
พ่อค้ากัญชาเมืองพัทยาโวย ขึ้นโรงพักแจ้งจับ ถูกกลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจทางหลวงตบทรัพย์ บนถนนมอเตอร์เวย์รายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลาประมาณ 02.20 น. ของคืนวันที่ 17 กันยายน 2568 นายเขมอุดม หรือ “บั๊ม” ฟ้าเฟื่องวิทยากุล อายุ 21 ปี พ่อค้าขายกัญชา ย่านถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ นำความเข้าแจ้งต่อพนักงานสอบสอน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยให้ปากคำในเบื้องต้นว่า ก่อนที่จะมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ได้ขับรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กด 6583 สุพรรณบุรี มาตามถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 ขาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อกลับบ้านพัก
ระหว่างนั้น ถูกชาย 4–5 คน อ้างตัวว่าเป็นตำรวจทางหลวง และกำลังยืนอยู่บริเวณด่านตรวจ เรียกให้จอดเพื่อขอตรวจค้น พร้อมกับขอดูโทรศัพท์มือถือ พอเห็นรูปภาพกัญชา และ“พอตกัญชา” ทั้งหมดจึงพยายามเข้ามาล็อกแขนเพื่อใส่กุญแจมือ โดยอ้างว่ากลัวหลบหนี จังหวะนั้นนายเขมอุดมพยายามดิ้นรนขัดขืน จนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันขึ้น หนึ่งในกลุ่ม กลับใช้กระบอกไฟฉาย ฟาดเข้าที่ศรีษะเต็มแรงหนึ่งครั้ง เพื่อให้อยู่ในความสงบ ต่อจากนั้น ชายที่อ้างเป็นตำรวจกลุ่มดังกล่าว ได้รื้อค้นกระเป๋าสะพายสีดำ ภายในมีเงินสดจำนวน 31,350 บาท โดยได้ฉวยเอาเงินดังกล่าวไปเกลี้ยงต่อหน้าต่อตา พร้อมกับพูดว่า “ค่าปล่อยตัว” ขนาดนายเขมอุดม พยายามร้องขอว่าอย่าเอาไปหมดเลย ขอไว้เติมน้ำมันรถขับกลับบ้านบ้าง แต่ชายกลุ่มดังกล่าว กลับรวบเงินไปหมดเกลี้ยง “ผมมั่นใจว่าเป็นตำรวจ จำหน้าได้ทุกคน และชี้ตัวได้ถูกแน่นอน รวมทั้งยังจำทะเบียนรถยนต์ของตำรวจทางหลวง พร้อมหมายเลขข้างรถได้อย่างแม่นยำ ยืนยันอีกครั้งว่าเป็นตำรวจทางหลวงแน่นอน เพียงแต่ไม่ทราบชื่อและยศ” นายเขมอุดม กล่าวทิ้งท้าย
ในตอนสายวันเดียวกัน ร.ต.อ. เอกชัย ไชยอำพร รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางละมุง ได้ให้นายเขมอุดม พาไปชี้จุดเกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมกับให้นายเขมอุดม เดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาร่องรอยฟกช้ำ ตามที่บอกว่าถูกตีด้วยกระบอกไฟ ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวน ต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนรอบด้านและรัดกุมที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายเขมอุดมได้เข้าให้ปากคำต่อ พ.ต.ท. กรณ์พงษ์ สุขวิสิฏฐ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางละมุง โดยมีทีมสืบสวนฯ ร่วมรับฟังข้อมูล ซึ่งนายเขมอุดม ยังยืนยันว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นไปตามที่แจ้งความไว้ และจะไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น มีรายงานว่า ระหว่างนายเขมอุดม เข้าให้ปากคำอยู่นั้น ปรากฏว่ามีความพยายามจากอีกฝ่ายขอเจรจา “เคลียร์คดี” ให้ยุติเรื่อง แต่ทางผู้เสียหาย ยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ภายหลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมด้วยนายเขมอุดมได้ไปยังจุดเกิดเหตุ โดยได้ตรวจสอบ กล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งได้ประสานไปยังเมืองพัทยา เพื่อขอภาพวงจรปิดบริเวณถนนมอเตอร์เวย์ เบื้องต้นพบว่า เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน ไปจนถึงตีสองครึ่งของคืนเกิดเหตุ ตำรวจทางหลวงตั้งด่านตรวจจริง แต่ไม่ได้บันทึกภาพ ในจุดที่มีการพาไปตบทรัพย์ เพราะอยู่เลยมุมกล้องออกไป จึงเห็นแค่การตั้งด่านของตำรวจ
รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดว่า ตำรวจชุดสืบสวน ได้ทำหนังสือถึงศูนย์ควบคุมการจราจรทางหลวงพิเศษฯมอเตอร์เวย์สาย 7 หรือ “ศูนย์ CCTV” ขอภาพกล้องวงจรปิดใกล้กับจุดเกิดเหตุ คาดว่าน่าจะบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด หากผู้เสียหาย ได้ถูกกระทำจริง ตามที่ให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน เชื่อว่าหลักฐานภาพเคลื่อนไหวคงปรากฏชัดในเร็ววัน
ขณะเดียวกัน ทางด้าน พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี เตรียมส่งหนังสือ ไปยังต้นสังกัดตำรวจทางหลวง เพื่อขอรายชื่อตำรวจ ที่ปฎิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจในคืนดังกล่าว เมื่อทราบว่าใครบ้าง คงจะแจ้งให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำ ให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
โยธิน พรมแตง รายงาน