
หนึ่งเดียวในโลก มณฑลทหารบกที่ 34 ร่่วมเปิดงาน “เวียนเทียนทางน้ำ กลางกว๊านพะเยา ครั้งที่ 57” ในวันวิสาขบูชา นักท่องเที่ยวหลั่งไหลร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเมืองวัฒนธรรมล้านนา ตระการตาด้วยแสงสีเสียง
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.15 น. พันเอก โสภณ เชี่ยววานิช หัวหน้ากองยุทธ การมณฑลทหารบกที่ 34 รักษาราชการแทน หัวหกองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 34 ร่วมพิธีเวียนเทียนทางน้ำ กลางกว๊านพะเยา ครั้งที่ 57 เนื่องในวันวิสาขบูชา 2569 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรม จัดขึ้นโดยจังหวัดพะเยาร่วมกับเทศบาลเมืองพะเยา ณ บริเวณริมกว๊านพะเยา และวัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยมี นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธาน
สำหรับกิจกรรมนี้เป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาอันล้ำค่า ภายใต้แนวคิด “สายน้ำแห่งการสืบสาน” (The Flow of Buddhist Legacy) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก สะท้อนถึงพลังศรัทธาของชุมชนที่หล่อหลอมเข้ากับวิถีชีวิตแห่งสายน้ำอย่างลึกซึ้ง
ซึ่งปีนี้การจัดงานมุ่งเน้นการถ่ายทอดคุณค่าพระพุทธศาสนาผ่านมิติทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ร่วมสืบทอดประเพณีอันดีงาม ภายในงานมีกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ประกอบด้วย การแสดงบวงสรวงสุดอลังการ ช่างฟ้อน (นางรำ) และนักแสดงกว่า 150 ชีวิต ร่วมแสดงในชุด “แสงเทียน เวียนกว๊าน มหัศจรรย์ หนึ่งเดียวในโลก”
พร้อมการแสดง Light & Sound ในชื่อชุด “ศรัทธาแห่งสายน้ำ : ธรรมะ ชีวิต การตื่นรู้” ไตรภาคที่ 2 สายน้ำแห่งการสืบสาน ที่จะเปลี่ยนผืนน้ำกว๊านพะเยาให้กลายเป็นเวทีแห่งแสงสีอันงดงามตระการตา ตลอดจนพิธีเปิดที่มีการจุดประทีปแผ่กระจายแสงสว่างไสวทั่วผืนน้ำ จากนั้นผู้ร่วมพิธีเคลื่อนสู่ขบวนเรือไฟ เพื่อเข้าสู่ “พิธีเวียนเทียนทางน้ำ รอบพิเศษ” ล่องนาวาประทักษิณารอบวัดติโลกอาราม โบราณสถานกลางกว๊านพะเยาอันเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อศิลา อายุกว่าร้อยปี ท่ามกลางทัศนียภาพของขบวนเรือไฟและการแสดงดนตรีศิลปวัฒนธรรมตลอดเส้นทาง
โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เน้นย้ำว่า กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นประเพณีอันทรงคุณค่า ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งศรัทธา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความผูกพันของพระพุทธศาสนากับประชาชนในพื้นที่ผ่านอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและงดงาม ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเพณี “หนึ่งเดียวในโลก” นอกจากการสืบสานคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมแล้ว การจัดงานในครั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน การสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเผยแพร่อัตลักษณ์ของจังหวัดพะเยาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น พร้อมกล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานอันทรงคุณค่าในครั้งนี้ให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
พร้อมเน้นย้ำถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม อาทิ การควบคุมจำนวนผู้โดยสาร การจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือ และอุปกรณ์รองรับเหตุฉุกเฉิน เป็นการยกระดับประเพณีสำคัญของจังหวัด เสริมสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวควบคู่กับการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป
นที มีเดช รายงาน




