ข่าวใหม่อัพเดท » มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ร่วมมูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้ และมูลนิธิใต้เต๊กเชี่ยงตึ้ง มอบเงินช่วยเหลือ ญาติผู้จมน้ำเสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม 21 รายๆ ละ 2.5 หมื่นบาท

มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ร่วมมูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้ และมูลนิธิใต้เต๊กเชี่ยงตึ้ง มอบเงินช่วยเหลือ ญาติผู้จมน้ำเสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม 21 รายๆ ละ 2.5 หมื่นบาท

13 ธันวาคม 2020
0

มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ร่วมมูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้ และมูลนิธิใต้เต๊กเชี่ยงตึ้ง มอบเงินช่วยเหลือญาติผู้จมน้ำเสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม 21 รายๆ ละ 2.5 หมื่นบาท

          เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 ธค. 2563 ที่มูลนิธิใต้เต๊กเชี่ยงตึ้ง จ.นครศรีธรรมราช นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือญาติของผู้จมน้ำเสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ของจ.นครศรีธรรมราช เมื่อต้นเดือนธค.ที่ผ่านมา จำนวน 22 รายๆ ละ 2.5 หมื่นบาท โดยมีมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง มอบเงินช่วยเหลือรายละ 2 หมื่นบาท มูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 14 จังหวัดภาคใต้ รายละ 5,000 บาท รวมรายละ 2.5 หมื่นบาท โดยมี ดร.มงคลชัย สมอุดร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี, นายชนะพัฒน์ ศุภธรรมกุล ประธานมูลนิธิใต้เต๊กเชี่ยงตึ้ง จ.นครศรีธรรมราช, นายอรันต์ โตทวด ผจก.มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง และ จนท. ที่เกี่ยวข้องมาร่วมพิธีมอบเงินช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ พร้อมกันนี้ทางมูลนิธิใต้เต๊กเชี่ยงตึ้ง ยังได้มอบถุงยังชีพให้กับญาติของผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งด้วย

          ด้านนายไกรศร วิศิฏ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนต้องขอขอบคุณมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง มูลนิธิสงเคราะห์ผู้ประสบภัย14 จังหวัดภาคใต้ และมูลนิธิใต้เต๊กเชี่ยงตึ้ง ที่ร่วมมอบเงินให้กับญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์จมน้ำเสียชีวิตทั้งจังหวัด 21 ราย รายละ 2.5 หมื่นบาท นอกเหนือจากที่ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มอบเงินช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้วรายละ 44,700 บาท ซึ่งนับว่าเป็นการร่วมด้วยช่วยกันของภาคเอกชน

          สำหรับรุปสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขัง รวม 10 อำเภอ 40 ตำบล 218 หมู่บ้าน 22 ชุมชน ได้แก่ อ.เมือง 4 ตำบล 10 หมู่บ้าน, อ.พระพรหม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน, อ.เชียรใหญ่ 7 ตำบล 11 หมู่บ้าน, อ.เฉลิมพระเกียรติ 4 ตำบล 37 หมู่บ้าน, อ.ชะอวด 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน, อ.ปากพนัง 17 ตำบล 141 หมู่บ้าน 22 ชุมชน เทศบาลเมืองปากพนัง อ.หัวไทร 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน, อ.ร่อนพิบูลย์ 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน, อ.ทุ่งใหญ่ 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน, และ อ.ถ้ำพรรณรา 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน มีพื้นที่คลี่คลายอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย 13 อำเภอ คือ อ.ลานสกา, นบพิตำ, สิชล, ขนอม, ท่าศาลา, พิปูน, นาบอน, ทุ่งสง, ช้างกลาง, พรหมคีรี, ฉวาง, และ อ.จุฬาภรณ์

          สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกา ยน 2563 ถึง 6 ธันวาคม 2563 มีพื้นที่ประสบภัย รวม 23 อำเภอ 164 ตำบล 1550 หมู่บ้าน 120 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 931,364 คน 328,784 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 21 ราย บ้านพังเสียหายบางส่วน 4,216 พังเสียหายทั้งหลัง 29 หลัง ด้านเกษตรได้รับผลกระทบด้านพืช 123,436 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูก 1,080,607 ไร่คาดว่าเสียหาย 258,730 ไร่ ด้านประมง พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 26,209 ไร่กระชังปลา 30,537 ตารางเมตร ด้านปศุสัตว์ ได้รับแจ้งสัตว์ตาย/สูญหาย 14,286 ตัว ด้านคมนาคม เส้นทางสัญจรได้รับผลกระทบ ถนนกรมทางหลวง 61 สายทาง(ผ่านได้ทุกเส้นทางแล้ว) ถนนทางหลวงชนบท 39 สายทาง ผ่านได้ 38 สายทาง ยังผ่านไม่ได้ 1 สายทาง เส้นทางรถไฟยังมีน้ำท่วมขัง 1 จุด คาดว่า 14 ธันวาคมนี้ จะสามารถเดินรถได้ตลอดสาย ด้านการช่วยเหลือมีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน มูลนิธิ องค์กรการกุศล จิตอาสาพระราชทาน และภาคประชาชนจากทั่วประเทศได้ระดมให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

          นายสมพงษ์ มากมณี รองผวจ.นครศรีธรรมราช ได้รับมอบหมายจากนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ติดตามการระบายของกรมชลประทานที่ประตูระบายน้ำบางไทร ต.บางศาลา อ.ปากพนัง ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 8-12 นิ้วจำนวน 6 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 2 เครื่อง พร้อมเครื่องผลักดันน้ำ 4 เครื่อง นอก จากนี้ได้มีการเปิดบานประตูระบายน้ำขึ้นสุดทุกบาน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อำเภอปากพนัง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำจุดสุดท้ายที่ไหลมาจาก อ.เมืองนคร ศรีธรรมราช อ.พระพรหม และ อ.เฉลิมพระเกียรติ ก่อนที่จะระบายออกแม่น้ำปากพนัง ลงสู่ทะเลอ่าวไทย

          นายสมพงษ์ มากมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เร่งรัดให้มีการระบายน้ำออกจากพื้นที่อำเภอปากพนังโดยเร็วที่สุด จึงได้มอบหมายให้ตนลงไปติดตามดูแล เฉพาะที่ประตูระบายน้ำบางไทรแห่งนี้ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวม 8 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 4 เครื่อง แต่ในภาพรวมกรมชลประทานได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามจุดต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ของลุ่มน้ำปากพนัง ทั้ง อ.ปากพนัง เชียร ใหญ่ รวมทั้งในส่วนของ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเร่งระบายน้ำรวม 71 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 52 เครื่อง ซึ่งจากการสอบถามผู้ใหญ่บ้านตำบลป่าระกำ อ.ปากพนัง ทราบว่าการระบายน้ำเป็นไปด้วยดี ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในช่วงที่น้ำทะเลหนุนทำให้การระบายน้ำได้ช้า เนื่องจากต้องปิดประตูระบาย ทำได้เพียงใช้เครื่องสูบน้ำเท่านั้น แต่ในช่วงที่น้ำทะเลลงเจ้าหน้าที่ก็เปิดบานประตูระบายน้ำและเดินเครื่องผลักดันน้ำในทันที คาดว่าอีกไม่กี่วันระดับน้ำก็จะลดลงอยู่ในสภาวะปก


ธีรศักดิ์ อักษรกูล นครศรีธรรมราช

error: Content is protected !!