
รถติดในจังหวัดภูเก็ตไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น “ปัญหาประจำวัน” ที่คนภูเก็ต คนต่างชาติที่มาพำนักระยะยาว และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องเผชิญเหมือนกันทุกวัน
เช้า-เย็น-ค่ำ รถติดซ้ำซากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวหลัก กะทู้-ป่าตอง-ตัวเมือง รวมทั้งเส้นทางไป-กลับสนามบิน
ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ความสะดวกในการเดินทาง แต่กระทบถึงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของคนทั้งเกาะ
หน่วยงานรัฐพยายามแก้ไข ตั้งแต่ปรับสัญญาณไฟ เพิ่มช่องจราจร จัดการจุดตัด แต่ทั้งหมดคือการ “แก้เฉพาะหน้า”
ขณะที่โครงการรถไฟฟ้ารางเบา ซึ่งถูกพูดถึงมานานหลายปี ก็ยังคงอยู่เพียงในเอกสาร ไม่รู้ว่าคนภูเก็ตต้องรออีกกี่ปีจึงจะได้ใช้
1. กรุงเทพฯ มีครบ… แต่ต่างจังหวัดยังว่างเปล่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีทางด่วนเปิดใช้งานแล้วกว่า 224 กิโลเมตร และมีรถไฟฟ้าให้บริการรวมแล้วประมาณ 280 กิโลเมตรแต่เมื่อหันกลับมามองต่างจังหวัด กลับไม่พบจังหวัดใดเลยที่มีทางด่วน หรือรถไฟฟ้าใช้งาน ทั้งที่หลายจังหวัดรวมทั้งภูเก็ตมีปัญหารถติดไล่ตามกรุงเทพฯ มาติดๆภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก สร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อย แต่กลับยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่เหมาะสมกับสถานะของเมือง
2. ทางด่วนภูเก็ต “โอกาสแรกของต่างจังหวัด”การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้วางแผนก่อสร้างทางด่วนภูเก็ต ซึ่งจะเป็นทางด่วนในต่างจังหวัดสายแรกของประเทศไทย
โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหารถติดและอุบัติเหตุบนเส้นทางที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดเส้นหนึ่งของภูเก็ต
ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง มีจุดเริ่มต้นบริเวณจุดตัดถนนพระเมตตา เป็นทางยกระดับ 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (รถยนต์ 2 ช่อง และมอเตอร์ไซค์ 2 ช่อง) ข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์จนถึงเขานาคเกิด แล้วจึงเป็นอุโมงค์คู่ลอดเขานาคเกิด หลังจากนั้นเป็นทางยกระดับจนถึงจุดตัดกับทางหลวง 4029 ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงิน 16,757 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างได้ในปีนี้ และจะเปิดใช้งานในปี 2574
จากนั้น จะต่อยอดสู่ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร ซึ่งจะเปลี่ยนโครงข่ายคมนาคมของภูเก็ตทั้งระบบ
3. ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง “อย่าให้รถติดเหมือนถนนเดิม”
แนวคิดของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้ประชาชนใช้ทางด่วนช่วงนี้ “ฟรี” มีเจตนาดีอย่างชัดเจน ทั้งเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และลดอุบัติเหตุบนถนนเดิมที่ลาดชันและคดเคี้ยว
ผมไม่ได้คัดค้านแนวคิดนี้ และเห็นด้วยในหลักการ หากรัฐมีงบประมาณอุดหนุนชดเชยให้ กทพ. อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ผมอยากชวนคิดให้รอบคอบคือ ถ้าขึ้นฟรีตลอด ทางด่วนจะยัง “ด่วน” อยู่หรือไม่? เพราะประสบการณ์ในกรุงเทพฯ สอนเราว่า แม้ทางด่วนจะเก็บค่าผ่านทาง หลายช่วงก็ยังรถติดหนักโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน
หากทางด่วนกะทู้-ป่าตองเปิดใช้ฟรี มีโอกาสสูงมากที่รถจะหลั่งไหลขึ้นมาใช้พร้อมกัน จนกลายเป็น “ถนนอีกเส้นหนึ่ง” ไม่สามารถแก้ปัญหาการเดินทางได้จริงและในอนาคต ถ้าจะสร้างทางด่วนในจังหวัดอื่น รัฐจะให้ใช้ฟรีทุกจังหวัดหรือไม่? ถ้าให้ไม่เท่ากัน ก็จะเกิดคำถามเรื่องความเหลื่อมล้ำและความเป็นธรรมสิ่งที่ผมต้องการสื่อสารคือ อย่าปล่อยให้โครงการดีๆ ต้องสะดุด เพราะการตัดสินใจที่ไม่ได้มองทั้งระบบอย่างรอบด้าน
4. ถ้า “มีหรือไม่มีทางด่วน”… ชีวิตคนภูเก็ตจะเป็นอย่างไร?
ถ้า “ทางด่วนเกิดจริง และบริหารดี”
- ลดเวลาการเดินทาง กะทู้-ป่าตอง อย่างมีนัยสำคัญ
- ลดอุบัติเหตุจราจร เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว
- ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของธุรกิจท่องเที่ยว
- ยกระดับภาพลักษณ์ภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
- เป็นโมเดลให้จังหวัดท่องเที่ยวอื่นทั่วประเทศ
แต่ถ้า “โครงการสะดุด หรือบริหารพลาด”
- รถติดยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง
- อุบัติเหตุจราจรอาจทวีความรุนแรงขึ้นจากปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น
- เศรษฐกิจท้องถิ่นเสียโอกาส
- ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนลดลง
- ภูเก็ตอาจเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
5. เร่งวันนี้ หรือยอมติดทั้งเกาะต่อไป?
ทางด่วนภูเก็ตไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องการเมือง และไม่ใช่เรื่องจะเก็บหรือไม่เก็บค่าผ่านทางเท่านั้นแต่คือ โอกาสครั้งสำคัญของภูเก็ตที่จะมีโครงสร้างพื้นฐานให้สมกับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกสิ่งที่ชาวภูเก็ตต้องการ ไม่ใช่แค่ “ทางด่วนฟรี” แต่คือ ทางด่วนที่ใช้ได้ตามมาตรฐานสากล ปลอดภัย และยั่งยืนเร่งวันนี้ เพื่อไม่ให้วันหนึ่งภูเก็ตต้อง “สะดุดทั้งเกาะ” เพราะเราตัดสินใจช้าเกินไป
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์