ข่าวใหม่อัพเดท » ผู้ว่ากาญฯ เปิดกว้าง รับข้อมูล จากสื่อมวลชน เพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี

ผู้ว่ากาญฯ เปิดกว้าง รับข้อมูล จากสื่อมวลชน เพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี

25 เมษายน 2026
0

ผู้ว่ากาญฯ เปิดกว้าง รับข้อมูล จากสื่อมวลชน เพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี และประชุมโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และติดตามผลงานตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569

เมื่อวันนี้ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.ที่ ห้องประชุมอาเซียน 2 โรงแรมพีลูส กาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในการประชุม ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ และนายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องฯ ผู้สื่อข่าวจากหลายสังกัด และสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมการประชุมฯ

จัดโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ ภาคีภาคสื่อสารมวลชน จึงได้จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและติดตามผลงานตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อใช้เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงในประเด็นที่สื่อมวลชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความสนใจ การรับฟังปัญหาอันเกิดจากการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล โครงการตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการเผยแพร่ประชาสัม พันธ์ผลการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานของหน่วยงานในจังหวัดกาญจนบุรี มุ่งเน้นประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางราชการ ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีได้รับทราบ โดยให้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางสื่อแขนงต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งนี้จังหวัดกาญจนบุรี มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านกลยุทธ์ “เที่ยวใกล้ ประหยัดพลัง งาน” โดยชู Soft Power ด้านวัฒนธรรมและกิจกรรมเทศกาลเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล ควบคู่ไปกับการส่งเสริม Green Travel และการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคเกษตรกรรม ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดต้นทุนพลังงาน อาทิ การส่งเสริมบ่อก๊าซชีวภาพและระบบโซลาเซลล์ในฟาร์มปศุสัตว์และประมง พร้อมทั้งยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านอัตลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เช่น เงาะทองผาภูมิ และทุเรียนทองผาภูมิ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงาน

ด้านการค้าและการลงทุน พบว่ามูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมาขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกผ่านด่านพระเจดีย์สามองค์ที่พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 44.59 ขณะที่ภาครัฐได้เร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัดและแคมเปญ “ไทยช่วยไทย” ร่วมกับภาคเอกชน สำหรับสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน ได้มีการเฝ้าระวังผลกระทบจากการสู้รบในเมียนมาอย่างใกล้ชิด พร้อมบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและจุดตรวจสกัดที่เข้มงวดเพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภอที่ติดขอบชายแดน รวมไปถึงความก้าวหน้าด้านโครงการจุดตัดทางหลวงพิเศษ M81 ทั้งแยกวังสารภีและแยกแก่งเสี้ยนมีความคืบหน้าเร็วกว่าแผนงาน เพื่อรองรับการจราจรในช่วงเทศกาล

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายโครงข่ายคมนาคมและทางหลวงชนบทเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ระหว่างภูมิภาค โดยมีโครงการก่อสร้างสำคัญที่จะทยอยแล้วเสร็จในช่วงปี 2570 – 2571 เพื่อเปลี่ยนโฉมการเดินทางในพื้นที่ อาทิ โครงการขยายทางหลวง ทล.323 และการศึกษาถนนวงแหวนรอบเมือง ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ แม้จะประสบความสำเร็จในการลดจุดความร้อนจากไฟป่าได้ถึงร้อยละ 41 แต่ยังคงเร่งแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง การจัดการขยะมูลฝอย และการบริหารจัดการปัญหาช้างป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม


///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

error: Content is protected !!