ดร.สามารถ » เร่งทางด่วน ตจว. สายแรกของไทยก่อนภูเก็ต “สะดุดทั้งเกาะ”

เร่งทางด่วน ตจว. สายแรกของไทยก่อนภูเก็ต “สะดุดทั้งเกาะ”

5 กุมภาพันธ์ 2026
0

รถติดในจังหวัดภูเก็ตไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น “ปัญหาประจำวัน” ที่คนภูเก็ต คนต่างชาติที่มาพำนักระยะยาว และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องเผชิญเหมือนกันทุกวัน

เช้า-เย็น-ค่ำ รถติดซ้ำซากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวหลัก กะทู้-ป่าตอง-ตัวเมือง รวมทั้งเส้นทางไป-กลับสนามบิน

ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ความสะดวกในการเดินทาง แต่กระทบถึงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของคนทั้งเกาะ

หน่วยงานรัฐพยายามแก้ไข ตั้งแต่ปรับสัญญาณไฟ เพิ่มช่องจราจร จัดการจุดตัด แต่ทั้งหมดคือการ “แก้เฉพาะหน้า”

ขณะที่โครงการรถไฟฟ้ารางเบา ซึ่งถูกพูดถึงมานานหลายปี ก็ยังคงอยู่เพียงในเอกสาร ไม่รู้ว่าคนภูเก็ตต้องรออีกกี่ปีจึงจะได้ใช้

1. กรุงเทพฯ มีครบ… แต่ต่างจังหวัดยังว่างเปล่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีทางด่วนเปิดใช้งานแล้วกว่า 224 กิโลเมตร และมีรถไฟฟ้าให้บริการรวมแล้วประมาณ 280 กิโลเมตรแต่เมื่อหันกลับมามองต่างจังหวัด กลับไม่พบจังหวัดใดเลยที่มีทางด่วน หรือรถไฟฟ้าใช้งาน ทั้งที่หลายจังหวัดรวมทั้งภูเก็ตมีปัญหารถติดไล่ตามกรุงเทพฯ มาติดๆภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก สร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อย แต่กลับยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่เหมาะสมกับสถานะของเมือง

2. ทางด่วนภูเก็ต “โอกาสแรกของต่างจังหวัด”การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้วางแผนก่อสร้างทางด่วนภูเก็ต ซึ่งจะเป็นทางด่วนในต่างจังหวัดสายแรกของประเทศไทย

โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหารถติดและอุบัติเหตุบนเส้นทางที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดเส้นหนึ่งของภูเก็ต

ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง มีจุดเริ่มต้นบริเวณจุดตัดถนนพระเมตตา เป็นทางยกระดับ 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (รถยนต์ 2 ช่อง และมอเตอร์ไซค์ 2 ช่อง) ข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์จนถึงเขานาคเกิด แล้วจึงเป็นอุโมงค์คู่ลอดเขานาคเกิด หลังจากนั้นเป็นทางยกระดับจนถึงจุดตัดกับทางหลวง 4029 ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงิน 16,757 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างได้ในปีนี้ และจะเปิดใช้งานในปี 2574

จากนั้น จะต่อยอดสู่ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร ซึ่งจะเปลี่ยนโครงข่ายคมนาคมของภูเก็ตทั้งระบบ

3. ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง “อย่าให้รถติดเหมือนถนนเดิม”

แนวคิดของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้ประชาชนใช้ทางด่วนช่วงนี้ “ฟรี” มีเจตนาดีอย่างชัดเจน ทั้งเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และลดอุบัติเหตุบนถนนเดิมที่ลาดชันและคดเคี้ยว

ผมไม่ได้คัดค้านแนวคิดนี้ และเห็นด้วยในหลักการ หากรัฐมีงบประมาณอุดหนุนชดเชยให้ กทพ. อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ผมอยากชวนคิดให้รอบคอบคือ ถ้าขึ้นฟรีตลอด ทางด่วนจะยัง “ด่วน” อยู่หรือไม่? เพราะประสบการณ์ในกรุงเทพฯ สอนเราว่า แม้ทางด่วนจะเก็บค่าผ่านทาง หลายช่วงก็ยังรถติดหนักโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

หากทางด่วนกะทู้-ป่าตองเปิดใช้ฟรี มีโอกาสสูงมากที่รถจะหลั่งไหลขึ้นมาใช้พร้อมกัน จนกลายเป็น “ถนนอีกเส้นหนึ่ง” ไม่สามารถแก้ปัญหาการเดินทางได้จริงและในอนาคต ถ้าจะสร้างทางด่วนในจังหวัดอื่น รัฐจะให้ใช้ฟรีทุกจังหวัดหรือไม่? ถ้าให้ไม่เท่ากัน ก็จะเกิดคำถามเรื่องความเหลื่อมล้ำและความเป็นธรรมสิ่งที่ผมต้องการสื่อสารคือ อย่าปล่อยให้โครงการดีๆ ต้องสะดุด เพราะการตัดสินใจที่ไม่ได้มองทั้งระบบอย่างรอบด้าน

4. ถ้า “มีหรือไม่มีทางด่วน”… ชีวิตคนภูเก็ตจะเป็นอย่างไร?

ถ้า “ทางด่วนเกิดจริง และบริหารดี”

  1. ลดเวลาการเดินทาง กะทู้-ป่าตอง อย่างมีนัยสำคัญ
  2. ลดอุบัติเหตุจราจร เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว
  3. ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของธุรกิจท่องเที่ยว
  4. ยกระดับภาพลักษณ์ภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
  5. เป็นโมเดลให้จังหวัดท่องเที่ยวอื่นทั่วประเทศ

แต่ถ้า “โครงการสะดุด หรือบริหารพลาด”

  1. รถติดยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง
  2. อุบัติเหตุจราจรอาจทวีความรุนแรงขึ้นจากปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น
  3. เศรษฐกิจท้องถิ่นเสียโอกาส
  4. ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนลดลง
  5. ภูเก็ตอาจเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

5. เร่งวันนี้ หรือยอมติดทั้งเกาะต่อไป?

ทางด่วนภูเก็ตไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องการเมือง และไม่ใช่เรื่องจะเก็บหรือไม่เก็บค่าผ่านทางเท่านั้นแต่คือ โอกาสครั้งสำคัญของภูเก็ตที่จะมีโครงสร้างพื้นฐานให้สมกับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกสิ่งที่ชาวภูเก็ตต้องการ ไม่ใช่แค่ “ทางด่วนฟรี” แต่คือ ทางด่วนที่ใช้ได้ตามมาตรฐานสากล ปลอดภัย และยั่งยืนเร่งวันนี้ เพื่อไม่ให้วันหนึ่งภูเก็ตต้อง “สะดุดทั้งเกาะ” เพราะเราตัดสินใจช้าเกินไป


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

error: Content is protected !!