ข่าวใหม่อัพเดท » “บิ๊กราญ” ผบช.น.แถลงข่าวรวบสาวประเภทสอง มอมยาชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวย่านสุขุมวิท

“บิ๊กราญ” ผบช.น.แถลงข่าวรวบสาวประเภทสอง มอมยาชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวย่านสุขุมวิท

12 พฤษภาคม 2022
0

“บิ๊กราญ” ผบช.น.แถลงข่าวรวบสาวประเภทสอง มอมยาชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวย่านสุขุมวิท

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.65 เวลา 13.30 น. ณ ลานเอนกประสงค์ บช.น. : พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5, พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี, พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี, พ.ต.ท.ภราดร สุวรรณรัตน์, พ.ต.ต.ปกป้อง อุไรพันธ์ สว. สส.สน.ลุมพินี และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมในกรณีสาวประเภทสองมอมยา ชิงทรัพย์ นักท่องเที่ยว พื้นที่ สน.ลุมพินี

สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี สืบสวนติดตามกรณี ปรากฏข่าวตามภาพข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีนักท่องเที่ยวชาวคูเวต ถูกสาวประเภทสองจำนวน 2 คน ไปร่วมหลับนอนยังห้องพักเลขที่ 411 ชั้น 4 โรงแรมกัลลิเวอร์ทาเวิร์น เมื่อเสร็จกิจแล้ว มีอาการมึนงงแล้วหมดสติไป เมื่อตื่นมาพบว่าเงินสดจำนวน 6,000 ดอลล่าร์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 200,000 บาท) ที่เก็บไว้ภายในห้องพักหายไป เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 ซึ่งมีประชาชนทั่วไปให้ความสนใจและเผยแพร่โพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมากนั้น

หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ซึ่งในขณะนั้นผู้เสียหายอยู่ในอาการมึนงง คาดว่าจะถูกมอมยา พนักงานสอบสวนจึงนำตัวผู้เสียหายส่งตรวจร่างกายโดยละเอียดที่โรงพยาบาลตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 เวลาประมาณ 22.40 น. บริเวณห้องพักเลขที่ 411 ชั้น 4 โรงแรมกัลลิเวอร์ทาเวิร์น ถนนสุขุมวิทซอย 5 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

จึงได้ออกสืบสวนหาข่าวและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โครงการ Smart Safety Zone) ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานเอกชนตามเส้นทางที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จนสามารถได้ตำหนิรูปพรรณคนร้ายครบถ้วนทั้ง 2 ราย และจากการสืบสวนหาข่าวจนทราบชื่อคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายชฎาพร อายุ 28 ปี และนายศิปาญ์ อายุ 26 ปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน จัดทำรายงานการสืบสวนส่งมอบให้พนักงานสอบสวน และได้ทำการติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาทั้งสองมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 พนักงานสอบสวนได้รับรายงานการชันสูตรผู้ป่วยจากโรงพยาบาลตำรวจ ผลการตรวจพบสารประเภทยานอนหลับอยู่ในตัวอย่างเลือดและปัสสาวะของผู้เสียหาย ซึ่งตรงกับรายงานการตรวจพิสูจน์ตัวอย่างของเหลวที่พบในแก้วใบที่ผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายดื่ม ที่เก็บได้จากห้องที่เกิดเหตุ จึงเดินทางไปขอหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2565

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ทำการสืบสวนหาข่าวเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 17.00 น. จึงได้ร่วมกันจับกุมตัว นายศิปาญ์ ที่บริเวณอาคารเอ เพส 1 พลัมคอนโดบางใหญ่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และเวลาประมาณ 21.30 น. ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายชฎาพร ที่บริเวณริมทางเดินเท้ากลางซอยชุมชนศรีประดู่ แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร โดยผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน จึงจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.276/65 และ จ.277/65 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 ตามกฎหมายในเวลาต่อมา

จากการซักถามขยายผลเพิ่มเติมทราบว่า นายชฎาพร เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ลุมพินี คดีอาญาที่ 571/65 เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 บริเวณคอนโด Hyde สุขุมวิท 13 ผู้เสียหายเป็นชาวอังกฤษ ทรัพย์ถูกประทุษร้ายเป็นเงินสดจำนวน 80,000 บาท พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาในเรือนจำ
  • ครั้งที่ 2 ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 บริเวณโรงแรมเมอคิวรี่ สุขุมวิท 4 ผู้เสียหายเป็นชาวอังกฤษ ทรัพย์ถูกประทุษร้ายเป็นเงินสดจำนวน 83,960 บาท พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้เสียหายมาสอบปากคำชี้ยืนยันตัวผู้ต้องหา
  • ครั้งที่ 3 ก่อเหตุในพื้นที่ สน.พระโขนง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 บริเวณคอนโดโมโน สุขุมวิท 50 ผู้เสียหายเป็นชาวจีน ทรัพย์ถูกประทุษร้ายเป็น นาฬิกาโรเล็กซ์ โทรศัพท์ไอโฟน 13 PRO MAX และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้เสียหายมาสอบปากคำชี้ยืนยันตัวผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบประวัติต้องโทษของ นายชฎาพรฯ พบว่าเคยต้องโทษคดีทำร้ายร่างกาย จำนวน 2 ครั้ง โดยในคดีแรกได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษธนบุรี เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 และครั้งที่สองได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษธนบุรี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ส่วนนายศิปาญ์ฯ ไม่มีพบประวัติการกระทำความผิดแต่อย่างใด

บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความใส่ใจในความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชน หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่


Cr.ทีมประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน