ข่าวใหม่อัพเดท » วิวาทะ “สิระฯ – พรพิศฯ” เป็นเหตุ “วัชระฯ ร้อง ชวนฯ” สอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาเสร็จสมบูรณ์จริงตามที่ “เลขาธิการสภาฯ” กล่าวอ้างหรือไม่..

วิวาทะ “สิระฯ – พรพิศฯ” เป็นเหตุ “วัชระฯ ร้อง ชวนฯ” สอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาเสร็จสมบูรณ์จริงตามที่ “เลขาธิการสภาฯ” กล่าวอ้างหรือไม่..

14 กรกฎาคม 2021
0

วิวาทะ “สิระฯ – พรพิศฯ” เป็นเหตุ “วัชระฯ ร้อง ชวนฯ” สอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาเสร็จสมบูรณ์จริงตามที่ “เลขาธิการสภาฯ” กล่าวอ้างหรือไม่..

วันนี้ (13 ก.ค.64) เมื่อเวลา 11.05 น.ที่อาคารรัฐสภานายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือพร้อมภาพถ่ายเป็นหลักฐานยืนยันว่าอาคารรัฐสภายังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จผ่านเจ้าหน้าที่สารบรรณถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ และยังส่งหนังสือถึงนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายสาธิตประเสริฐศักดิ์ ประธานตรวจการจ้างฯ และ กรรมการทุกคนด้วย

จากข่าวเกิดวิวาทะกันระหว่างนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กับนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรณีนายสิระได้เปิดเผยว่า มีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ในระหว่างที่ข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2564 และประกาศกรุงเทพ มหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 34) ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2564 ข้อ 2 ที่กำหนดให้ปิดสถานที่ก่อสร้าง รวมทั้งให้หยุดการก่อสร้างฯ แต่นางพรพิศได้โต้แย้งว่า นายสิระ เข้าใจผิด ทำให้นายสิระกล่าวหาว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พูดเท็จ เนื่องจากมีการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ที่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายจริง จากนั้น สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกคำชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า “… ปัจจุบันบริษัทผู้รับจ้างในสัญญาต่างๆได้หยุดการก่อสร้างแล้วทั้งหมด คงมีในส่วนของเจ้าหน้าที่ของบริษัทคู่สัญญาที่ต้องเข้ามาดำเนินการในส่วนของการบำรุงรักษาตามที่ปรากฏในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ข้อ 9 ความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องงานจ้าง โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไข ซ่อมแซมอาคาร เครื่องจักร อุปกรณ์ ระบบต่างๆ รวมทั้งงานปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบสาธารณูปโภค ทุกรายการตามสัญญา ภายในกำหนด 2 ปี…”

นายวัชระ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ สัญญาเลขที่ 116/2556 ข้อ 9 และสัญญาข้อ 35 ระบุว่า การที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะใช้สิทธิให้ผู้รับจ้างรับผิดในความชำรุดบกพร่อง แก้ไขบำรุงรักษางาน ในช่วงระยะเวลาประกัน 2 ปีได้นั้น จะต้องเป็นกรณีตามข้อ 35/1 คือ เป็นกรณีที่ผู้รับจ้างได้ดำเนินงานก่อสร้างแล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจการจ้าง ได้ตรวจสอบและทดสอบคุณภาพงานทั้งหมดตามข้อกำหนดตามสัญญาแล้ว และเห็นว่า ปราศจากปัญหาด้านเทคนิคและไม่พบข้อบกพร่องใดๆ และให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ว่าจ้าง ได้ออกหนังสือรับรองงานแล้วเสร็จให้แก่ผู้รับจ้างแล้ว

ซึ่งผลของการรับรองงานแล้วเสร็จดังกล่าวนั้น ถือว่าวันถัดจากวันที่งานทั้งหมดผ่านการตรวจสอบและทดสอบนั้น ส่งผลดังนี้

  1. เป็นวันที่ผู้รับจ้างรับมอบงานแล้ว
  2. เป็นวันที่เริ่มนับระยะเวลาการประกันความชำรุดบกพร่องตามสัญญา 2 ปี
  3. เป็นวันที่ระยะเวลาสิ้นสุดในการกำหนดค่าปรับตามสัญญา ( ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เริ่มปรับผู้รับจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564)

ซึ่งค่าปรับดังกล่าวเป็นเงินที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ

โดยสรุปคำชี้แจงต่อสื่อมวลชนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่า การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบได้แล้วเสร็จสมบูรณ์ มีการส่งมอบ รับมอบ และรับรองผลงานการก่อสร้างอาคารรัฐสภาพร้อมอาคารประกอบแล้ว และปัจจุบันอยู่ในช่วงของการรับประกันความชำรุดบกพร่องตามสัญญา 2 ปี ทั้งๆที่ ในข้อเท็จจริงก็ยังมีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาอยู่

ซึ่งในประเด็นดังกล่าวได้เคยทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริง ของการก่อ สร้างอาคารรัฐสภา จากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ไม่เคยได้รับคำตอบแต่อย่างใด ทั้งๆที่งบประมาณของการก่อสร้างอาคารรัฐสภา เป็นเงินที่ได้มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ จึงสมควรที่ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อประชาชนอย่างโปร่งใส เพื่อให้เห็นว่ากระบวนการทั้งหมด มีการดำเนินการที่ถูกต้องตามสัญญา ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มีการเอื้อประโยชน์ต่อเอกชน มีความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณหรือไม่ จึงขอสอบถามข้อเท็จจริงว่า

  1. การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดแล้วหรือไม่ และเมื่อใด
  2. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ว่าจ้าง ได้รับมอบงานทั้งหมดจากผู้รับจ้างก่อสร้างแล้วหรือไม่ เมื่อใด เหตุใดจึงไม่มีการทำพิธีส่งมอบอาคารรัฐสภาเผยแพร่ทางสื่อมวลชน ซึ่งผิดวิสัยและธรรมเนียมปฏิบัติการส่งมอบอาคารขนาดใหญ่มูลค่ามากถึง 12,280 ล้านบาท (หนึ่งหมื่นสองพันสองร้อยแปดสิบล้านบาท)
  3. มีการเริ่มนับระยะเวลาการประกัน 2 ปี แล้วหรือไม่ เมื่อใด
  4. ระยะเวลาในการกำหนดค่าปรับตามสัญญา สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ เมื่อใด

ทั้งนี้ หากการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ยังไม่แล้วเสร็จ ไม่ว่าด้วยเหตุใด แต่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีหน้าที่อำนาจ และความรับผิดชอบ ได้รับรองว่างานก่อสร้างทั้งหมดแล้วเสร็จสมบูรณ์ คนที่รับรองทั้งหมดย่อมมีความผิดทางวินัย อาญา และละเมิดด้วย..