
นบ.ยส.24 ติดตามผลการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 227 ล้านเม็ด มูลค่าของกลางกว่า 8,986 ล้านบาท
วันที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมรับทราบสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่) อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
สำหรับผลการปฏิบัติงานของ นบ.ยส.24 ในห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 15 กันยายน 2569 ได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจยึดจับกุมได้ 1,072 ครั้ง ผู้กระทำความผิด 1,207 ราย พร้อมยึดของกลางยาเสพติดหลายประเภท โดย ยึดยาบ้าได้กว่า 227 ล้านเม็ด และของกลางรวมมูลค่ากว่า 8,986 ล้านบาท สะท้อนถึงการดำเนินงานเชิงรุกในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
ด้านมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ได้ดำเนินการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวนทั้งทางบกและทางน้ำ จัดตั้งจุดตรวจและด่านตรวจ รวมถึงตรวจสอบเส้นทาง ระบบขนส่ง โลจิสติกส์ ไปรษณีย์ และพัสดุภัณฑ์ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ควบคู่กับการดำเนินคดีและขยายผลไปสู่การยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด เพื่อตัดวงจรเครือข่ายการค้ายาเสพติด
ด้านการป้องกันและบำบัดรักษา มุ่งสร้างการรับรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน พัฒนาศักยภาพชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) จัดระเบียบสังคม และสร้างชุมชนเข้มแข็ง ควบคู่กับการนำผู้เสพยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประสานความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การพัฒนาความสัมพันธ์ การปฏิบัติการร่วม และการประสานจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง
พรพิพัฒน์ รายงาน



