
“WinCare RTA-CNX” ยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในผู้สูงอายุ พัฒนาเครือข่ายดูแลต่อเนื่องสู่ความยั่งยืน
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ดำเนินโครงการวิจัย “WinCare RTA-CNX” ซึ่งเป็นการปรับบริบทและประเมินผลนวัตกรรมเครือข่าย WinCare เพื่อยกระดับการดูแลข้าราชการเกษียณอายุและกำลังพลที่ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ โครง การดังกล่าวเป็นการศึกษาแบบผสมผสาน ทั้งด้านประสิทธิผล (Effectiveness) และการนำไปใช้จริง (Implementation) มุ่งขยายผลในกลุ่มเป้าหมายของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ พร้อมสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการด้านสุขภาพ เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน ตลอดจนเป็นต้นแบบสำหรับหน่วยบริการที่มีบริบทใกล้เคียงกัน โดยมี พล.ต.ศ.นพ.ราม รังสินธุ์ หัวหน้าโครงการ พร้อมด้วย พล.ต.ศ.นพ.มฑิรุทธ มุงถิ่น และคณะนักวิจัย ร่วมดำเนินโครงการ ระหว่างวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่
ในการนี้ โรงพยาบาลค่ายกาวิละได้ให้ความสำคัญกับโครงการดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของหน่วย มุ่งเน้นการดูแลกำลังพล ข้าราชการเกษียณอายุ และครอบครัวอย่างครอบคลุม ต่อเนื่อง และมีคุณภาพ ภายใต้บริบทของโรงพยาบาลทหารระดับทุติยภูมิ พร้อมสนับสนุนด้านบุคลากร ทรัพยากร และการบูรณาการการทำงานของทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดประโยชน์โดยตรงต่อผู้ป่วย
การดำเนินโครงการวิจัยครั้งนี้ มุ่งแก้ไขช่องว่างการดูแลต่อเนื่องหลังจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้าน (Closing the Care Gap) โดยยกระดับแนวคิด “การเยี่ยมบ้าน” ให้เป็นส่วนขยายของบริการโรงพยาบาลอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และไม่เพิ่มภาระงานแก่บุคลากรหลัก (No Burden Model) อันเป็นการพัฒนากลไกเครือข่ายการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่ตอบโจทย์บริบทกำลังพลและผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ โครงการต่อยอดจากผลสำเร็จในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าสามารถเพิ่มอัตราการควบคุมโรคได้ร้อยละ 20–33 และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นการวางรากฐานสู่รูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
โครงการ “WinCare RTA-CNX” จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของโรงพยาบาลค่ายกาวิละในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การปฏิบัติจริง เสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของกำลังพล ผู้เกษียณอายุ และครอบครัว อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป
นที มีเดช รายงาน

