6 เดือน

          โดยพฤติกรรมนายทุนโหดรายนี้จะใช้วิธี ให้ผู้ที่จำนำผ่านทางนกต่อ ที่เป็นหญิงอายุประมาณ 35 ปี ชักชวนเหยื่อโดยเสนอเงินด่วนให้ราคาจำนำรถสูงตามแต่สภาพ และยี่ห้อรถ จากนั้นเพิ่มแรงจูงใจด้วยการให้เหยื่อเพียงนำเอกสารสำเนารถยนต์ที่จะจำนำมาแสดง เป็นหลักฐานต่อนกต่อ หรือนายทุนเท่านั้น โดยบางรายไม่มีการทำสัญญาผูกพันระหว่างนายทุนกับลูกหนี้แต่อย่างใด แต่หากบางรายต้องการทำสัญญา นายทุนก็จะทำให้แต่หลักฐานที่ทำสัญญาทั้งหมดนายทุนจะเก็บไว้ทั้งหมด โดยไม่ให้เอกสารสัญญากับลูกหนี้ จากนั้นทั้งรถทั้งเอกสารสำเนารถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์จะถูกนายทุนเก็บไว้ด้วย (แม้รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ดังกล่าวที่ยังผ่อนส่งอยู่กับไฟแน้นรถก็ตาม) โดยข้อเสนอเช่นนี้ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ เนื่องจากจำนำรถและได้เงินง่ายและสามารถมาจำนำกับนายทุนดังกล่าวได้ตลอดเวลา แต่ลูกหนี้ต้องจอดรถทิ้งไว้กับนายทุน โดยผู้ที่จำนำรถจะไม่สามารถนำรถ ออกมาใช้ตามปกติได้ อีกทั้งบางรายรถที่จำนำไว้ถูกนำไปขายในตลาดมืด ทำให้กลุ่มลูกหนี้ดังกล่าวเดือดร้อน ประกอบกับบางรายถึงขั้นเกรงกลัวอิทธิพล ปล่อยให้รถที่จำนำไว้ ถูกนำไป ขายตลาดมืดมาแล้วหลายราย

          ล่าสุด นายวุฒิพงษ์ พร้อมนำเงินเพื่อจะไถ่ถอนรถยนต์ แต่กลับทราบข่าวจากนายทุนดังกล่าวว่าขายรถตนเองไปแล้ว โดยที่ไม่ทราบว่าขายที่ไหนหรือขายไปให้กับใคร ซึ่งตนเอง เชื่อว่ากลุ่มนายทุนดังกล่าว ต้องเป็นกลุ่มมิจฉาชีพรายใหญ่ และมีขบวนการ อีกทั้งมีอิทธิพลมากจึงกล้าที่จะนำรถเหยื่อที่หลงเชื่อไปจำนำไม่นาน (ไม่กี่เดือน) นำไปขายในตลาดมืด ด้วยการเสนอขายผ่านในแอพพิเคชั่นไลน์ กลุ่มลูกค้าเฉพาะ ซึ่งตนเองก็ถูกเสนอขายรถยนต์เก๋ง จากการหลุดจำนำของขบวนการดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามตนเองจะดำเนินคดี กลุ่มขบวน การนายทุนดอกเบี้ยโหด อีกทั้งนำรถตนเองไปขายในตลาดมืดอย่างถึงที่สุด ซึ่งหากคดีความไม่คืบหน้า ตนเองยืนยันว่าจะไปร้องเรียนที่ตำรวจกองปราบภายหลัง

          ด้านเจ้าหน้าที่ ตำรวจ หลังรับแจ้งความ ได้สอบสวนผู้เสียหายทั้งหมด พร้อมทั้งจะออกหมายเรียกนายทุนพร้อมทั้งหญิงนกต่อมาสอบสวน พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง อีกทั้งจะนัดให้ทั้ง 2 ฝ่าย มาไกล่เกลี่ย ซึ่งหากผู้เสียหายทั้งหมด ยังมีความประสงค์จะดำเนินคดี ในข้อหายักยอกทรัพย์ หรือลักทรัพย์ ทางเจ้าหน้าที่ ก็จะดำเนินคดี กับนายทุนดังกล่าวต่อไป