ข่าวใหม่อัพเดท » ผู้ว่าฯ น่าน เร่งรัดการเยียวยา ขอขยายวงเงินทดลองราชการเพิ่มเป็น 50 ล้าน และขอค่าล้างโคลน

ผู้ว่าฯ น่าน เร่งรัดการเยียวยา ขอขยายวงเงินทดลองราชการเพิ่มเป็น 50 ล้าน และขอค่าล้างโคลน

18 สิงหาคม 2025
0

น่าน – ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ดำเนินการเร่งรัดด่วนการเยียวผู้ประสบภัยจังหวัดน่าน ขอขยายวงเงินทดลองราชการเพิ่มเป็น 50 ล้าน

15 ส.ค.68 ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดน่าน นายวรวิทย์ ต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดน่าน กล่าวถึงจังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงภาพรวมความเสียหายจากพายุ” วิภา” ภาพรวม จากการได้รับรายงานพื้นที่จังหวัดน่านได้ความเสียหาย 14 อำเภอ 84 ตำบล 107 หมู่บ้าน 40,541 ครัวเรือน 116,456 คน ยกเว้นอำเภอนาหมื่น ที่ไม่มีความเสียหาย ผลการทบทั้งหมดในเบื้องต้นที่ 14 อำเภอรายงานเข้ามา ป็นภาพรวมที่จังหวัดน่านได้รับรายงานจากนายอำเภอทั้ง 14 อำเภอ ผลกระทบที่ประชาชนได้รับ ในเรื่อง บ้านเรือนที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตรสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหาย
การช่วยเหลือตั้งแต่การเกิดภัย การเผชิญเหตุ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า การอพยพ จัดหาอาหาร และจังหวัดน่านได้การดำเนินการ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉินการจัดหาอาหารปรุงสุกและถุงยังชีพ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย น้ำดื่ม ชุดยาเวชภัณฑ์ ถุงยังชีพฉุกเฉิน รวมถึงสิ่งของจำเป็นต่างๆ

หลังจากสถานการณ์น้ำลด นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ลงพื้นที่พร้อมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับผู้นำองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้าน ชาวบ้านจิตอาสา เร่งเข้าไปฟื้นฟูในสิ่งจำเป็น

  • ลำดับแรก คือบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนทำความสะอาด ให้พี่น้องแระชาชนได้กลับเข้าไปอยู่อาศัยบ้านเรือนได้ไวที่สุด
  • ลำดับที่สองคือสิ่งสาธารณประโยชน์ ถนนหนทางต่างๆ น้ำประปาไฟฟ้า เพื่อให้กลับเข้าสู่สภาพเดิม เป็นภาพรวม

สำหรับการช่วยเหลือต่อไป ที่นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เร่งรัดเร่งด่วนคือการเยียวยา โดยเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของจังหวัดน่าน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และงบเงินทดรองราชการที่อยู่ในอำนาจของท่านผู้ว่าฯ ได้ขอขยายวงเงินทดลองราชการเพิ่มเป็น 50 ล้าน ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน เร่งในเรื่องของการช่วยเหลือในเรื่องเพื่อที่จะให้เม็ดเงินไปถึงมือพ่อแม่พี่น้องที่ประสบภัยเร็วที่สุด

ในด้านการดำรงชีพ ค่าเครื่องครัว จะเหมาจ่าย เป็นรายครัวเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 3,500 บาท จังหวัดน่านมีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 30,398 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าวงเงินที่ช่วยเหลืออยู่ประมาณ 116,800,000 กว่าบาท ซึ่งเราจะเงินทดรองราชการที่อยู่ในวงเงินของผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประ 49 ล้าน ใช้วงเงินขององค์กรท้องถิ่นฯ อีก ประมาณ 60 ล้านบาท อย่างน้อยก็ให้มีเม็ดเงินไปถึง ครัวเรือนผู้ประสบภัยครัวเรือนละประมาณ ครัวเรือนละ 3,500 บาท ตรงนี้ก่อน

ส่วนที่เหลือจะเป็นเรื่องของเครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอน ด้านที่อยู่อาศัย บ้านเรือน ซึ่งจะต้องมีการสำรวจรายละเอียด การเกษตร สาธารณประโยชน์ ถนน สะพาน คาดว่าจะใช้เม็ดเงินเยียวยาค่อนข้างมาก ซึ่งทางจังหวัดน่านได้ขอขยายวงเงินในลำดับถัดไป แต่ต้องมีรายละเอียดประกอบในคำของบประมาณให้ครบถ้วนพอเพียงไม่ตกหล่น ถ้าตกหล่นไม่พอเพียงจะทำให้การขอเงินมาเยียวยาล่าช้าไป ตรงนี้เป็นภาพรวมของทั้งจังหวัด ที่จะเยียวยาไปก่อนในเรื่องเครื่องครัว ครัวเรือนละ 3,500 บาท

ในส่วนของเทศบาลเมืองน่าน ได้เพิ่มเติมเงินเยียวยาแบบเหมาจ่ายเป็นครัวเรือนละ 5,000 บาท ซึ่ง นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ได้ดำเนินการที่จะช่วยเหลือเยียวยา เป็นเหมาจ่ายช่วยเหลือไปก่อน เป็นการเพิ่มเติมค่าเครื่องนอน ค่าเครื่องนุ่งห่ม เพิ่มอีกครัวเรือนละ 1,500 บาท เป็น 5,000 บาท ตรงนี้เป็นข้อมูลจากเทศบาลเมืองน่าน

ส่วนประเด็นในการออกไปสำรวจความเสียหายในพื้นที่ และประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งการสำรวจความเสียหาย เป็นขอมูลค่อนข้างละเอียด ขอให้พ่อแม่พี่น้องที่ได้รับความเสียหาย ต้องแจ้งรายละเอียดความเสียหายให้เจ้าหน้าที่ที่ออกไปสำรวจ ถ้าไม่ละเอียดครบถ้วนจะทำให้ท่านเสียสิทธิในการได้รับเงินช่วยเหลือไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์ จำนวนคนผู้ที่อยู่อาศัยในบ้าน เพื่อนำไปคำนวณเยียวยาในเรื่องค่าเครื่องนุ่มห่ม บ้านมีรายละเอียดว่าเป็นบ้านของตัวเอง หรือเป็นบ้านเช่า ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพที่เสียหาย ต้องเป็นอาชีพหลัก เป็นอาชีพเสริมไม่ได้ โดยเฉพาะข้าราชการบำนาญท่านมีเงินบำนาญประจำเดือนอยู่แล้ว แต่มาทำอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ใช่อาชีพหลักเป็นอาชีพเสริม บ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย เช่น ประตู หน้าต่าง สี ทางองค์กรท้องถิ่นฯ จะมีเจ้าที่กองช่างออกไปสำรวจความเสียหายประเมินค่าเสียหายตามความเสียหายจริง แต่ไม่เกิน 4 หมื่นกว่าบาท

กรณีบ้านเรือนที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยจะไม่ได้รับสิทธิตรงนี้ เพราะถือว่าไม่มีผู้เดือดร้อน หรือกรณีบ้านเช่า ผู้เช่าก็จะได้การช่วยเหลือเครื่องครัว เครื่องนอน เพราะถือว่าเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน แต่เจ้าของบ้านเช่าจะได้รับความช่วยเหลือเฉพาะบ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่ประจำ ถ้าบ้านเช่าปรากฏว่ารายได้ของผู้ให้เช่าคือเจ้าของบ้านเป็นรายได้หลัก ของหัวหน้าครอบครัวก็ถือว่าบ้านเช่าเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพหลักของเจ้าของบ้าน แต่ถ้าเจ้าของบ้านมีรายได้จากที่อื่นเป็นรายได้หลัก แต่ทำบ้านเช่าเป็นรายได้เสริมถือว่าเป็นอาชีพหลักไม่ได้

เมื่อปี 2567 มีค่าล้างโคลน ที่ไม่อยู่ในระเบียบปกติ แต่เป็นเรื่องขอยกเว้นนอกเหนือระเบียบกฎเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ทำให้สามารถที่จะใช้เงินทดรองราชการเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเป็นค่าล้างโคลน ค่าซากวัสดุที่ไหลเข้ามาทับถมในบ้านเรือนที่อาศัยอยู่ประจำ
ตรงนี้สำหรับเมื่อปี 2567 เมื่อปีที่แล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมของจังหวัดน่าน ไม่ได้รับเนื่องจาก อยู่ในช่วงประมาณ วันที่ 22 สิงหาคม 2567 หลังจากที่น้ำแห้งผู้ประสบภัยจังหวัดน่าน ได้ทำความสะอาดบ้านเรือนเข้าอยู่อาศัยในบ้านพักไปเรียบร้อยแล้ว หนังสือยกเว้นตัวนี้ออกมาในช่วง วันที่ 4 ตุลาคม 2567 ที่จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม มีดินโคลนอยู่ในบ้านพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านได้ ระเบียบนี้ถึงได้เออกมาว่าสามารถจะใช้เงินทดรองเพื่อที่จะทำความสะอาดในเรื่องของการล้างโคลน เอาดินเอาโคลนออกจากบ้าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านได้เร็วที่สุด

จังหวัดน่าน เมื่อได้รับหนังสือฉบับนี้มาก็แจ้งให้กับทางอำเภอกับทางองค์ท้องถิ่นเพื่อสำรวจว่าบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ยังมีพี่น้องประชาชนไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยในบ้านได้ตามปกติมีหรือไม่ ซึ่งตรงนี้เนื่องจากเวลาของการเกิดภัยของจังหวัดน่านผ่านไปแล้ว และพี่น้องประชาชนได้กลับเข้าไปอยู่อาศัยอยู่ในบ้านพักได้แล้ว ก็เลยไม่มีการรายงานเข้ามาที่จังหวัดว่ามีพี่น้องที่ยังไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่ในบ้านได้ ตรงนี้ในเรื่องของการล้างโคลนหรือค่าอะไรก็ดีของปีที่แล้วของจังหวัดน่านไม่การรายงานขอรับเงิน เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือด้านดังกล่าว

แต่สำหรับปีนี้ทาง เทศบาลเมืองน่าน ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ทำเรื่องไปที่กระทรวงการคลัง อยากจะให้กระทรวงการคลังยกเว้นระเบียบหลังเกณฑ์เหมือนที่แล้ว ปี 2567 ก็คือสามารถที่จะใช้เงินทดรองราชการมาช่วยเหลือในการล้างโคลนได้ ซึ่งตรงนี้จังหวัดน่านได้ทำหนังสือไปที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเพื่อจะเสนอไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อขออนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์ให้กับจังหวัดน่านของเรา ซึ่งเราต้องรอฟังผลว่าทางกรมบัญชีกลางเขาจะอนุมัติยกเว้นหลักเกณฑ์ให้ได้หรือไม่

สำหรับประเด็นช่วยเหลือเยียวยา ผมเรียนกับพี่น้องไปว่าการยื่นข้อมูลต้องให้ครบรอบด้านจะได้ไม่ตกหล่น ท่านได้รับความเสียในด้านอะไรบ้าง เช่นเครื่องครัว พื้นที่การเกษตร เครื่องมืออาชีพหลักเสียหาย บ้านเรือนที่อยู่อาศัยเสียหาย ควรแจ้งข้อมูลให้ละเอียด ความเสียหายที่เกิดขึ้น,ควรระบุรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ความเสียหายของบ้านเรือน (เสียหายทั้งหลัง, เสียหายบางส่วน),

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เร่ง อย่างเรื่องเครื่องครัว ครัวเรือนละ 3,500 บาท เป็นความเสียหายที่เราสามารถประเมินได้เร็วเป็นรายครัวเรือน อยู่ในเกณฑ์ที่เรามีเงินพอที่จะเฉลี่ยในการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้ไปก่อน เราก็จะทำด้านนี้อย่างเร่งด่วนไปก่อน ส่วนด้านอื่น ๆ เมื่อจังหวัดได้ตัวเลขที่ชัดเจนแล้ว จังหวัดน่านพร้อมที่จะขอขยายวงเงินทดลองราชการไปยังรัฐบาลเลย จังหวัดน่านก็จะทำในลำดับถัดไป ตอนนี้ต้องรอข้อมูลให้พร้อมและครบถ้วน เพื่อที่พ่อแม่พี่น้องจะได้ไมเสียสิทธิในการที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาในระดับต่อไป

สำหรับค่าล้างโคลนในปีนี้ 2568 มี 3 ขั้นตอน

  1. ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากทางเทศบาลเมืองน่าน เพื่อจะได้ค่าล้างโคลน
  2. เมื่อจังหวัดน่านได้รับหนังสือจากเทศบาลเมืองน่าน แล้ว จังหวัดน่านได้ทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลาง ทำหนังสือไปแล้ว เพื่อที่จะขอให้กรมบัญชีกลางยกเว้นหลักเกณฑ์ในเรื่องขอค่าล้างโคลน

ถ้ากรมบัญชีกลางอนุมัติที่เราจะสามารถใช้เงินทดรองราชการเพื่อเป็นค่าล้างโคลนได้ จังหวัดก็จะได้นำมาดำเนินการในเรื่องของการสำรวจประเมินว่าบ้านเรือนแต่ละหลังสามารถที่จะได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินเท่าไหร่แต่ละหลัง ถ้าหากว่าถ้าเขาให้มาว่าเหมาจ่ายเป็นหลังได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพ่อแม่พี่น้อง ตัวอย่างเช่น มติ ครม.ที่เคยให้มาในเรื่องของการเยียวยาหลังละ 9 พัน 7 พัน 5 พัน อย่างนี้เป็นต้น ตรงนี้เราได้ทำหนังสือจากจังหวัดน่านไปยังกรมบัญชีกลางแล้วก็ไปถึงรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว รอฟังผลครับ นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดน่าน กล่าวสรุป

ท้ายสุด หน.สนง.ปภ.น่าน ได้แจ้งเตือนสถานการณ์ฝนตกในช่วงเดือน สิงหาคม- กันยายน – ตุลาคม 2568 ยังอยู่ในช่วงของฤดูฝน ในระยะ 3 วันนี้ 15 -17 สิงหาคม 68 ได้รับการเตือนจากกรมอุตุนิยมวิยาว่า จังหวัดน่าน ยังมีฝนตกชุกอยู่ ขอให้พ่อแม่พี่น้องได้ติดตามการพยากรณ์อากาศ และติดตามปริมาณน้ำฝนในพื้นที่โดยเฉพาะบนภูเขา ในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ที่มีความลาดชันสูง อาจจะเกิดดินสไลด์ดินถล่มได้ ทุกพื้นที่จังหวัดน่านมีดินชุ่มน้ำจากฝนตกน้ำท่วมมาระยะหนึ่งแล้ว อาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มได้ ผมมีความเป็นห่วงเรื่องดินโคลนถล่มมาก อาจจะทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย พี่น้องประชาชนได้รับอันตราย
สำหรับ สะพานเบลีย์ สะพานถอดประกอบ ในจังหวัดได้มีการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว 3 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเวียงสา และอำเภอนาน้อย ปัจจุบันอำเภอปัวได้แจ้งขอสะพานเบลี่ย์ไปติดตั้งชั่วคราว 3 แห่ง ในพื้นที่อำเภอปัว สาเหตุจากสะพานขาดจากพายุ วิภา แห่งที่ 1 สะพานข้ามลำน้ำปัว บ้านท่อล้อ หมู่ที่ 2 ตำบลแงง อำเภอปัว เชื่อมบ้านนาก้อ หมู่ที่ 1 ตำบลเจดีย์ชัย แห่งที่ 2 เป็นสะพานข้ามลำน้ำปัวที่ บ้านส้าน หมู่ที่ 13 บ้านใหม่ชัยเจริญ หมู่ที่ 8 ตำบลสถาน แห่งที่ 3 สะพานข้ามแม่น้ำน่าน บ้านศาลา หมู่ที่ 4 ตำบลเจดีย์ชัย อำเภอปัว จังหวัดน่าน ทั้ง 3 แห่ง รถใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ ความยาวของสะพาน 40 เมตร ทั้ง 3 แห่ง

สำหรับงบประมาณการสร้างสะพาน ทั้ง 3 แห่ง ต้องดูว่าสะพานแต่และแห่งเป็นสายทางในพื้นที่ของใคร ถ้าเป็นของ อบจ. ของ อบต. หรือของทางหลวงชนบท ผู้รับผิดชอบสายทางที่เสียหาย ต้องตั้งงบประมาณในการก่อสร้าง


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

error: Content is protected !!