
ม.หัวเฉียวฯ แถลงข่าวแนะนำอธิการบดี ลำดับที่ 7 “ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล” ชูวิสัยทัศน์ขับเคลื่อน AI สู่การศึกษา ชูธงศูนย์กลางแพทย์แผนจีนและวิทยาศาสตร์สุขภาพระดับอาเซียน ปั้นผู้เรียนรู้/บัณฑิต “คิดเป็น ทำได้จริง สร้างคุณค่า พร้อมรับใช้สังคม”
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก.) แถลงข่าวแนะนำอธิการบดี ลำดับที่ 7 ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล ประกาศทิศทางและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่อนาคต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและวิกฤตโครงสร้างประชากร มุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) การขยายบทบาทสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพไทย-จีน และการสืบสานอัตลักษณ์คุณธรรมการรับใช้สังคมอย่างยั่งยืน วางรากฐาน AI เปลี่ยนผ่านการเรียนรู้จาก “เนื้อหา” สู่การ “ท้าทายคำตอบ” เพื่อสร้างทักษะบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
ศ.ดร.สุพจน์ฯ เปิดเผยถึงเป้าหมายสำคัญในระยะ 1 ปีแรก ว่าจะมุ่งเน้นการวางรากฐานนำ AI เข้ามา พลิกโฉมการเรียนรู้ของนักศึกษา โดยปรับเปลี่ยนเกณฑ์การประเมินผลจากการวัดตัวองค์ความรู้ ไปสู่การ “วิเคราะห์องค์ความรู้” และ “พร้อมท้าทายคำตอบจาก AI”
“นโยบายด้าน AI ของเราไม่ได้หยุดอยู่แค่การสอนตั้งคำสั่งหรือเขียน Prompt แต่คือการสร้างทักษะการตั้งคำถามบนฐานขององค์ความรู้ที่ลึกซึ้ง พัฒนานักศึกษาให้มีจินตนาการ (Imagination) ความเข้าใจเชิงลึก (Insight) และดุลยพินิจ (Judgement) ที่เหมาะสม พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” ศ.ดร.สุพจน์ กล่าว
นอกจากนี้ เพื่อให้การปฏิรูปเกิดขึ้นได้จริงในระดับปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยเร่งดำเนินกลยุทธ์บริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร (Change Management) โดยการทลายกำแพงคณะวิชา (Curricula Silo Dissolution) จัดตั้ง “ธนาคารหน่วยกิตกลาง (Central Credit Bank)” ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาลงเรียนรายวิชาข้ามสายได้อย่างยืดหยุ่น ตอกย้ำจุดแข็งแพทย์แผนจีนและสุขภาพ บูรณาการเครือข่ายไทย-จีนสู่อาเซียน
ในมิติด้านวิชาการและการวิจัย มหาวิทยาลัยเดินหน้าผนึกความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับองค์กรวิชาการในประเทศจีน ผ่านการขับเคลื่อนโดยสร้างเครือข่าย Thai-China Healthcare Innovation Hub เพื่อบูรณาการศาสตร์การแพทย์แผนจีน วิทยาศาสตร์สุขภาพ และจีนศึกษา สู่การวิจัยเชิงคลินิกและการประยุกต์ใช้สมุนไพรไทย พร้อมชูจุดเด่นการสร้างอัตลักษณ์บัณฑิตที่มี “ทักษะสามภาษา + เทคโนโลยี” (ไทย-จีน-อังกฤษ + AI) เพื่อสร้างข้อได้เปรียบระดับนานาชาติในตลาดแรงงานและการรักษาพยาบาลข้ามแดน พร้อมตั้งเป้าพัฒนา มฉก. สู่การเป็น : ศูนย์กลางเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และการบริหารจัดการระบบสุขภาวะระหว่างไทย-จีน และขยายสู่ระดับภูมิภาค ศูนย์กลางการเชื่อมต่อและยกระดับแพทย์แผนจีนสู่อาเซียน โดยอาศัยความแข็งแกร่งของไทยในฐานะผู้นำด้านแพทย์แผนจีนของภูมิภาค ศูนย์กลางนวัตกรรมเชิงคลินิกด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและสุขภาวะของผู้สูงวัย พลิกโฉมหลักสูตร มุ่งสร้างบัณฑิตพร้อมทำงาน ผ่านโจทย์จริงภาคอุตสาหกรรม
ยกระดับหลักสูตรจากการมุ่งเน้นเพียงการถ่ายทอด “องค์ความรู้” สู่การเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตสามารถเข้าสู่การทำงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา โดยมุ่งเสริมสร้างความพร้อม 3 ด้านหลัก ได้แก่
1.รู้จริง : มีองค์ความรู้พื้นฐานที่แน่น จำเป็นและเพียงพอ
2.ใช้เทคโนโลยีเป็น : สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม
3.พร้อมทำงานทันที : สั่งสมประสบการณ์ตรงจากการลงมือทำ
ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้สู่รูปแบบการลงมือปฏิบัติจริงผ่าน Industry Project อย่างต่อเนื่องตลอดหลักสูตร แทนการฝึกงานเฉพาะภาคการศึกษา เพื่อเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์ตรงจากโจทย์จริงในภาคอุตสาหกรรม
ขยายหลักสูตร Micro-credentials เจาะกลุ่มผู้เรียนใหม่และวัยทำงาน เพื่อรับมือกับแนวโน้มประชากรวัยเรียนที่ลดลง มฉก. ขยายบริการวิชาการสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ผ่านระบบ Micro-credential และ Lifelong Learning ชูหลักสูตรด้านสุขภาวะ เช่น Traditional Chinese Wellness & Preventive Care และ Practical Rehabilitation & Elderly Care ที่ผสานศาสตร์การดูแลแบบจีนร่วมกับวิทยาศาสตร์การฟื้นฟูสมัยใหม่ เพื่อสร้าง/ปรับทักษะทางด้านการจัดการและหัตถการในระบบสุขภาพให้มีความทันสมัย สำหรับผู้เรียนรู้กลุ่มใหม่ๆ อาทิ ผู้บริบาล (Caregivers) นักกายภาพบำบัด และครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง รวมถึง การมุ่งเน้นให้สถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน เป็นองค์กรหลักในการสร้างหลักสูตรเสริมศักยภาพการทำธุรกิจและเชื่อมโยงวัฒนธรรมสองแผ่นดินไทย-จีน
ยกระดับสู่ “Engaged University” ร่วมสร้างคุณค่ากับชุมชน ด้วยรากฐานการก่อตั้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มฉก. ยังคงปลูกฝังจิตสำนึกคุณธรรมและการช่วยเหลือสังคมผ่านการปฏิบัติจริง โดยดึงเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหา พร้อมปรับบทบาทการทำงานร่วมกับชุมชนโดยรอบในจังหวัดสมุทรปราการ จากการจัดกิจกรรม CSR เป็นครั้งคราว ไปสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชนและสังคม” (Engaged University) ที่ร่วมสร้าง (Co-creation) คุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความปลอดภัยแก่ คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ก้าวต่อไปของ มฉก. : นำทางด้วยการถ่อมตนพร้อมเปิดรับการเปลี่ยนแปลง และกล้าตั้งคำถาม สู่ “องค์กรแห่งการเรียนรู้” อย่างแท้จริง เมื่อกล่าวถึงบทบาทการนำพาองค์กร หากเปรียบมหาวิทยาลัยเป็นเรือลำใหญ่และตนเองในฐานะ “กัปตันคนใหม่” ศ.ดร.สุพจน์ กล่าวทิ้งท้ายถึงภาพจำและเจตนารมณ์ในการนำทางว่า “หัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่าน มฉก. ไปสู่การเป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” ไม่ได้เริ่มต้นจากความสมบูรณ์แบบ แต่คือ การถ่อมตนเพื่อพร้อมเปิดใจรับฟังและตอบรับการเปลี่ยนแปลง การมีความกล้าที่จะ ตั้งคำถามบนพื้นฐานขององค์ความรู้ ควบคู่ไปกับความโปร่งใส ซึ่งจะเป็นรากฐานอันมั่นคงในการนำพาชาว มฉก. ทุกคนเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน” ศ.ดร.สุพจน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน :
แผนกสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก.)
โทรศัพท์: 02-713-8100 ต่อ 1138, 1140, 1141, 1148
อีเมล : commu.hcu@gmail.com
เว็บไซต์ : www.hcu.ac.th
สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน



