ข่าวใหม่อัพเดท » อส.ยิงสกัดคนคลั่ง พยายามใช้มีดทำร้ายเจ้าหน้าที่ กระสุนพลาดเจาะอก ผญบ.เสียชีวิต

อส.ยิงสกัดคนคลั่ง พยายามใช้มีดทำร้ายเจ้าหน้าที่ กระสุนพลาดเจาะอก ผญบ.เสียชีวิต

17 กันยายน 2026
0

นครพนม – อส.ยิงสกัดคนคลั่ง พยายามใช้มีดทำร้ายเจ้าหน้าที่ กระสุนพลาดเจาะอก ผญบ.เสียชีวิต

วันที่ 12 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม หลังเกิดเหตุสลดเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. วันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจ สภ.บ้านแพง และเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) อ.บ้านแพง เข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 66/1 หมู่ 4 บ้านม่วงชี ต.โพนทอง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายวาสนา ศรีกระสอน หรือ “ผู้ใหญ่ตุ๊” อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ขณะยืนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านแพง แต่ผู้ใหญ่บ้านทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายสุริยัน เสนาลี อายุ 46 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับการประ สานขอกำลังเข้าระงับเหตุนายกิตติศักดิ์ แก้วหมื่นทรง หรือ “เต้” อายุ 23 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมอาละวาดและทำลายข้าวของ จึงเดินทางไปพร้อมกับผู้ใหญ่ตุ๊ เมื่อไปถึงพบตำรวจและ อส. กระจายกำลังอยู่บริเวณหน้าบ้านประมาณ 30 นาย เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้ชายคนดังกล่าวออกมามอบตัว

ต่อมานายเต้เปิดประตูบ้านออกมา โดยถืออาวุธมีดและสนับมือ พร้อมวิ่งตรงเข้าหากลุ่มเจ้าหน้าที่และตะโกนข่มขู่ เจ้าหน้าที่จึงถอยร่น ก่อนที่นายหมู่โทปวริศ แสงทอง จะใช้อาวุธปืนยิงสกัดประมาณ 3 นัด เพื่อหยุดเหตุการณ์ ปรากฏว่ากระสุนหนึ่งนัดพลาดไปถูกผู้ใหญ่ตุ๊ที่บริเวณหน้าอก ทำให้ล้มลงและได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส่วนชายที่ก่อเหตุถูกกระสุนบริเวณแขนซ้ายและบั้นเอว แพทย์นำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยา บาลนครพนม ขณะที่นายหมู่โทปวริศ ผู้ใช้อาวุธปืน ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ. บ้านแพง โดยมีรายงานว่าถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตาย ทั้งนี้รายละเอียดข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย

ด้านนางส้ม ศรีกระสอน อายุ 52 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ได้นิมนต์พระสงฆ์ไปสวดเชิญวิญญาณสามีบริเวณจุดเกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ อส.ที่ยิงปืนเป็นผู้ที่รู้จักและทำงานร่วมกับสามีมาโดยตลอด หลังเกิดเหตุได้เข้ามาขอโทษและขอขมา ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

นางส้มกล่าวว่า สามีมักต้องออกไประงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งในพื้นที่อยู่เป็นประจำ เพราะเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของชาวบ้าน โดยที่ผ่านมาเคยเตือนให้ระมัดระวังตัว ขณะที่สามีเคยพูดในทำนองว่า หากถึงคราวก็ต้องยอมรับชะตากรรม

ขณะที่ น.ส.แพร อายุ 27 ปี ชาวบ้านซึ่งมีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายเต้ส่งเสียงเอะอะโวยวาย และใช้ไม้ทุบรถจักรยานยนต์ รวมถึงรถยนต์ของครอบครัวจนได้รับความเสียหาย จากนั้นพ่อและแม่ของชายดังกล่าวได้เข้ามาหลบอยู่ที่บ้านของตน พร้อมโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 191 เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง นายเต้ยังคงมีอาการคลุ้มคลั่ง ก่อนถืออาวุธมีดวิ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่ อส.จึงใช้อาวุธปืนยิงสกัด แต่กระสุนพลาดไปถูกผู้ใหญ่ตุ๊จนเสียชีวิต

ด้านนางจินตนา แก้วหมื่นทรง อายุ 60 ปี แม่ของนายเต้ชายที่ก่อเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายเตรียมนำรถจักรยานยนต์ 2 คันไปขายที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แต่เกิดการโต้เถียงกัน เนื่องจากลูกชายไม่ต้องการให้ตนเดินทางไปด้วย ก่อนจะใช้ไม้ทุบรถจนเสียหาย ตนเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงหนีไปหลบที่บ้านของ น.ส.แพร และโทรแจ้ง 191 จากนั้นตำรวจได้ประสานฝ่ายปกครอง อ.บ้านแพง และขอกำลังเข้าระงับเหตุ โดยมีการประสานผู้ใหญ่ตุ๊เข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์ด้วย

ขณะที่นายเจตริน แก้วหมื่นทรง อายุ 66 ปี ผู้เป็นพ่อ ได้ชี้ให้ดูรถจักรยานยนต์และบริเวณกระจังหน้ารถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป..


เทพข่าวร้อน สำนักข่าวความมั่นคงจังหวัดนครพนม

error: Content is protected !!