ข่าวใหม่อัพเดท » สืบสวนนครบาล 1 ร่วม อย. จับกุมลักลอบจำหน่าย โบท็อกซ์–ฟิลเลอร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านสื่อออนไลน์

สืบสวนนครบาล 1 ร่วม อย. จับกุมลักลอบจำหน่าย โบท็อกซ์–ฟิลเลอร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านสื่อออนไลน์

14 พฤษภาคม 2026
0

สืบสวนนครบาล 1 ร่วม อย. จับกุมลักลอบจำหน่าย โบท็อกซ์–ฟิลเลอร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านสื่อออนไลน์

กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์, พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า, พล.ต.ต.อัฏพร วงศ์ศิริปรีดา รอง ผบช.น. ได้สั่งการและกำหนดแนวทางในการปฏิบัติ โดยให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการกวาดล้างผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต

กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ. เอกภพ ตันประยูร, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 นำโดย พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท. ณัฐฐโภคิน เหลืองลักษมี, พ.ต.ท.อรรถพงษ์ นกขุนทอง, พ.ต.ท.ณัชฐปกรณ หัดคำ รอง ผกก. สส.บก.น.1 และ พ.ต.ต.ประเดิม ดาวสว่าง สว.กก.สส.บก.น.1 ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวข้างต้นของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด และจากการสืบสวนติดตามจนกระได้ทำการจับ กุมตัวผู้กระทำผิด โดยมีรายละเอียดของกลางดังนี้ รายการเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีทะเบียนผลิตภัณฑ์ จำนวน 11 รายการ, ผลิตภัณฑ์ยาไม่มีทะเบียน/อุปกรณ์ จำนวน 15 รายการ, ผลิต ภัณฑ์ยามีทะเบียน จำนวน 10 รายการ รวมจำนวนของกลางทั้งหมด 36 รายการ จำนวนกว่า 300 ชิ้น มูลค่าทรัพย์รวม 370,000 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นบาท)

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. ตรวจยึดได้บริเวณ บ้านเลขที่ 36/3 หมู่บ้านเบลสทาวน์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลาง 1.รายการเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีทะเบียนผลิตภัณฑ์ จำนวน 11 รายการ, 2.ผลิตภัณฑ์ยาไม่มีทะเบียน/อุปกรณ์ จำนวน 15 รายการ และ 3.ผลิตภัณฑ์ยามีทะเบียน จำนวน 10 รายการ รวมจำนวนของกลางทั้งหมด 36 รายการ จำนวนกว่า 300 ชิ้น โดยกล่าวหาว่า “ความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดขายยาแผนปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตผู้ฝ่าฝืนมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 101 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท, มาตรา 72 (4) ห้ามมิให้ผู้ใดขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ผู้ฝ่าฝืนมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 122 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม, มาตรา 24 วรรคหนึ่ง ขายเครื่องมือแพทย์โดยไม่รับอนุญาต มีโทษตามมาตรา 89 วรรคหนึ่ง ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 46/1 ฐานขายเครื่องมือแพทย์ไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียด โทษตามมาตรา 109/1 วรรคหนึ่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

พฤติการณ์กล่าวคือ ทั้งนี้ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.บก.น.1 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ตรวจสอบบัญชี LINE ID : @MCSUPPLYMED เกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต ผู้บังคับบัญชา จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ประเดิม ดาวสว่าง ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่าบัญชี LINE ID : @MCSUPPLYMED ได้มีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปลอมเป็นสายลับติดต่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาต และได้ทำการสืบสวนจนทราบสถานที่ตั้งที่ทำการอยู่ที่ บ้านเลขที่ 36/3 หมู่บ้านเบลสทาวน์ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้นำหมายค้นของหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ มาทำการตรวจค้น เมื่อมาถึงเจ้าพนักงานตำรวจ พบ นายชินวัฒน์ อนันตะ อายุ 24 ปี แสดงตัวเป็นผู้อาศัย เจ้าพนักงานตำรวจจึงแสดงหมายค้น และขอทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว โดยก่อนทำการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ นายชินวัฒน์ฯ ดูจนเป็นที่พอใจแล้วจึงทำการตรวจค้น โดย นายชินวัฒน์ฯ ยินยอมและเป็นผู้นำการตรวจค้น

ขณะทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบ นายเอกพันธ์ อนันตะ อายุ 36 ปี ได้พักอาศัยอยู่บริเวณชั้นสองภายในบ้านหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบของกลางรายการเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีทะเบียนผลิตภัณฑ์ จำนวน 11 รายการ, ผลิตภัณฑ์ยาไม่มีทะเบียน/อุปกรณ์ จำนวน 15 รายการ, ผลิตภัณฑ์ยามีทะเบียน จำนวน 10 รายการ รวมจำนวนของกลางทั้งหมด 36 ราย การ จำนวน 300 ชิ้น (ตามบัญชีของกลาง) มูลค่าทรัพย์ประมาณ 370,000 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นบาท) อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว

จากการสอบถาม นายเอกพันธ์ฯ รับว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของตนที่เอาไว้จำหน่ายผ่านช่องทาง บัญชี LINE ID : @MCSUPPLYMED จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ นายเอกพันธ์ฯ ทราบ ผู้ต้องหาทราบสิทธิและข้อกล่าวหาแล้ว จึงได้นำตัวผู้ต้องหามายัง กก.สส.บก.น.1 เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม แล้วนำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ที่มา : กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

error: Content is protected !!