
น่าน – โรงพยาบาลน่านร่วมเป็นเจ้าภาพ กับ สถาบันโรคทรวงอก จัดประชุมสัญจรวิชาการแพทย์พยาบาล สาขาโรคหัวใจ ในเขตภาคเหนือ 17 จังหวัด เขต 1,2,3 ในโครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Disess)” มีบุคลากรทางการแพทย์กว่า 200 คน ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพุทธมณโชติคุณ ชั้น 5 อาคารสิริเวชรักษ์โรงพยาบาลน่าน จังหวัดน่าน
วันนี้ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ณ่ ห้องประชุมพุทธมณโชติคุณ ชั้น 5 อาคารสิริเวชรักษ์โรงพยาบาลน่าน จังหวัดน่าน นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธาน ประชุมlสัญจร โครงการ วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases) พร้อมด้วย นายแพทย์พุชงค์ ชื่นชม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก นายแพทย์สุพจน์ ช่างเอกวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลน่าน แพทย์หญิง นวลนิตย์ ตันติศิริวิทย์ อายุร แพทย์ โรงพยาบาลน่าน นายแพทย์ภูริช สุลัญชุปกร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ ด้านเวชกรรมสาขาอายุรกรรม สถาบันโรคทรวงอก
นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบ พลัน เป็นปัญหาสาธารณสุข ที่สำคัญในอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตของประชาชนไทย กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายแก้ปัญหาโดยการดูแลเป็นระบบเครือข่ายบริการ (Service Plan) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว ได้มาตรฐานและทันท่วงที โดยเริ่มจากการพัฒนาศักยภาพสถานบริการระดับปฐมภูมิทุติยภูมิ ตติยภูมิ และสถาบันเฉพาะทาง ให้มีการส่งต่ออย่างเป็นระบบ กำหนดกรอบและแนวทางปฏิบัติให้โรงพยาบาลแต่ละระดับในการดูแลรักษาผู้ป่วย STEMI ให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น โดยกรมการแพทย์ได้ให้การสนับสนุนด้านวิชาการ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต การประชุมครั้งนี้ เป็นการบรรยายทางวิชาการ และอภิปรายกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ ให้ความรู้ด้านวิชาการ การรักษาพยาบาล ผู้ป่วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ให้แก่ แพทย์ พยาบาลและผู้เกี่ยวข้องซึ่งจะเพิ่มพูนทักษะในการดูแล ผู้ป่วย เพื่อลดการเสียชีวิตของผู้ป่วย ACS และให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Thai ACS Registry ได้เป็นอย่างดี ขอแสดงความยินดีกับโรงพยาบาลที่มีผลงานดีเด่น ได้รับโล่รางวัลในวันนี้ และขอขอบคุณผู้บริหารทุกท่าน และผู้เข้าประชุมที่ได้เสียสละเวลา อุทิศกำลังกาย กำลังใจ ในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจขอขอบคุณคณะทำงานจากสถาบันโรคทรวงอก ผู้แทนจากจังหวัดต่างๆ ที่มาประชุม ณ ที่นี้ ตลอดทั้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ให้ความร่วมมือในการจัดประชุมเป็นอย่างดี
นายแพทย์ภุชงค์ ชื่นชม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวรายงาน ในนามผู้แทนเขตบริการสุขภาพที่ 1,2,3 โครงการ วิกฤตโรคหัวใจปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases) กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดกรอบและแนวทางการพัฒนาระบบบริการสุขภาพในรูปแบบเครือข่ายบริการสุขภาพ (Service Plan) เครือข่ายละ 4-8 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 13 เครือข่ายบริการ ดูแลประชากรเครือข่ายละ 5-6 ล้านคน เชื่อมโยงสถานบริการตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และสถาบันเฉพาะทาง โดยการเน้นประสิทธิภาพการรักษาโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุข เพื่อตอบสนองปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศ
กรมการแพทย์ ได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบสาขาโรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนไทยในระดับ ต้นๆ เพื่อพัฒนามาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ จึงได้มอบหมายให้สถาบันโรคทรวงอก จัดโครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases)” ตั้งแต่ปี 2557 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร พัฒนาระบบบริการให้ได้มาตรฐาน มีการส่งต่อระบบเครือข่าย จัดอบรมให้ความรู้ ผลิตตำรามาตรฐานการรักษาคู่มือการให้ความรู้เรื่องยา ที่ใช้ในภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง พัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลระดับประเทศ (Thai ACS Registry) ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทั่วประเทศ รวมทั้งโรงพยาบาลในสังกัดอื่นๆ เช่น โรงพยาบาลสังกัดโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาล สังกัดสี่เหล่าทัพ และโรงพยาบาลเอกชน
จากผลการดำเนินงานโครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย” สามารถทำให้ผู้ป่วยโรค กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว และได้รับการรักษา ที่ได้มาตรฐาน มากขึ้น ในปีงบประมาณ 2568 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน ในปีงบประมาณ 2568 ข้อมูล ณ วันที่1ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568 จากโปรแกรมฐานข้อมูล Thai ACS Registry ของสถาบันโรคทรวงอกที่ได้รับมอบหมายจากกรมการแพทย์ ให้ดำเนินงานโครงการวิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย โดยเป็นศูนย์ข้อมูลกลางรวบรวมข้อมูลผู้ป่วย ACS ทั่วประเทศ พบว่ามีโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการ จำนวน 816 แห่งทั่วประเทศ จำนวนผู้ป่วยรวมทั้งสิ้น 26,069 ราย เป็นข้อมูลที่สมบูรณ์จำนวน 20,358 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วย STEMI 10,107 ราย คิดเป็นร้อยละ 50.30 NSTEMI 9,374 ราย คิดเป็นร้อยละ 46.66 U/A 607ราย คิดเป็นร้อยละ 3.22 ผู้ป่วยได้รับ ยาละลายลิ่มเลือดและเปิดหลอดเลือด (Reperfusion) จำนวน 7,872 ราย คิดเป็นร้อยละ 77.89 อัตราเสียชีวิตในโรงพยาบาล STEMI คิดเป็นร้อยละ 8.02 และ NSTEMI คิดเป็น ร้อยละ 5.04
ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2569 จึงได้ดำเนินงานโครงการ วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases) เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยมีวัตถุประสงค์ ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ พัฒนาขีดความสามารถและขยายบริการการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจในโรงพยาบาลระดับต่างๆ ตาเครือข่ายบริการ (Service Plan) เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงของผู้ป่วยโรคหัวใจให้รวดเร็วและได้มาตรฐาน ตลอดถึงการพัฒนาฐานข้อมูลด้านโรคหัวใจระดับประเทศ จึงได้จัดประชุมวิชาการสัญจร เพื่อทบทวนแนวทางการ พัฒนาระบบสุขภาพ สาขาหลอดเลือดหัวใจ และการบันทึกข้อมูลผู้ป่วย ACS (Thai ACS Registry) ให้กับโรงพยาบาลในเขตบริการสุขภาพที่ 1, 2 และ 3 โดยโรงพยาบาลน่านร่วมเป็นเจ้าภาพ การประชุมในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย แพทย์โรคหัวใจ พยาบาล ห้องฉุกเฉิน ห้อง ไอซียู และผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วย ACS จากโรงพยาบาลในเขตบริการสุขภาพที่ 1, 2 และ 3 จำนวน 200 คน ซึ่งผู้เข้าประชุมจะได้รับหน่วยคะแนนการศึกษาต่อเนื่องสาขาพยาบาลศาสตร์ (CNEU)
นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก เปิดเผยว่า สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบด้านโรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชาชนไทย จึงได้จัดโครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases)” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ถึงปัจจุบัน เพื่อพัฒนามาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ และการบริหารจัดการฐานข้อมูลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน (ACS) โดยโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การยกระดับระบบบริการให้ได้มาตรฐาน การพัฒนาระบบส่งต่อเครือข่าย การอบรมให้ความรู้ และการจัดทำคู่มือมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว พร้อมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางผู้ป่วย ACS ทั่วประเทศ ผ่านโปรแกรม Thai ACS Registry รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน โดยได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลทั่วประเทศทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 816 แห่ง
จากผลการดำเนินงานโครงการ วิกฤตโรคหัวใจฯ ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้รวดเร็วขึ้น มีระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ และได้รับการรักษา ตามมาตรฐานสากล ในปี พ.ศ. 2568 จากฐานข้อมูล Thai ACS Registry ของสถาบันโรคทรวงอก ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีผู้ป่วย ACS รวมทั้งสิ้น 26,069 ราย เป็นข้อมูลสมบูรณ์ 20,358 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วย STEMI 10,107 ราย (ร้อยละ 50.31), NSTEMI 9,374 ราย (ร้อยละ 46.66) และ UA 607 ราย (ร้อยละ 3.22) ผู้ป่วยได้รับยาละลายลิ่มเลือด และการเปิดหลอดเลือด (Reperfusion) 7,872 ราย คิดเป็นร้อยละ 77.89 อัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลพบว่า เป็นผู้ป่วย STEMI ร้อยละ 8.02 และ NSTEMI ร้อยละ 5.04
การรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมีเป้าหมายเพื่อเปิดหลอดเลือดหัวใจให้เร็วที่สุด โดยใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือการทำหัตถการขยายหลอดเลือดหัวใจ (PCI) เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือขาดเลือดเป็นบริเวณกว้าง วิธีการเหล่านี้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะร้ายแรงและภาวะหัวใจล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าผู้ป่วยประมาณร้อยละ 30–50 เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล ซึ่งอาจเกิดขึ้นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือในสถานพยาบาลที่ไม่สามารถทำ PCI ได้ เนื่องจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ดังนั้น การพัฒนาระบบดูแล
ผู้ป่วยแบบเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (ACS) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเน้นการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว เช่น การอ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การให้การรักษาตามมาตรฐาน การใช้อุปกรณ์ทางการพยาบาลอย่างเหมาะสม รวมถึงการกู้ชีพด้วยการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย
สถาบันโรคทรวงอก ได้จัดประชุมวิชาการสัญจรในโครงการ “วิกฤตโรคหัวใจ ปลอดภัยทั่วไทย (Save Thais from Heart Diseases)” สำหรับโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 1, 2 และ 3 โดยมีโรงพยาบาลน่าน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมแทนทุกเขตในภาคเหนือโดยการประชุมประกอบด้วย การบรรยายทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ อาทิ การดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน (ACS Management) มาตรฐานการรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวในรูปแบบสหวิชาชีพ (Heart Failure Management) การพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วย STEMI และการอบรมการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยในระบบ ACS Registry นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ได้แก่ การสาธิตและแสดงวิธีการกู้ชีพขั้นสูง (ACLS Workshop) การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจ (Sport in Cardiology) เพื่อป้องกันการเสียชีวิตเฉียบพลันขณะออกกำลังกาย รวมถึงมีการสาธิตสวนหัวใจชนิด ASD (ปิดรูรั่วผนังกั้นหัวใจ) จำนวน 3 ราย และ PFO ผนังกั้นหัวใจบนซ้ายบนขวามีรูรั่วขนาดเล็กๆ จำนวน 2 ราย โดยได้รับความร่วมมือจากแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลน่าน
จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN


