ข่าวใหม่อัพเดท » รองนายกฯ พร้อมรัฐมนตรี ลงพื้นที่อยุธยา ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งการเตรียมพร้อมรับมืออย่างไม่ประมาท

รองนายกฯ พร้อมรัฐมนตรี ลงพื้นที่อยุธยา ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งการเตรียมพร้อมรับมืออย่างไม่ประมาท

26 กันยายน 2026
0

อยุธยา – รองนายกฯ พร้อมรัฐมนตรี ลงพื้นที่อยุธยา ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งการเตรียมพร้อมรับมืออย่างไม่ประมาท

วันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการเตรียมความพร้อมรับมือ โดยมี นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย ปภ.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ วัดไชยวัฒนาราม ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา

คณะลงพื้นที่ติดตามการติดตั้งแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณโดยรอบวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งกรมศิลปากรได้ติดตั้งแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วมสำเร็จรูป สูง 1.90 เมตร ตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 165 เมตร จำนวน 138 แผ่น พร้อมวางผ้าใบและแนวกระสอบทรายเสริมความแข็งแรง รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบบอัตโนมัติ เพื่อสูบน้ำกรณีมีน้ำรั่วซึมผ่านแนวบังเกอร์เข้ามาภายในโบราณสถาน ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งจัดเตรียมกระสอบทรายสำหรับเสริมแนวป้องกัน หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

จากนั้น คณะเดินทางไปยังวัดกษัตราธิราชวรวิหาร เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการติดตั้งแนวป้องกันน้ำ โดยมี พระเทพวัชรจริยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ให้ข้อมูลสถานการณ์และการเตรียมความพร้อม ขณะที่พระสงฆ์ เจ้าหน้าที่ทหาร และ อส. เร่งติดตั้งแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วมแบบน็อกดาวน์บริเวณชั้นในของวัด ระยะทางประมาณ 120 เมตร สูง 1.90 เมตร พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าสู่พื้นที่สำคัญภายในวัด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามจุดที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนตามความห่วงใยของนายกรัฐมนตรี โดยยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเน้นการป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากมีทั้งน้ำจากทางภาคเหนือและฝนจากภาคตะวันออก โดยต้องเร่งบริหารจัดการและผันน้ำออกด้านข้าง รวมถึงผันน้ำลงทุ่ง เพื่อไม่ให้น้ำไหลสมทบและส่งผลกระทบต่อประชาชนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรณีมีการระบายน้ำเพิ่มเป็น 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางบริหารจัดการน้ำแบบ “ก้างปลา” โดยแบ่งน้ำออกทางด้านซ้ายและขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำด้านท้ายเขื่อนและลดผลกระทบต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกำชับให้จังหวัด อำเภอ ปภ. และหน่วยงานราชการสำรวจความเสียหายและเตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชน ทั้งเครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์ขนย้าย เต็นท์ และสถานที่พัก โดยคาดการณ์ว่าปริมาณฝนอาจดีขึ้นในช่วง 2 วันข้างหน้า แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ฝน ระดับน้ำ และน้ำทะเลหนุนอย่างใกล้ชิด

ด้านภาคอุตสาหกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก่อนหน้านี้ พบว่าแต่ละสวนอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรมมีการจัดทำเขื่อนและคันดินป้องกันน้ำ จึงมีการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ โดยรัฐบาลได้กำชับทุกจังหวัดเตรียมการช่วยเหลือประชาชน ทั้งการเยียวยา ถุงยังชีพ และศูนย์รองรับการอพยพในกรณีเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว 5 อำเภอ 64 ตำบล 301 หมู่บ้าน และ 14 ชุมชน พร้อมเตรียมแนวป้องกันและมาตรการรับมือในพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะโบราณสถาน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

error: Content is protected !!