
กองทัพบก ระดมสรรพกำลังทุกกองทัพภาค เฝ้าระวังอุทกภัยฉับพลัน พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศ
จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศ จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำและการระบายน้ำของเขื่อนหลัก ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญเพิ่มสูงขึ้น เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการ/ผู้อำนวยการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยทหารทุกพื้นที่ บูรณาการร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งตรวจสภาพความพร้อม หน่วยในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โดยวันนี้มีการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
พื้นที่กองทัพภาคที่ 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออก)
- จ.พระนครศรีอยุธยา: ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพันทหารม้าที่ 11 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ จัดกำลังพลร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, สำนักศิลปากรที่ 3 และ อ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการยกแผ่นปูนและติดตั้งพนังกั้นน้ำสแตนเลสด้านหน้าวัดกษัตริตราธิราชวรวิหาร ต.บ้านป้อม ความยาวตลอดแนว 180 เมตร เพื่อป้องกันโบราณสถานสำคัญ ขณะที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพันทหารม้าที่ 23 กรมทหารม้าที่ 5 รักษาพระองค์ ร่วมกับเทศบาลเมืองผักไห่ กางเต็นท์อำนวยความสะดวก ณ ทต.ลาดชะโด สร้างสะพานไม้ชั่วคราว ม.4 ต.บ้านใหญ่ และช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ณ รพ.สต.บ้านใหญ่ อ.ผักไห่
- จ.อ่างทอง: กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับฝ่ายปกครองและชาวบ้าน กรอกกระสอบทรายวางแนวป้องกันน้ำท่วมริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ม.4 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก
- จ.ปราจีนบุรี: ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 12 บูรณาการร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัด, กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และเทศบาลกบินทร์บุรี ลงพื้นที่ช่วยเหลือยกของขึ้นที่สูง กำจัดขยะสิ่งปฏิกูลขวางทางน้ำ และแจกจ่ายอาหาร-น้ำดื่มแก่ชาวชุมชนตลาดเก่ากบินทร์บุรี นอกจากนี้ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ได้จัดชุดเฝ้าระวังและจิตอาสาช่วยประชาชนริมแม่น้ำปราจีนบุรีล้นตลิ่งยกของขึ้นที่สูง ณ ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ
- จ.ลพบุรี: ศูนย์สงครามพิเศษ ทำการตรวจสภาพความพร้อม “กองร้อยช่วยเหลือประชาชน กองพันรบพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ” เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์กู้ภัยพิเศษ พร้อมเคลื่อนย้ายเข้าสนับสนุนพื้นที่วิกฤตได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
พื้นที่กองทัพภาคที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
– จ.สุรินทร์ : เกิดเหตุน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแสนจอก ไหลหลากท่วมทางหลวงหมายเลข 224 (บ้านรุน – บ้านพนมดิน) จนต้องปิดการจราจร โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 25 และหน่วยขึ้นตรง ร่วมกับ นพค.54 สนับสนุนช่วยเหลือตัดต้นไม้ล้มขวางทางในโรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ต.บักได เคลื่อนย้ายผู้สูงอายุและสิ่งของใน ต.ตาเมียง, ต.จีกแดก และ ต.บักได พร้อมทั้งจัดกำลังพลตรวจติดตามระดับน้ำคลองบ้านโนนจาน ต.โนน อ.โนนนารายณ์ ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
- จ.อุบลราชธานี: พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รอง มทภ.2 เดินทางมาตรวจความพร้อมด้านบรรเทาสาธารณภัย ณ ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ โดยบูรณาการหน่วยทหารในพื้นที่ และหน่วยงาน ปภ. ในพื้นที่ เพื่อซักซ้อมการปฏิบัติและตรวจความพร้อมยุทโธปกรณ์รองรับสถานการณ์น้ำหลาก
พื้นที่กองทัพภาคที่ 3 (ภาคเหนือ)
- จ.เพชรบูรณ์: กองพันทหารม้าที่ 28 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ กำจัดเศษวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ บริเวณฝายระบายน้ำ ม.7 ต.วัดป่า อ.หล่มสัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รองรับปริมาณน้ำฝนสะสม
กองทัพบกยังคงติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและระดับน้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด ยึดมั่นเจตนารมณ์ “ทหารต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส” ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยทหารในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
นที มีเดช รายงาน



