คาดเชือก » จับตา”โจ๊ก”ผงาด DSI

จับตา”โจ๊ก”ผงาด DSI

24 มิถุนายน 2019
0

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว วงการตำรวจและสังคมทั่วไปฮือฮากันมากต่อการปรากฏตัวของ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่ถูกพิษ ม.44 โยกออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี
ที่เดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง จ.นครศรีธรรมราช เพียงแค่ข้ามวันมีการปล่อยข่าวแบบโยนหินถามทาง อ้าง “บิ๊กโจ๊ก” จะกลับมาเป็นตำรวจอีกครั้ง ในตำแหน่งที่ใหญ่กว่าเดิม ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นแรงกระเพื่อมระดับพลังสึนามิ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นมาทันทีทันใดมีการแชร์เรื่องนี้ในโลก โซเชียลอย่างเมามัน ตั้งวงวิจารณ์กันสนุกปาก โดยไม่คำนึงถึงหลักความเป็นจริงเป็นตัวตั้งก่อนแชร์ขณะที่ต้นตอการแชร์เรื่องนี้ อาจมีธง เพื่อตรึงไว้ซึ่งอำนาจบารมีในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในแต่ละระนาบต่อๆไป
อย่างน้อย เพื่อประคองเก้าอี้ให้กับบรรดาลูกทีม ลูกศิษย์ ที่อาจจะถูกย้ายกระเด็นเตะโด่งคนละทิศทางโฟกัสข่าวการกลับมานั่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ของ”บิ๊กโจ๊ก” เมื่อว่ากันด้วยเหตุผลและกฏระเบียบแล้วเป็นไปไม่ได้ !! หากย้อนกลับไป “บิ๊กโจ๊ก” ถูกเด้งตกเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ครั้งแรกโดยคำสั่ง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เข้ากรุประจำ ศปก.ตร.ด้วยนัยยะมีความผิดต้องสอบสวน เพียงวันเดียว “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สะบัดปากกาลงนามในฐานะหัวหน้า คสช. ใข้ มาตรา 44 เด้งข้ามสังกัด มาเป็นข้าราชการพลเรือน ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อรอการสอบสวน พร้อมกับการหายตัว หรือเก็บตัวเงียบ ของ”บิ๊กโจ๊ก” ขณะที่ในเวลาต่อมา “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ออกมาประกาศผ่านสื่อมวลชน อ้าง ” เรื่องนี้จบแล้ว ไม่มีการสอบสวนใดๆ ” หากห้วงเวลานี้ทำไม ?? “บิ๊กโจ๊ก” จึงยากจะกลับมาในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ดูที่การย้ายหลุดออกนอกอาณาจักรตำรวจมาจากคำสั่ง คสช. มาตรา 44 จู่ๆจะตัดโอนกลับจากที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกฯ กลับมาถึงขั้นผงาดใหญ่กว่าเดิม เป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.แบบ “โตเขย่ง ” ทำได้ยาก ขั้นตอนการกลับมาใช้ ม.44 อาจทำไม่ได้ง่ายๆแล้ว ทำได้เพียงนำเรื่องนี้เข้าบรรจุในวาระการประชุม ครม.เพื่อขอมติให้กลับมาเป็นข้าราชการตำรวจ เมื่อครม.เห็นชอบแล้วจึงส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ต้องให้”บิ๊กตำรวจ” ที่มีส่วนเป็นกรรมการนำเรื่องส่งต่อเป็นวาระประชุม ก.ตร.เพื่อขอมติเห็นชอบ เมื่อเห็นชอบแล้ว จะสามารถกลับเข้ามาได้ในตำแหน่งระนาบเดิมจากที่โดนย้ายออกไปเท่านั้น คือตำแหน่งผู้บัญชาการที่ใดที่หนึ่ง จะตั้งสูงขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ไม่ได้
หากจะดันตำแหน่งให้สูงขึ้น ทำได้เพียง การออก ม.44 ใหม่อีกครั้ง ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะขณะนี้การเมืองไทย มีรัฐบาลใหม่แล้ว และยังมี ส.ส.ฝ่ายค้านที่เสียงปริ่มกัน คอยจ้องฟาดฟันการทำงานฝ่ายรัฐ อีกทั้ง ม.44 อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จะสิ้นสภาพหลังการโปรดเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หากใช้ ม.44 ตั้งคนๆเดียว ในช่วงรอยต่อ มีหวังโดนฝ่ายค้านและสังคมถล่มเละแน่ฟันธง ” บิ๊กโจ๊ก” ยังกลับมาไม่ได้ แต่ตำแหน่งใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ต้องรอภายหลังมี ครม.ชุดใหม่เข้ามาทำงานเต็มทีม จับตามองที่ เก้าอี้อธิบดี ดี.เอส.ไอ. เพื่อทำงานระดับประเทศ มีงานถนัดให้ทำ รวมไปถึงการเตะตัดขาการเมืองฝ่ายตรงข้าม และจัดการกับม็อบต่อต้านรัฐ ตำแหน่งนี้สามารถทำได้ เพียงแค่เสนอชื่อเข้าครม.ลงมติเห็นชอบ รอดูกัน เรื่องนี้ไม่ได้พูดเล่น หรือพูดลอยๆ แต่มีที่มีจากทีมงานที่ปรึกษาบางคนในรัฐบาลชุดใหม่ ครม.ประยุทธ / 2 ถึงเวลานั้น คำตอบจะลงตัวให้เวลาหายใจหายอีกนิด.

เธียร ทวินัย.