ข่าวใหม่อัพเดท » ชุดปราบปราบยาเสพติด ตชด.ภาค4 ตชด.43 ตำรวจน้ำสงขลา จับกุมยาบ้าและเฮโรอีนจำนวนมหาศาลมูลค่ากว่า 117 ล้านบาท

ชุดปราบปราบยาเสพติด ตชด.ภาค4 ตชด.43 ตำรวจน้ำสงขลา จับกุมยาบ้าและเฮโรอีนจำนวนมหาศาลมูลค่ากว่า 117 ล้านบาท

15 มีนาคม 2025
0

สงขลา – ชุดปราบปราบยาเสพติดตชด.ภาค4 ตชด.43 ตำรวจน้ำสงขลา จับกุมยาบ้าและเฮโรอีนจำนวนมหาศาลมูลค่ากว่า 117 ล้านบาท ซึ่งถูกนำไปพักไว้ในขนำในสวนยางพารารอต่อส่งให้ลูกค้าตามใบสั่งรวบคนเฝ้าและสายส่งได้2คนเร่งขยายผลไปยังเจ้าของ

วันนี้ (15มี.ค.68) ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และพล.ต.ต.ณรงค์ ธนานันทกุล ผบก.ตชด.ภาค 4 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดทั้งเฮโรอีนและยาบ้าพร้อมๆ กันเรียกว่าจำนวนมหาศาลมากที่สุดครั้งหนึ่งที่จับกุมได้ในพื้นที่จ.สงขลา เป็นเฮโรอีนอัดแท่ง จำนวน 593 แท่ง น้ำหนักประมาณ 208.6 กิโลกรัม มูลค่า 89,400,000 ล้านบาท และยาบ้า 2,714,000 เม็ด มูลค่า 28,000,000 บาท มูลค่ารวมกันถึง 117,400,000 บาท ที่ยึดได้ขณะถูกนำไปเก็บไว้ในพื้นที่ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เบื้องหลังการจับกุมเฮโรอีนและยาบ้าบิ๊กล๊อตในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค4, เจ้าหน้าที่กองกำกับการตำรวจชายแดนที่43, ตำรวจน้ำสงขลา, กองทัพเรือ, กองทัพบก, ฝ่ายปกครอง และปปส.ภาค9 สยมภู หรือ(เกตุ) ติบุญ อายุ 34 ปี ชาวต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และนายวิโรจน์ หรือ(แบงค์) ทองดี อายุ 24 ปี ชาว ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมเฮโรอีนและยาบ้าทั้งหมด, โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง, รถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า โคโลน่า อัลติส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ขง 8928 สงขลา ขง ๘๙๒๘ สงขลา, รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ I 125 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

หลังจากที่เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ได้สืบทราบว่ามีการลำเลียงเฮโรอีนและยาบ้า มาไว้ที่ขนำในสวนยางพาราพื้นที่ หมู่8 บ้านท่าหมอไชย ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ไปซุ่มรอ จนกระทั่งเวลา 3 ทุ่ม นายสยมภู ได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่ขนำและไขกุญแจเปิดประตู เข้าไปภายในขนำ ชุดจับกุมจึงเข้าล๊อคตัวเอาไว้ และตรวจค้นในขนำพบยาบ้าและเฮโรอีน ซึ่งบรรจุอยู่ในกระสอบอาหารสัตว์ตั้งวางไว้ในขนำ และจากการสอบสวนในเบื้องต้นให้การว่าเป็นของ นายบอสหรือ นายต้อม และอยู่ระหว่างรอกระจายให้กับลูกค้าตามคำสั่งของเจ้าของยาเสพติด ระหว่างนั้นนายวิโรจน์ หรือแบงค์ ทองดี ผู้ต้องหาที่2 ได้โทรศัพท์มาหานายสยมภู ทางไลน์ ชื่อ “นินจารันหาโร่” ว่ายาเสพติดที่สั่งไว้ 3 กระสอบเรียบร้อยหรือยังกำลังจะเข้าไปเอา เจ้าหน้าที่จึงซ้อนแผนไปซุ่มสังเกตการณ์ที่จุดนัดรับ ต่อมานายวิโรจน์ ได้ขับรถเก๋งมาจอดและยกยาเสพติดใส่กระโปรงท้ายรถโดยไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ดักรออยูจึงเข้าล๊อคตัวได้อีกคน

จากการสอบถาม นายสยมภู ให้ยอมรับว่า ได้รับค่าจ้างในการให้ที่พักยาจากนายบอสหรือนายต้อม ครั้งละ 2,000 – 3,000 บาท ที่ต้องทำเพราะว่าอาชีพกรีดยางมีรายได้ไม่พอและยังมีลูกที่เพิ่งคลอดจึงจำเป็นต้องทำแต่แค่รับฝากไว้เท่านั้น โดยยาบ้าและเฮโรอีนทั้งหมดทราบแค่ว่าจะมีลูกค้า 4 เจ้าที่จะมารับตามจุดนัดหมายที่นำไปวางไว้ ส่วนนายวิโรจน์ บอกว่าได้ค่าจ้างเพื่อนำยาไปส่งยังที่จ.ปัตตานี ครั้งนี้ 40,000 บาท เจ้าหน้า ที่ จึงควบคุมตัวดำเนินคดีฐาน “มียาเสพติดให้ไทษประเภท ๑ (แมทแอม เฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและกระทบต่อความมั่น คงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน และจะเร่งขยายผลไปยังเครือข่ายค้ายาเสพติดแกงค์นี้และเส้นทางทางที่ใช้ลำเลียงซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ระดับประเทศ


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

error: Content is protected !!