
สถานการณ์ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก
ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์การสู้รบในประเทศเมียนมา ระหว่างทหารเมียนมา กับ กองกำลังชนกลุ่มน้อย/ กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ในพื้นที่อำเภอแลงปอย จังหวัดผาอัน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ด้านตรงข้ามของตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นมา ทำให้มีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา(ผภสม.)ได้ทยอยอพยพข้ามมายังฝั่งไทย เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ตลอดระยะเวลา 17 วัน เป็นจำนวน 468 คน นั้น
ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้ กองกำลังนเรศวร รับผิดชอบอำนวยการดูแล ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา(ผภสม.)ร่วมกับศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก โดยให้ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา(ผภสม.)อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บริเวณโบสถ์คริสจักรเซนต์กาเบรียน บ้านหนองบัว ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ได้ดำเนินการ มีรายละเอียดดังนี้
- ศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก, จังหวัดตาก, กองกำลังนเรศวร และ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมดูแล ความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพ โดยมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้หนีภัยความไม่สงบ ชาวเมียนมา (ผภสม.) ตามหลักมนุษยธรรม
- จัดแพทย์ พยาบาล จากกระทรวงสาธารณสุข เข้าดูแลและให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้เจ็บป่วยในพื้นที่
- กองกำลังนเรศวร จัดกำลังพล และ ยุทโธปกรณ์ ในการดูแลรักษาความปลอดภัย สถานที่ พักพิงของผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในพื้นที่
- กองกำลังนเรศวร ได้เพิ่มมาตรการลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ด้วยจักรยานยนต์ทางยุทธวิธี, การเดินเท้า และขี่ม้าลาดตระเวนตามแนวชายแดน
ปัจจุบัน สถานการณ์ปะทะภายในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ได้ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยความสมัครใจทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา จึงได้ปิดพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว สำหรับผู้หนีภัยความไม่สงบชาว เมียนมา (ผภสม.) เรียบร้อยแล้ว โดยกองกำลังนเรศวร ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชน จิตอาสา ได้ดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฯ, ทำความสะอาด พร้อมกับซ่อมปรับปรุงบริเวณพื้นที่ ปลอดภัยชั่วคราวในทุกพื้นที่ในส่วนที่ชำรุดเสียหายให้คงสภาพเดิม ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า การบูรณาการกำลังป้องกันชายแดนเพื่อปกป้องอธิปไตย และพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ จะได้ ดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อให้พี่น้องคนไทยทุกคนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งสร้าง ความมั่นคงให้ประเทศชาติสืบไป


