ข่าวใหม่อัพเดท » เชียงใหม่ จัดประชุมและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่า ที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง พร้อมเร่งบริหารจัดการไฟที่จำเป็นในพื้นที่เสี่ยง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ จัดประชุมและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่า ที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง พร้อมเร่งบริหารจัดการไฟที่จำเป็นในพื้นที่เสี่ยง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่

18 กุมภาพันธ์ 2026
0

เชียงใหม่ จัดประชุมและลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่า ที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง พร้อมเร่งบริหารจัดการไฟที่จำเป็นในพื้นที่เสี่ยง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอโซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (16 ก.พ. 69) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 แบบบูรณาการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมนอกสถานที่ครั้งแรกในปีนี้ เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์ไฟป่าฯ จากสภาพพื้นที่จริง นำมาร่วมกันวิเคราะห์ วางแผน และหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

โดยข้อมูลสถานการณ์ไฟป่าในวันนี้ 16 กุมภาพันธ์ 2569 (รอบเช้า) มีจุดความร้อนเกิดขึ้น 7 จุด อยู่ในพื้นที่อำเภอดอยเต่า 3 จุด เชียงดาว 2 จุด และแม่วาง 2 จุด เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ได้แล้วทั้งหมด ส่วนสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ป่าแม่ออนที่ลุกไหม้ต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงช่วงเช้านี้ ได้ประสานนำอากาศยานเข้าไปช่วยดับไฟ ล่าสุด สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้วเช่นกัน สำหรับสถานการณ์ในภาพรวม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -15 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดเชียงใหม่เกิดจุดความร้อนขึ้นรวมทั้งสิ้น 171 จุด มากที่สุด คือ อำเภอดอยเต่า 99 จุด แม่แจ่ม 18 จุด เชียงดาว 10 และอมก๋อย 10 จุด ส่วนมากเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวน และอยู่ในโซนใต้ของจังหวัด แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า จุดความร้อนลดลงถึง 86 เปอร์เซ็นต์ และหากเทียบกับปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า ลดลง 16 เปอร์เซ็นต์

ภายหลังการประชุม นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่กำลังเข้าสู่ช่วงของการเผชิญเหตุไฟป่า ซึ่งมักมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป และจะเริ่มจากพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัดก่อน แม้ว่าสถิติการเกิดจุดความร้อนและค่าคุณภาพอากาศในปีนี้จะดีกว่าเมื่อเทียบกับทั้งค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี และในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการสร้างความเข้าใจในการงดเผาให้กับประชาชน แต่อย่างไรก็ตามจังหวัดเชียงใหม่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากปีนี้มีการประเมินสถานการณ์แล้วว่าจะมีปริมาณฝนน้อยมาก ทำให้อากาศร้อนจัด และสภาพภูมิประเทศมีความแห้งแล้ง ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดไฟได้ง่าย และเมื่อเกิดแล้วจะลุกลามและดับได้ลำบาก จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและรับมือกับไฟที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเกิดไฟป่าในปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 16 ตำบล จาก 8 อำเภอในพื้นที่โซนใต้ของจังหวัด กินพื้นที่ไปกว่า 410,000 ไร่ หรือคิดเป็น 65 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เผาไหม้ทั้งหมดของจังหวัด ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งการลักลอบเผาเพื่อหาของป่า การเตรียมพื้นที่เพื่อทำเกษตรบนพื้นที่สูง การประกอบอาชีพในป่า ดังนั้น จึงต้องโฟกัสไปที่จุดนี้เป็นพิเศษ โดยให้เร่งทำความเข้าใจให้กับชาวบ้านในการงดเผา แล้วหาทางสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านเลี้ยงชีพได้โดยไม่ต้องพึ่งการเผา แต่หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในแต่ละพื้นที่ ก็จะต้องมามองถึงการใช้การบริหารจัดการไฟ ต้องแยกไฟที่จำเป็นกับไฟที่ไม่จำเป็นออกจากกันให้ได้

ซึ่งในประเด็นนี้ ได้มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ไปเร่งหารือร่วมกับทั้ง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอ รวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละด้าน เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการไฟ การประสานงาน และหาจุดสมดุลร่วมกัน เพื่อที่จะให้ปริมาณของฝุ่นที่เกิดจากการบริหารจัดการเผาไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานค่าคุณภาพอากาศที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดไว้ และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยรวม


นที มีเดช รายงาน

error: Content is protected !!