
ตามนโยบายนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายราชันย์ บัวตรี เป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้มอบนโยบายเน้นย้ำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการบุกรุกพื้นที่ ทำไม้และล่าสัตว์ป่า และให้เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเพื่อพิทักษ์ผืนป่าอย่างจริงจัง
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้เปิดเผยถึง สถานการณ์ในระหว่างวันที่ 11-14 มกราคม 2569
โดยมีรายละเอียด ดังนี้ คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งอำเภอทองผาภูมิ ที่ 329/2567 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบขุดดิน เพื่อร่อนหาแร่ทองคำในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ภายใต้การอำนวยการ โดยนายอำเภอทองผาภูมิ, พ.ต.ท.สมศักดิ์ นวลศรี รอง ผกก.หน.ร้อย ตชด.135, พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผบ.ฉก.ลาดหญ้า, พ.อ.ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รอง.ผบ.ฉก.ลาดหญ้า, ร.ต.วัฒนา แซ่ก๊วย ผบ.มว.ลว.ฉก.ลาดหญ้า และนายยุทธพงค์ ดำศรีสุข นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแห่งชาติทองผาภูมิ นำโดยนายวันชัย สูนคำ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.2 (ไม้ยักษ์) และเจ้าหน้าที่จุดสกัดป่าหมาก-ยาพู , เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135

ได้ร่วมออกปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซึ่งในบริเวณป่าอันเป็นพื้นที่แปลงคดี ที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ตรวจยึดและจับ กุมผู้กระทำความผิดกรณีมีกลุ่มบุคคลแอบลักลอบเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าใหม่ เพื่อขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำซึ่งอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ดำเนินการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกแปลงดังกล่าว เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี พื้นที่ตรวจยึดเนื้อที่ 13-3-68 ไร่ คิดมูลค่าความเสียหายของรัฐ เป็นเงินจำนวน 756,307 บาท ตาม ปจว.ข้อ 1 เวลา 14.50 น. ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เลขรับคำแจ้งความที่ 23/2568 ซึ่งการกระทำดังกล่าวเกิดจากกลุ่มบุคคลที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายแอบลักลอบเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่า และขุดดินหาแร่ทองคำอันเกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการวางแผนจับกุมผู้กระทำความผิดที่แอบลักลอบเข้าไปบุกรุกพื้นที่ดังกล่าว โดยการติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนกรณีพบบุคคลเข้าไปในแปลงดังกล่าว โดยในวันที่ 11 มกราคม 2569 คณะเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังออกลาดตระเวน โดยการเดินทางไปยังหมู่บ้านปิล๊อกคี่ ด้วยเรือตรวจการณ์ จากนั้นเดินทางออกจากหมู่บ้านปิล๊อกคี่ โดยใช้รถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางทำไม้เก่าลัดเลาะไปตามร่องห้วยและไหล่เขา ซึ่งเป็นป่ารกทึบ ไม่มีหมู่บ้าน ผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมไปทางทิศตะวันตกประมาณ 16 กิโลเมตร ซึ่งจะเข้าสู่แปลงตรวจยึดที่มีการบุกรุกดังกล่าว ขณะนั้นเวลาประ มาณ 19.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ ได้เดินทาง ถึง แปลงคดีและได้วางแผนดักซุ่มเพื่อจับกุมกลุ่มบุคคล ที่เข้ามาแอบบุกรุกแผ้วถางป่า ขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำ อีกทั้งคณะเจ้าหน้าที่ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนผ่านกล้องวงจรปิด พบกลุ่มบุคคลประมาณ 15-20 คน ทั้งเดินเข้าไปและเดินออกมาจากพื้นที่แปลงบุกรุกดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 18.20 น.คณะเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเตือนผ่านกล้องวงจรปิด พบบุคคลชายจำนวนประมาณ 1 คน มีพฤติกรรมเดินเข้ามายังแปลงคดี ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตั้งกล้องวงจรปิดไว้ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการ วางแผนปิดล้อมเพื่อจับ กุมกลุ่มบุคคลดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. ภายในวันเดียวกัน คณะเจ้าหน้าที่เข้าไปยังแปลงตรวจยึดบริเวณค่าพิกัดที่ 47 P 426535 E 1640294 N (WGS 1984) คณะเจ้าหน้าที่ได้สังเกตพบเห็นแสงไฟ และได้ยินเสียงกลุ่มบุคคลพูดคุยกัน อยู่บริเวณหลุมที่มีการขุดดิน เพื่อร่อนหาแร่ทองคำในพื้นที่แปลงคดี คณะเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนปิดล้อม จับ กุมกลุ่มบุคคลดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่ได้พบกลุ่มบุคคลชายนับได้ประมาณ 10 คน กำลังขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำ คณะเจ้าหน้าที่ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ สั่งให้บุคคลดังกล่าวหยุด โดยได้ตะโกนแจ้งว่า “หยุดเจ้าหน้าที่อุทยาน”
แต่เมื่อบุคคลทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการวิ่งและทิ้งสิ่งของบางอย่างไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการวิ่งติดตามบุคคลชายดังกล่าว สามารถจับกุมบุคคลชายได้ 3 คน เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ป่า ภูเขาสูง กลุ่มบุคคลดังกล่าว จึงได้อาศัยความชำนาญของสภาพพื้นที่ วิ่งหลบหนีไปได้
คณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ผลการตรวจสอบปรากฏ ดังนี้ คณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบุคคลชาย 3 คน ดังกล่าว ทราบชื่อภายหลัง ดังนี้
- นายอ่อง ไม่มีนามสกุล อายุ 50 ปี เชื้อชาติพม่า มีเอกสารบัญชีควบคุมคนต่างด้าวฯ เขตควบคุมหมู่บ้าน บ้านไร่ ครอบครัวที่ 37 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
- นายไปร์ ไม่มีนามสกุล (MR MYAT MIN PAING) อายุ 31 ปี เชื้อชาติพม่า อาศัยอยู่หมู่บ้าน บ้านไร่ บ้านเลขที่ 22/2 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
- นายเต้ ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปี เชื้อชาติพม่า บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน บุคคลตามยุทธศาสตร์ (กลุ่มเด็กนักเรียน) หมายเลข 0-7107-89046-45-1 อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 0/89 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอุปกรณ์ของกลางที่มีไว้หรือได้ใช้ ในการกระทำผิด จำนวน 11 รายการ ประกอบด้วย 1.ไฟฉายคาดหัว จำนวน 1 อัน, 2. เป้กระสอบสีเหลืองสะพายหลัง จำนวน 1 ใบ, 3.ไฟฉายคาดหัว จำนวน 1 อัน, 4. มีดเหน็บ จำนวน 1 อัน, 5. ไฟฉายคาดหัว จำนวน 1 อัน, 6. แชลง จำนวน 1 ด้าม, 7. สิ่วสกัด จำนวน 1 เล่ม, 8. มีดเหน็บ จำนวน 1 เล่ม 9. เป้กระสอบสีฟ้าสะพายหลัง จำนวน 3 ใบ, 10. กระสอบอาหารสัตว์สีขาว จำนวน 1 ใบ, 11. กระสอบปุ๋ยสีฟ้า จำนวน 1 ใบ
โดยกระทำดังกล่าวข้างต้นเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ดังนี้
- ฐาน “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี และมาตรา 55
- ฐาน “ร่วมกันยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติและก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ต้นน้ำลำธาร โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 17 และมาตรา 31 วรรคสอง (3)
- ฐาน “ร่วมกันยึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามความในมาตรา 19 (1) ประกอบมาตรา 41 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
- ฐาน “ร่วมกันเก็บหา กระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่ง ดิน หิน กรวด ทราย แร่ หรือทรัพยากรอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามความในมาตรา 19 (2) และมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
- ฐาน “ร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในมาตรา 19 (6) และมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติพ.ศ. 2562
จึงจัดทำบันทึกเรื่องราวพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องนำตัวผู้กระทำผิดส่งพนัก งานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายตามต่อไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 21.00 น. ที่บริเวณป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซ้อนทับป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาช้างเผือก จุดจับกุมอยู่ ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ค่าพิกัดที่ 47 P 426535 E 1640294 N (WGS 1984)
/////# กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก